All Chapters of ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า: Chapter 1 - Chapter 10

29 Chapters

บทที่ 2

ฝีเท้าเบาหวิวค่อยๆ วางลงบนพื้น หยัดยืนจากนั้นก้าวลงจากเตียง สิ่งแรกที่นางทำก็คือเดินไปยังคันฉ่องที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ไกลนัก เส้นผมยาวจรดบั้นเอว ใบหน้าล้อมกรอบขาวซีดบนหน้าผากมีแถบผ้าพันเอาไว้โดยรอบ หางคิ้วปวดตุบศีรษะมึนงง ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือเกิน เรือนกายผอมแห้งซูบเซียว ผิวกายเนียนละเอียดราวกับไม่เคยต้องตรากตรำ ใบหน้างดงามดวงตาสุกใสทว่าส่องประกายงุนงงสับสน“นี่คือ...ข้า??” เสียงแหบแห้งพึมพำกับตัวเองเบาๆ นาง...รู้สึกว่างเปล่า ไม่สิ ไม่ใช่เพียงความรู้สึกเท่านั้น เพราะในหัวของนางนั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความทรงจำ!!!ประตูถูกเปิดแง้ม...ไม่นานนักก็มีเสียงตะโกนของสาวใช้ นางยังไม่ทันได้หันไปมองก็ต้องถอนหายใจออกมาเพราะเสียงตะโกน “คุณหนูอวิ๋นฟื้นแล้ว!!! นางฟื้นแล้ว! ให้คนไปแจ้งฮูหยินเร็วเข้า!”แม้แต่จะส่งเสียงบอกให้สาวใช้ผู้นั้นอย่าได้เอะอะโวยวายนางก็ทำไม่ได้ ในห้องนอนนี้ขนาดประตูก็ไม่อาจลงกลอน ใครจะเข้าก็เข้าจะออกก็ออก นางให้รู้สึกหงุดหงิดนัก! ยิ่งไปกว่านั้นไม่นานทุกอย่างก็ยิ่งวุ่นวาย มีคนมากมายเข้าๆ ออก คำถามมากมาย ท่านหมอถามก็แล้วไปเถิด ทว่าทั้งแม่นม สาวใช้ ฮูหยินเจ้าบ้านที่อยู่ตรงหน้า ทุกคนแม้ถามร
last updateLast Updated : 2025-12-27
Read more

บทที่ 3

จ้าวเหยียนเลิกคิ้ว “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?!”“เดิมทีท่านปราชญ์อวิ๋นมีกำหนดจะย้ายไปสอนยังสำนักศึกษาแห่งเมืองไป๋หลิน ทว่าต่อมากลับเปลี่ยนใจเข้าสอนในสำนักศึกษาหลวงต่อในฐานะปราชญ์หลวง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ให้ตายอย่างไรเขาก็ปฏิเสธตำแหน่งนี้” หยางสวินเคอยิ้ม“เช่นนั้นเจ้าว่าเขาคิดจะทำอะไร”“เดิมทีหากจวนโหวผูกไมตรีผ่านการแต่งงานกับตระกูลอวิ๋นสำเร็จ จวนโหวก็เท่ากับชนะใจบัณฑิตที่เคยเป็นศิษย์ของท่านปราชญ์อวิ๋นไปกว่าครึ่งแคว้น ทว่าพวกเขากลับเลือกที่จะดึงตระกูลหลิวที่ร่ำรวยไปเป็นพวกแทน เห็นชัดว่าปลาฮุบเหยื่อแล้ว”จ้าวเหยียนกลับขมวดคิ้วเหม่อลอยไปชั่วครู่ “เจ้าว่า...พวกเขาเริ่มรวบรวมเงินเช่นนี้จะใช้เลี้ยงกองกำลังมากมายเพียงใด”“ตอนนี้ชายแดนทั้งสามด้านสงบร่มเย็น จะมีกองกำลังมากเพียงใดก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือรากฐานในใจของผู้คนแคว้นต้าเยวี่ยและเหล่าบัณฑิต”“ไม่สำคัญจริงๆ หรือ”หยางสวินเคอยิ้ม “ทรงทราบหรือไม่ว่าในเมืองหลวงผู้ใดมีกองกำลังในมือที่แข็งแกร่งที่สุด”“ย่อมต้องเป็น...ผู้บัญชาการหวัง”“เขารับคำสั่งโดยตรงจากผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ”“เสด็จพ่อ...”หยางสวินเคอยังคงยิ้ม “จะทรงต้องการกองกำลังมากมายไปเพื่อเหตุใด? เพื
last updateLast Updated : 2025-12-29
Read more

