Se connecter“พี่ชายเหลียง” เสียงของหลิงหยวนพูดขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ทอดมองไปยังสามคนที่นั่งอยู่กลางศาลาตรงนั้น
ฟู่อินเหยาทอดถอนหายใจ ไม่รู้นางคิดถูกหรือคิดผิดที่สลับดวงให้กับฮูหยินเหลียงไปจัดการผูกดวงใหม่ แต่เจ้าเด็กน้อยของนางนี่สิสายตามีแต่พี่ชายเหลียง แบบนี้นางจะทำเช่นไร
“เขานั่งอยู่กับสตรีที่ตระกูลหมายปองกระมัง” ฟู่อินเหยาพูดแล้วก็คิดแผนการในหัว ในเมื่อเขานั่งกับสตรีสองคนนี้ เห็นทีว่านางต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างเช่นไปทักทาย แต่คิดยังไม่ทันจบรุ่ยอ๋องก็เดินมาไกล ๆ แล้ว
“ข้าว่าพวกเราไปทางด้านโน้นกันเถอะ” นางคิดจะทำอะไรแผลง ๆ มักจะไม่พ้นสายตาของรุ่ยอ๋องทุกที วันนี้เขาได้รับเชิญได้อย่างไร ไม่ใช่เชิญเพียงแค่เหล่าตระกูลขุนนางหรอกหรือ
“เดี๋ยวพี่ใหญ่ ท่านไม่เข้าไปคุยกับพี่ชายเหลียงหรือ...เขามาหาท่านตั้งหลายรอบแล้วนะ” คล้ายกับหลิงหยวนพูดอยู่คนเดียวเมื่อพี่ใหญ่เดินไปแล้ว ตามด้วยน้องสี่น้องห้า ก่อนไปอินจื้อตัวแสบหันมาบอกนาง
“พี่สามท่านคบหากับศัตรูพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ย่อมไม่พอใจนะขอรับ”
หลิงหยวนที่สงสัยนางคบหากับผู้ใด หรือว่าเป็นเพราะนางไปพูดคุยกับพี่ชายเหลียง พี่ใหญ่ถึงได้ตีตัวออกห่างนาง จนทำให้นางตกใจจนลืมคิดไปว่าพี่ใหญ่กับพี่ชายเหลียงมีเรื่องบาดหมางกันมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่นางสามหนาวไปก่อเรื่องให้เข้าใจผิดกัน
“โธ่เอ๊ยพี่ใหญ่ ไม่ชอบให้ข้าไปคบหากับพี่ชายเหลียงทำไมไม่พูดตรง ๆ เล่ามัวอ้อมค้อมทำไม” ฟู่หลิงหยวนมองไปตรงศาลาครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินตามพี่ใหญ่ออกไป
เหลียงจื่อเพ่ยเห็นสตรีผู้นั้นแล้ว เขาจึงอยากลุกขึ้นไปตามหานาง ไม่ว่านางอยู่ที่ใดมักจะดึงสายตาของเขาให้จ้องมองแค่นางคนเดียว ยามนี้นางมาถึงเรือน เขาเป็นเจ้าบ้านย่อมออกไปต้อนรับ
“ท่านหญิง องค์หญิงสามข้าขอตัวก่อน” เหลียงจื่อเพ่ยขอตัวเสร็จก็เดินออกมามุ่งตรงไปยังทิศที่สี่พี่น้องตระกูลฟู่เดินไป
ฟู่อินเหยายังหาเรื่องทำให้งานวันนี้ป่วนไม่ได้ จนเมื่อได้เห็นท่านย่าที่ไม่ได้พบมานานแล้วปรากฏตัวเคียงข้างกับสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง หากให้เดานางคิดว่าน่าจะเป็นมารดาขององค์หญิงสาม สนมของฮ่องเต้หลินไท่จงเป็นแน่
เมื่อในงานวันนี้มีผู้สูงศักดิ์มาด้วย เช่นนั้นนางก็เริ่มต้นด้วยการหาหนอนก็แล้วกัน
