مشاركة

บทที่ 4

“ขอรับ ข้าน้อยจะทำตามที่นายท่านว่า” พ่อบ้านวัยกลางคนรับคำ ครั้นแล้วเขาก็รีบไปทำตามคำสั่งทันที

ด้านยงเผยหลังจากได้ทราบเรื่องที่พ่อบ้านรุ่ยมาบอก แม้ภายในจะประหวั่น ทว่าใบหน้านั้นกลับเก็บอาการไม่แสดงออกมา

“เรื่องนี้ข้าจะเป็นผู้จัดการเอง ท่านอย่าได้ห่วง” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างหนักแน่น

พ่อบ้านทำเพียงพยักหน้ารับไม่ถามสิ่งใดให้มากความจึงได้กลับไปรายงานผู้เป็นนายตามตรง

คล้อยหลังพ่อบ้านรุ่ย ชายหนุ่มหนวดเคราครึ้มจึงได้เดินไปยังสัมภาระของตน เขารีบเขียนจดหมายอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครทันได้สังเกต

จากนั้นจึงได้เรียกหาศิษย์เอกอันดับหนึ่ง “เสี่ยวจือเจ้ารีบควบม้าไปทางศาลาเอ้อเทียนให้เร็วที่สุด จงนำจดหมายฉบับนี้ไปให้หัวหน้าต่ง จำไว้ว่าต้องให้ถึงมือ เข้าใจหรือไม่” ชายหนุ่มกำชับกับศิษย์ของตนด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกับคำพูด

“ขอรับท่านอาจารย์” เด็กชายวัยสิบหกประสานมือรับคำเน้นหนัก

เสียงกุบกับของม้าตัวใหญ่วิ่งฝ่าความมืดท่ามกลางแสงจันทร์สลัวออกไปโดยมีสายตาของผู้เป็นอาจารย์กับศิษย์ร่วมสำนักอีกคนมองตามอย่างกังวล

เริ่มเช้าวันใหม่พระอาทิตย์เริ่มสาดแสง เสียงนกกาออกหากิน หนิงอันผู้กำลังนอนหลับใหลก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยเข้านาสิก

เด็กน้อยทำจมูกฟุดฟิดก่อนจะค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว “หิว” เจ้าตัวเล็กเอามือกุมท้องกล่าวแผ่วเบา

“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ มาล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะ จากนั้นข้าน้อยจะทำผมให้” เสียงอันร่าเริงของเด็กหญิงวัยเจ็ดปีกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“ได้สิ ขอบใจเจ้า” หนิงอันขยับตัวเดินออกมาจากรถม้าอย่างเชื่อฟัง

หลังล้างหน้าบ้วนปากเรียบร้อย เจ้าตัวเล็กก็มานั่งอย่างว่าง่ายเพื่อให้สาวใช้ตัวน้อยปรนนิบัติ

“คุณหนูของบ่าวช่างน่ารักยิ่ง” น้ำเสียงนั้นเอ่ยชมในขณะที่มัดผมเป็นรูปซาลาเปาให้เด็กหญิงเรียบร้อย

“เจ้าเองก็น่ารัก” อันอันกล่าวชมเด็กน้อยกลับไปทำให้ใบน่ารักของสาวใช้เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่ออย่างเขินอาย หนิงอันได้แต่ยิ้มให้กับท่าทางของเจ้าตัว

ความคิดของเด็กยุคโบราณมักจะเติบโตเร็ว บางครอบครัวเด็กสี่ขวบก็ต้องหุงหาอาหารแล้วด้วยซ้ำ

ไม่มีหรอกที่จะมาวิ่งเล่นไร้แก่นสารโดยเฉพาะครอบครัวยากจน อันอันสำรวจรอบด้านอย่างสนใจในระหว่างรออาหารเช้า

“อากาศของที่นี่ช่างสดชื่นดีแท้” เด็กหญิงลุกขึ้นยืนกางแขนของตนออกหลับตาพริ้มสูดหายใจ แต่แล้ว “แหวะ! เหม็นชะมัด เมื่อกี้อากาศยังดีอยู่เลยเหตุใดตอนนี้จึงมีกลิ่นเหม็นได้กัน” คนตัวเล็กเอามือปิดจมูกกล่าวอู้อี้

