Share

บทที่ 1 ไสหัวไป

last update Tanggal publikasi: 2025-10-28 12:39:43

บทที่ 1

ไสหัวไป

หลังจากกลับมาที่เรือนของตน เจียงเม่ยก็หยิบพัดทั้งสามขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด พบว่าพัดทั้งสามล้วนเป็นพัดที่ทำจากกระดาษเนื้อดีอันขึ้นชื่อของเมืองหลวงทั้งสิ้น นางพยายามขุดคุ้ยความทรงจำของนางเอก จึงได้พบว่าเจียงซูฉีต้องการนำพัดพวกนี้ไปอวดในงานเลี้ยงน้ำชาชมดอกโบตั๋น โดยงานเลี้ยงนี้จัดขึ้นที่จวนท่านเสนาบดีกรมคลัง ซึ่งนางไม่ได้รับอนุญาตให้ไปด้วย

'อืม... ไม่เคยวาดภาพซะด้วยสิ จะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย'

เจียงเม่ยหยิบพู่กันขึ้นมาแตะแต้มสีที่สาวใช้จัดเตรียมไว้ให้ ทว่าทันทีที่นางจับพู่กัน จู่ ๆ มือของนางก็ตวัดวาดลวดลายบนพัดอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็บังเกิดภาพวาดดอกโบตั๋นสีแดงที่งดงามจับใจ เจียงเม่ยวางพู่กันในมือลงด้วยความตกตะลึง ก่อนจะผุดยิ้มกว้างด้วยความยินดี

'อ่า... สวรรค์ไม่ได้ใจร้ายเกินไปสินะ ยังให้สกิลนางเอกติดตัวมาด้วย หึ ๆ อย่างนี้ก็ยิ่งน่าสนุกน่ะสิ'

เจียงเม่ยเหยียดยิ้มกว้างด้วยความยินดี นางจัดการวาดภาพดอกโบตั๋นบนพัดนั้นจนแล้วเสร็จ หยิบผลงานของตนเองขึ้นมาดูด้วยความถูกใจ แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการวาดภาพ แต่ฝีพู่กันและการลงสีของนางถือว่าลายเส้นมั่นคง รูปวาดมีมิติราวกับมีชีวิตอย่างนั้นเลย

'สงสัยต้องตั้งใจวาดภาพที่งดงามที่สุดให้กับน้องรองเสียแล้วสิ'

รอยยิ้มร้ายพลันปรากฏที่ใบหน้าหวานของเจียงเม่ย นางเก็บพู่กันและพัดทั้งหมดไปไว้ที่โต๊ะของตน ก่อนจะรื้อค้นผ้าคลุมหน้าสีขาวบางขึ้นมาสวม จากนั้นก็หยิบถุงเงินที่มีเงินเพียงไม่กี่ตำลึงเงิน แล้วจึงลอบออกไปจากจวนในยามเย็น โดยลอบออกไปทางช่องทางลับที่นางจดจำได้ว่า นี่คือช่องทางที่พระเอกในนิยายเคยใช้เพื่อลอบมาหานางเอก ทว่าตอนนี้นางจะใช้เส้นทางนี้เพื่อออกไปสำรวจโลกภายนอก 

เนื่องจากจวนตระกูลเจียงตั้งอยู่ที่หัวมุมถนน ซึ่งอยู่ใจกลางของเมืองหลวงทำให้นางเดินไม่กี่อึดใจก็มาถึงตลาดในยามค่ำคืนแล้ว แสงโคมไฟที่แขวนหน้าโรงเตี๊ยม และร้านค้าอาบย้อมให้ถนนสว่างไสวดุจดั่งกลางวัน ผู้คนต่างเดินออกมาท่องเที่ยวกันอย่างเนืองแน่น บ้างก็มากับสหาย ครอบครัว หรือคนรัก ทว่ามีแค่นางที่เดินเพียงผู้เดียว และเพราะเช่นนี้เจียงเม่ยจึงได้ตกเป็นจุดสนใจของกลุ่มอันธพาลที่ชอบระรานผู้อื่น

