LOGIN“ท่านแม่” เล่อฮวาหยวนโอบกอดมารดาใช้เครายาว ๆ ของตนเองถูไถฝ่ามือของนาง
“ก
มือข้างหนึ่งของเล่อฮวาหยวนจับต้นคอของนางเอาไว้ อีกข้างรั้งเอวนางให้นางมานั่งทาบทับอยู่บนตัวเขา ร่างกายของนางสั่นเทา ดูคล้ายกับกระต่ายน้อยตัวเล็ก ๆ ที่กำลังอยู่ในอาการตื่นตกใจเมื่อเจอสัตว์นักล่า ชายหนุ่มโน้มใบหน้าของนางลงมาจุมพิต ริมฝีปากหยักบดจูบ ช่วงชิงความหอมหวานอย่างหื่นกระหาย เล่อฮวาหยวนขบเม้มริมฝีปากสอดลิ้นเข้าไปละเลียดชิมนางไม่รู้สึกว่าอยากจะขัดขืน นางโตพอและรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เส้าหนิงยอมให้เขาสัมผัสทุกส่วนของร่างกาย แต่กระนั้นก็อดตื่นเต้นไปกับการเล้าโลมของเขาไม่ได้ วงแขนเรียวเล็กโอบล้อมรอบต้นคอของผู้เป็นสามี สะโพกอิ่มขยับขึ้นไปนั่งทาบทับอยู่บนตักที่มีอวัยวะบางอย่างที่มีขนาดใหญ่โตรออยู่“อืม...” นางส่งเสียงร้องครางออกมาเบา ๆน้ำเสียงหวานใสที่นางส่งเสียงออกมานั้นกระตุ้นความรู้สึกของเล่อฮวาหยวนได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากหยักผละออกจากริมฝีปากนุ่มของนาง ลากลิ้นไล่เรื่อยไปที่ใบหูของเส้าหนิงที่เวลานี้เป็นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะขยับลงมาที่ต้นคอขบเม้มตีตราสร้างร่องรอยสีกุหลาบทุกการสัมผัส“อาห์...” เสียงรัญจวนของเส้าหนิงดังขึ้นเรื
“ท่านแม่” เล่อฮวาหยวนโอบกอดมารดาใช้เครายาว ๆ ของตนเองถูไถฝ่ามือของนาง“กรี๊ดดด ขนลุก” เล่ออี้จินโวยวาย ส่วนเส้าหนิงได้แต่ยืนอมยิ้ม ดูเหมือนว่าเล่อฮวาหยวนน่าจะนิสัยเหมือนกับแม่ทัพเล่อผู้ล่วงลับเสียมากกว่า ไม่ว่านางจะมองเช่นไรทั้งคู่ก็ไม่คล้ายกับเป็นแม่ลูกกันเลยสักนิด“ท่านมีแรงโวยวายเสียงดังเช่นนี้แสดงว่า ยังแข็งแรงดีสินะ”“ชิ เหม็น!! หนิงเอ๋อลูกสาวข้า พาเขาไปอาบน้ำก่อนเถอะ ส่วนข้าจะไปพูดคุยเล่นไพ่กับพวกป้า ๆ สักหน่อย”“ท่านแม่!! ไม่เคยเห็นท่านเล่นไพ่พวกนั้นมาก่อน” ว่านฉีเส้าหนิงไม่เข้าใจ“นี่ลูกเต่า” เล่ออี้จิน แบมือพร้อมกระชากคอเสื้อของบุตรชายลงมากระซิบกระซาบ ‘ได้เยอะอยู่นาน ได้น้อยกลับเร็ว’ สิ้นเสียงของมารดาเล่อฮวาหยวนก็หยิบเงินให้นางทั้งถุงจนหมดตัว“พรุ่งนี้ค่อยกลับก็ได้นะท่านแม่”เล่ออี้จินหายไปทันทีที่ได้รับถุงเงินของเล่อฮวาหยวน นางออกจากบ้านพร้อมปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย คราวนี้ดูเหมือนว่าในเร็ว ๆ นี้นางจะได้หลานแล้วกระ
