กลิ่นพิษบุปผา

กลิ่นพิษบุปผา

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-09-16
Oleh:  moonlight -miniTamat
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
49Bab
2.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

บุปผางาม…แม้เปี่ยมด้วยกลิ่นหอม ก็อาจซุกซ่อนพิษร้ายไว้ใต้กลีบบาง ผู้ใดคิดแตะต้อง…ย่อมไม่พ้นพบกับความตาย การให้อภัยคือคุณธรรมของผู้สูงส่ง ใครจะถือไว้ก็ช่าง แต่ข้ามิเคยคิดอวดตนว่าเป็นผู้ประเสริฐ และไม่เคยมีใจ…จะยกโทษให้ผู้ใด

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

บทนำ

ณ ค่ำคืนหนึ่งซึ่งดาวบนฟากฟ้าส่องแสงสลัว แสงจันทร์ทอดเงาเย็นเยียบลงบนเรือนร่างบอบบางของสตรีผู้กำลังเจ็บครรภ์ เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดดังก้องในห้องไม้เก่า ๆ ก่อนที่เสียงร้องไห้ของชีวิตใหม่จะกรีดผ่านความเงียบสงัดนั้น

ทารกคนแรกคลอดออกมา พร้อมเสียงร้องสดใสดังพลิ้วไหว แววตากลมใสที่ลืมขึ้นครั้งแรกดูราวกับสะท้อนแสงดาว บรรดาผู้คนในเรือนต่างโห่ร้องยินดี กล่าวขานว่านางคือ “ดาวนำโชค” ที่จะนำความรุ่งเรืองและเกียรติยศสู่ตระกูล

แต่แล้ว… ทารกคนที่สองกลับคลอดตามออกมาพร้อมเสียงร้องแผ่วเบา และรอยปานประหลาดรูปดอกไม้มอดไหม้กลางแผ่นหลัง ดวงตาคู่นั้นมืดมัว ไร้แววความยินดี แทบจะในทันที… มีเสียงหวีดร้องจากแม่นมดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก

“นั่นมัน… ดาวหายะนะ!”

ไม่มีแม้คำปลอบโยน ไม่มีแม้โอกาสได้ดูดดื่มน้ำนมจากอกของผู้ให้กำเนิด ทารกน้อยถูกพรากจากอกไปไกลแสนไกล ราวกับเป็นภาระที่ไม่อาจปล่อยให้อยู่ใกล้ผู้คนในเมืองหลวงได้

นางถูกส่งตัวไปยัง เขาพิษ ดินแดนห่างไกลที่ผู้คนต่างเล่าขานถึงสัตว์ประหลาด พิษร้าย และหมอยาเฒ่าผู้มีชีวิตอยู่เกินร้อยปี  ผู้ที่เป็นทวดของพวกนาง ผู้ถูกลืมเลือนจากโลกภายนอก นางเติบโตท่ามกลางกลิ่นสมุนไพรคละคลุ้ง เลือดสัตว์ป่าติดปลายดาบ และตำราโอสถที่หนาเท่ากำแพงเมือง ชีวิตของนางไร้แสงสว่าง แต่กลับแหลมคมดั่งมีดที่ลับจนเงาวาว

ในขณะที่พี่สาวผู้เป็นดาวนำโชค เติบโตขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะและสายตาชื่นชม ถูกห้อมล้อมด้วยผ้าแพรไหม ของหรูหรา และคำชมเชยตั้งแต่จำความได้ นางมีทุกสิ่งที่เด็กหญิงพึงปรารถนา  รวมถึง บุรุษหนึ่งผู้เป็นคู่หมั้น ซึ่งครอบครัวจัดเตรียมให้ตั้งแต่วัยเยาว์

ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ หากไม่มี “เรื่องนั้น” เกิดขึ้น…

ก่อนวันแต่งงานเพียงไม่นาน ดาวนำโชคผู้สว่างไสวกลับเลือกที่จะปลิดชีพตนเองใต้กิ่งหลิว เหลือทิ้งไว้เพียงจดหมายลาตายซึ่งเปื้อนคราบน้ำตา  ประโยคสุดท้ายในจดหมายเขียนว่า

“หากเขารักข้า เขาคงไม่โอบกอดสตรีอื่นต่อหน้าข้า…คงมิหักหาญความรักที่ข้ามีต่อเขาถึงเพียงนี้”