บทที่ 4

“ปวดศีรษะอีกแล้วหรือเจ้าคะ”“เล็กน้อย”หูซื่อพยักหน้า “เช่นนั้นให้ข้าน้อยเคี่ยวน้ำแกงให้ท่านดีหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ข้าไม่เป็นอะไร ท่านทำงานเสร็จก็ไปพักผ่อนเถิด ที่นี่ไม่ใหญ่มาก มีเพียงข้าท่านไม่ต้องคอยเฝ้าหรอก ข้าจะออกไปนั่งที่สวนกับอวี๋เอ๋อร์” นางพบว่าตัวเองชอบปล่อยผมสยายมากกว่า ทุกคนคิดว่านางถือสาเรื่องแผลเป็นที่หางคิ้ว ไม่อยากรวบผมเพราะกลัวมีคนสังเกตเห็น นางคร้านจะอธิบายดังนั้นจึงปล่อยเลยตามเลยทั้งที่ความจริงคือการปล่อยผมยายสยายเช่นนี้รู้สึกสบายกว่ามาก บางครั้งหากร้อนมากนางก็จะรวบมัดหลวมๆ เอาไว้หลังคอในหนึ่งเดือนนี้ข้ออ้างเกี่ยวกับอาการที่ยังไม่หายดี ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้ามารบกวนนางกับบิดาที่เรือนพำนัก กระทั่งวันหนึ่งหูอวี๋ที่ออกไปซื้อของกลับมาก็รีบเล่าให้นางฟัง “ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์??”“เจ้าค่ะคุณหนู มีข่าวลือว่าบางทีขบวนต่างๆ ที่ถูกดักปล้นก็เพราะคนของราชสำนักกำลังจะนำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับมา”ตำนานเล่าขานส่งต่อมารุ่นต่อรุ่น ผู้คนแคว้นต้าเยวี่ยไม่มีใครไม่เคยได้ยิน อวิ๋นซูเหยานิ่งฟังเพราะนางเองก็คล้ายรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง แม้ไม่ถามก็ตระหนักรู้ถึงเรื่องของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่
last updateLast Updated : 2025-12-29
Read more