ผ่านไปหลายเดือนแล้ว เส้าหนิงคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่หยุดพักอยู่ที่นี่ ไม่น่าจะมีใครคาดคิดว่าพวกนางจะมาอยู่ที่นี่ ผู้คนในหมู่บ้านเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปหมดแล้วไม่เหลือผู้คนที่นางเคยรู้จักอีกต่อไป เล่ออี้จิน เมื่อได้พักเหนื่อยจากการเดินทางรอนแรม ช่วงหลังก็กลับมาแข็งแรง ซ้ำยังมีแรงช่วยนางทำนั่น ทำนี่ไม่หยุด เมื่อได้รู้ว่าที่นี่คือบ้านของอดีตสหายความเครียดของนางก็น้อยลง อย่างน้อยก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนที่จากไปเช้าวันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันนางเข้าครัวต้มยาสมุนไพรทำการค้า รอเก็บเงินและทรัพย์สินให้ได้อีกสักหน่อยจึงจะพาเล่อฮูหยินกลับเมืองหลวง จากประสบการณ์ของนางที่ผ่านมาทำให้เส้าหนิงไม่สามารถไว้ใจใครได้อีก ผู้คนที่นางเคยคิดว่าเป็นห่วงเป็นใยนางที่สุดและใกล้ชิดนางที่สุดอย่างต้วนเต๋อชิงยังลงมือทรยศนางได้ลงคอเส้าหนิงอยู่ที่นี่แทบไม่รู้ข่าวสารบ้านเมืองหรือเรื่องราวใด ๆ เลย ทั้งเมืองคล้ายกับถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก เมืองที่นางอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่ทางผ่านสำหรับไปที่ไหน ไม่ใช่เมืองการค้าที่สำคัญ ผลกระทบของสงครามจึงไม่ค่อยส่งผลอะไรต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่มากนัก
เมืองที่ถูกเอ่ยถึงคือเมืองที่เล่อฮวาหยวนเพิ่งจะผ่านไปเมื่อราวสองเดือนก่อน ทันทีที่อ่านทุกอย่างจนจบ แม่ทัพหนุ่มก็ละทิ้งทุกอย่างสวมเสื้อคลุม กระโดดขึ้นอาชาสีขาวคู่ใจ“ท่านแม่ทัพจะไปไหน” จงอี้เหิงเอาตัวเข้าไปขวางไว้“รองแม่ทัพจงอี้เหิงฟังคำสั่ง ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ที่นี่ทุกอย่างให้ท่านบัญชาการจนกว่าข้าจะกลับมา” เล่อฮวาหยวนประกาศก้องเสียงดังก้อง ทหารนายกองทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กครู่หนึ่งจงอี้หยางกุนซือที่เพิ่งจะรับรู้เรื่องราว ก็วิ่งออกมาหารองแม่ทัพผู้เป็นน้องชาย“เกิดอะไรขึ้น”“จะมีอะไรได้ล่ะ ได้รับจดหมายของชินอ๋อง ที่ส่งมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ว่าพบเบาะแสของฮูหยิน ท่านแม่ทัพเลยรีบออกไปตามหา”“ฮูหยิน!!! ว่านฉีเส้าหนิงน่ะเหรอ” หลางหลินเหยาที่ตั้งใจต้มน้ำแกงบำรุงกำลังให้กับท่านแม่ทัพถึงกับหน้าถอดสี“คุณหนูหลิน” ทั้งสองคนทักทาย“ไม่ใช่ว่านางตายไปแล้วเหรอ” หลางหลินเหยาไม่คิดว่าสุดท้ายทุกคนจะเจอเบาะแสของสตรีผู้นั้น นางเป็นบุตรสาวเจ้าเมืองหลินโจว ที่ถ
