Share

บทที่ 67

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-20 07:50:45

“รู้แล้วๆ อาจารย์ไปแน่นอน พวกเจ้าออกไปให้หมด” นางมองส่งทุกคนทยอยเดินออกไปจากห้อง กระทั่งนานมากกว่าท
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 71 จบ

    “เจ้าเล่า”นางพยักหน้า “ข้าอยากมา”“เช่นนั้นข้าพาเจ้ามาดีหรือไม่”“ตกลงตามนี้”“ได้”นางยิ้มจากนั้นคีบบะหมี่เข้าปาก ตอนที่กำลังสูดบะหมี่ก็เอียงหน้ามามองเขา เมื่อเห็นว่าเขามองนางอยู่ก็อมยิ้ม ...นางชอบบรรยากาศที่มีเขาอยู่ข้างๆ หัวใจของนางเต้นเร็วมากทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สนทนากับเขา กระทั่งตอนผละจากยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่หน่อยๆเทศกาลหยวนเซียว...หน้าจวนตระกูลหยางก็ยังคงเป็นสถานที่เริ่มต้นของร้านรวงและการประดับโคมไฟ อวิ๋นซูเหยานั่งรถม้าอ้อมมาจอดที่หน้าจวนตระกูลหยาง สามพี่น้องตระกูลหยางยืนรอนางอยู่ด้วยรอยยิ้ม “พี่ซูเหยา” หยางหว่านฉิงปักปิ่นแล้ว...“มาเถิด พวกเราไปเดินเล่นกัน” หยางสวินเคอเดินเข้ามาช่วยประคองนางลงจากรถม้า ใบหน้าหล่อเหลาประดับยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ วันนี้เขาสวมชุดสีดำปักลายปักษากุ๊นขอบสีแดง ดูทั้งเคร่งขรึมและสูงส่งสง่างาม นางสวมชุดสีขาวปักลายบุปผาสีม่วงยิ่งเดินเข้าไปอยู่ข้างเขาก็ยิ่งดูราวกับแสงสว่างที่อยู่เคียงข้างความลึกลับ ถึงอย่างนั้นในยามก้าวเดินชายชุดด้านหน้าที่เสียดสีกัน กลับทำให้ลายปักของคนทั้งสองดูกลมกลืน มองราวกับปักษาที่กำลังบินล้อลมกับมวลบุปผาสีม่วงผู้คนมากม

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 70

    แรกลืมตา...นางรู้สึกว่าในหัวว่างเปล่า สาวใช้ตรงหน้าเบิกตามองนางราวกับมองเห็นผี อีกฝ่ายวิ่งออกไปปากก็ตะโกนเสียงดังลั่น “นายท่านคุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ! นายท่าน!” นางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอรู้สึกกระหายเหลือเกิน ตอนพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ร่างกายนี้กลับอ่อนแรงราวกับไม่อยากจะเชื่อฟังนางเลยสักนิด ตอนหลับตาเพื่อสูดหายใจเข้าดึงสติ ไหล่กลับถูกประคองให้ลุกขึ้น อวิ๋นซูเหยาลืมตาก็พลันสบตาคมดุคู่หนึ่ง เขามองนางจากนั้นช่วยนางให้ลุกพิงหัวเตียง “จิบน้ำหน่อยดีหรือไม่”นางพยักหน้าจากนั้นจ้องมองเขา “ท่าน...เป็นใคร”เขาชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด “ข้าแซ่หยาง นามรองเสียงเฟิง หยางสวินเคอ”“แล้วข้า...เป็นใคร?” นางมองไปรอบๆ ดวงตาบ่งบอกถึงความงุนงงสับสน “เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดข้าจึง...”“ดื่มน้ำก่อน” เขาส่งน้ำอุ่นมาจ่อที่ริมฝีปาก นางยอมดื่มโดยดีจากนั้นยังคงจ้องมองเขา“เจ้าแซ่อวิ๋น นามรองเมิ่งเมิ่ง อวิ๋นซูเหยา”“อวิ๋นซูเหยา??”“รู้สึกคุ้นหูบ้างหรือไม่” นางส่ายหน้า “เช่นนั้นแซ่หลินเล่า หลินมู่เซิน คุ้นหูบ้างหรือไม่” นางยังคงส่ายหน้าเขากลับยิ้ม “ไม่เป็นไร เจ้าเพิ่งได้สติอาจใช้เวลาในการฟื้นฟู” เขาลุกขึ้นเมื่อไ