ยงเผยในคราแรกกำลังจะกล่าวห้ามการกระทำของเด็กหญิง ทว่าเขากลับเปลี่ยนใจเนื่องจากอยากแกล้งเด็กที่ชอบวางท่าเป็นผู้ใหญ่

“ฮ่า ๆ เจ้าตัวน้อยเจ้าชอบกลิ่นขี้ม้าหรอกหรือถึงได้หลับตาสูดกลิ่นของมันตอนปล่อยอาจมนะ”

หนิงอันหันไปตามเสียงหัวเราะ สายตาขุ่นเขียวกรุ่นโกรธ “ท่านอาหนี้แค้นหนนี้ข้าขอฝากไว้ก่อนเถอะ เมื่อไหร่ที่ข้าเจออาสะใภ้นะท่านเจอดีแน่” เจ้าตัวเล็กเท้าเอวทำสีหน้าขึงขังกล่าวข่มขู่

ยงเผยหาได้กลัวคำขู่ของเด็กตัวน้อยไม่ อีกอย่างท่าทางของนางเช่นนี้ก็น่าเอ็นดูดีไม่หยอก พลางให้คิดถึงบุตรชายที่แม้แต่หน้าก็ยังไม่เคยเห็น

ทำให้สีหน้าของเขาหม่นแสงลงเล็กน้อย ในคราแรกหนิงอันรู้สึกสะใจอยู่บ้าง แต่แล้วนางก็อดรู้สึกแสดงความเห็นใจออกมาไม่ได้เหมือนกัน

ทางด้านของจือฉีหลังจากที่ควบม้ามาตลอดคืนจนกระทั่งรุ่งสาง ทั้งคนทั้งม้าแทบจะหมดแรงเด็กหนุ่มผู้นี้ก็มองเห็นขบวนคาราวานพักอยู่ด้านหน้า

ธงของขบวนนั้นทำให้เขามั่นใจว่าคนที่ตนต้องการมาหาอยู่ในขบวนนี้ไม่ผิดแน่

เด็กหนุ่มค่อย ๆ บังคับม้าให้เข้าไปใกล้ก่อนที่เขาจะหยุดลงตรงหน้าของผู้คุ้มกันที่กำลังนั่งพักกันอยู่

“ผู้น้อยขอคารวะท่านอาทั้งหลาย” เด็กชายประสานมือก้มหัวลงอย่างสุภาพ

ยังไม่ทันที่คนในกลุ่มจะเอ่ยถามอะไรก็มีเสียงดังราวฟ้าผ่าสายหนึ่งทักเด็กชายคนนี้ขึ้นเสียก่อน

“เสี่ยวจือ! นั่นเจ้าใช่หรือไม่ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วอาจารย์หน้าเหม็นของเจ้าล่ะอยู่ไหน” ชายหนุ่มรูปร่างประดุจหมีดำตัวใหญ่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเช่นเดียวกับอาจารย์ของตนเดินมาประชิดตัวเขายกมือตบไหล่ของเด็กชายดังปุปุ

จือฉีอยากจะกรีดร้องโดยไร้ซึ่งน้ำตาให้กับความเจ็บที่ตนได้รับ เด็กชายจึงได้พยายามขยับตัวถอยห่างมือใหญ่ของคนผู้นั้นอย่างเนียน ๆ

“คารวะท่านอาต่งขอรับ อาจารย์ไม่ได้มาด้วยตัวเองแต่ได้ฝากจดหมายฉบับนี้มาถึงท่านโดยเน้นย้ำกับข้าว่าต้องส่งให้ถึงมือ” เด็กชายล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบจดหมายส่งให้ชายตรงหน้า

ต่งเซียวเปิดจดหมายออกอ่านทันที “เจ้าพาม้าไปพักก่อน ข้าขอเวลาในการตอบจดหมายของอาจารย์เจ้าสักครู่ ” ต่งเซียวยกยิ้มบอกกับเด็กหนุ่มพร้อมกับเรียกคนของตนให้มาคอยดูแลเด็กคนนี้

ครั้นแล้วตัวเขาก็รีบเดินไปยังกระโจมหน้าขบวนทันที ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งพักหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ

“เรียนนายท่าน เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นขอรับ” ต่งเซียวค้อมตัวประสานมือกล่าวรายงานผู้เป็นนายน้ำเสียงเคร่งเครียด

