ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า

ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-20
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
5 Peringkat. 5 Ulasan-ulasan
71Bab
4.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

โปรย อยู่ๆ ฮ่องเต้ก็มีราชโองการเรียกตัวสตรีผู้หนึ่งกลับเมืองหลวง ฐานะของนางแม้ชัดเจนเต็มไปด้วยปริศนา นางเป็นใคร เหตุใดฮ่องเต้จึงให้ความสำคัญ นางมีที่มาอย่างไร ไม่มีผู้ใดตอบได้นอกจากตัวนางเอง!!! ทางหนึ่งสตรีที่ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงได้รับบาดเจ็บไม่ได้สติ อีกทางหนึ่งคุณหนูอวิ๋น อวิ๋นซูเหยา กลับได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำ ความลับมากมายหล่นหายไปพร้อมความทรงจำที่เต็มไปด้วยปริศนา ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา แท้ที่จริงแล้วเกี่ยวข้องกับหญิงสาวธรรมดาที่ถูกพี่สาวแย่งคู่หมายไปอย่างไร ช่วงหนึ่งนางรู้สึกสับสนและล้มเลิกที่จะไล่ความความทรงจำ นาง...อยากมีชีวิตราบรื่นสงบสุข ดังนั้นจึงเริ่มมีความคิดที่จะ เกี้ยว ท่านปราชญ์หยาง หยางสวินเคอ ทว่าอดีตกลับตามหลอกหลอนจนล่วงรู้ว่านางเป็นใครอีกคน คนที่ชั่วชีวิตนี้ไม่อาจหลุดพ้น ต้องวนเวียนอยู่กับการปกป้องและการสูญเสีย เช่นนี้แล้วนางควรเลือกอย่างไร เลือกที่จะจากไปเงียบๆ หรือไขว่คว้าเขาผู้นั้น บุรุษที่ทำให้นางปรารถนาที่จะหยั่งรากลึกไม่จากไปที่ใดอีก

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Nira Ho
Nira Ho
สนุกมากค่ะ แต่ งงนิดหน่อย นางเอก ความจำเสื่อมสลับไปมา แต่สนุกจริง
2026-04-25 07:35:19
1
0
Yui Deetilath
Yui Deetilath
สนุกมากกกกกกกกกกกกกก ขอบคุณมากๆค่ะ สนุกจริงๆ สนุกสุดๆ......
2026-04-15 06:13:56
1
0
Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
อ่านทีแรกก้ งงงง พออ่านไปอ่นมาติดลมซะงั้น ขอบคุณคะ
2026-03-09 16:01:59
1
0
🌪️🍟🍙 ml
🌪️🍟🍙 ml
ชอบมากๆๆๆๆ สนุก อ่านลื่นไหล
2026-01-27 05:29:15
2
0
Saipeer
Saipeer
สนุก ป่นเคร้า น่าติดตามค่ะ
2026-01-23 14:17:47
2
0
71 Bab
บทที่ 2
ฝีเท้าเบาหวิวค่อยๆ วางลงบนพื้น หยัดยืนจากนั้นก้าวลงจากเตียง สิ่งแรกที่นางทำก็คือเดินไปยังคันฉ่องที่วางอยู่บนโต๊ะไม่ไกลนัก เส้นผมยาวจรดบั้นเอว ใบหน้าล้อมกรอบขาวซีดบนหน้าผากมีแถบผ้าพันเอาไว้โดยรอบ หางคิ้วปวดตุบศีรษะมึนงง ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือเกิน เรือนกายผอมแห้งซูบเซียว ผิวกายเนียนละเอียดราวกับไม่เคยต้องตรากตรำ ใบหน้างดงามดวงตาสุกใสทว่าส่องประกายงุนงงสับสน“นี่คือ...ข้า??” เสียงแหบแห้งพึมพำกับตัวเองเบาๆ นาง...รู้สึกว่างเปล่า ไม่สิ ไม่ใช่เพียงความรู้สึกเท่านั้น เพราะในหัวของนางนั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความทรงจำ!!!ประตูถูกเปิดแง้ม...