หน้าหลัก / โรแมนติก / ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก / บทที่ 5 อินเหยาคือผู้ประสบภัย 2/2

แชร์

บทที่ 5 อินเหยาคือผู้ประสบภัย 2/2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-11 20:30:31

“ก่อเรื่องแล้วจะหนีกลับรึ” องค์หญิงสามพูดขึ้น แต่ทว่ากลับได้รับรอยยิ้มมุมปากตอบกลับทำให้นางไม่พอใจ

          “นั่นเจ้ายิ้มสิ่งใด” ซานลู่ไม่ชอบใจเลยสักนิด ที่นางทำท่าหยิงยโสอวดดีเช่นนี้

          “ไม่ใช่ว่าท่านเองหรอกรึ ที่เป็นคนผลักท่านหญิง

ชิงหนิงแล้วแสร้งกระโดดน้ำลงไป เดิมข้าก็ไม่คิดจะเปิดโปง แต่ว่าท่านจับข้ากดน้ำ เรื่องนี้ไม่พูดเห็นจะไม่ได้”

          เหล่าคุณหนูที่มามุงดูได้ยินเข้าก็นินทาองค์หญิงสามต่าง ๆ นานาทั้งรุ่ยอ๋องยังมองหลานสาวตัวเองด้วยโทสะพร้อมกับกลิ่นอายคล้ายอยากสังหารคน

           “เจ้า!”

          ชิงหนิงได้ยินดังนั้นจึงมองสหายแปลกไป องค์หญิงสามเป็นสหายที่ดีเสมอมา จนนางเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังบ่อยครั้ง แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้ถึงกับปองร้ายนางในงานที่คนเยอะเช่นนี้

          เดิมนางแค่ตกใจไม่คาดคิดว่าจะตกไปในทะเลสาบแต่ไม่รู้ท่าไหนความชุลมุนทำให้นางตกลงไป เพราะว่ายน้ำไม่เป็นจึงร้องเรียกให้คนช่วย จากที่เห็นอินเหยายืนมองนางเมินเฉย ที่แท้ก็เห็นธาตุแท้ขององค์หญิงสามนั่นเอง

          “ทีนี้รู้หรือยังล่ะ คุณชายเหลียงจื่อเพ่ยจะเลือกช่วยผู้ใด ระหว่างท่านที่เป็นองค์หญิงสาม กับท่านหญิงชิงหนิง ข้าไม่ต้องบอกแล้วกระมังว่าผู้ใดจะได้หัวใจของคุณชายเหลียงไปครอง” วาจาไม่รักษาน้ำใจนี้มอบให้องค์หญิงสามผู้เดียว

          อินเหยารู้อยู่แล้วว่าคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นน่าจะมีแค่ท่านหญิงชิงหนิง แต่เพราะเขาร้องขอ นางจึงเอาตัวเข้าไปช่วย แต่ด้วยโทสะขององค์หญิงสามที่บุรุษในดวงใจไม่ช่วยนางจึงทำให้อินเหยาโดนกดน้ำ

          “พี่ใหญ่กลับกันเถอะ ผู้สูงศักดิ์มากเล่ห์ ต่อไปเราอยู่ให้ห่างคนพวกนี้จะดีกว่า” อินจื้อผู้รักพี่ใหญ่ยิ่งชีพไม่อยากจะรู้จักหรือเสวนาด้วยกับคนเหล่านี้นัก

          อินเหยาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงได้โปรดสนมเสียนเฟยผู้เป็นมารดาขององค์หญิงสามนัก ก็เพราะมากเล่ห์นี่เอง เล่นละครเก่งมากจนนางเกือบเชื่อเสียแล้ว และบุตรสาวก็คงเชื้อไม่ทิ้งกัน

          “ข้าจะไปส่งนางเอง” เหลียงจื่อเพ่ยเป็นผู้ทำให้นางต้องเกือบตายเขาจึงสำนึกผิด อยากไถ่โทษ

          “ดูแลคนรักของท่านเถอะ ข้าไม่เป็นไร” อินเหยาไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขา เดิมทีก็อยากให้เขารังเกียจตระกูลฟู่ของนางที่กลั่นแกล้งคนรักของเขา แต่เรื่องราวกลับตาลปัตรไปเสียได้

          “มะ...”