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 69

    หลินมู่เซินสวมชุดสีฟ้าปักลายปักษา เรือนผมยาวเกล้ามวยปักปิ่นหยกขาวเรียบๆ ไม่มีกำไล ไม่มีเครื่องประดับอื่น นางเดินเคียงข้างหยางสวินเคอเข้าไปในวังหลวง ตรงไปยังตำหนักเฟิ่งหวงเพื่อเข้าเฝ้าฮองเฮา หลินซีหลินด้วยการสนับสนุนของตระกูลหลินได้ก้าวขึ้นครองบัลลังก์หงส์เคียงข้างมังกรผู้สง่างาม ทั้งความรู้ ความสามารถ ความเฉลียวฉลาด และความดีงาม นางมองศิษย์ของตนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ราวกับมองบุตรสาวที่เพิ่งออกเรือนและดูแลผู้คน จากนั้นยิ้มพร้อมลูบหลังมืออีกฝ่าย “อาจารย์...จะกลับหลิงซานแล้ว พวกเจ้าเป็นเช่นนี้ดีมากๆ แล้ว อาจารย์ไม่มีห่วงเรื่องใดทั้งสิ้น” นางมองหลินโม่หลินที่เอาแต่ก้มหน้า “โม่หลิน”“อาจารย์”“หลังจากอาจารย์ขึ้นหลิงซาน เจ้าก็...ออกเดินทางเถิด” เขาเบิกตามองนางอย่างไม่ยินยอม “อาจารย์พานพบกับความเศร้าและการพลัดพรากมามากเกินไป ดังนั้นครั้งนี้อยากเห็นแก่ตัวสักครั้ง ให้อาจารย์ได้อยู่อย่างสงบไม่ต้องทนมองพวกเจ้าโศกเศร้าและร้องไห้ ทำให้อาจารย์ได้หรือไม่”“แต่...”“หลังอาจารย์จากไปสักหนึ่งเดือน อาจารย์จะให้ปราชญ์หยางส่งข่าวมาให้พวกเจ้ารับรู้”เงียบ...นางถอนหายใจ “ไม่โศกเศร้า...ทำไม่ได้หรอก แต่หากรู

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 68

    ตอนนี้นางกำลังจะตายแต่อวิ๋นซูเหยากลับยังคงอยู่ นางไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะยังอยู่ได้นานเท่าไหร่หากนางจากไป หรือนางจะกลับเข้าไปอยู่ในร่างของอวิ๋นซูเหยา ไม่ก็ทุกอย่างจะจบสิ้นลงไปพร้อมกับตัวนางที่สิ้นใจในร่างของตัวเอง ไม่มีใครบอกได้ ไม่มีใครให้ความมั่นใจหลินมู่เซินคว้ามือของอวิ๋นซูเหยาขึ้นมาลูบเบาๆ ‘อวิ๋นซูเหยา...เจ้าอยู่ที่ใด อยากกลับมาหรือไม่’มองสภาพความเป็นอยู่ของอีกฝ่าย นางตระหนักดีว่าหยางสวินเคอให้ความดูแลดีมาก แม้แต่กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ก็ไม่มีสักนิด สาวใช้สามคนอยู่เฝ้าตลอด ในเรือนมีทุกอย่างครบครัน มองออกไปด้านนอกหลินโม่หลินกำลังสนทนาอยู่กับอวิ๋นหยวนที่เพิ่งมาถึง หยางสวินเคอเองก็เดินเข้าไปหาบุรุษทั้งสอง นางกุมมือของอวิ๋นซูเหยาหลับตาถ่ายทอดกำลังภายในของตนให้อีกฝ่าย ‘อวิ๋นซูเหยา เจ้าอยากกลับมาหรือไม่ หากรักษาร่างของเจ้าเอาไว้ เจ้าอยากกลับมาหรือไม่ หากเจ้ากลับมา ตื่นขึ้นมา ข้าจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง ให้เจ้าอยู่ต่อไปดีหรือไม่ อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา...แทนข้า’นางค่อยๆ ผ่านลมปราณเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย ส่งกำลังภายในที่นางฝึกฝนมานับร้อยๆ ปี ส่งทุกอย่างให้เด็กสาวที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติ เพราะจะอย่า

