แชร์

11

ผู้เขียน: รอรีวัน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-10 20:00:29

อาการป่วยของซูหยุนหนิงเริ่มต้นเมื่อครั้งที่นางอายุเพียงสิบสองปี เมื่อครั้งที่นางเป็นเพียงเด็กหญิงที่ไม่รู้ความ มันเกิดจากการที่นางกระโดดลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกรากและหนาวเหน็บเพื่อช่วยชีวิตเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ตั้งแต่นั้นมาร่างกายที่เคยแข็งแรง ก็เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ ทั้งที่ในช่วงวัยเด็ก นางร่างกายแข็งแรง ท่องเที่ยว ขี่ม้า ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามที่ใจของตนนั้นปรารถนา

แต่ทันทีที่ได้พบกับเขาโชคชะตาและชีวิตที่เคยสงบสุขของซูหยุนหนิงก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าเขาพรากโชคดีของนางไปเสียหมด ว่านฉีอี้ที่เคยมีร่างกายอ่อนแอและโชคร้ายกลายเป็นคนแข็งแรงและโชคดี เขาสัญญาและรับปากกับนางว่าจะดูแลและรักนางไปตลอดชั่วชีวิต ตลอดชั่วฟ้าดินสลาย

เขาสู้อุตส่าห์ฝ่าฟันใช้อำนาจเส้นสายมากมายเพื่อให้สตรีสามัญชนเช่นนาง กลายเป็นพระชายาเอก นางอยากได้สิ่งใดขอแค่เพียงเอ่ยปาก ว่านฉีอี้ล้วนแล้วแต่หามามอบให้นางทั้งสิ้นไม่มีบิดพลิ้ว ทั้งที่ในตอนนั้นรักกันถึงเพียงนั้นแท้ ๆ ฟ้าดินยังมีเปลี่ยนไป รักเองก็เช่นกัน ในช่วงเวลาหลังจากที่นางและเขาแต่งงานกัน ซูหยุนหนิงมีบุตรชายให้กับเขาไม่ได้

บุตรชายคนแรกแท้ง บุตรชายคนที่สองก็จากไปตั้งแต่ยังเยาว์ ครั้นมีบุตรคนที่สามก็กลายเป็นเด็กหญิง ร่างกายของนางย่ำแย่ลงทุกเมื่อ ถึงตอนนั้นว่านฉีอี้ก็ไม่โปรดปรานนางอีกต่อไป

ว่านฉีอี้อ้อนวอนขอร้องกับนางเพื่อให้ตนนั้นมีอนุภรรยา ซูหยุนหนิงที่แสนจิตใจดี รู้ว่าตนนั้นบกพร่องในหน้าที่ภรรยา จึงยินยอมทำตามคำขอ นับตั้งแต่นั้นก็ถือเป็นการเปิดประตูนรก มีอนุภรรยาคนที่หนึ่ง ย่อมมีคนที่สอง สาม สี่ ตามลำดับ หัวใจของซูหยุนหนิงแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นี่นะหรือชายที่นางรักและมอบหัวใจให้แก่เขา หลังจากเชื่อฟังคำยุแยงของเหล่าอนุภรรยาที่ตั้งใจจะเขี่ยนางให้พ้นทาง เขาก็ขับไล่นางและว่านฉีเส้าหนิงออกมาจากจวนอ๋อง ไปอยู่จวนพักร้อนที่รกร้างและไม่สนใจไยดีอะไรพวกนางสองแม่ลูกอีก เบี้ยหวัดที่เคยส่งมาให้พวกนางใช้จ่ายก็ลดน้อยลงไปในทุก ๆ ปี

ข้ารับใช้ทั้งหลายล้วนแล้วแต่ทนความลำบากไม่ไหวหนีจากพวกนางไปจนหมด ท้ายที่สุดสองแม่ลูกจึงขายจวนหลังนั้นและย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเล็ก ๆ ในชนบท ไม่เพียงพวกเขาไม่ตามหา ซ้ำยังทำเหมือนกับว่าพวกนางเป็นอากาศธาตุไร้ตัวตน

โรคร้ายแรงของซูหยุนหนิงนั้น ในตอนที่ว่านฉีอี้ยังมิหมดรักเขาพยายามรักษานางอย่างเต็มที่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็รักษาไม่หายเสียที หมอเทวดาทั่วทั้งแผ่นดินล้วนแต่ตบเท้าเข้าออกบ้านของนางกันเป็นพันละวัน ไม่มีผู้ใดเลยที่รักษานางให้หายขาด