          เขาเหมือนจะพูดแต่นางชิงสารภาพก่อน

          “เดิมข้าอยากมาหยอกเย้าคนรักของท่านเล่นจึงให้น้องชายจับหนอนมา แต่ไม่นึกว่าเรื่องราวจะบานปลาย ขออภัยท่านและท่านหญิงชิงหนิง แต่ข้าขอเตือนท่านสักคำ สหายที่เอาความเป็นความตายของท่านมาล้อเล่น สมควรแล้วหรือที่ท่านจะสมาคม” พูดจบอินเหยาก็ทิ้งระเบิดให้สองนางเอกนางร้าย ส่วนตัวเองยิ้มอ่อนได้หน้าไปเต็ม ๆ

          ‘ข้าคือนางร้ายออริจินอล เผื่อพวกท่านไม่รู้’

          ก่อนนางจะกระโดดลงทะเลสาบ ได้ยินเสียงในงานดังโหวกเหวก คาดการณ์ว่าเป็นพระสนมเสียนเฟยกับท่านย่าของนาง ที่ผ่านมาห้าปีแล้วก็ยังไม่ญาติดีกัน จึงให้น้องชายไปดูสักหน่อย

          “อินจื้อเจ้าไปสืบสิว่าในงานมีเรื่องอะไร ใช่ที่เราวางแผนไว้หรือไม่” การเอาคืนย่าตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ นางถือว่าสมควร

          ส่วนนางและน้องชายน้องสาวไปรอที่รถม้า เพราะตัวเปียกเช่นนี้ไม่กล้าเข้าไปในงานให้อับอาย

          อินจื้อผู้หน้าซื่อตาใสเดินเข้าไปเลียบ ๆ เคียง ๆ พบว่ามีคนใส่หนอนเข้าไปในอาหารหวังกลั่นแกล้งพระสนมเสียนเฟย ตอนนี้ตระกูลเหลียงกำลังหาตัวคนทำ ส่วนท่านย่าของเขานั้นตอนนี้เป็นลมไปแล้ว โดยมีท่านแม่กับท่านพ่อดูอยู่ห่าง ๆ แต่ไม่ได้เข้าไปใกล้เขาจึงเดินแอ่นอกจนพุงนำไปด้านหน้าเพื่อไปบอกข่าวแก่ท่านพ่อและท่านแม่

          “ท่านแม่พี่ใหญ่เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยตัวเปียกรอที่รถม้า พวกท่านจะกลับเลยหรือไม่”

          “เจ้าว่าอะไรนะอาจื้อ” ไป๋เฟิ่นโยว่เป็นห่วงลูกสาวจึงเดินมาเพื่อจะกลับบ้านทันที หากสามีอยากอยู่ดูแลท่านแม่เขานางก็จะไม่ขัด

          แต่ทว่าเมื่อกำลังจะออกจากงานคนของรุ่ยอ๋องเดินมาแจ้งข่าวเสียก่อน

          “รุ่ยอ๋องแจ้งว่าจะไปส่งคุณหนูใหญ่ฟู่ด้วยตนเอง ท่านแม่ทัพอย่ากังวลไปขอรับ”

          “เช่นนั้นหรอกรึ” ฟู่ลีหยวนเดิมก็อยากกลับ แต่เมื่อเรื่องเป็นอย่างนี้แล้วเขาจะอยู่สักหน่อย

          “ท่านพ่อท่านแม่ ข้าจะกลับพร้อมพี่ใหญ่ลาท่านก่อนขอรับ” อาจื้อไม่อยากถูกสอบสวนรีบใช้สองเท้าป้อม ๆ สับฉับ ๆ ไปอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ทันพี่ใหญ่ที่ออกไปรอด้านนอก โดยทุกคนไม่รู้ว่าบุรุษที่สั่งห้ามไม่ให้ไปส่งก็ติดตามไปด้วย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทส่งท้าย นอกจากเจ้าข้าไม่ต้องการสิ่งใด 2/2