บทที่ 5

นางมองชายหนุ่มจากนั้นพยักหน้าไม่ได้กล่าววาจา“ข้าแซ่หยาง นามสวินเคอ มีนามรองว่าเสียงเฟิงหากท่านปราชญ์อวิ๋นกลับมาแล้วอยากสอบสวนเอาความ ข้าพร้อมให้คำอธิบาย”“ไม่ต้อง” นางส่งเสียงในที่สุด “ข้ามิได้ถือสา”เขาเลิกคิ้วคล้ายอยากกล่าวอะไรทว่ากลับเงียบ “เช่นนั้น...รบกวนแล้ว”นางประสานมือขึ้นคล้ายจะค้อมกายคารวะ คิ้วเรียวมุ่นลงอีกครั้ง เปลี่ยนเป็นวางมือประสานกันที่ข้างเอวยอบกายให้เขาคราหนึ่ง “ขออภัยที่ข้าไม่สะดวกออกไปส่ง” กล่าวจบก็หมุนตัวจะเดินกลับเข้าเรือนทว่าอีกฝ่ายกลับส่งสียงรั้งนางเอาไว้“คุณหนูอวิ๋น”นางหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“แม้ที่นี่เป็นเรือนพำนักของท่านปราชญ์อวิ๋น แต่สำนักศึกษาหลวงก็ไม่ใคร่จะมีสตรีพำนักอยู่ ดังนั้นจะเป็นการดีกับท่านมากกว่าหากว่าท่านแต่งกายให้เหมาะสมรวบผมให้เรียบร้อย จะอย่างไรท่านก็ยังไม่ออกเรือน” เขาเพิ่งพูดจบแถบผ้าที่นางใช้มัดผมก็ปลิวไปตามสายลมร่วงหล่นลงตรงหน้า เส้นผมยาวสยายพลิ้วไหวไปกับสายลมล้อมกรอบใบหน้างดงามที่ยังคงมีร่องรอยซีดเซียว“ข้ายังไม่ปักปิ่นด้วยซ้ำจะต้องมากเรื่อง...” นางชะงักหยุดพูด “ข้า...น้อมรับการตักเตือน ขอตัวก่อน”นางไม่ได้เดินไปเก็บ
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more

บทที่ 6

ชั่วขณะที่นั่งครุ่นคิดยังร้านบะหมี่เพื่อรออหูอวี๋กลับมา นางเผลอยกมือหนึ่งขึ้นเท้าคางนิ้วชี้เคาะข้างแก้มเบาๆ เป็นจังหวะราวกับพลั้งเผลอ นานมากอยู่ๆ นางก็มองเห็นคนผู้หนึ่งเดินมานั่งริมถนนฝั่งตรงข้าม ป้ายอักษรที่เขาเพิ่งวางลงเรียกความสนใจของนางเอาไว้ กระทั่งกว่าจะรู้ตัวก็เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าป้ายอักษรนั้นแล้ว “นี่คือเงินยี่สิบตำลึง ท่านไปจัดการธุระของตัวเองให้เรียบร้อย จากนั้นทำอย่างไรก็ได้สืบเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่เคยเกิดขึ้นกับคุณหนูอวิ๋น อวิ๋นซูเหยา บุตรสาวของท่านปราชญ์อวิ๋น นางเป็นใคร นิสัยใจคอ ทำอะไรบ้างในช่วงสองสามปีมานี้ ใครเกี่ยวข้อง สนิทสนม ผิดใจ ชอบหรือไม่ชอบนาง และนางชอบหรือไม่ชอบผู้ใด ให้เวลาท่านครึ่งเดือนมารอพบข้าที่นี่เวลานี้”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาสงสัย “ข้าไม่ทำเรื่องผิดศีลธรรม ไม่ขายตัวเป็นทาส เรื่องคุณหนูอวิ๋นผู้นั้น...”“ข้าก็ไม่ได้คิดจะให้ท่านทำเช่นนั้น ข้าก็คือนาง ข้าสูญเสียความทรงจำจึงอยากรู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าเป็นคนอย่างไร หากตกลงก็รับเงินไป”เขายังคงขมวดคิ้วมองนาง “ไม่กลัวว่าข้าจะรับเงินแล้วหนีหายไป?”“จะใช้คนก็ต้องเริ่มจากเชื่อใจ หากไม่อาจเชื่อใจเช่นนั้นก็ใช้งานไ
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more

