LOGINเธอทะลุมิติเข้ามาในร่างนางร้าย ตัดสินใจยกเลิกการหมั้นหมายกับนายทหารอนาคตไกล แล้วแต่งงานกับอันธพาลที่เพิ่งพ้นโทษแทน! ให้รู้ไปว่ากู้ชิงเหมยคนนี้จะเลือกเส้นทางเองไม่ได้
View Moreณ กรุงปักกิ่ง ปี 1978
ร่างของหญิงสาวรายหนึ่งกำลังนอนบนเตียง เปลือกตาของเธอขยับเล็กน้อย เมื่อเปิดตาเต็มที่หญิงสาวกลับเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพราะภาพที่เห็นนั้นไม่คุ้นตาเลยสักนิด
“ที่นี่มันที่ไหนกัน ฉันไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์เหรอ” เธอถามด้วยความตกใจ และเพ่งตามองไปรอบ ๆ เพื่อความแน่ใจ
ทว่าตกใจได้เพียงครู่เดียว อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็พุ่งเข้าชน จนเธอต้องยกมือขึ้นกุมไว้ด้วยความเจ็บปวด จากนั้นภาพความทรงจำต่าง ๆ ก็ฉายขึ้นมาราวกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ทำให้เธอรับรู้ว่าร่างนี้มีชื่อว่า กู้ชิงเหมย ซึ่งชื่อนางร้ายในนิยายที่กำลังฮิตติดตลาดอยู่ตอนนี้
‘ฉันเคยอ่านนิยายเรื่องนี้ เท่าที่ฉันจำได้ นางร้ายถูกส่งไปทำงานที่ชนบทแทนน้องสาว เพราะพ่อและแม่เลี้ยง ไม่ต้องการให้ลูกสาวสุดที่รักไปลำบากจึงทำการสับเปลี่ยนชื่อ แต่ไปไม่ทันถึงที่หมาย นางร้ายก็ตายเสียก่อน’
เมื่อคิดทบทวนมาถึงตรงนี้ เธอก็ส่ายหน้ารัว ๆ ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ แต่หนักแน่นในน้ำเสียง
“ฉันไม่รู้หรอกว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และไม่รู้ว่านี่คือนิยายหรือเรื่องจริง แต่สุดท้ายไม่ว่านี่คือที่ไหน ฉันก็จะเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง ให้มันรู้ไปว่าฉันผู้มาจากอนาคต จะมาตายเพราะถูกรังแกในยุคนี้!”
หลังจากเธอพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด และเริ่มทำใจเพื่อรับสภาพตัวเองให้ได้ สุดท้ายก็ยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น
“สิ่งแรกที่ฉันต้องทำ นั่นคือต้องหลบเลี่ยงที่จะไปทำงานที่ชนบทให้ได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง ว่าแต่จะทำอย่างไรดี” เธอพูดเหมือนปรึกษากับตัวเอง และนั่งคิดหาทางออก
ไม่นานก็เหมือนเธอจะนึกบางอย่างได้เพิ่มเติม
‘ร่างนี้มีสัญญาหมั้นหมายกับ เซียวจื่อเทียน นายทหารหนุ่มอนาคตไกล แต่เขากลับมีใจให้หญิงอื่น ตอนที่ร่างนี้ถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบท เขาไม่เคยร้องขอหรือช่วยเหลือเพื่อให้ร่างนี้อยู่ที่ปักกิ่งทั้งที่ทำได้’
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แววตาของเธอก็แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดออกมาอย่างไม่พอใจ
“ผู้ชายเฮงซวยอย่างนี้ แต่งงานด้วยก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องหาคนมาแต่งงานด้วยก่อนเสียแล้ว จะได้ไม่ต้องแต่งกับคนมักมากแบบนี้ แต่จะแต่งกับใครล่ะ” เธอได้แต่ถามตัวเองอย่างสับสน
‘ฉันเองก็ทำงานสายสีเทามาตลอดทั้งชีวิต ความสามารถที่มีก็ยากจะใช้ในยุคนี้ อีกทั้งนิยายก็อ่านไม่จบเลยไม่รู้ว่าเส้นเรื่องจบลงยังไง โอ้ย..ปวดหัว’ หญิงสาวคิดและทิ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหยุดเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ ‘เดี๋ยวก่อนนะ ยุคนี้ยังคงมีตลาดมืด งั้นฉันต้องหาพวกเจ้าพ่อหรือนักเลงที่มีอิทธิพลมาเป็นสามีสินะ เพื่อต่อไปจะได้ขยายการค้าทั้งในที่มืดและที่สว่างได้’