ไม่นานนักก็มีเสียงตะโกนของสาวใช้ นางยังไม่ทันได้หันไปมองก็ต้องถอนหายใจออกมาเพราะเสียงตะโกน “คุณหนูอวิ๋นฟื้นแล้ว!!! นางฟื้นแล้ว! ให้คนไปแจ้งฮูหยินเร็วเข้า!”แม้แต่จะส่งเสียงบอกให้สาวใช้ผู้นั้นอย่าได้เอะอะโวยวายนางก็ทำไม่ได้ ในห้องนอนนี้ขนาดประตูก็ไม่อาจลงกลอน ใครจะเข้าก็เข้าจะออกก็ออก นางให้รู้สึกหงุดหงิดนัก! ยิ่งไปกว่านั้นไม่นานทุกอย่างก็ยิ่งวุ่นวาย มีคนมากมายเข้าๆ ออก คำถามมากมาย ท่านหมอถามก็แล้วไปเถิด ทว่าทั้งแม่นม สาวใช้ ฮูหยินเจ้าบ้านที่อยู่ตรงหน้า ทุกคนแม้ถามร
Baca selengkapnya
บทที่ 3
จ้าวเหยียนเลิกคิ้ว “มีเรื่องเช่นนี้ด้วย?!”“เดิมทีท่านปราชญ์อวิ๋นมีกำหนดจะย้ายไปสอนยังสำนักศึกษาแห่งเมืองไป๋หลิน ทว่าต่อมากลับเปลี่ยนใจเข้าสอนในสำนักศึกษาหลวงต่อในฐานะปราชญ์หลวง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ให้ตายอย่างไรเขาก็ปฏิเสธตำแหน่งนี้” หยางสวินเคอยิ้ม“เช่นนั้นเจ้าว่าเขาคิดจะทำอะไร”“เดิมทีหากจวนโหวผูกไมตรีผ่านการแต่งงานกับตระกูลอวิ๋นสำเร็จ จวนโหวก็เท่ากับชนะใจบัณฑิตที่เคยเป็นศิษย์ของท่านปราชญ์อวิ๋นไปกว่าครึ่งแคว้น ทว่าพวกเขากลับเลือกที่จะดึงตระกูลหลิวที่ร่ำรวยไปเป็นพวกแทน เห็นชัดว่าปลาฮุบเหยื่อแล้ว”จ้าวเหยียนกลับขมวดคิ้วเหม่อลอยไปชั่วครู่ “เจ้าว่า...พวกเขาเริ่มรวบรวมเงินเช่นนี้จะใช้เลี้ยงกองกำลังมากมายเพียงใด”“ตอนนี้ชายแดนทั้งสามด้านสงบร่มเย็น จะมีกองกำลังมากเพียงใดก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือรากฐานในใจของผู้คนแคว้นต้าเยวี่ยและเหล่าบัณฑิต”“ไม่สำคัญจริงๆ หรือ”หยางสวินเคอยิ้ม “ทรงทราบหรือไม่ว่าในเมืองหลวงผู้ใดมีกองกำลังในมือที่แข็งแกร่งที่สุด”“ย่อมต้องเป็น...ผู้บัญชาการหวัง”“เขารับคำสั่งโดยตรงจากผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ”“เสด็จพ่อ...”หยางสวินเคอยังคงยิ้ม “จะทรงต้องการกองกำลังมากมายไปเพื่อเหตุใด? เพื
Baca selengkapnya
บทที่ 4
“ปวดศีรษะอีกแล้วหรือเจ้าคะ”“เล็กน้อย”หูซื่อพยักหน้า “เช่นนั้นให้ข้าน้อยเคี่ยวน้ำแกงให้ท่านดีหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ข้าไม่เป็นอะไร ท่านทำงานเสร็จก็ไปพักผ่อนเถิด ที่นี่ไม่ใหญ่มาก มีเพียงข้าท่านไม่ต้องคอยเฝ้าหรอก ข้าจะออกไปนั่งที่สวนกับอวี๋เอ๋อร์” นางพบว่าตัวเองชอบปล่อยผมสยายมากกว่า ทุกคนคิดว่านางถือสาเรื่องแผลเป็นที่หางคิ้ว ไม่อยากรวบผมเพราะกลัวมีคนสังเกตเห็น นางคร้านจะอธิบายดังนั้นจึงปล่อยเลยตามเลยทั้งที่ความจริงคือการปล่อยผมยายสยายเช่นนี้รู้สึกสบายกว่ามาก บางครั้งหากร้อนมากนางก็จะรวบมัดหลวมๆ เอาไว้หลังคอในหนึ่งเดือนนี้ข้ออ้างเกี่ยวกับอาการที่ยังไม่หายดี ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้ามารบกวนนางกับบิดาที่เรือนพำนัก กระทั่งวันหนึ่งหูอวี๋ที่ออกไปซื้อของกลับมาก็รีบเล่าให้นางฟัง “ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์??”“เจ้าค่ะคุณหนู มีข่าวลือว่าบางทีขบวนต่างๆ ที่ถูกดักปล้นก็เพราะคนของราชสำนักกำลังจะนำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับมา”ตำนานเล่าขานส่งต่อมารุ่นต่อรุ่น ผู้คนแคว้นต้าเยวี่ยไม่มีใครไม่เคยได้ยิน อวิ๋นซูเหยานิ่งฟังเพราะนางเองก็คล้ายรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง แม้ไม่ถามก็ตระหนักรู้ถึงเรื่องของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่