"แม่นางน้อย เจ้าจะไปที่ใดหรือ ไปเที่ยวเล่นกับพวกข้าดีหรือไม่ ฮ่าฮ่าฮ่า" 

บุรุษหนุ่มทั้งสามคนก้าวเข้ามาประชิดร่างของเจียงเม่ยด้วยท่าทางคุกคาม พวกเขาสังเกตเจียงเม่ยมาสักพักแล้ว แม้จะไม่เห็นใบหน้าที่ซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุม แต่ดูจากท่าทางและดวงตากลมใสคู่นั้น นางจะต้องงดงามไม่น้อยเป็นแน่

"ข้าไม่รู้จักพวกเจ้า เหตุใดต้องบอกพวกเจ้าด้วยเล่า อีกอย่างข้าไม่ชอบไปเที่ยวกับคนแปลกหน้า" เจียงเอ่ยเอ่ยตอบเสียงเรียบ 

"ฮ่าฮ่า แต่ว่าพวกข้าอยากรู้จักเจ้า"

หนึ่งในนั้นเอื้อมมือจะมาจับข้อมือเล็กของเจียงเม่ย ทว่ากลับถูกเจียงเม่ยปัดทิ้งอย่างแรง เขาที่ถูกหักหน้าเช่นนี้จึงรู้สึกไม่พอใจมาก

"ไสหัวไปซะ!" 

เจียงเม่ยดวงตาลุกวาวด้วยความไม่พอใจ หากคนพวกนี้ยังคิดจะระรานนางไม่เลิก ก็อย่ามาหาว่านางใจร้ายก็แล้วกัน

"ฮ่าฮ่า อาลู่เจ้าถูกนางรังเกียจเสียแล้วสิ" 

คนที่ถูกเรียกว่าอาลู่หันมองสหายด้วยความโกรธ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะจับจ้องมองเจียงเม่ยด้วยความไม่พอใจ กล้าทำให้เขาเสียหน้าก็อย่าคิดว่าเขาจะปล่อยไปง่าย ๆ เลย วันนี้เขาจะทำให้รู้สำนึกว่าอย่าได้คิดมาทำให้เขาไม่พอใจ

"หึ! นางก็แค่อยากเล่นตัวเท่านั้นเอง มีสตรีดี ๆ ที่ไหนกันที่ออกมาเที่ยวเล่นในยามค่ำคืนเพียงผู้เดียว ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการใช้เรือนร่างแลกกับเงินเล่า!" 

อาลู่กวาดตามองเจียงเม่ยด้วยสายตาหื่นกระหาย สตรีผู้นี้มีกลิ่นกายที่หอมละมุนยิ่งนัก สามารถทำให้เลือดลมในกายของเขาเดือดพล่านได้ดีนัก หากได้นางมานอนร้องครางใต้ร่างจะดีแค่ไหนกัน

"อ่า... เป็นพวกสวะจริง ๆ ด้วยสินะ" เจียงเม่ยพูดกับตนเอง ทว่าอาลู่กลับได้ยินอย่างชัดเจน 

"นังแพศยานี่ ข้าอุตส่าห์ใจดีด้วยแท้ ๆ แต่กลับพูดกับข้าเช่นนี้หรือ"

อาลู่ตรงเข้ามาจับข้อมือของเจียงเม่ยทันที ทว่าเพียงแค่เขาแตะต้องตัวนาง ร่างของเขาพลันลอยหวือขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะกระแทกกับพื้นดังอั๊ก  

โครม!!