หญิงสาวพยายามผูกเรื่องราวทั้งหมดด้วยกัน แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าจะแต่งงานกับใคร เพื่อให้มาเอื้อผลประโยชน์ให้เธอในภายภาคหน้าได้
“ช่างเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ก่อนอื่นฉันต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องไปใช้แรงงานในชนบทก่อนดีกว่า เพราะฉันยังไม่อยากตายตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาไม่นาน”
เธอพูดกับตัวเองอีกครั้งและพยายามหาทางออกในเรื่องนี้ มือก็จัดผมบนหัวให้เข้าที่เข้าทาง เพราะหากใครมาเห็นเธอตอนที่พยายามทึ้งหัวตัวเองก่อนหน้านี้เข้า คงคิดว่าเธอเสียสติแน่นอน
สุดท้ายเมื่อยังหาทางออกยังไม่ได้ หญิงสาวก็รีบไปอาบน้ำเพื่อออกมาข้างนอกห้อง
“หึ...แม้ว่าร่างนี้จะเป็นคุณหนูคนหนึ่งของบ้าน แต่เมื่ออยู่กับพ่อและครอบครัวใหม่ของเขา เธอก็ไม่ต่างจากคนรับใช้ของทุกคน แต่ต่อจากนี้ ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอมทำทุกอย่างเหมือนที่ผ่านมาอีก” เธอพึมพำกับตัวเองหลังจากอาบน้ำแล้ว และกำลังแต่งตัวอยู่ที่หน้ากระจก
ห้องโถงของบ้าน
เมี่ยวซื่อเจียงกำลังนั่งสนทนาอยู่กับลูกสาว เธอยิ้มเยาะออกมา เมื่อคิดถึงเรื่องที่กู้ชิงเหมยต้องไปทำงานที่ชนบทแทนลูกสาว ส่วนคนเป็นพ่อไปที่โรงงานแล้ว เพราะเขาคือผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ คิดไปชายคนนี้นั้นได้ดีเพราะอดีตภรรยา
“แม่คะ นี่เหลือเวลาไม่ถึงเดือน นังชิงเหมยต้องไปใช้แรงงานที่ชนบทแล้ว จะไม่เกิดความผิดพลาดขึ้นใช่ไหมคะแม่ ฉันไม่อยากไปที่ลำบากในที่แบบนั้น ทำไมพ่อเป็นถึงผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ ถึงช่วยฉันเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องให้ฉันมานั่งคอยระแวงอยู่ได้”
กู้อี้ฟางพูดอย่างไม่พอใจ จนลืมไปว่าเพราะเส้นสายพ่อ เธอจึงถูกเปลี่ยนตัวได้
“แกอย่าพูดมากสิ พ่อแกเองก็ช่วยเรื่องนี้แล้ว หากวันนั้นพ่อไม่แจ้งชื่อกู้ชิงเหมยไป คิดเหรอว่าแกจะรอด อย่าลืมว่าแม่มันคือใคร ต่อให้ตายแล้วก็ยังมีชื่อเสียงที่ดี” คนเป็นแม่รีบบอกอย่างไม่พอใจ แต่ก็เข้าใจความรู้สึกลูกสาวดี
“ฉันขอโทษ แต่ฉันก็กังวลอยู่ดี หากมีใครไปพูดว่าพ่อใช้เส้นสายช่วยฉัน แล้วแก้ไขให้กลับมาเป็นชื่อฉันเหมือนเดิม ฉันไม่ซวยเหรอ” เธอยังคงพูดด้วยความกังวลในเรื่องนี้ เธอกลัวว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้ว ตัวเองต้องไปเหมือนเดิม
“แกไม่พูด ฉันไม่พูด พ่อแกไม่พูด แล้วใครจะรู้ ใครจะไปร้องเรียน แกเลิกคิดอะไรบ้า ๆ สักที แล้วนี่นังชิงเหมยยังไม่ออกมาทำงานบ้านอีกเหรอ มันจะนอนไปถึงไหน มื้อเช้าฉันก็ทำอาหารเองแล้ว มื้อเที่ยงฉันยังต้องทำอีกเหรอ”
เมี่ยวซื่อเจียงบ่นอย่างหงุดหงิด เธอไม่คิดว่าลูกเลี้ยงจะตื่นสายขนาดนี้ ทั้งที่หน้าที่การทำงานบ้านและอาหารพวกนี้เป็นของกู้ชิงเหมย