“อาจ้าน อาจื้อ จับหนอนให้ข้าสักสิบตัว”
เรื่องท่านย่าข้ายังไม่ได้เอาคืนที่ทำกับมารดาของข้าไว้ ในเมื่อบิดามีความกตัญญูค้ำคอ หลานเช่นข้าจะคืนความเป็นธรรมให้กับมารดาสักเล็กน้อยก็แล้วกัน
เหลียงจื่อเพ่ยเห็นเจ้าเด็กพวกนี้แหวกหาอะไรตามต้นไม้ก็นึกสงสัย จึงต้องตามไปดู
“พวกเจ้าทำอะไรกัน”
“หาของสำคัญ” อินจื้อตอบไปทั้งยังไม่มองหน้าของคนถาม ส่วนอินจ้านไม่ตอบอันใดเพียงแต่พยายามช่วยพี่ใหญ่กลั่นแกล้งคนให้จงได้
แม้พี่ใหญ่จะบอกว่าการกลั่นแกล้งคนไม่ใช่เรื่องน่าสนุก เราควรทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่พี่ใหญ่เอาแต่กลั่นแกล้งตระกูลเหลียง เขาเป็นน้องย่อมช่วยเต็มที่
เหลียงจื่อเพ่ยมองหาอีกสองคนที่เดินมาด้วยกัน แต่ก็ไม่เห็นแล้ว เหลือแต่เจ้าฝาแฝดจอมป่วนจึงเดินหลีกไปตามหานาง โดยไม่รู้ว่าพวกนางนั้นหลบอยู่หลังพุ่มไม้ และเป็นจุดที่อาหารมาวางไว้เตรียมรอยกไปในงาน
โชคดียิ่งนักที่อาหารแต่ละชุดติดป้ายกำกับเอาไว้ว่า จานไหนของครอบครัวใด และนางก็เปิดที่เป็นของพระสนม จากนั้นเอาหนอนไปโรยด้านบน แล้วก็รอดูผลงาน
ส่วนสองสตรีกลางศาลาในทะเลสาบเห็นทีว่าพวกนางต้องเข้าไปทักทายเสียหน่อยแล้วกระมัง หากจะปล่อยผ่านโดยไม่ทักทายคงจะเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่เขามองสายตาพวกนางแล้วดูไม่เป็นมิตรนัก นี่แหละเข้าไปตีฝีปากเพื่อความบันเทิงย่อมดีไม่น้อย อย่างน้อยก็ให้เหลียงจื่อเพ่ยเห็น
“ฟู่หลิงหยวน ข้าว่าจะไปที่ศาลากลางทะเลสาบเสียหน่อย” ฟู่อินเหยาชักชวนน้องสาว ส่วนน้องชายนั้นทำงานเสร็จก็เดินเอามือไพล่หลังตามพี่สาวทั้งสองไปช่างเป็นภาพที่ใครเห็นก็ต่างเอ็นดู ยกเว้นเสียแต่รุ่ยอ๋อง
“จับตาเจ้าพวกตัวแสบสี่คนนั่นไว้ ข้าว่าวันนี้งานต้องวุ่นวายเป็นแน่” เดิมเขาระแคะระคายว่าเจ้าตัวแสบพวกนี้จะไม่มางาน แต่ผิดจากที่คาดนอกจากมาทั้งตระกูลแล้ว ยังเดินชักแถวไปมาอย่างมีพิรุธ
เมื่อเดินถึงศาลากลางน้ำ ฟู่อินเหยาก็ยิ้มทักทายสองสตรีที่เป็นดั่งดวงคู่สมพงษ์ของเหลียงจื่อเพ่ย
“คารวะเจ้าค่ะองค์หญิงสาม ท่านหญิงชิงหนิง” ฟู่อินเหยาคารวะนำพวกน้อง ๆ ให้ทำตาม
แต่เมื่ออินจ้านกับอินจื้อคารวะแล้ว พวกเขาก็แบมือที่มีหนอนอยู่อีกสี่ห้าตัวขึ้น แต่แล้วเสียงกรีดร้องอย่างตกใจก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงน้ำแตกกระจายโดยที่พวกเขายืนมองด้วยความตกใจ
ข้ายังไม่ได้ทำอะไรนะ!