ซูหยุนหนิงวัยสามสิบห้าปี นั่งทอดถอนใจอยู่หน้าบ้าน ในมือกำลังเย็บชุนเสื้อผ้าที่ขาดแล้วขาดอีกของบุตรสาว น่าสงสารเส้าหนิงที่ต้องเกิดมาเป็นบุตรสาวของนาง เด็กน้อยที่น่าสงสาร

“ท่านแม่ พี่ชายเป็นอย่างไรบ้าง” เด็กหญิงเห็นมารดาออกมานั่งทำงานก็ถามไถ่อาการของพี่ชาย

“ก้อนเงินก้อนทองของเจ้ายังไม่ตายหรอก” ซูหยุนหนิงรู้ใจบุตรสาว สาเหตุที่นางถามไถ่เพราะเกรงว่าเขาจะจากไปเสียก่อน  แล้วจึงนึกถึงคำขอร้องของเด็กชายได้ “หนิงเอ๋อ เจ้ารู้จักโรงเตี๊ยมต้นหลิวหรือไม่”

ว่านฉีเส้าหนิง กอดอกทำหน้าครุ่นคิด “ที่อยู่สุดประตูเมืองใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ถูกต้อง” ระหว่างนั้นก็นำป้ายหยกออกมาจากสาบเสื้อ

“ให้ข้าเอาไปขายหรือเจ้าคะ” เด็กหญิงเห็นของมีค่าก็ตาโต

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   99

    ท้ายที่สุดฉีมู่เหยาก็อยากให้เรื่องเช่นนี้จบสิ้นเสียที จึงลงมือสังหารบ่าวไพร่และบุตรชายของนาง รวมถึงลูกอนุภรรยาคนอื่น ๆ ด้วยตัวเอง นางไม่ต้องการให้เมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธแค้นชิงชังเติบโตไปมากกว่านี้ ถือเป็นการชดใช้ให้กับเสด็จพ่อผู้ล่วงลับ ฉีหลานเซี่ยหลานรักของนาง รวมถึงซูหยุนหนิงและสรรพชีวิตที่ต้องตายเพราะเขา เมื่อมั่นใจว่าทุกคนไร้ลมหายใจนางจึงจัดการเผาทุกอย่างทิ้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ให้มีผู้ใดรอดชีวิต“...” ว่านฉีจิ้งกระอักเลือดออกมาอีกกองโต ร่างกายร่วงหล่นจากพระราชบัลลังก์“ไม่ต้องห่วงเพคะฝ่าบาท” พูดจบนางก็ดื่มยาพิษที่เตรียมเอาไว้ “เราสองสามีภรรยาจะไปอยู่ด้วยกัน...ในนรก...นะเพคะ....”ทั้งสองร่างค่อย ๆ หมดลมหายใจอย่างทรมาน ว่านฉีอี้หยางเฟิงฝ่ากองทหารองครักษ์เข้ามาถึงท้องพระโรงได้ ก็พบว่าทั้งคู่สิ้นชีพไปแล้ว ทหารที่เหลืออยู่จึงทิ้งอาวุธและคุกเข่า“เรียนท่านอ๋อง ทั้งสองพระองค์...สิ้นพระชนม์แล้ว” หยางเฟิงจับชีพจรทั้งสองคนว่านฉีอี้เดินเข้าไปที่ศพของพวกเขาทั้งสองคนทีละก้าว และใช้มือปิดตาให

