تسجيل الدخولตั้งแต่รู้ว่าถูกตระกูลจางทาบทามให้เป็นฮูหยินรองของคุณชายจางจงจื้อผู้นั้น ตัวนางก็ดีใจจนเนื้อเต้น คุณหนูจากตระกูลขุนนางที่กดขี่นางมาตลอดว่าต่ำต้อย บัดนี้กลับแพ้ให้นางเป็นบุตรสาวขุนนางใหญ่แล้วอย่างไรเล่า นางสาแก่ใจนักที่ได้อยู่เหนือกว่าบุตรสาวขุนนางผู้นี้เหม่ยหนานวางตะเกียบก่อนจะจ้องไปยังฮูหยินรองแซ
เหม่ยหนานไม่ได้รับรู้ว่าน้องสาวของตนจะกำลังด่าทอหรือว่าสาปแช่งตน ตอนนี้นางกำลังนั่งมองเครื่องประดับที่พระสวามีของตนนำมาให้ เห็นบอกว่าตั้งใจสั่งทำเอาไว้ให้นางใส่ไปไหนมาไหน ตอนนี้นางต้องออกจากวังแทบทุกวัน วัน ๆ ต้องเจอกับชาวบ้านไม่นับร้อยก็นับพัน ซ้ำบางวันก็ต้องเจอคนจากตระกูลอื่นอีก อย่างไรก็ต้องใส่เส
กลิ่นข้าวต้มหอมกรุ่นลอยไปทั่วบริเวณ เหล่าชาวบ้านที่กลายเป็นคนเร่ร่อนแบบไม่ได้ตั้งใจต่างเมียงมองด้วยความหิวโหย แต่พวกเขาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้โรงทานของผู้เป็นใหญ่นี้อยู่ดี ด้วยรู้ดีว่าคนในเมืองหลวงนี้รังเกียจพวกตนเพียงใดพวกเขาก็หวังว่าจะได้กลับบ้านไปอยู่แบบคนปกติในเร็ววัน แต่ดูจากสถานการณ์แล้วน่าจ
เหม่ยหนานที่กลับไปเล่าทุกสิ่งอย่างให้พระสวามีฟังได้แต่นั่งรอข่าวอย่างเงียบ ๆ ไม่ว่าบิดาจะเลือกเส้นทางไหน นางก็พร้อมที่จะหาวิธีรังแกคนใหม่ ๆ มาจัดการพวกเขาอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นไม่ว่าเหม่ยหนิงจะได้ออกจากตระกูลจางหรือไม่ สุดท้ายคนพวกนั้นก็จะไม่มีทางรอดไปจากเงื้อมมือของนางไปได้อย่างแน่นอนในระหว่างที่
“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าไม่ได้อยากได้เรือนใหม่ แต่ข้าอยากหย่-” ตอนนี้นางไม่สนใจอะไรแล้ว นางอยากไปจากที่นี่ อยากกลับไปเป็นคุณหนูตระกูลกง ไม่ใช่ฮูหยินน้อยตระกูลเล็ก ๆ แบบนี้แต่กงฮูหยินที่รู้ว่าบุตรสาวจะเอ่ยเรื่องใดก็รีบเอามือปิดปากบุตรสาว ก่อนจะเข้าไปกระซิบให้นางเก็บคำพูดเอาไว้ก่อน รอให้ทุกอย่างเข้าที่กว่า
เหม่ยหนิงนั่งฟังบิดาเอ่ยด้วยรอยยิ้มยินดี ท่านพ่อเอ่ยเช่นนี้หมายความว่าไม่พอใจตระกูลจางเช่นเดียวกัน แต่ประโยคต่อมากลับทำให้นางถึงกับเก็บสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ มือขาวใต้แขนเสื้อสะกิดมารดาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันระรัวเพื่อให้มารดาหยุดคำพูดของบิดา“หนิงเออร์ของข้าก็ไม่ใช่คนที่จะดูถูกกันได้ง่าย ๆ ใต้เท้าจางคิด