"...!?" สหายอีกสองคนตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

"อ๊ากกก ละ หลังข้า" 

อาลู่รู้สึกเหมือนหลังจะหักเลย เขาปวดร้าวตั้งแต่หลังจรดไปถึงเอว ทั้งยังได้ยินเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ใบหน้าของอาลู่บิดเบี้ยวอย่างไม่น่ามอง

"ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ"

เจียงเม่ยหักนิ้วมือของตนด้วยความเมื่อยขบ เมื่อครู่นี้นางใช้ท่าทุ่มของยูโดเพื่อเล่นงานอีกฝ่ายโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้นางสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย แต่เพราะร่างกายนี้ได้รับสารอาหารน้อยและอ่อนแอ ทำให้รู้สึกว่าหากเป็นคนที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งกว่านี้ นางคงมิอาจจัดการได้โดยง่าย

"จะ เจ้าเป็นชาวยุทธ์สินะ"

สหายอีกสองคนหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจกลัว

"ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร หรือว่าพวกเจ้าอยากจะหลังหักเหมือนสหายของพวกเจ้ากันเล่า" เจียงเม่ยข่มขู่อีกสองคนตาไม่กะพริบ 

"ขะ ข้าน้อยขออภัยขอรับ"

สหายอีกสองคนรีบก้มศีรษะขออภัยเจียงเม่ยด้วยความขลาดกลัว ก่อนจะรีบแบกอาลู่ที่เจ็บจนลุกไม่ขึ้นจากไปทันที พวกเขาเกือบรนหาที่ตายแล้ว ถ้าแม้นว่าไปยุ่งกับพวกชาวยุทธ์เข้า มีหวังได้ถูกแก้แค้นเป็นแน่ ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าพวกชาวยุทธ์นั้นรักใคร่สามัคคีกันยิ่งนัก พวกเขาช่างมีตาหามีแววไม่!

เจียงเม่ยมองดูอันธพาลที่จากไปด้วยความโล่งใจ โชคดีที่อีกสองคนปอดแหกมากกว่าที่คิด ทำให้นางไม่ต้องเปลืองแรงอีก เมื่อไม่มีคนมาขวางทางแล้ว เจียงเม่ยก็ได้เดินหายเข้าไปยังโรงเตี๊ยมที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งหากนางสังเกตให้ดีจะพบว่าได้มีสายตาสองคู่จับจ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว...

"ข้าไม่เคยเห็นกระบวนท่าเช่นนั้นมาก่อนเลย ท่านอาเคยเห็นหรือไม่" 

ชายหนุ่มในอาภรณ์สีเขียวอ่อน ถือพัดที่วาดลวดลายไผ่ลู่ลมหันมองผู้เป็นอาด้วยความฉงน แม้เขาจะไม่ใช่ชาวยุทธ์ ทว่าเขาก็เคยเห็นตำราของกระบวนท่าต่าง ๆ ในใต้หล้ามาไม่น้อย แต่เขาไม่เคยเห็นกระบวนท่าที่จับคนทุ่มลงพื้นเช่นนี้มาก่อนเลย 

"ข้าก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน น่าสนใจมิน้อยเลย"

ผู้ที่ถูกเรียกว่าท่านอยากจอกสุราขึ้นมาดื่มด้วยสายตาลุ่มลึก เขายังคงมองตามแผ่นหลังเล็กที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงนั้นไม่วางตา ก่อนที่สายตาคู่คมดั่งกระบี่จะตวัดมองคนข้างกาย ทันทีที่สบตากับผู้เป็นนายก้รู้ได้ทันทีว่าเจ้านายต้องการสิ่งใด อีกฝ่ายรีบโค้งศีรษะแล้วจากไปทันที

"ท่านอาสนใจถึงขนาดให้ลู่คงตามไปสืบนางเลยหรือ" 

มือขวาของท่านอาที่เพิ่งปลีกตัวไปนั้นมีนามว่าลู่คง เป็นทหารกล้าฝีมือดีที่มาจากตระกูลขุนนางเก่าที่ล่มสลายไปแล้ว ตัวเขาจึงได้ผันตัวมาเป็นทหาร ก่อนจะไต่เต้าจนได้เป็นถึงหัวหน้าหน่วยกิเลนทมิฬ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหน่วยทหารที่มีฝีมือแกร่งกล้ามากที่สุดในแคว้นฉิน 

"ก็แค่นึกสงสัยที่มาของนางก็เท่านั้นเอง หากเป็นสายลับจากต่างแคว้นจะได้จัดการทันที" 

"ข้านึกสงสารสตรีผู้นั้นเสียแล้วสิ หึ ๆ"