ชายวัยกลางคนโบกมือเอ่ยไล่บ่าวรับใช้ทันที “พวกเจ้าออกไปก่อนเหลือไว้เพียงพ่อบ้านโม่” จากนั้นเขาจึงถามกับผู้คุ้มกันหนุ่มออกมา “มีเรื่องอะไร”

ชายร่างใหญ่เดินเข้าไปยกมือป้องปากข้างหูผู้เป็นนายด้วยกลัวว่าจะมีหนอนอยู่ในขบวนของตนแล้วจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น

“ข่าวนี้เชื่อถือได้หรือไม่” ติงเฉินเหว่ยย้อนถามอย่างกังขา เนื่องจากไม่คิดว่าโจรภูเขาจะกล้าออกปล้นในยามบ้านเมืองสงบสุข

“เรื่องนี้ข้าคิดว่าเราส่งคนไปสอดแนมก็จะรู้ได้ไม่ยากขอรับ ดีกว่านิ่งเฉยเพราะหากเกิดการสูญเสียย่อมไม่คุ้มค่า” ชายร่างใหญ่กล่าวแสดงความคิดเห็น

“เอาตามที่เจ้าว่า จงรีบไปจัดการให้เรียบร้อย” ชายวัยกลางคนลูบเคราของตนออกคำสั่ง

คล้อยหลังผู้คุ้มกันจากไป “พ่อบ้านโม่ เจ้าช่วยแจ้งกับทุกคนในขบวนว่าข้ารู้สึกไม่สบายขอหยุดพักการเดินทางช่วงเช้าไว้ก่อน”

พ่อบ้านผู้อยู่มานานเหตุใดจะไม่รู้ว่าเจ้านายต้องการสื่อถึงอะไร ดังนั้นเขาจึงรีบไปทำตามคำสั่งทันทีอีกทั้งยังไม่ลืมตามหมอผู้อยู่ในขบวนมาตรวจผู้เป็นนายด้วย

จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามต่งเซียวก็เห็นคนของตนกลับมา “ลูกพี่มีโจรภูเขากำลังดักซุ่มจริงขอรับ คะเนจากสายตาน่าจะร้อยคน” คนผู้นี้กล่าวรายงานปนหอบ

“ลำบากเจ้าแล้ว รีบไปพักเถอะ” ชายร่างใหญ่ตบบ่าลูกน้องของตนกล่าวออกมาน้ำเสียงมีแววหนักใจ

เขาครุ่นคิดอยู่สักพักจึงได้เดินไปยังกระโจมผู้เป็นนาย กล่าวรายงานในสิ่งที่ได้รู้

“เจ้ารีบไปแจ้งทางการ อย่าลืมตอบจดหมายขอบคุณถึงคนผู้นั้นด้วย เอาไว้ค่อยหาโอกาสตอบแทนในภายหลัง” ติงเฉินเหว่ยสั่งการ

คล้อยหลังต่งเซียวจากไป “พ่อบ้านโม่ พบคนที่น่าสงสัยแล้วหรือยังมันผู้นั้นเป็นใคร” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงเหี้ยม

“พบแล้วขอรับ เป็นคนที่เพิ่งมาสมัครเข้าสำนักคุ้มภัยของเราเมื่อเดือนก่อน” พ่อบ้านวัยเดียวกันกล่าวอย่างสุภาพ

“จัดการมัดมือมัดเท้าของมันส่งให้ทางการด้วย แล้วจากนั้นก็ปล่อยข่าวให้คนของพวกมันรู้ว่าคนที่มันส่งมาเป็นนกสองหัวหลังจากที่มือปราบจัดการพวกมันแล้ว

ให้มันโดนพวกเดียวกันจัดการในคุกนั่นแหละถึงสาสมกับโทษที่มันควรได้รับ” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงเหี้ยม

ทางด้านต่งเซียวรีบทำตามคำสั่งผู้เป็นนายอย่างไม่ตกหล่น หลังจากส่งคนไปแจ้งทางการแล้วเขาก็รีบมาเขียนจดหมายถึงสหายทันที

“เสี่ยวจือเจ้านำจดหมายไปให้อาจารย์ของเจ้าด้วย ส่วนเจ้าก็ระวังตัวด้วย ข้าขอบใจเจ้ามากที่มาหาในวันนี้” ชายร่างใหญ่ยื่นจดหมายของตนออกไปตบบ่าเด็กชายกล่าวเสียงอ่อน