Baca selengkapnya
บทที่ 5
นางมองชายหนุ่มจากนั้นพยักหน้าไม่ได้กล่าววาจา“ข้าแซ่หยาง นามสวินเคอ มีนามรองว่าเสียงเฟิงหากท่านปราชญ์อวิ๋นกลับมาแล้วอยากสอบสวนเอาความ ข้าพร้อมให้คำอธิบาย”“ไม่ต้อง” นางส่งเสียงในที่สุด “ข้ามิได้ถือสา”เขาเลิกคิ้วคล้ายอยากกล่าวอะไรทว่ากลับเงียบ “เช่นนั้น...รบกวนแล้ว”นางประสานมือขึ้นคล้ายจะค้อมกายคารวะ คิ้วเรียวมุ่นลงอีกครั้ง เปลี่ยนเป็นวางมือประสานกันที่ข้างเอวยอบกายให้เขาคราหนึ่ง “ขออภัยที่ข้าไม่สะดวกออกไปส่ง” กล่าวจบก็หมุนตัวจะเดินกลับเข้าเรือนทว่าอีกฝ่ายกลับส่งสียงรั้งนางเอาไว้“คุณหนูอวิ๋น”นางหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“แม้ที่นี่เป็นเรือนพำนักของท่านปราชญ์อวิ๋น แต่สำนักศึกษาหลวงก็ไม่ใคร่จะมีสตรีพำนักอยู่ ดังนั้นจะเป็นการดีกับท่านมากกว่าหากว่าท่านแต่งกายให้เหมาะสมรวบผมให้เรียบร้อย จะอย่างไรท่านก็ยังไม่ออกเรือน” เขาเพิ่งพูดจบแถบผ้าที่นางใช้มัดผมก็ปลิวไปตามสายลมร่วงหล่นลงตรงหน้า เส้นผมยาวสยายพลิ้วไหวไปกับสายลมล้อมกรอบใบหน้างดงามที่ยังคงมีร่องรอยซีดเซียว“ข้ายังไม่ปักปิ่นด้วยซ้ำจะต้องมากเรื่อง...” นางชะงักหยุดพูด “ข้า...น้อมรับการตักเตือน ขอตัวก่อน”นางไม่ได้เดินไปเก็บ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ชั่วขณะที่นั่งครุ่นคิดยังร้านบะหมี่เพื่อรออหูอวี๋กลับมา นางเผลอยกมือหนึ่งขึ้นเท้าคางนิ้วชี้เคาะข้างแก้มเบาๆ เป็นจังหวะราวกับพลั้งเผลอ นานมากอยู่ๆ นางก็มองเห็นคนผู้หนึ่งเดินมานั่งริมถนนฝั่งตรงข้าม ป้ายอักษรที่เขาเพิ่งวางลงเรียกความสนใจของนางเอาไว้ กระทั่งกว่าจะรู้ตัวก็เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าป้ายอักษรนั้นแล้ว “นี่คือเงินยี่สิบตำลึง ท่านไปจัดการธุระของตัวเองให้เรียบร้อย จากนั้นทำอย่างไรก็ได้สืบเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่เคยเกิดขึ้นกับคุณหนูอวิ๋น อวิ๋นซูเหยา บุตรสาวของท่านปราชญ์อวิ๋น นางเป็นใคร นิสัยใจคอ ทำอะไรบ้างในช่วงสองสามปีมานี้ ใครเกี่ยวข้อง สนิทสนม ผิดใจ ชอบหรือไม่ชอบนาง และนางชอบหรือไม่ชอบผู้ใด ให้เวลาท่านครึ่งเดือนมารอพบข้าที่นี่เวลานี้”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาสงสัย “ข้าไม่ทำเรื่องผิดศีลธรรม ไม่ขายตัวเป็นทาส เรื่องคุณหนูอวิ๋นผู้นั้น...”“ข้าก็ไม่ได้คิดจะให้ท่านทำเช่นนั้น ข้าก็คือนาง ข้าสูญเสียความทรงจำจึงอยากรู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าเป็นคนอย่างไร หากตกลงก็รับเงินไป”เขายังคงขมวดคิ้วมองนาง “ไม่กลัวว่าข้าจะรับเงินแล้วหนีหายไป?”“จะใช้คนก็ต้องเริ่มจากเชื่อใจ หากไม่อาจเชื่อใจเช่นนั้นก็ใช้งานไ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