ผู้เป็นหลานชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาลอบมองท่านอาผู้นี้อย่างนึกสนุก ดูท่าท่านอาที่ไม่เคยชายตาแลสตรีนางใดมาก่อนจะสนใจสตรีผู้นี้เสียแล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็นึกสนใจนางเช่นกัน อยากรู้นักว่านางเป็นคนแคว้นฉินหรือว่าเป็นคนต่างแคว้นกัน หากแม้นว่าเป็นคนแคว้นฉินเขาคงต้องลองพบปะกับนางสักคราเสียแล้วสิ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   ตอนพิเศษ 5 ภรรยาข้าใครกล้าแตะ

    ตอนพิเศษ 5ภรรยาข้าใครกล้าแตะเพิ่งผ่านพ้นไปแค่วันเดียว สองฝาแฝดแห่งจวนชินอ๋องก็ได้สร้างวีรกรรมมากมายนัก ทำให้คนในวังหลวงหัวหมุนกันไปตาม ๆ เลย ทว่ากลับมีคนผู้หนึ่งที่กำลังรู้สึกขอบคุณกับการมาเยือนของเด็กน้อย ความสัมพันธ์ที่มีเพียงผลประโยชน์ร่วมกันของสองสามีภรรยาคู่นี้ ในที่สุดก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นไปอีกขั้น หลังจากโจวไป๋จวี๋กลับตำหนักบูรพา นางก็พบว่าหรงป๋อไฉ่ได้รอนางอยู่ก่อนแล้ว และจากนั้นทั้งสองก็ได้เปิดใจและใช้ค่ำคืนร่วมกันอย่างเร่าร้อนทะเลสาบชงชิงหรงหมิงฮ่าวพาเจียงเม่ยมาเที่ยวชมทะเลสาบชงชิงแห่งแดนทักษิณ แม้จะต้องใช้เวลาเดินทางถึงสิบวัน ทว่าเมื่อได้มาถึงแล้วกลับรู้สึกว่าดียิ่งนัก ทะเลสาบชงชิงล้อมรอบไปด้วยต้นเหมยฮวาที่ออกดอกบานสะพรั่งไปทั่ว ทะเลสาบมีน้ำใสแวววาวที่ใสกระจ่างดั่งกับส่องกระจก เห็นตัวปลาน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายไปมา บรรยากาศโดยรอบก็สดชื่นบริสุทธิ์ยิ่งนัก สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดแห่งแคว้นฉิน"ชอบหรือไม่"หรงหมิงฮ่าวสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง ปลายคางสากวางลงบนบ่าเล็กของนาง จมูกโด่งคมสันพลันสัมผัสกับแก้มขาวเนียนละเอียด"ไม่คิดเลยว่าจะมีทะเลสาบที่สวยงามมากถึง

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   ตอนพิเศษ 4 เพื่อนเล่นของเจ้าก้อนแป้งน้อย

    ตอนพิเศษ 4เพื่อนเล่นของเจ้าก้อนแป้งน้อยฮองเฮาตามไปสนทนากับฮ่องเต้ยังห้องหนังสือ พระนางนั่งบนเก้าอี้ที่ปูด้วยพรมชั้นดูเพื่อรอฟังว่าพระสวามีมีสิ่งใดจะตรัสกับพระนาง "ชินอ๋องพาพระชายาออกท่องเที่ยวประมาณหนึ่งเดือน เช่นนั้นข้าจะขอฝากฝังให้ฮองเฮาช่วยดูแลเด็กน้อยทั้งสองได้หรือไม่ แม้ว่าเสด็จแม่จะทรงรับปากชินอ๋องไปแล้ว แต่หากมีฮองเฮาเข้ามาช่วยแบ่งเบาก็ถือว่าดียิ่ง""ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้เอง ฝ่าบาททรงวางพระทัยหม่อมฉันจะดูแลท่านหญิงน้อยและท่านชายน้อยเป็นอย่างดีเลยเพคะ และจะให้จวี๋เอ๋อร์มาช่วยด้วยอีกแรง มิแน่ว่าหากนางได้คลุกคลีกับเด็กน้อยทั้งสองแล้ว นางอาจจะมีข่าวดีในเร็ววันก็ได้นะเพคะ""เช่นนั้นก็ดี ข้าขอฝากฮองเฮาด้วยนะ""เพคะ"ไป๋อิงฮวาแย้มยิ้มหวาน หลังจากพระนางพูดคุยกับฝ่าบาทจบแล้วจึงได้กลับไปหาหรงจินหยางและหรงจินเยว่ "กรี๊ดด! ท่านชายนี่ไม่ได้นะเพคะ อย่า ๆ เพคะ""ท่านหญิงอย่าทรงวิ่งไปทางนู้นเพคะ"ฮองเฮาที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้าพลันหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงโวยวาย พระนางทรงหยุดยืนอยู่กับที่ก่อนจะเห็นร่างเล็กป้อมวิ่งมาทางพระนาง ผมแกละทั้งสองข้างที่มีผมอยู่น้อยนิดพลิ้วไหวอย่างน่าเอ็นดูเสียจริ