“นั่นสิแม่ หรือเที่ยงนี้เราออกไปกินบะหมี่หน้าซอยดีไหม ปล่อยให้มันอดไปคนเดียวเถอะ เรากลับมามันคงตื่นแล้ว” กู้อี้ฟางสบโอกาสจึงพูดขึ้นมาทันที เธออยากกินบะหมี่มาหลายวันแล้ว เลยหาเรื่องชวนแม่ไปกิน ไหน ๆ วันนี้มื้อเที่ยงพี่สาวต่างแม่ก็ยังไม่ได้ทำอาหาร
“งั้นเอาอย่างที่แกบอกก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันเข้าไปหยิบเงินก่อน แล้วหากพวกเรากลับมาแล้วมันยังไม่ตื่น คอยดูว่าฉันจะจัดการมันยังไง” เธอพูดอย่างเจ็บใจลูกเลี้ยงที่นอนตื่นสาย ก่อนเดินเข้าห้องตัวเองเพื่อไปเอาเงิน
หลังจากสองแม่ลูกออกจากบ้านไปแล้ว กู้ชิงเหมยจึงออกมาจากที่ซ่อน แล้วมองตามแผ่นหลังทั้งสองไปด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“คิดจะจัดการกับฉันเหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ” เธอพูดตามหลังสองแม่ลูกไป
เธอเดินมาที่หน้าห้องพ่อและแม่เลี้ยง ก่อนจะสะเดาะกุญแจอย่างชำนาญ โดยไม่มีร่องรอยงัดแงะให้เจ้าของห้องเห็น
บทที่ 5 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70s“คุณมั่นใจแล้วใช่ไหม แล้วเอาทะเบียนบ้านมาด้วยหรือเปล่า” ไป๋มั่วหยางแทบจะกลั้นหายใจถามคำถามนี้ แม้เขาจะได้ชื่อว่านักเลงและทำงานไม่ค่อยใสสะอาดสักเท่าไร ทว่าที่ผ่านเขาไม่ค่อยได้ใกล้ชิดผู้หญิงมากนัก แล้วหลายปีมานี้ก็อยู่ในคุก ได้เห็นตะวันก็นับว่าดีแล้ว เมื่อถูกผู้หญิงสาวสวยมาขอแต่งงาน จึงทำให้เขาประหม่าไม่น้อยเลยทีเดียว“อือ ฉันเอามา ก่อนอื่นฉันขอแนะนำตัวอีกครั้งนะ ฉันชื่อกู้ชิงเหมย เป็นลูกสาวคนโตของบ้านกู้ แม่ตายแล้ว พ่อแต่งงานใหม่ มีแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่หนึ่งคน ฉันเหมือนคนนอกของบ้านหลังนั้น แต่คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ฉันสามารถทำงานเลี้ยงตัวเองได้ และสามารถหาเลี้ยงคุณได้เหมือนกัน ว่าแต่ลูกน้องของคุณ ฉันสามารถสั่งงานพวกเขาได้ไหม ถ้าเราแต่งงานกันแล้วน่ะ” กู้ชิงเหมยตอบทุกอย่าง และถามกลับในเรื่องที่เธอสนใจ เผื่อว่าเธอต้องทำงาน แล้วอาจจะขอแรงคนของเขาบ้าง “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมมีลูกน้อง” เขายิ้มพร้อมกับเลิกคิ้วถาม แววตานั้นเหมือนกำลังเจอเรื่องที่สนุกเข้าแล้ว“ก็สองคนนี้อยู่ข้างคุณตลอด อีกทั้งพวกเขาดูจะนอบน้อมให้คุณ แล้วคุณก็บอกเองว่าคุณเป็นนักเลง คนเรา
บทที่ 4 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70s“คุณแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจ ผมไม่ใช่คนดี และเพิ่งออกมาจากคุก ผมอยู่ในนั้นมาหลายปี ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตยังไงด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มยังไม่ตอบในทันที แต่เขาถามกลับไปเพื่อหยั่งเชิงเธออีกครั้ง“แล้วยังไง ฉันขอแค่คุณไม่ใช่คนชั่วโดยสันดานและมีฉันคนเดียวก็พอ ฉันไม่ชอบใช้ผู้ชายกับคนอื่น แต่งกับฉันแล้วคุณต้องมีแค่ฉันเท่านั้น แล้วถ้าหากไม่อยากอยู่ด้วยกันอีก ก็บอกฉันคำเดียว ฉันจะหย่าให้ทันที” กู้ชิงเหมยตอบกลับไปอย่างชัดเจน เธอไม่สนใจหรอกว่าจะอยู่ด้วยกันเพราะรัก หรืออยู่เพราะความจำยอม ขอเพียงบอกคำเดียวว่าพบเจอผู้หญิงอื่นที่อยากจะไปอยู่ด้วย เธอจะปล่อยให้เขาจากไปอย่างไม่ลังเลไป๋มั่วหยางยกยิ้มอย่างชอบใจ ‘เกิดมาจนอายุเท่านี้แล้วยังไม่เคยเจอใครที่พูดจาชัดเจนแบบนี้มาก่อน ตอนนี้ฉันสนใจเธอขึ้นมาแล้วสิ’ “ดูแล้วเธอน่าจะอายุไม่เกินยี่สิบ ถ้าฉันตกลงแล้วครอบครัวเธอจะว่าอย่างไรล่ะ” เขาถามอีกครั้งอย่างอยากรู้ เพราะการที่ผู้หญิงอายุเท่านี้ขอถอนหมั้นกับนายทหารคนหนึ่ง แล้วมาขอผู้ชายแปลกหน้าแต่งงาน บ้านของเธอจะว่าอย่างไรเขาก็อยากรู้มาก“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะฉันไม่ใช่ลู