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   98

    ราชบัลลังก์สีทองที่เขาใฝ่ฝันถึงมานานนับสิบปี ในที่สุดว่านฉีจิ้งก็ได้ครอบครองมันเสียที เขานั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ใช้เลือดเนื้อของพี่น้องและครอบครัวแลกมันเพื่อให้ได้มา ผู้คนที่ตายไปแล้วพวกนั้นจะต้องภาคภูมิใจในตัวเขาอย่างแน่นอน“ฝ่าบาท ต้องหนีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ซุนกงกงคิดไม่ถึงว่าช่วงเวลาแห่งความสุขจะน้อยถึงเพียงนี้ ผ่านไปไม่กี่เดือนเท่านั้น ทหารกบฏก็สามารถรวบรวมกำลังพลได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้“ข้าไม่ไป ข้าเป็นเจ้าของบัลลังก์นี้ มีสิทธิ์โดยชอบธรรม” ว่านฉีจิ้งไม่คิดจะหนีไปไหนอย่างแน่นอนทุกอย่างมันเป็นของเขามาตั้งแต่ต้น เขาแค่ร่นระยะเวลาทุกอย่างให้เร็วขึ้นก็แค่นั้น“ถ้าพระองค์ไม่ไปงั้นกระหม่อมจะไปเอง” พูดไม่ทันขาดคำซุนกงกงก็วิ่งหนีหางจุกตูดหายไปในทันทีเสียงนอกท้องพระโรงดังโหวกเหวกโวยวาย ฉีมู่เหยาเดินเข้ามาโดยที่นางสวมชุดฮองเฮาเต็มยศ ถึงเวลาที่นางจะต้องจัดการคนคนนี้เสียที แม้จะช้าไปสักหน่อยก็ตาม“ฮองเฮา เจ้างดงามมาก” ว่านฉีจิ้งยอมรับว่าทั้งรักทั้งเกลียดนาง แต่ความรู้สึกที่มากที่สุดคือความรัก เขาร

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   97

    ส่วนหลางซีเยว่นั้นภายหลังได้ไปเปิดเผยความจริงเรื่องที่ให้เล่อฮวาหยวนดื่มยาลืมเลือน เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชนบทให้กับเขาฟังทั้งหมด จากนั้นก็ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองไปแล้ว โชคดีที่เขาทำเช่นนั้นไปเสียก่อนโดยที่ต้วนเต๋อชิงไม่ต้องเหนื่อยออกแรงกำจัดเขาด้วยตัวเอง คนที่ทรยศต่อพ่อบุญธรรมต้องถูกสังหารจนหมด ไม่เช่นนั้นจะเป็นภัยต่อฝ่าบาทหน้าที่ต่อไปของต้วนเต๋อชิงคือการตามหาท่านหญิงน้อยของตน ผู้เป็นอดีตองครักษ์ไม่เชื่อว่าศพที่พบในจวนแม่ทัพจะเป็นนาง เขาเลี้ยงดูนางมาย่อมรู้นิสัยของนางดี มั่นใจว่าหลังจากนี้อีกไม่นานเขาจะต้องหานางเจอ สายข่าวของเขาคาดเดาว่าพวกนางน่าจะหลบหนีไปอยู่ที่เป่ยโจว อดีตองครักษ์จึงตามไปดักรอนางก่อนที่นางจะไปถึงเป่ยโจวร่างกายสูงใหญ่ของอดีตองครักษ์ประทับนั่งอยู่บนหลังม้า สายตาสอดส่องไปยังผู้คนที่อยู่ในขบวนชาวบ้าน เขามั่นใจว่าอย่างไร พวกนางไม่ใครก็ใครต้องหลบอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน ก่อนหน้าเขาตามเบาะแสลวงไปจนเจอองครักษ์ประจำตัวของเล่ออี้จิน เมื่อพบว่าไม่ใช่ก็ลงมือสังหารสองคนนั้นไปแล้ว พร้อมกับตัดศีรษะเสียบประจานอยู่ที่ประตูเมือง ไม่เพียงเท่

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   95

    เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องตามลำพังเล่อฮวาหยวนจำเป็นต้องพูดคุยกับนางให้เข้าใจ ครั้นแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดแอบฟังอยู่ เขาจึงจำเป็นต้องเล่าสถานการณ์สำคัญให้นางฟัง“รัชทายาทลงมือแล้ว เขาน่าจะสังหารฝ่าบาทแล้วจัดฉากว่าพระองค์ป่วย อีกไม่นานเขาจะขึ้นสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้แห่งต้าเป่ยพระองค์ใหม่ และพวกมันจะไม่ปล่อยคนที่เป็นปรปักษ์เอาไว้อย่างแน่นอน” สีหน้าและน้ำเสียงของเล่อฮวาหยวนเคร่งเครียด“งั้นหมายความว่าเสด็จพ่อกำลังตกอยู่ในอันตราย”“ใช่ และไม่ใช่แค่เขากำลังตกอยู่ในอันตราย เจ้าและท่านแม่ก็ตกอยู่ในความเสี่ยง เส้าหนิงมองหน้าข้า” เล่อฮวาหยวนประคองใบหน้าของภรรยาที่เพิ่งจะกราบไหว้ฟ้าดิน“ขะ...ข้า...ข้าต้องทำอย่างไร” เส้าหนิงตัวสั่นไปหมด เรื่องนี้มันแตกต่างและร้ายแรงกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในงานล่าสัตว์นัก“เก็บของจำเป็นให้ครบถ้วนภายในเช้านี้ จากนั้นออกเดินทางไปพร้อมกับท่านแม่”“แล้ว... แล้วท่านกับท่านพ่อล่ะ” เส้าหนิงไม่เข้าใจ “ข้ากับท่านเพิ่งจะแต่งงานกันเองนะ”“หนิงเอ๋อ&r