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   ตอนพิเศษ 3 ซุกซนเหลือเกิน

    ตอนพิเศษ 3ซุกซนเหลือเกินวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก นับตั้งแต่เจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสองถือกำเนิด พวกเขาก็อายุได้ 1 ขวบปีแล้ว และวันนี้เองที่เจียงเม่ยกับหรงหมิงฮ่าวจะต้องจากลูก ๆ ไปไกล"ท่านพี่... เราจะไปกันจริง ๆ หรือเพคะ" เจียงเม่ยที่ไม่เคยห่างลูกไปไหนพลันน้ำตาเอ่อคลออย่างใจหาย หรงหมิงฮ่าวที่มีหัวใจหนักแน่นดั่งหินผาจำต้องเอ่ยเสียงเคร่งขรึมกับภรรยาของตน"ใช่แล้ว น้องหญิงไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เสด็จแม่จะต้องทรงดูแลอาหยางกับเยว่เอ๋อร์เป็นอย่างดีแน่นอน" "แต่หม่อมฉันก็ยังเป็นห่วงทั้งสองอยู่ดีนะเพคะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเราต้องห่างพวกเขามากถึงเพียงนี้" น้ำเสียงของเจียงเม่ยเจือไปด้วยความกังวล"วางใจเถิด... ลูก ๆ ของเราอยู่ที่วังหลวงจะต้องปลอดภัยและสนุกมากเป็นแน่ แทนที่น้องหญิงจะกังวลเรื่องพวกเขา มิสู้เป็นกังวลผู้คนในวังหลวงไม่ดีกว่าหรือ" หรงหมิงฮ่าวพลันหลุดหัวเราะเมื่อนึกถึงวีรกรรมของเจ้าก้อนแป้งน้อย พวกเขาเพิ่งจะอายุแค่เพียง 1 ขวบปี แต่กลับทำให้คนในจวนหัวหมุนกันไปตาม ๆ กันเลย แม้แต่มู่กงกงเองยังขอยอมแพ้กับความซุกซนของพวกเขา นับตั้งแต่เด็กทั้งสองเดินได้ผู้คนในจวนชินอ๋องก็ไม่มีวันได้สุ

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   ตอนพิเศษ 2 รสชาติเป็นเช่นไร