ภายในจวนตระกูลหลินตกอยู่ในความวุ่นวายชั่วขณะ ก่อนหน้านี้มีราชโองการจากฮ่องเต้เพื่อเรียกตัวสตรีนางหนึ่งกลับเมืองหลวง อีกทั้งสตรีนางนั้นยังแซ่หลินทั้งยังถูกระบุในราชโองการว่าเป็นบุตรนอกสมรสของท่านแม่ทัพหลินกวงหมิง เรื่องเช่นนี้สมควรเป็นเรื่องน่ายินดีด้วยรัชทายาทกำลังจะเลือกชายา หากโชคดีชายารัชทายาทอาจมาจากตระกูลหลินก็เป็นได้ทว่า...หลินมู่เซินผู้นี้ไม่มีคนตระกูลหลินคนใดล่วงรู้ว่ามีตัวตน!!!ผู้มาถูกส่งเข้าเรือนพำนักในจวนตระกูลหลิน หมอหลวงถูกส่งมาดูอาการโดยที่ตระกูลหลินเองก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้า เห็นชัดว่าเรื่องนี้มีคนช่วยจัดการอยู่ก่อนแล้ว หลินฮูหยินมองผู้เป็นสามีจากนั้นเหลือบมองบุตรสาวและบุตรชายที่เพิ่งติดตามกลับมาจากชายแดนตะวันตก หมอหลวงยังไม่กลับออกมาฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหลินก็ถูกประคองเดินมายังเรือนพำนักบัดนี้เรือนจวี๋ฮวาเต็มไปด้วยคนตระกูลหลิน ความสงสัย ความกังวล ความงุนงง ความสับสนไม่เข้าใจของแต่ละคนลอยอวลในอากาศจนน่าอึดอัด ทว่าน่าแปลกที่ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหลินยังคงมีท่าทีเยือกเย็น นางไล่บ่าวไพร่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทั้งหมด เหลือเพียงคนสนิทที่ไว้ใจได้จากนั้นกวาดสายตามองคนตระกูลหลิน แม่ทั
Baca selengkapnya
บทที่ 8
หลินกวงหมิงพยักหน้าจากนั้นหันไปมองหลินฉางและหลินเฉียว “คราแรกพวกเจ้าต้องเข้าวังหลวงไปพร้อมแม่นาง...ข้าหมายถึงมู่เซิน ทว่าตอนนี้เกิดเรื่องไม่คาดคิด มู่เซินนางไม่ได้สติ เช่นนั้นเจ้าทั้งสองก็ต้องเข้าวังหลวงไปพร้อมกับแม่นางซีหลิน นางอายุมากกว่าพวกเจ้าทั้งสองคนเช่นนั้นก็เป็นพี่สาว มีเรื่องอะไรก็ต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”หลินฉางขมวดคิ้วมองบิดาจากนั้นเหลือบไปมองมารดา ทว่าหลินเฉียวกลับมีท่าทีโกรธกรุ่น “ท่านพ่อ อยู่ๆ ท่านก็มีบุตรสาวบุตรชายเพิ่มเข้ามาถึงสามคน ท่านไม่คิดจะอธิบายอะไรให้พวกเราทุกคนกระจ่างมากกว่านี้เลยหรือ ท่านผิดต่อท่านแม่ถึงเพียงนี้แต่ท่านกลับ...”“ชีเอ๋อร์”หญิงสาวกัดปากไม่กล้าพูดอะไรต่อ หลินฮูหยินถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ให้เป็นไปตามที่ท่านสั่ง พวกเจ้าเองก็ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เอาละกลับเรือนไปได้แล้ว”“ท่านแม่ข้าส่งท่านกลับเรือน” หลินกวงหมิงเข้าไปช่วยประคองมารดา “ฮูหยินเจ้าก็มาด้วยกันสิ”คุณชายและคุณหนูตระกูลหลินมองตามคนทั้งสาม ความสงสัยเต็มอก ความสับสนถูกเก็บกดเอาไว้ในใจ ทุกคนมองหลินฝานและหลินอี หวังว่าพี่ชายและพี่สาวจะรู้เรื่องมากกว่านี้ ทว่าจนแล้วจนรอดนอกจากรู้ว่าบิดาป