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 67

    “รู้แล้วๆ อาจารย์ไปแน่นอน พวกเจ้าออกไปให้หมด” นางมองส่งทุกคนทยอยเดินออกไปจากห้อง กระทั่งนานมากกว่าที่นางจะส่งเสียง “ท่านปราชญ์หยางมีเรื่องสนทนากับข้าหรือ”หยางสวินเคอก้าวออกมายืนที่ขอบประตู เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาเพียงยืนมองนางจากจุดนั้น “ข้ามีเรื่องอยากถาม ไม่ทราบว่าแม่นางหลินจะสะดวกหรือไม่”นางขยับตัวก้าวลงจากเตียง ชุดตัวในสีขาวทำให้ชายหนุ่มหันไปมองด้านอื่น เขาส่งเสียงเรียกสาวใช้ให้เข้าไปช่วยหญิงสาวแต่งตัว “ไม่ต้อง ข้าทำเองได้ ท่านไปรอข้าที่โต๊ะในสวนก็แล้วกัน”“ได้” นางมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย ในใจได้แต่ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับหยางสวินเคอดี การพบกันของนางกับเขาเป็นความผิดพลาด ตั้งแต่แรกนางก็ไม่ควรมีสายสัมพันธ์อันใดกับบุรุษ ไม่ควรมีเรื่องราวของความรักและความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ความรู้สึกผูกพันรังแต่จะทำให้เจ็บปวดทั้งกับนางและกับเขา หากเป็นเมื่อก่อนนางอาจลังเลเพราะมีเวลาให้ต้องสูญเปล่า รั้งอยู่ข้างกายเขาไม่กี่ปีเขาจากไปนางก็จะโดดเดี่ยวและทุกข์ทน ทว่าตอนนี้ต่างออกไปนางกำลังจะจากไปเป็นเขาเองที่จะต้องเศร้าโศกจากการสูญเสียและพลัดพราก หากเป็นนางที่เคยผ่านเรื่องเหล่านั้นมานับครั้งไม่ถ้วน นา

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 66

    หลินมู่เซินกอดปลอบอีกฝ่ายน้ำตาของนางหลั่งริน หญิงสาวเอนศีรษะลงแนบแก้มกับหน้าผากของศิษย์รัก “กรรมใดใครก่อผู้นั้นย่อมต้องรับกรรม แต่ในเมื่อเจ้าอภัยให้เขาแล้วดังนั้นโทษอาจจะลดลงบ้างกระมัง ไม่รู้สิข้าเองก็ยังไม่เคยตาย ไม่รู้ว่าหลังจากตายไป สวรรค์หรือนรกจะรับฟังเสียงของการให้อภัยหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้เจ้าเองก็มิใช่หลุดพ้นแล้วหรอกหรือ เขาเองก็ด้วย”“อาจารย์”“หืม”“จำได้ว่าวันแรกที่ท่านช่วยข้าเอาไว้ ท่านแบกข้าขึ้นเขามา วันนี้ท่านเองก็แบกข้าขึ้นหลังเหมือนวันนั้นเลย ข้าดีใจมาก สุดท้ายแล้วข้าก็ยังได้ขี่หลังท่าน”“ไว้วันหลังข้าแบกเจ้าอีกดีหรือไม่”“ไม่ได้แล้ว อาจารย์ข้าขอโทษ”“ขอโทษเรื่องใดหรือ”“ขอโทษที่ทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว ขอโทษที่ท่านต้องพานพบกับการพลัดพรากอีกแล้ว ข้าพยายามแล้ว อยากอยู่ให้นานอีกหน่อย อยู่เป็นเพื่อนท่าน แม้ไม่ได้อยู่เคียงข้างท่านแต่ตลอดมาก็อยู่แผ่นดินเดียวกัน มีสายสัมพันธ์ที่ท่านหลงเหลืออยู่เอาไว้ให้ท่าน แต่ตอนนี้แม้แต่ข้าก็กำลังจะจากไปทิ้งให้ท่านโศกเศร้าเดียวดายเพียงลำพัง ข้าขอโทษท่านด้วยที่อาจารย์ต้องมาฝังศพของศิษย์อีกคนแล้ว”หลินมู่เซินหลับตาน้ำตาหลั่งริน “ไม่เป็นไร ใค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status