    สองบุรุษหนุ่มกำลังตกลง แต่กลับถูกฟู่ลีหยวนท้าทายต่อ “ว่าไง ยอมแพ้ก็กลับไป” ฉินอันจวินก็ยอดฝีมือแต่ต้องอ่อนข้อให้พ่อตาสักหน่อย ไม่เช่นนั้นเขาตายแน่ “ออมมือด้วยท่านพ่อตา” การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า บุรุษกลางคนที่อายุมากแล้วอย่างฟู่ลีหยวนก็เก่งกาจไม่แพ้ใคร เขาออกหมัดรัวใส่เจ้าว่าที่ลูกเขยอย่างไม่ออมมือ แต่ว่าฉินอันจวินรับรู้พละกำลังของร่างกายตนเองดี ต่อให้ไม่มีอาวุธ เพียงใช้กำลังทั้งหมดของร่างกายก็สามารถเอาชนะคนอย่างท่านพ่อตาได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ทว่า... “ยะ!” ฝ่าเท้าหนักอึ้งกระโดดถีบพวกเขาอย่างเต็มแรง ทั้งหันหลังฟาดเท้ากระแทกหน้าอกดังอัก! “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อินจื้อ อินจ้านที่มาให้กำลังใจบิดาเห็นพี่เขยทั้งสองเสียท่าให้บิดาของพวกเขาก็หัวเราะเยาะ “หากท่านแพ้ ข้าจะหาพี่เขยให้พี่สาวข้าใหม่” อินจื้อพูดจายั่วยุ แต่เหลียงจื่อเพ่ยไม่หลงกล หากชนะสิจะเข้าหน้าไม่ติดยิ่งกว่าแพ้ “ท่านแม่ทัพยอดฝีมือแล้ว ข้าน้อยยอมแพ้” “แค่สองกระบวนท่ายอมแล้วรึ” ฟู่ลีหยวนได้ชนะเจ้าเด็กหนุ่มนี้ได้ยืดอกขึ้นทันที

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทส่งท้าย นอกจากเจ้าข้าไม่ต้องการสิ่งใด 1/2

    หลังจากตื่นอีกครั้งในเช้าวันใหม่ด้วยเสียงเอะอะโวยวายของบิดา นางจึงลืมตาขึ้นพร้อมกับปลุกคนข้าง ๆ ที่กินนางจนหมดเรี่ยวแรงให้ตื่นขึ้น และคิดว่าคงจะเป็นเรื่องที่ท่านแม่ไปหารือกับมู่ฮองเฮาเป็นแน่ “ไม่ได้...ข้าไม่ยอม” ฟู่ลีหยวนยืนกรานหนักแน่น อย่างไรก็ไม่ยอมเสียลูกสาวสักคนเดียว ทั้งอินเหยาและปี้ถังก็ด้วย ไป๋เฟิ่นโยว่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสามีแล้ว ตอนนี้ว่าที่ลูกเขยของนางก็ทำข้าวสารเป็นข้าวสุกไปแล้ว จะแก้ไขอันใดได้อีกเล่า ไม่สู้เราสองคนตายายคอยเลี้ยงหลานหรอกรึ “ท่านพี่ ต่อไปอินเหยาต้องโตขึ้นเราก็แก่ไปเรื่อย ๆ จะคอยดูแลนางได้สักกี่ปีกัน” ไป๋เฟิ่นโยว่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ นางสั่งให้คนจัดการท่านแม่ทัพโดยเอาไปมัดไว้ค่ายทหารนอกเมือง และเหล่าทหารของท่านแม่ทัพรู้ดีว่า เหนือแม่ทัพฟู่คือฮูหยินฟู่จึงไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เดิมตั้งใจจะให้อยู่นอกเมืองสักสามวัน แต่ดันกลับมาก่อนเพราะความร้ายกาจของเขาทีเดียว ทั้งเฉินไหลก็มองนางมาอย่างตัดพ้อ เรียกได้ว่าเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย “ข้าก็ไม่ยอม พวกเรายืนข้างบิดา” อินจื้อกับอินจ้านขอทรยศความรักของมารดาสักวัน เอาพี่ใหญ่ไปใ