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   94

    เพราะรู้ว่าคู่บ่าวสาวน่าจะเหนื่อยมาก จากการรับแขกมาตั้งแต่เมื่อวานไหนจะเรื่องการเตรียมงานและอะไรหลาย ๆ อย่างก่อนหน้านั้นอีก เล่ออี้จินจึงออกคำสั่งให้ทุกคนห้ามเข้าไปยุ่งวุ่นวายที่เรือนหอโดยเด็ดขาดและห้ามส่งเสียงดังจนทำให้พวกเขาตื่นนอน นางอาบน้ำร้อนมาก่อนรู้ว่าวันแต่งงานนั้นเหนื่อยมาก เมื่อนึกดูแล้วเล่ออี้จินก็อดคิดถึงสามีที่จากไปแล้วไม่ได้ตื่นนอนอีกทีก็มีสตรีตัวเล็กนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกัน เล่อฮวาหยวนรู้สึกหน้าร้อนไปหมด สำรวจเสื้อผ้าของทั้งเขาและนางพบว่ายังอยู่ครบไม่ได้มีอะไรหายไป มีเพียงแค่เสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยไปบ้างเท่านั้น เล่อฮวาหยวนไม่กล้าขยับตัวเพราะเกรงว่าจะทำให้นางตื่น จึงนอนนิ่งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม่ทัพหนุ่มคิดใคร่ครวญถึงหยกชิ้นนั้นพยายามผนวกความทรงจำต่าง ๆ รวมเอาไว้ด้วยกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าหยกชิ้นนั้นไปอยู่ที่เส้าหนิงได้อย่างไร ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ส่วนนางก็ผละออกจากเขา เล่อฮวาหยวนถอนหายใจอย่างโล่งใจหากมีเวลาอีกสักหน่อยเขาจะต้องพูดคุยเรื่องนี้กับนางให้ได้ แม่ทัพหนุ่มหย่อนขาลงจากเตียง จากนั้นจึงเดินออกไปล้า

  • ข้าเป็นบุตรสาวของนางเอกที่ถูกทอดทิ้ง   93

    อะไรบางอย่าง ร่างสูงเดินตามเข้าไปดู แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปถึงตัวนาง สิ่งของบางอย่างก็ถูกโยนใส่หน้าเขา โชคดีที่แม่ทัพหนุ่มมีปฏิกิริยารวดเร็วรับของชิ้นนั้นเอาไว้ได้“...”“เอาคืนไป แล้วก็ออกไปจากห้องข้าได้แล้ว”“คืน?” เล่อฮวาหยวนก้มหน้าดูของชิ้นนั้นที่อยู่ในมือของตนเอง ‘ป้ายหยก’ มันเป็นป้ายหยกที่เขาเคยใช้เมื่อยังเยาว์ แต่ภายหลังไม่รู้ว่ามันหายไปได้อย่างไร “ทำไมของชิ้นนี้มาอยู่กับเจ้า”ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็จำไม่ได้ หลางซีเยว่บอกกับเขาว่าหยกชิ้นนั้นหายไปในสนามรบ หรือว่านั่นก็เป็นเรื่องโกหกที่เขาสร้างขึ้น“บอกข้ามา ทำไมหยกชิ้นนี้จึงมาอยู่กับเจ้า” จำไม่ได้ จำไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าของสำคัญเช่นนี้ไปอยู่กับนางได้อย่างไรฮึก!! เส้าหนิงเบะปากเล็กน้อย ใช้หลังมือปาดน้ำตา“ไปคิดเอาเองว่าหยกชิ้นนั้นมาอยู่ในมือข้าได้อย่างไร ถ้าท่านจำไม่ได้ ก็ไม่ต้องจำ” นางเดินมาประชิดเขา ใช้สองมือทั้งผลักทั้งดันให้เขาออกไปให้พ้น ๆ หน้านางเสียทีร้องไห้ นางร้องไห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status