    ตอนพิเศษ 2รสชาติเป็นเช่นไรวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก ไม่นานเจียงเม่ยก็ได้ให้กำเนิดเจ้าก้อนแป้งน้อยออกมาถึงสองคน โดยคนแรกคือทารกเพศชายผู้มีร่างกายอ้วนท้วมสมบูรณ์ดี ส่วนคนที่สองคือทารกเพศหญิงที่ร้องไห้เสียงดังลั่นห้อง ทั้งสองมีใบหน้าละม้ายคล้ายบิดาและมารดาอย่างละนิดละหน่อย"เหนื่อยหรือไม่น้องหญิง" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยดังออกมาจากปากของหรงหมิงฮ่าว เขามองดูภรรยารักที่เพิ่งผ่านพ้นการคลอดบุตรที่แสนยากลำบากด้วยความหนักอึ้งในหัวใจ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการคลอดลูกจะหนักหนาสำหรับสตรีมากถึงเพียงนี้"เจ็บแต่ก็มีความสุขมากเพคะ ท่านพี่ไม่ต้องคิดมากนะเพคะ ขอเพียงหม่อมฉันพักผ่อนเยอะ ๆ ทานของบำรุงมิให้ขาดร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงดังเดิมแล้วเพคะ" ใบหน้าที่ซีดเผือดคลี่ยิ้มหวานส่งมาให้ผู้เป็นพระสวามี แม้การคลอดเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสองจะทุกข์ทรมานจนมิอาจจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ทว่าตัวนางกลับรู้สึกยินดีที่จะน้อมรับความเจ็บปวดนี้เอาไว้ทั้งหมดหรงหมิงฮ่าวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งบังเกิดความรู้สึกรักใคร่ต่อภรรยายิ่งนัก นางช่างแสนดีเหลือเกิน ทั้งที่เขาได้ยินเสียงนางกรีดร้องอย่างทรมานถึงเพียงนั้น แต่น

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   ตอนพิเศษ 1 สุขสม

    ตอนพิเศษ 1สุขสมหลังจากทุกคนในจวนชินอ๋องรู้ข่าวการตั้งครรภ์ของเจียงเม่ย ทุกคนล้วนปลื้มปีติกับข่าวอันน่ายินดีนี้เป็นอย่างมาก มู่กงกงผู้ชราแล้วถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุดคนแก่เช่นเขาก็มีบุญวาสนาที่จะได้เลี้ยงดูท่านหญิงน้อยท่านชายน้อยแล้ว และแน่นอนว่าเมื่อฮ่องเต้และไทเฮาทรงทราบ ทั้งสองพระองค์ก็ได้ส่งของบำรุงร่างกายมายังจวนชินอ๋องมิได้ขาด ทั้งยังทรงเสด็จมาเยือนถึงจวนชินอ๋องด้วยสีพระพักตร์ของจ้าวจิงอี้เต็มไปด้วยความยินดี พระนางทรงลูบท้องที่ยังคงแบนราบของเจียงเม่ยอย่างอ่อนโยน "อาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง มีอาหารที่อยากทานหรือไม่""หม่อมฉันมีอาการอาเจียนบ้างเป็นบางครั้งเพคะ ส่วนมากก็จะง่วงนอนเสียมากกว่า ส่วนอาหารที่ชอบนั้น..." สายตาของเจียงเม่ยพลันหันไปสบตากับสามีโดยพลัน ด้วยไม่ว่าสิ่งใดที่นางอยากจะทาน เพียงเอ่ยปากร้องขอคำเดียวนางก็จะได้ทานในทันที เพราะพระสวามีของนางผู้นี้ได้ให้ลู่จงและลู่จิงไปหามาให้ในทันที โดยมีคำสั่งเด็ดขาดว่าจะต้องนำอาหารที่นางอยากจะทานมามอบให้ภายในเวลาไม่เกินหนึ่งเค่อ มิเช่นนั้นจะโดนทำโทษสถานหนัก เรื่องนี้สร้างความลำบากใจให้กับเจียงเม่ยเป็นอย่างมากฮ่