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 34 พิสูจน์ว่าเจ้าต้องการข้าเพียงใด 2/2

    พูดยาก...พูดยากมาก เขาเป็นคนที่พูดยากที่สุด จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี แต่ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นร่างใหญ่ที่เหลือเพียงชุดข้างในตัวบางก็โถมทับนางลงมา จนนางรู้สึกอึดอัดไปทั้งร่าง ทั้งภายในและส่วนกลีบดอกท้อที่มันโดนเขาบดเบียดเข้ามาอย่างวาบหวาม จนเผลออ้าขาอย่างน่าอาย “ข้า...ข้าหนักเจ้าลงไปก่อน...อื้อ” หนักคือข้ออ้าง แต่ความรู้สึกคล้ายใกล้จะระเบิดคือเรื่องจริง ใครมันจะไปทนได้! ใบหน้าคมคายโน้มลงไปยังหน้าอกอุ่น โดยที่สองมือรวบเข้ามาชิดกันจากนั้นจึงจูบแผ่วเบา แล้วก็ค่อย ๆ โลมเลียไปทั่วเต้าอวบขาว จากนั้นก็คว้าเอาเม็ดเชอรี่สีแดงเข้าปากก่อนใช้ลิ้นดุนมันค่อย ๆ เกลือกกลิ้งไปมาช่องปาก เสียงครางหวานกับเสียงพ่นลมหายใจทำให้เขาเริ่มร้อนขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยที่กระสับกระส่ายไปมาด้วยความวาบหวาม ประกายความปรารถนาจะเติมเต็มในตัวนางก็ทบทวีขึ้น ยิ่งเขาใช้ริมฝีปากดูดและกลึงยอดปทุมถันราวเด็กทารกแรกเกิด เสียงครวญครางของนางยิ่งหนักขึ้นบวกกับร่างกายอรชรอ้อนแอ้นบิดไปมา ทั้งบั้นท้ายของนางกระดกขึ้นลงอย่างรู้จังหวะ กับหน้าอกแอ่นขึ้นรับการปรนเปรอจากเขา

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 34 พิสูจน์ว่าเจ้าต้องการข้าเพียงใด 1/2

    ช่วงสายของวันหลังจากมู่ฮองเฮาฟื้นคืนสติแล้วจึงเชิญฮูหยินฟู่มาหารือโดยที่ไม่ให้เหล่าลูก ๆ ได้ยินจนอินเหยารู้สึกว่านางต้องยืนเกาะเป็นตุ๊กแกอยู่ข้างฝาในยุคจีนโบราณก็คราวนี้ “ท่านแม่จะกระซิบทำไม” นางบ่นอย่างหงุดหงิด ในเมื่อไม่ได้ยินแล้วก็กลับจวนดีกว่าเบื่อแล้วเรือนรับรอง ทั้งเบื่อขี้หน้าเจ้าองค์รัชทายาทที่ชอบปลอมตัวเป็นเหลียงจื่อเพ่ยนี่ด้วย “เดี๋ยวนั่นเจ้าจะไปไหน” “กลับเรือนข้าสิ ข้าอยากนอนไม่ต้องตื่นสักสามวัน” ฟู่อินเหยาไม่หันหลังอีก เมื่อออกเดินมุ่งหน้าไปแต่ก็โดนขัดขวาง “คืนนี้ข้าจะไปหาเจ้าเพื่อพูดคุยเรื่องที่เราตกลงกัน” “ข้ายกเลิกไปแล้ว” อินเหยาเพิ่งคืนคำก็ตอนนี้ ดันมีอารมณ์เผลอรับปากเรื่องอย่างว่าไปได้ยังไง นางก็เสียเปรียบน่ะสิ “แต่ข้าว่า...” “ไม่” ฉินอันจวินอมยิ้มแล้วเดินตามนางมาด้วย ไม่อยากให้นางเดินกลับคนเดียว แต่เมื่อผ่านหน้าเรือนเหลียงจื่อเพ่ยก็นึกถึงสหาย... “ข้าจะไปตามปี้ถัง” ฉินอันจวินก็รีบดึงแขนนางแล้วรวบเข้าไปกอดเอาไว้แล้วก็พาปีนป่ายไปตามกำแพงกลับเรือนทันที เพราะข้อตกลงเดียวคื