“ท่านอาอย่าได้เกรงใจ ข้าน้อยขอตัวลาเอาไว้พบกันใหม่นะขอรับ” เด็กหนุ่มรับจดหมายใส่ในอกของตนประสานมือคารวะต่อจากนั้นเขาก็ขึ้นม้าควบหายไป

ทางด้านขบวนของบ้านหยูการเดินทางของพวกเขาได้หยุดลงกลางคันเนื่องจากการหายไปของจือฉือ

ซึ่งเรื่องนี้ทั้งหยูเจียงและอันอันรวมถึงพ่อบ้านรุ่ยต่างคาดเดาว่าการหายไปของเด็กหนุ่มคนนั้นจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของโจรภูเขาอย่างแน่นอน

ดวงอาทิตย์บอกเวลาบ่ายคล้อยมากขึ้นทุกขณะ บ่าวรับใช้ต่างหุงหาอาหารเย็นพวกเขาก็ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าดังมาแต่ไกล อันอันมองไปทางต้นเสียงอย่างใคร่รู้

เด็กหนุ่มใบหน้ามอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นเช่นเดียวกับม้าตัวสีดำที่ตอนนี้ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยฝุ่นสีแดง ‘เขาต้องไปที่ศาลาเอ้อเทียนมาแน่’ เจ้าตัวเล็กคิด

ยงเผยผู้รอศิษย์ของตนอยู่รีบเดินเข้าไปหาเขาทันที จือฉีจึงได้ยื่นจดหมายส่งให้

“เจ้าไปพักเถอะ วันพรุ่งเราค่อยออกเดินทาง ลำบากเจ้าแล้ว” ผู้เป็นอาจารย์หนุ่มกล่าวอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพของศิษย์เอก

หลังจากศิษย์เดินหายไปเขาจึงได้รีบคลี่จดหมายออกอ่านอย่างรวดเร็ว

อันอันมองท่าทางของเขาก็คิดว่าเรื่องโจรภูเขาคงจบลงด้วยดี แต่ที่ไม่รู้ก็คือยงเผยคนนี้จัดการด้วยวิธีไหน

โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้อีกว่านับตั้งแต่นี้ต่อไปเส้นเรื่องที่ตัวเองได้ขีดเขียนไว้ก่อนตายนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้บางอย่างอาจจะเหมือนเดิมแต่ทว่าก็ไม่เหมือนซะทีเดียว
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 373

    ส่วนเด็กหญิงผู้ปลอมตัวเป็นเด็กชายก็ได้อาศัยจังหวะนี้ หนีออกไปจากกลุ่มของผู้คนอย่างว่องไว กระนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวของคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในวัยสิบห้าปี กงล้อแห่งโชคชะตาของนาง ผู้ที่เคยลิขิตให้ผู้อื่นได้เริ่มต้นขึ้นกับตนบ้างแล้ว สองเท้าของคนตัวเล็กวิ่งไปทางซ้าย ทะลุซ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 372

    เมื่อชายชราเห็นศิษย์คนโปรดถูกพี่ชายต่อว่าอย่างเย็นชา เขาจึงได้เอ่ยปากแทน เพื่ออธิบายให้คนผู้นี้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวแต่หนหลังในโทษของเด็กหญิง “นางได้รับโทษแล้ว จากการฝ่าฝืนกฎของสวรรค์ นางจึงได้รับโทษลงทัณฑ์ด้วยการรับสายฟ้าเป็นจำนวนสามครั้ง ตอนนี้ร่างกายของนางกำลังจะสลาย อีกไม่นานดวงจิตขอ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 371

    หลายปีผ่านไปหมิงหมิงผู้อยู่ในวัยชรา กำลังนอนอยู่บนเตียงโดยมีลูกหลานรายล้อม เสียงร้องไห้ของคนเหล่านั้นทำให้เจ้าตัวอดที่จะเอ่ยปากตำหนิออกมาไม่ได้ “ร้องทำไม ทุกชีวิตมีเกิดย่อมมีดับ เรื่องนี้ไม่มีใครหลีกหนีข้าเองก็เป็นเช่นเดียวกัน สำหรับตัวข้านั้นดีใจมากกว่าที่จะได้เดินทางไปพบกับพี่สาว” น้ำเ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 370