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายหลายวันผ่านไปหลังจากสืบสวนคนทั้งหมดจึงได้ข้อสรุปว่า ซ่งหยางคือผู้บงการเรื่องทุกอย่าง เขากับใต้เท้าจั่วร่วมมือกันค้าเกลือเถื่อนตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน แต่เหอชิวเหยากลับล่วงรู้ความลับนั้น ซ่งหยางจึงให้นางเลือกว่าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หรือเลือกจะเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป แต่เพราะความหวาดระแวงทำให้ซ่งหยางวางแผนสังหารนาง โดยใช้หลี่หลินถงเป็นเครื่องมือ ซึ่งเจียงลู่คือผู้รู้เห็นทุกการกระทำของภรรยาแต่ก็ทำเป็นเมินเฉย ภายหลังจากที่เหอชิวเหยาตาย ซ่งหยางกับใต้เท้าจั่วก็ได้หยุดการค้าเกลือเถื่อน ก่อนจะกลับมาค้าขายอีกครั้งเมื่อ 1 ปีก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมาสามารถหลบหูหลบตาจากทางการได้ อันเนื่องมาจากใต้เท้าจั่วได้ปล่อยเงินกู้กับเหล่าขุนนางทั้งหลาย ทำให้พวกเขาใช้จุดนี้ในการหลบเลี่ยงสายตาจากทางการ แต่หลังจากที่รู้ตัวว่าชินอ๋องสืบสาวเรื่องนี้จนพบหลักฐาน พวกเขาก็ได้ส่งจั่วเฉิงให้มายุแยงเจียงซูเหวินให้จ้างนักฆ่าไปสังหารเจียงเม่ย เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจในการหลบหนี แต่เพราะองค์รัชทายาทจึงสามารถจับกุมตัวพวกเขาเอาไว้ได้ทันในตอนที่กำลังหลบหนี ฮ่องเต้ที่ได้อ่านคำสารภาพผิดทั้งหมดจึงได้สั่งตัดสินโทษป

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   บทที่ 38 ความรักจอมปลอม

    บทที่ 38ความรักจอมปลอมเจียงซูเหวินนั่งไม่ติดเพราะมัวแต่กังวลว่าเรื่องในครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ เขาเดินไปเดินมาเพื่อรอฟังรายงานจากนักฆ่าที่สั่งให้ไปจ้างวานสังหารเจียงเม่ย ทว่าจนป่านนี้แล้วเขากลับไม่ได้ยินข่าวคราวใดเลย ใจของเจียงซูเหวินพลันไม่สงบนัก ด้วยกังวลว่าจะไม่สำเร็จและอาจสาวตัวมาถึงเขาได้ ทว

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   บทที่ 35 แบกรับโทษ

    บทที่ 35แบกรับโทษเจียงลู่ผลักร่างของหลี่หลินถงไปบนเตียง ก่อนที่เขาจะหยิบหมอนขึ้นมาแล้วนำไปปิดใบหน้าของหลี่หลินถงเอาไว้แน่น เพื่อหวังให้นางตายไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่ทิ้งหลักฐานใดเอาไว้ สองมือของหลี่หลินถงพยายามแกะมือที่กดหมอนลงบนใบหน้าของนางสุดแรงเกิด เท้าทั้งสองถีบไปมาด้วยความทรมาน หลี่หลินถงพยายาม

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   บทที่ 34 ปรนนิบัติท่านพี่

    บทที่ 34ปรนนิบัติท่านพี่หรงหมิงฮ่าวที่ได้รับข่าวจากลู่จงก็ได้ทะยานตัวออกไปทัน ร่างอันสูงสง่าขี่ม้าเร็วจนเจอเข้ากับรถม้าของเจียงเม่ยกลางทาง เขารีบกระโดดเข้าไปในรถม้าทันที เมื่อได้เห็นว่าเจียงเม่ยได้ลืมตาใสแจ๋วมองเขาด้วยความตกใจ หัวใจที่เต้นระส่ำเพราะความกังวลพลันโล่งใจ "ท่านอ๋อง! เหตุใดถึงมาอยู่ท

  • ข้าไม่ขอรับบทเป็นนางเอกที่อ่อนแอ   บทที่ 33 แหวกหญ้าให้งูตื่น

    บทที่ 33แหวกหญ้าให้งูตื่นเจียงเม่ยเดินทางมายังจวนตระกูลเจียงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนที่นางจะขึ้นรถม้าจากมายังต้องคอยเอาใจหรงหมิงฮ่าวที่จู่ ๆ ก็เกิดอาการแง่งอนที่นางทิ้งเขาไป ด้วยวันนี้เป็นวันที่เขาลาราชการ ตั้งใจจะใช้เวลาร่วมกับเจียงเม่ยที่จวน ทว่าตัวนางกลับขอรีบมาสะสางเรื่องของท่านแม่เสียก่อน หาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status