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 33 ข้าลาออกจากองค์รัชทายาทแล้ว 2/2

    อินเหยายกมือถูกแก้มไปมาแรง ๆ แม้ว่าจะรู้สึกร้อนผ่าวแต่ก็ไม่คิดว่านางจะแสดงออกจนเขาเห็นและจับผิดนางได้ “อย่ามาทำไขสือ” “เจ้าเหลวไหล ข้าจะกลับเรือนแล้ว” ฟู่อินเหยาไม่อยากจะทะเลาะกับเขาแล้ว แต่นึกเรื่องบางอย่างขึ้น เมื่อนางมานอนอยู่กับเขา อย่าบอกนะว่า... “แล้วสหายข้าเล่า” “ปี้ถังก็นอนกับเหลียงจื่อเพ่ยอย่างไร ป่านนี้ก็คงไปถึงไหนต่อไหน จนหาฤกษ์ส่งตัวไปแล้ว” น้ำเสียงแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจนี่มันอะไร เขาทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กกำพร้ายากไร้ไม่มีโอกาสกินอิ่มท้องเหมือนคนอื่นอย่างนั้น ปี้ถังเมื่อรู้แล้วก็แล้วไปเถอะ ให้นางแก้ปัญหาเอาเอง แต่ว่า...ฮันซู่ลี่เล่า “คุณหนูตระกูลฮันเล่า” “ก็อยู่จวนรุ่ยอ๋องน่ะสิ เจ้านี่ก็พิกลนัก คิดอะไรของเจ้าพรากสามีภรรยาเขา เนี่ยเจ้าก็เลยไม่ได้ลงเอยกับข้าสักทีมัวแต่วางแผนให้คนอื่น” จบกัน ที่นางสู้อุตส่าห์คิดจนปวดหัว สุดท้ายเสียรู้ให้บุรุษหื่นกามพวกนี้จนได้ แล้วนางก็มานั่งบนเตียงนอนขบคิด จะว่าไปในเรือนของข้านอกจากคนตระกูลฟู่คนอื่นไม่มีทางเข้าไปได้แน่ หากผู้เป็นใหญ่ในจวนไม่ร่วมมือ หากท่านพ่อเป็น

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 33 ข้าลาออกจากองค์รัชทายาทแล้ว 1/2