สองบุรุษหนุ่มกำลังตกลง แต่กลับถูกฟู่ลีหยวนท้าทายต่อ “ว่าไง ยอมแพ้ก็กลับไป” ฉินอันจวินก็ยอดฝีมือแต่ต้องอ่อนข้อให้พ่อตาสักหน่อย ไม่เช่นนั้นเขาตายแน่ “ออมมือด้วยท่านพ่อตา” การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า บุรุษกลางคนที่อายุมากแล้วอย่างฟู่ลีหยวนก็เก่งกาจไม่แพ้ใคร เขาออกหมัดรัวใส่เจ้าว่าที่ลูกเขยอย่างไม่ออมมือ แต่ว่าฉินอันจวินรับรู้พละกำลังของร่างกายตนเองดี ต่อให้ไม่มีอาวุธ เพียงใช้กำลังทั้งหมดของร่างกายก็สามารถเอาชนะคนอย่างท่านพ่อตาได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ทว่า... “ยะ!” ฝ่าเท้าหนักอึ้งกระโดดถีบพวกเขาอย่างเต็มแรง ทั้งหันหลังฟาดเท้ากระแทกหน้าอกดังอัก! “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อินจื้อ อินจ้านที่มาให้กำลังใจบิดาเห็นพี่เขยทั้งสองเสียท่าให้บิดาของพวกเขาก็หัวเราะเยาะ “หากท่านแพ้ ข้าจะหาพี่เขยให้พี่สาวข้าใหม่” อินจื้อพูดจายั่วยุ แต่เหลียงจื่อเพ่ยไม่หลงกล หากชนะสิจะเข้าหน้าไม่ติดยิ่งกว่าแพ้ “ท่านแม่ทัพยอดฝีมือแล้ว ข้าน้อยยอมแพ้” “แค่สองกระบวนท่ายอมแล้วรึ” ฟู่ลีหยวนได้ชนะเจ้าเด็กหนุ่มนี้ได้ยืดอกขึ้นทันที
หลังจากตื่นอีกครั้งในเช้าวันใหม่ด้วยเสียงเอะอะโวยวายของบิดา นางจึงลืมตาขึ้นพร้อมกับปลุกคนข้าง ๆ ที่กินนางจนหมดเรี่ยวแรงให้ตื่นขึ้น และคิดว่าคงจะเป็นเรื่องที่ท่านแม่ไปหารือกับมู่ฮองเฮาเป็นแน่ “ไม่ได้...ข้าไม่ยอม” ฟู่ลีหยวนยืนกรานหนักแน่น อย่างไรก็ไม่ยอมเสียลูกสาวสักคนเดียว ทั้งอินเหยาและปี้ถังก็ด้วย ไป๋เฟิ่นโยว่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสามีแล้ว ตอนนี้ว่าที่ลูกเขยของนางก็ทำข้าวสารเป็นข้าวสุกไปแล้ว จะแก้ไขอันใดได้อีกเล่า ไม่สู้เราสองคนตายายคอยเลี้ยงหลานหรอกรึ “ท่านพี่ ต่อไปอินเหยาต้องโตขึ้นเราก็แก่ไปเรื่อย ๆ จะคอยดูแลนางได้สักกี่ปีกัน” ไป๋เฟิ่นโยว่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ นางสั่งให้คนจัดการท่านแม่ทัพโดยเอาไปมัดไว้ค่ายทหารนอกเมือง และเหล่าทหารของท่านแม่ทัพรู้ดีว่า เหนือแม่ทัพฟู่คือฮูหยินฟู่จึงไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เดิมตั้งใจจะให้อยู่นอกเมืองสักสามวัน