ผ่านมาแปดเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่เขาแยกจากเส้าหนิง ทุกอย่างในราชสำนักกำลังกลับเข้าสู่สภาวะสงบสุข ราชบัลลังก์ได้ว่านฉีปาเป็นผู้ปกครองโดยองค์หญิงใหญ่ถูกแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีหญิงคนแรกของแผ่นดิน คอยเคียงข้างน้องชายให้คำปรึกษาทุกสิ่งทุกอย่างที่นางรู้หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งเขาและว่านฉีชินอ๋องก็เร่งรีบไปพบนางที่เป่ยโจวในทันที แต่หาได้พบตัวของเล่ออี้จินและว่านฉีเส้าหนิงไม่ แต่กลับพบศีรษะและร่างขององครักษ์ประจำตัวเล่ออี้จินถูกแยกออกเป็นส่วน ๆ ทั้งเขาและบิดาของนางใช้อำนาจทั้งหมดที่มีประกาศตามหานางแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่พบ เจ้าเมืองเป่ยโจวเองก็ช่วยตามหาอยู่เนือง ๆ เช่นกันแต่กระนั้นเพราะทุกอย่าง เพิ่งผ่านภาวะสงครามมาหมาด ๆ ทำให้ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ยากลำบากไปเสียหมดเล่อฮวาหยวนจนปัญญาแล้ว แต่ก็ไม่มีวันไหนที่เขาจะหยุดตามหานาง นอกจากนั้นแล้วการขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ของว่านฉีปา ยังส่งผลกระทบต่อชนกลุ่มน้อยที่อยู่ตามแนวชายแดน ทั้งเขาและว่านฉีอี้แบ่งหน้าที่กันไปคนละทิศหลังจากที่ไม่ได้ดื่มยาลืมเลือนที่หลางซีเยว่เคยให้กินแล้ว ความทรงจำบางอย่าง
ท้ายที่สุดฉีมู่เหยาก็อยากให้เรื่องเช่นนี้จบสิ้นเสียที จึงลงมือสังหารบ่าวไพร่และบุตรชายของนาง รวมถึงลูกอนุภรรยาคนอื่น ๆ ด้วยตัวเอง นางไม่ต้องการให้เมล็ดพันธุ์แห่งความโกรธแค้นชิงชังเติบโตไปมากกว่านี้ ถือเป็นการชดใช้ให้กับเสด็จพ่อผู้ล่วงลับ ฉีหลานเซี่ยหลานรักของนาง รวมถึงซูหยุนหนิงและสรรพชีวิตที่ต้องตายเพราะเขา เมื่อมั่นใจว่าทุกคนไร้ลมหายใจนางจึงจัดการเผาทุกอย่างทิ้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ให้มีผู้ใดรอดชีวิต“...” ว่านฉีจิ้งกระอักเลือดออกมาอีกกองโต ร่างกายร่วงหล่นจากพระราชบัลลังก์“ไม่ต้องห่วงเพคะฝ่าบาท” พูดจบนางก็ดื่มยาพิษที่เตรียมเอาไว้ “เราสองสามีภรรยาจะไปอยู่ด้วยกัน...ในนรก...นะเพคะ....”ทั้งสองร่างค่อย ๆ หมดลมหายใจอย่างทรมาน ว่านฉีอี้หยางเฟิงฝ่ากองทหารองครักษ์เข้ามาถึงท้องพระโรงได้ ก็พบว่าทั้งคู่สิ้นชีพไปแล้ว ทหารที่เหลืออยู่จึงทิ้งอาวุธและคุกเข่า“เรียนท่านอ๋อง ทั้งสองพระองค์...สิ้นพระชนม์แล้ว” หยางเฟิงจับชีพจรทั้งสองคนว่านฉีอี้เดินเข้าไปที่ศพของพวกเขาทั้งสองคนทีละก้าว และใช้มือปิดตาให