บทที่ 3 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70sขณะที่กู้ชิงเหมยกำลังจะเดินไปยังร้านอาหารของรัฐ และตั้งใจจะกินอาหารอย่างอร่อย แต่ไม่คิดว่าจะได้พบกับเซียวจื่อเทียน คู่หมั้นของร่างนี้ เธอไม่อยากจะสนใจจึงจะเลี่ยงเดินไปอีกทาง แต่กลับถูกเขาเรียกไว้“ชิงเหมย คุณมาทำไมที่นี่” นี่คือคำถามของชายหนุ่มที่ถามคู่หมั้นตนเองกู้ชิงเหมยขมวดคิ้วแน่น เธอหันมามองเขาและตอบกลับไปอย่างไม่พอใจ“คุณถามเหมือนฉันไม่ควรมาที่นี่ ถนนเส้นนี้เป็นของคุณเหรอคุณเซียว”คำตอบของเธอทำให้อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย เพราะปกติร่างเดิมไม่ใช่คนที่ต่อปากต่อคำเก่งอย่างนี้เซียวจื่อเทียนถึงแม้จะสงสัย แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่ง เพราะตอนนี้อยู่ในเครื่องแบบเลยไม่อยากทำให้เสียชื่อเสียง“ผมก็แค่ถามดูเท่านั้น เพราะปกติเห็นคุณอยู่แต่ในบ้าน ไม่ค่อยออกมาข้างนอก แล้วนี่จะไปไหนเหรอ ให้ผมไปส่งไหม คุณจะได้ไม่ไปพูดจาเหมือนหาเรื่องใครเขาอีก” เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง และถามเหมือนใส่ใจแต่ก็แดกดันอยู่เล็กน้อย‘จะว่าไปร่างนี้คือนางร้าย หากไปที่ไหนแล้วมีเรื่องคงไม่แปลก อีกอย่างเพราะเธอเอาความช่วยเหลือที่แม่ของตนเอง ได้ช่วยแม่ของเซียวจื่อเทียน มาเรียกร้องให้
บทที่ 2 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70sเมื่อเปิดประตูได้แล้ว เธอจึงรีบมายังตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดมันออก หญิงสาวพยายามค้นหาของทั่วทั้งตู้ จนเจอกล่องเหล็กขนาดกลางซ่อนอยู่ จึงได้หยิบมันออกมา แต่ไม่คิดว่าตนเองจะซุ่มซ่ามจนถูกเหล็กบาดนิ้วจนเลือดออก และเหมือนสร้อยคอที่ใส่อยู่จะหลุดออกมาจากคอ เธอจึงรีบยกมือไปคว้าเอาไว้ ทำให้เลือดที่ปลายนิ้วเลอะลงไปบนจี้ห้อยคออย่างไม่ตั้งใจ จากนั้นก็เหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดร่างของเธอเข้ามาที่โกดังแห่งหนึ่ง ซึ่งในนั้นเต็มไปด้วยของกินของใช้มากมาย“หรือนี่จะเป็นมิติวิเศษ เหมือนที่ฉันเคยอ่านในนิยาย” กู้ชิงเหมย มองด้วยดวงตาเบิกกว้าง และอุทานออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างยินดีเธอลองใช้มิติด้วยการหยิบของเข้าออกเหมือนที่เคยอ่านในนิยาย เมื่อทำได้จริง ๆ ก็ยิ้มอย่างดีใจ“เอาล่ะ ตอนนี้แม้อยากจะสำรวจพื้นที่ในนี้ว่ามีอะไรบ้าง แต่เวลากลับไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไร เดี๋ยวค่อยเข้ามาดูใหม่ก็แล้วกัน” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะรีบออกมา และเมื่อกลับมาในห้องก็เปิดกล่องเหล็กออกดู เธอก็พบเงินมากมาย อีกทั้งยังมีทองและเครื่องประดับจำนวนมาก“จะจัดการกับฉันงั้นเหรอ งั้นฉันจะจัดการเก็บ