    มู่เทาจึงได้นำเงินที่ตัวเองมีพาบุคคลที่ตนช่วยเอาไว้ไปรักษา จือฉีนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงหมอถึงสามวันเต็มอาการของเขาจึงได้ทุเลา และเมื่อรู้ว่าใครได้ช่วยเหลือตนเองเอาไว้ คนทั้งคู่ก็ทำความรู้จักและหลังจากทราบเรื่องราวของกันและกันต่างคนก็เห็นว่าชะตาชีวิตของพวกเขานั้นช่างอาภัพเหมือนกันไม่มีผิด

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 369

    ย้อนกลับไปยังครั้งอดีต ได้มีเด็กชายตัวน้อยในห่อผ้าเก่าสีซีดที่ไม่อาจทราบสีเดิมของมันได้ว่าเป็นสีอะไร ใบหน้าซีดเหลืองของเด็กคนนั้นพร้อมกับน้ำตาปริ่มบริเวณหางตา ทำให้ชายวัยกลางคนผู้มีสติไม่ค่อยสมประดีได้เกิดความรู้สึกสงสารหรืออาจจะสมเพชก็สุดจะทราบได้ เจ้าตัวจึงได้อุ้มเด็กน้อยขึ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 368

    “เรียนนายท่านผู้สูงส่ง เผื่อท่านลืมข้ามีหนังสือตัดขาดออกจากตระกูลอยู่ในมือ อีกทั้งข้าได้ละทิ้งแซ่ของท่านไปนานแล้วนับตั้งแต่วันที่ข้าออกจากจวนหลังนั้นชีวิตข้าก็ถือว่าได้ตายตกลงไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงนี้หาได้มีแซ่ใด ๆ และมีความเกี่ยวข้องกับท่านไม่ ข้าคงมีเพียงชื่อที่มารดาตั้งให้เพียงเท่านั้นลาก่อน” คำ

  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 41

    ช่วงสายของวัน หลังจากหยูเจียงจัดการนำอาหารไปให้คนงานเรียบร้อยเขาก็มานั่งเรียบเรียงเขียนถึงวิธีแก้ปัญหาน้ำตามที่ตนนึกออก ในจังหวะเขียนอักษรตัวสุดท้ายจบก็ได้ยินเสียงของคนมาเรียก“น้องเจียงมีคนมาหา” หรานต้าเป็นผู้เดินมาตาม เนื่องจากผู้มาใหม่ไม่ได้บอกตัวตนของเขาทำให้ชายหนุ่มคนนี้ ไม่มั่นใจว่าผู้ม

    last updateآخر تحديث : 2026-03-18
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 166

    เมื่อหลินเซียวมู่ตงเป่านกหวีดก็มีองครักษ์เงาสี่นายปรากฏตัวออกมาซึ่งคนพวกนี้หากไม่ถึงคราวคับขัน พวกเขาจะไม่แสดงตัว หนิงอันมองการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ด้วยสายตาแห่งความชื่นชม ‘เฮยเฮยนี่คือองครักษ์เงาละ ข้าอยากมีบ้างเจ้าดูการเคลื่อนไหวของพวกเขาสิช่างรวดเร็วยิ่ง’ “อันอันเจ้ามองอ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-25
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 153

    ส่วนที่เหลือก็หก เจ็ด แปด เก้า สิบ” จบคำของหนิงอันได้ทำให้ผู้ที่กำลังต้องการให้เด็กหญิงตั้งชื่อให้บุตรหลานของตนมาได้ยินเข้าพอดีถึงกับหัวแทบคะมำ“ท่านพ่อจะให้หลานสาวตั้งชื่ออยู่หรือไม่” หรานต้า กระซิบกับบิดาเสียงเบา“ให้ นางเป็นคนช่วยทำคลอดหากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใคร” อานไท่พูดขึ้นอย่างมั่นใจแม้ว่านางจ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-24
  • ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต   บทที่ 359

    และหลังจากที่ทหารใหม่ทั้งหมดเข้าสู่ประตูด้านใน ชีวิตของแต่ละคนนับจากนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล คืนแรกพวกเขาต่างกินอิ่มนอนหลับ จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่เช้าวันใหม่และยังไม่ทันที่แสงแรกจะโผล่ขึ้นจับขอบฟ้า เสียงแตรก็ดังขึ้น อานเจิงกับยงฮ่าวผู้เตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วรีบออกมาด้านนอกก

    last updateآخر تحديث : 2026-04-05
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status