    ฟู่อินเหยาก้มลงมองตัวเองพบว่าเสื้อผ้ายังไม่โดนถอดออกไปก็เบาใจ นางจึงลุกขึ้นแล้วก็จะเดินออกจากห้ององค์รัชทายาทแคว้นฉิน เพราะไม่อยากตกลงอะไรกับเขาทั้งนั้น ยิ่งอยู่ใกล้นางชักเริ่มไม่ไว้ใจตัวเอง เพราะเหมือนใจเต้นตุบตับ รู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ชอบกล ไอ้อาการแบบนี้ไม่เคยเป็นกับผู้ชายที่ไหนมาก่อน กระทั่งเหลียงจื่อเพ่ยตัวจริงนางก็ไม่เคย แต่เมื่อห้าปีก่อนนางสับสน คิดว่าเขาคือเหลียงจื่อเพ่ย และมีหวั่นไหวไปเหมือนกัน ทำให้ในตอนนี้เขาเกาะติดนางไม่ห่าง ทั้งที่เขาควรจะได้แต่งงานกับองค์หญิงสามถึงจะคู่ควร ราชวงศ์เกี่ยวดองกันอย่างไรก็เป็นผลดีกับทั้งสองแคว้น แต่ที่ไม่ดีหากคนที่แต่งเป็นตัวนาง เพียงนางก้าวได้เพียงหนึ่งก้าวก็ต้องหยุดเมื่อมีแรงฉุดรั้งจากคนที่นอนอยู่บนเตียงกับนางมาตลอดคืน “จะไปไหนยอดรักของข้า” สาบานว่านี้เป็นวาจาของฉินอันจวิน คนที่เป็นถึงไท่จื่อของแคว้น วาจาหวานล้ำลุ่มหลงนางจนเรือนกายขนลุกชัน จนนางต้องเอามือลูบแขนให้ไรขนอ่อนมันสงบลง แต่อีกคนกลับคิดว่านางหนาวสั่น จึงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “หนาวรึ!” คิ้วคมเข้มย่นเข้าหากัน หัวคิ้วขมวดเป็นปมพร้อมกับแรงกอ

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 6 แฝดคู่มังกร 1/2

    ในรถม้าของรุ่ยอ๋องที่มีเด็ก ๆ อยู่สี่คนและมีผู้ใหญ่หนึ่งเดียวคือหลี่เค่อหรือรุ่ยอ๋อง บรรยากาศเงียบงันจนรับรู้ได้ถึงความอึดอัด แต่รุ่ยอ๋องไม่ได้บังคับให้นางพูดหรือเล่าเรื่องทั้งหมด เพียงแต่นั่งเป็นเพื่อนนางมาถึงจวนตระกูลฟู่ที่เป็นเรือนพระราชทานที่ไม่ใช่จวนดั้งเดิมของต้นตระกูล เมื่อรถม้าจอด

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 5 อินเหยาคือผู้ประสบภัย 1/2

    กรี๊ด....ตู้ม!!! อะ...อ่าว... “-__-” สามคนทำสีหน้ายิ้มไม่ออกกับภาพที่เห็น ทั้งมองไปมาแลกสายตาให้กัน เสียงกรีดร้องบวกกับเสียงคล้ายบางสิ่งร่วงน้ำสร้างความตระหนกให้กับผู้ร่วมงาน โดยมีสี่พี่น้องตระกูลฟู่ยืนมองสตรีทั้งสองตกน้ำ และไม่นานในงานก็มีเสียงโวยวายของสตรีสูงวัยและวัยสาวสองคน

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 4 แผนการเอาคืน 2/2

    “พี่ชายเหลียง” เสียงของหลิงหยวนพูดขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ทอดมองไปยังสามคนที่นั่งอยู่กลางศาลาตรงนั้น ฟู่อินเหยาทอดถอนหายใจ ไม่รู้นางคิดถูกหรือคิดผิดที่สลับดวงให้กับฮูหยินเหลียงไปจัดการผูกดวงใหม่ แต่เจ้าเด็กน้อยของนางนี่สิสายตามีแต่พี่ชายเหลียง แบบนี้นางจะทำเช่นไร “เขานั่งอยู่กับสตรี

  • ข้าเป็นนางร้ายไม่ใช่นางเอก   บทที่ 4 แผนการเอาคืน 1/2

    วันงานมาถึงสี่ตัวแสบตระกูลฟู่แต่งตัวกันอย่างเรียบร้อยสวยหล่อโดยเฉพาะสองแฝดกำลังเจ้าเนื้อนั้นน่ารักเป็นพิเศษเสียจนท่านแม่จับอินจื้อไปฟัดเสียหลายรอบ และได้รับสายตาบิดาที่มองอย่างริษยา ‘บิดาข้ามีรักลึกซึ้งเสียจริง ทุกวันได้กอดมารดาก็ยังไม่รู้จักพอ แค่น้องชายของนางทำเป็นหวง’ “ท่านแม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status