บทที่ 7

ภายในจวนตระกูลหลินตกอยู่ในความวุ่นวายชั่วขณะ ก่อนหน้านี้มีราชโองการจากฮ่องเต้เพื่อเรียกตัวสตรีนางหนึ่งกลับเมืองหลวง อีกทั้งสตรีนางนั้นยังแซ่หลินทั้งยังถูกระบุในราชโองการว่าเป็นบุตรนอกสมรสของท่านแม่ทัพหลินกวงหมิง เรื่องเช่นนี้สมควรเป็นเรื่องน่ายินดีด้วยรัชทายาทกำลังจะเลือกชายา หากโชคดีชายารัชทายาทอาจมาจากตระกูลหลินก็เป็นได้ทว่า...หลินมู่เซินผู้นี้ไม่มีคนตระกูลหลินคนใดล่วงรู้ว่ามีตัวตน!!!ผู้มาถูกส่งเข้าเรือนพำนักในจวนตระกูลหลิน หมอหลวงถูกส่งมาดูอาการโดยที่ตระกูลหลินเองก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้า เห็นชัดว่าเรื่องนี้มีคนช่วยจัดการอยู่ก่อนแล้ว หลินฮูหยินมองผู้เป็นสามีจากนั้นเหลือบมองบุตรสาวและบุตรชายที่เพิ่งติดตามกลับมาจากชายแดนตะวันตก หมอหลวงยังไม่กลับออกมาฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหลินก็ถูกประคองเดินมายังเรือนพำนักบัดนี้เรือนจวี๋ฮวาเต็มไปด้วยคนตระกูลหลิน ความสงสัย ความกังวล ความงุนงง ความสับสนไม่เข้าใจของแต่ละคนลอยอวลในอากาศจนน่าอึดอัด ทว่าน่าแปลกที่ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหลินยังคงมีท่าทีเยือกเย็น นางไล่บ่าวไพร่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทั้งหมด เหลือเพียงคนสนิทที่ไว้ใจได้จากนั้นกวาดสายตามองคนตระกูลหลิน แม่ทั
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more

บทที่ 8

หลินกวงหมิงพยักหน้าจากนั้นหันไปมองหลินฉางและหลินเฉียว “คราแรกพวกเจ้าต้องเข้าวังหลวงไปพร้อมแม่นาง...ข้าหมายถึงมู่เซิน ทว่าตอนนี้เกิดเรื่องไม่คาดคิด มู่เซินนางไม่ได้สติ เช่นนั้นเจ้าทั้งสองก็ต้องเข้าวังหลวงไปพร้อมกับแม่นางซีหลิน นางอายุมากกว่าพวกเจ้าทั้งสองคนเช่นนั้นก็เป็นพี่สาว มีเรื่องอะไรก็ต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”หลินฉางขมวดคิ้วมองบิดาจากนั้นเหลือบไปมองมารดา ทว่าหลินเฉียวกลับมีท่าทีโกรธกรุ่น “ท่านพ่อ อยู่ๆ ท่านก็มีบุตรสาวบุตรชายเพิ่มเข้ามาถึงสามคน ท่านไม่คิดจะอธิบายอะไรให้พวกเราทุกคนกระจ่างมากกว่านี้เลยหรือ ท่านผิดต่อท่านแม่ถึงเพียงนี้แต่ท่านกลับ...”“ชีเอ๋อร์”หญิงสาวกัดปากไม่กล้าพูดอะไรต่อ หลินฮูหยินถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ให้เป็นไปตามที่ท่านสั่ง พวกเจ้าเองก็ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เอาละกลับเรือนไปได้แล้ว”“ท่านแม่ข้าส่งท่านกลับเรือน” หลินกวงหมิงเข้าไปช่วยประคองมารดา “ฮูหยินเจ้าก็มาด้วยกันสิ”คุณชายและคุณหนูตระกูลหลินมองตามคนทั้งสาม ความสงสัยเต็มอก ความสับสนถูกเก็บกดเอาไว้ในใจ ทุกคนมองหลินฝานและหลินอี หวังว่าพี่ชายและพี่สาวจะรู้เรื่องมากกว่านี้ ทว่าจนแล้วจนรอดนอกจากรู้ว่าบิดาป
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more