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“หลิน...มู่...เซิน?” หยางสวินเคอทวนชื่อแซ่ของหญิงสาวช้าๆ ชัดๆ“เจ้าก็รู้สึกว่ามันแปลกใช่หรือไม่ ระยะนี้ข่าวลือเกี่ยวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทำให้เกิดเรื่องมากมาย ขบวนที่กลับเข้ามาเมืองหลวงหลายๆ ขบวนถูกโจมตีปล้นฆ่า มีข่าวลือหนึ่งกล่าวว่าเสด็จพ่อให้คนออกไปตามหาต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่หายสาบสูญ มีคนปักใจเชื่อด้วยซ้ำว่าคนที่จะนำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับเข้าเมืองหลวงก็คือแม่ทัพหลิน เพราะเป็นเช่นนี้ขบวนเดินทางของแม่ทัพหลินจึงถูกดักปล้นกลางทาง ตอนนี้ยังบังเอิญมีแม่นาง หลิน[1]มู่[2]เซิน[3] กลับเข้าเมืองหลวงอีก เกรงว่าต่อไปผู้คนคงคิดว่านางเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กระมัง เพราะมีความเชื่อหนึ่งเคยกล่าวว่าแท้ที่จริงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็คือคนผู้หนึ่ง จะว่าไปมีใครบ้างเคยยืนยันว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แท้ที่จริงคือสิ่งใด ขนาดเสด็จพ่อเองก็ไม่เคยตรัสถึง”หยางสวินเคอขมวดคิ้วเดินกลับไปนั่งลง เขายื่นมือไปคว้าพู่กันจากนั้นเขียนอักษรหนึ่งลงไป “อักษรมู่เพียงอักษรเดียวคือต้นไม้” จรดอักษรอีกตัว “อักษรมู่สองตัวคือหลิน...ป่าไม้” คิ้วเข้มมุ่นลงจากนั้นเขียนอีกอักษร “แต่หากอักษรมู่สามตัวเขียนเรียงกันก็จะกลายเป็น...ป่าใหญ่” นามนี้..
Baca selengkapnya
บทที่ 10
อีกฝ่ายแค่นหัวเราะ “ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง หรือหากไม่จริงเจ้าก็เล่นละครตบตาผู้อื่นได้ดียิ่ง ฟังว่าแม้แต่หมอหลวงเองก็เคยไปตรวจอาการและยืนยันว่าเจ้าสูญเสียความทรงจำ ข้ายังนึกว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเพียงเพื่อเล่นละครให้ผู้อื่นรู้สึกสงสารเจ้าเสียอีก”นาง...วางแขนเท้าโต๊ะยกมือขึ้นเท้าคางด้วยท่าทีคล้ายขี้เกียจเสียเต็มประดา ท่าทีสบายใจของอีกฝ่ายทำให้หลิวซือซืองุนงง ยังไม่ทันโต้ตอบอีกฝ่ายก็กล่าวขึ้น “อ้อ...หากให้ข้าเดาท่านก็คือ...ฮูหยินน้อยจวนโหวที่เพิ่งสมปรารถนาผู้นั้น” รอยยิ้มของหญิงสาวทำให้หลิวซือซือรู้สึกโกรธกรุ่นขึ้นมา “ทำไมหรือ ตอนนี้กลายเป็นฮูหยินน้อยจวนโหว คิดจะปรามาสท่านหมอหลวงอย่างไรก็ได้เช่นนั้นหรือ”“เจ้า!...เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้าไปปรามาสท่านหมอหลวงตั้งแต่เมื่อใดกัน!”“มิใช่เพิ่งกล่าวว่าข้าเล่นละครเพื่อให้ผู้อื่นสงสารหรอกหรือ ท่านหมอหลวงเคยมาตรวจอาการของข้า ยืนยันว่าข้าสูญเสียความทรงจำจริงๆ ทว่าท่านกลับพูดออกมาได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนลมหายใจไม่สะดุด เติบโตในตระกูลปราชญ์อีกทั้งยังเพิ่งแต่งเข้าจวนโหว ไม่มีผู้ใดเคยบอกท่านหรือว่าวาจาที่กล่าวออกมาล้วนส่งผลถึงชื่อเสียง ฐานะ รวมไปถึง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status