แต่ดันกลับมาก่อนเพราะความร้ายกาจของเขาทีเดียว ทั้งเฉินไหลก็มองนางมาอย่างตัดพ้อ เรียกได้ว่าเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย “ข้าก็ไม่ยอม พวกเรายืนข้างบิดา” อินจื้อกับอินจ้านขอทรยศความรักของมารดาสักวัน เอาพี่ใหญ่ไปใ
พูดยาก...พูดยากมาก เขาเป็นคนที่พูดยากที่สุด จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี แต่ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นร่างใหญ่ที่เหลือเพียงชุดข้างในตัวบางก็โถมทับนางลงมา จนนางรู้สึกอึดอัดไปทั้งร่าง ทั้งภายในและส่วนกลีบดอกท้อที่มันโดนเขาบดเบียดเข้ามาอย่างวาบหวาม จนเผลออ้าขาอย่างน่าอาย “ข้า...ข้าหนักเจ้าลงไปก่อน...อื้อ” หนักคือข้ออ้าง แต่ความรู้สึกคล้ายใกล้จะระเบิดคือเรื่องจริง ใครมันจะไปทนได้! ใบหน้าคมคายโน้มลงไปยังหน้าอกอุ่น โดยที่สองมือรวบเข้ามาชิดกันจากนั้นจึงจูบแผ่วเบา แล้วก็ค่อย ๆ โลมเลียไปทั่วเต้าอวบขาว จากนั้นก็คว้าเอาเม็ดเชอรี่สีแดงเข้าปากก่อนใช้ลิ้นดุนมันค่อย ๆ เกลือกกลิ้งไปมาช่องปาก เสียงครางหวานกับเสียงพ่นลมหายใจทำให้เขาเริ่มร้อนขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยที่กระสับกระส่ายไปมาด้วยความวาบหวาม ประกายความปรารถนาจะเติมเต็มในตัวนางก็ทบทวีขึ้น ยิ่งเขาใช้ริมฝีปากดูดและกลึงยอดปทุมถันราวเด็กทารกแรกเกิด เสียงครวญครางของนางยิ่งหนักขึ้นบวกกับร่างกายอรชรอ้อนแอ้นบิดไปมา ทั้งบั้นท้ายของนางกระดกขึ้นลงอย่างรู้จังหวะ กับหน้าอกแอ่นขึ้นรับการปรนเปรอจากเขา
ช่วงสายของวันหลังจากมู่ฮองเฮาฟื้นคืนสติแล้วจึงเชิญฮูหยินฟู่มาหารือโดยที่ไม่ให้เหล่าลูก ๆ ได้ยินจนอินเหยารู้สึกว่านางต้องยืนเกาะเป็นตุ๊กแกอยู่ข้างฝาในยุคจีนโบราณก็คราวนี้ “ท่านแม่จะกระซิบทำไม” นางบ่นอย่างหงุดหงิด ในเมื่อไม่ได้ยินแล้วก็กลับจวนดีกว่าเบื่อแล้วเรือนรับรอง ทั้งเบื่อขี้หน้าเจ้าองค์รัชทายาทที่ชอบปลอมตัวเป็นเหลียงจื่อเพ่ยนี่ด้วย “เดี๋ยวนั่นเจ้าจะไปไหน” “กลับเรือนข้าสิ ข้าอยากนอนไม่ต้องตื่นสักสามวัน” ฟู่อินเหยาไม่หันหลังอีก เมื่อออกเดินมุ่งหน้าไปแต่ก็โดนขัดขวาง “คืนนี้ข้าจะไปหาเจ้าเพื่อพูดคุยเรื่องที่เราตกลงกัน” “ข้ายกเลิกไปแล้ว” อินเหยาเพิ่งคืนคำก็ตอนนี้ ดันมีอารมณ์เผลอรับปากเรื่องอย่างว่าไปได้ยังไง นางก็เสียเปรียบน่ะสิ “แต่ข้าว่า...” “ไม่” ฉินอันจวินอมยิ้มแล้วเดินตามนางมาด้วย ไม่อยากให้นางเดินกลับคนเดียว แต่เมื่อผ่านหน้าเรือนเหลียงจื่อเพ่ยก็นึกถึงสหาย... “ข้าจะไปตามปี้ถัง” ฉินอันจวินก็รีบดึงแขนนางแล้วรวบเข้าไปกอดเอาไว้แล้วก็พาปีนป่ายไปตามกำแพงกลับเรือนทันที เพราะข้อตกลงเดียวคื
อินเหยายกมือถูกแก้มไปมาแรง ๆ แม้ว่าจะรู้สึกร้อนผ่าวแต่ก็ไม่คิดว่านางจะแสดงออกจนเขาเห็นและจับผิดนางได้ “อย่ามาทำไขสือ” “เจ้าเหลวไหล ข้าจะกลับเรือนแล้ว” ฟู่อินเหยาไม่อยากจะทะเลาะกับเขาแล้ว แต่นึกเรื่องบางอย่างขึ้น เมื่อนางมานอนอยู่กับเขา อย่าบอกนะว่า... “แล้วสหายข้าเล่า” “ปี้ถังก็นอนกับเหลียงจื่อเพ่ยอย่างไร ป่านนี้ก็คงไปถึงไหนต่อไหน จนหาฤกษ์ส่งตัวไปแล้ว” น้ำเสียงแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจนี่มันอะไร เขาทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กกำพร้ายากไร้ไม่มีโอกาสกินอิ่มท้องเหมือนคนอื่นอย่างนั้น ปี้ถังเมื่อรู้แล้วก็แล้วไปเถอะ ให้นางแก้ปัญหาเอาเอง แต่ว่า...ฮันซู่ลี่เล่า “คุณหนูตระกูลฮันเล่า” “ก็อยู่จวนรุ่ยอ๋องน่ะสิ เจ้านี่ก็พิกลนัก คิดอะไรของเจ้าพรากสามีภรรยาเขา เนี่ยเจ้าก็เลยไม่ได้ลงเอยกับข้าสักทีมัวแต่วางแผนให้คนอื่น” จบกัน ที่นางสู้อุตส่าห์คิดจนปวดหัว สุดท้ายเสียรู้ให้บุรุษหื่นกามพวกนี้จนได้ แล้วนางก็มานั่งบนเตียงนอนขบคิด จะว่าไปในเรือนของข้านอกจากคนตระกูลฟู่คนอื่นไม่มีทางเข้าไปได้แน่ หากผู้เป็นใหญ่ในจวนไม่ร่วมมือ หากท่านพ่อเป็น
ฟู่อินเหยาก้มลงมองตัวเองพบว่าเสื้อผ้ายังไม่โดนถอดออกไปก็เบาใจ นางจึงลุกขึ้นแล้วก็จะเดินออกจากห้ององค์รัชทายาทแคว้นฉิน เพราะไม่อยากตกลงอะไรกับเขาทั้งนั้น ยิ่งอยู่ใกล้นางชักเริ่มไม่ไว้ใจตัวเอง เพราะเหมือนใจเต้นตุบตับ รู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ชอบกล ไอ้อาการแบบนี้ไม่เคยเป็นกับผู้ชายที่ไหนมาก่อน กระทั่งเหลียงจื่อเพ่ยตัวจริงนางก็ไม่เคย แต่เมื่อห้าปีก่อนนางสับสน คิดว่าเขาคือเหลียงจื่อเพ่ย