บทที่ 9

“หลิน...มู่...เซิน?” หยางสวินเคอทวนชื่อแซ่ของหญิงสาวช้าๆ ชัดๆ“เจ้าก็รู้สึกว่ามันแปลกใช่หรือไม่ ระยะนี้ข่าวลือเกี่ยวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทำให้เกิดเรื่องมากมาย ขบวนที่กลับเข้ามาเมืองหลวงหลายๆ ขบวนถูกโจมตีปล้นฆ่า มีข่าวลือหนึ่งกล่าวว่าเสด็จพ่อให้คนออกไปตามหาต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่หายสาบสูญ มีคนปักใจเชื่อด้วยซ้ำว่าคนที่จะนำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับเข้าเมืองหลวงก็คือแม่ทัพหลิน เพราะเป็นเช่นนี้ขบวนเดินทางของแม่ทัพหลินจึงถูกดักปล้นกลางทาง ตอนนี้ยังบังเอิญมีแม่นาง หลิน[1]มู่[2]เซิน[3] กลับเข้าเมืองหลวงอีก เกรงว่าต่อไปผู้คนคงคิดว่านางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กระมัง เพราะมีความเชื่อหนึ่งเคยกล่าวว่าแท้ที่จริงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็คือคนผู้หนึ่ง จะว่าไปมีใครบ้างเคยยืนยันว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แท้ที่จริงคือสิ่งใด ขนาดเสด็จพ่อเองก็ไม่เคยตรัสถึง”หยางสวินเคอขมวดคิ้วเดินกลับไปนั่งลง เขายื่นมือไปคว้าพู่กันจากนั้นเขียนอักษรหนึ่งลงไป “อักษรมู่เพียงอักษรเดียวคือต้นไม้” จรดอักษรอีกตัว “อักษรมู่สองตัวคือหลิน...ป่าไม้” คิ้วเข้มมุ่นลงจากนั้นเขียนอีกอักษร “แต่หากอักษรมู่สามตัวเขียนเรียงกันก็จะกลายเป็น...ป่าใหญ่” นามนี้..
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more

บทที่ 10

อีกฝ่ายแค่นหัวเราะ “ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง หรือหากไม่จริงเจ้าก็เล่นละครตบตาผู้อื่นได้ดียิ่ง ฟังว่าแม้แต่หมอหลวงเองก็เคยไปตรวจอาการและยืนยันว่าเจ้าสูญเสียความทรงจำ ข้ายังนึกว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเพียงเพื่อเล่นละครให้ผู้อื่นรู้สึกสงสารเจ้าเสียอีก”นาง...วางแขนเท้าโต๊ะยกมือขึ้นเท้าคางด้วยท่าทีคล้ายขี้เกียจเสียเต็มประดา ท่าทีสบายใจของอีกฝ่ายทำให้หลิวซือซืองุนงง ยังไม่ทันโต้ตอบอีกฝ่ายก็กล่าวขึ้น “อ้อ...หากให้ข้าเดาท่านก็คือ...ฮูหยินน้อยจวนโหวที่เพิ่งสมปรารถนาผู้นั้น” รอยยิ้มของหญิงสาวทำให้หลิวซือซือรู้สึกโกรธกรุ่นขึ้นมา “ทำไมหรือ ตอนนี้กลายเป็นฮูหยินน้อยจวนโหว คิดจะปรามาสท่านหมอหลวงอย่างไรก็ได้เช่นนั้นหรือ”“เจ้า!...เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้าไปปรามาสท่านหมอหลวงตั้งแต่เมื่อใดกัน!”“มิใช่เพิ่งกล่าวว่าข้าเล่นละครเพื่อให้ผู้อื่นสงสารหรอกหรือ ท่านหมอหลวงเคยมาตรวจอาการของข้า ยืนยันว่าข้าสูญเสียความทรงจำจริงๆ ทว่าท่านกลับพูดออกมาได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนลมหายใจไม่สะดุด เติบโตในตระกูลปราชญ์อีกทั้งยังเพิ่งแต่งเข้าจวนโหว ไม่มีผู้ใดเคยบอกท่านหรือว่าวาจาที่กล่าวออกมาล้วนส่งผลถึงชื่อเสียง ฐานะ รวมไปถึง
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status