และมีหวั่นไหวไปเหมือนกัน ทำให้ในตอนนี้เขาเกาะติดนางไม่ห่าง ทั้งที่เขาควรจะได้แต่งงานกับองค์หญิงสามถึงจะคู่ควร ราชวงศ์เกี่ยวดองกันอย่างไรก็เป็นผลดีกับทั้งสองแคว้น แต่ที่ไม่ดีหากคนที่แต่งเป็นตัวนาง เพียงนางก้าวได้เพียงหนึ่งก้าวก็ต้องหยุดเมื่อมีแรงฉุดรั้งจากคนที่นอนอยู่บนเตียงกับนางมาตลอดคืน “จะไปไหนยอดรักของข้า” สาบานว่านี้เป็นวาจาของฉินอันจวิน คนที่เป็นถึงไท่จื่อของแคว้น วาจาหวานล้ำลุ่มหลงนางจนเรือนกายขนลุกชัน จนนางต้องเอามือลูบแขนให้ไรขนอ่อนมันสงบลง แต่อีกคนกลับคิดว่านางหนาวสั่น จึงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “หนาวรึ!” คิ้วคมเข้มย่นเข้าหากัน หัวคิ้วขมวดเป็นปมพร้อมกับแรงกอ
ในรถม้าของรุ่ยอ๋องที่มีเด็ก ๆ อยู่สี่คนและมีผู้ใหญ่หนึ่งเดียวคือหลี่เค่อหรือรุ่ยอ๋อง บรรยากาศเงียบงันจนรับรู้ได้ถึงความอึดอัด แต่รุ่ยอ๋องไม่ได้บังคับให้นางพูดหรือเล่าเรื่องทั้งหมด เพียงแต่นั่งเป็นเพื่อนนางมาถึงจวนตระกูลฟู่ที่เป็นเรือนพระราชทานที่ไม่ใช่จวนดั้งเดิมของต้นตระกูล เมื่อรถม้าจอด
“ก่อเรื่องแล้วจะหนีกลับรึ” องค์หญิงสามพูดขึ้น แต่ทว่ากลับได้รับรอยยิ้มมุมปากตอบกลับทำให้นางไม่พอใจ “นั่นเจ้ายิ้มสิ่งใด” ซานลู่ไม่ชอบใจเลยสักนิด ที่นางทำท่าหยิงยโสอวดดีเช่นนี้ “ไม่ใช่ว่าท่านเองหรอกรึ ที่เป็นคนผลักท่านหญิง ชิงหนิงแล้วแสร้งกระโดดน้ำลงไป เดิมข้าก็ไม่คิดจะเปิดโปง แต
กรี๊ด....ตู้ม!!! อะ...อ่าว... “-__-” สามคนทำสีหน้ายิ้มไม่ออกกับภาพที่เห็น ทั้งมองไปมาแลกสายตาให้กัน เสียงกรีดร้องบวกกับเสียงคล้ายบางสิ่งร่วงน้ำสร้างความตระหนกให้กับผู้ร่วมงาน โดยมีสี่พี่น้องตระกูลฟู่ยืนมองสตรีทั้งสองตกน้ำ และไม่นานในงานก็มีเสียงโวยวายของสตรีสูงวัยและวัยสาวสองคน
วันงานมาถึงสี่ตัวแสบตระกูลฟู่แต่งตัวกันอย่างเรียบร้อยสวยหล่อโดยเฉพาะสองแฝดกำลังเจ้าเนื้อนั้นน่ารักเป็นพิเศษเสียจนท่านแม่จับอินจื้อไปฟัดเสียหลายรอบ และได้รับสายตาบิดาที่มองอย่างริษยา ‘บิดาข้ามีรักลึกซึ้งเสียจริง ทุกวันได้กอดมารดาก็ยังไม่รู้จักพอ แค่น้องชายของนางทำเป็นหวง’ “ท่านแม







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)