และนับจากวันนั้น ชีวิตของดาวนำโชคผู้เคยเฉิดฉายก็เหลือเพียงเงา

ในขณะที่อีกคนหนึ่ง…

ดาวหายนะผู้ถูกลืม ผู้ถูกผลักไสจากอ้อมอกมารดากำลังเหยียบย่างลงจากเขาพิษเป็นครั้งแรกในรอบสิบแปดปี

นางมิใช่เด็กน้อยในผ้าอ้อมผืนเก่าอีกต่อไป

แต่เป็นหญิงสาวที่เติบโตมากับพิษยา เลือดสัตว์ และเงาแห่งความเกลียดชัง

โดยเฉพาะความเกลียดชังต่อผู้เป็นบิดา ผู้ผลักไสนางจากบ้านเกิด ผู้ตัดนางออกจากจวนหลังเดียวกันกับพี่สาวฝาแฝด

กลับกัน…

นางมิได้เกลียดมารดาผู้ให้กำเนิดแม้แต่น้อยเพราะนับตั้งแต่นางถูกพรากจากอกผู้เป็นแม่ ‘อนุจ้าว’ ตกเลือกเสียชีวิตในเวลาไม่นานและคงมิอาจเดาได้ยากเลยว่าใครเป็นแพะรับบาปในสายตาผู้คน

‘อนุจ้าวตกเลือกตาย เพราะให้กำเนิดดาวหายนะ’

“หึ…” เสียงเย้ยหยันลอดออกจากจมูกบาง

โชคดีที่สุดแล้วที่มารดานางยังพอมีแรงสุดท้ายอ้อนวอนให้คนรับใช้ที่ซื่อสัตย์พานางหนีขึ้นเขา มิฉะนั้น…ทารกที่เปื้อนคราบเลือดนั่น คงถูกฝังกลบใต้ดินอย่างไม่มีแม้แต่ป้ายไม้

วันนี้ ครอบครัวฝั่งบิดา กลับส่งคนมารับนางกลับไปยังเมืองหลวง อ้างสายเลือดและบุญคุณ ให้กลับไปในฐานะตัวแทนเจ้าสาวผู้คิดสั้นเพียงเพราะสามีในอนาคตมีจิตปฏิพัทธ์ต่อสตรีอื่น

สัญญาระหว่างสองตระกูลมิอาจล้มเลิกแม้เจ้าสาวจะเปลี่ยนหน้า แต่ตำแหน่ง…ยังต้องมีเจ้าของ

ในอกซ่อนยาพิษร้ายแรงที่กลั่นด้วยมือตนในแขนเสื้อมีมีดลับพร้อมปลิดชีวิตได้ทุกเมื่อ

และในใจ…เก็บงำความลับหนึ่งไว้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
49 Bab
บทนำ
บทนำณ ค่ำคืนหนึ่งซึ่งดาวบนฟากฟ้าส่องแสงสลัว แสงจันทร์ทอดเงาเย็นเยียบลงบนเรือนร่างบอบบางของสตรีผู้กำลังเจ็บครรภ์ เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดดังก้องในห้องไม้เก่า ๆ ก่อนที่เสียงร้องไห้ของชีวิตใหม่จะกรีดผ่านความเงียบสงัดนั้นทารกคนแรกคลอดออกมา พร้อมเสียงร้องสดใสดังพลิ้วไหว แววตากลมใสที่ลืมขึ้นครั้งแรกดูราวกับสะท้อนแสงดาว บรรดาผู้คนในเรือนต่างโห่ร้องยินดี กล่าวขานว่านางคือ “ดาวนำโชค” ที่จะนำความรุ่งเรืองและเกียรติยศสู่ตระกูลแต่แล้ว… ทารกคนที่สองกลับคลอดตามออกมาพร้อมเสียงร้องแผ่วเบา และรอยปานประหลาดรูปดอกไม้มอดไหม้กลางแผ่นหลัง ดวงตาคู่นั้นมืดมัว ไร้แววความยินดี แทบจะในทันที… มีเสียงหวีดร้องจากแม่นมดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก“นั่นมัน… ดาวหายะนะ!”ไม่มีแม้คำปลอบโยน ไม่มีแม้โอกาสได้ดูดดื่มน้ำนมจากอกของผู้ให้กำเนิด ทารกน้อยถูกพรากจากอกไปไกลแสนไกล ราวกับเป็นภาระที่ไม่อาจปล่อยให้อยู่ใกล้ผู้คนในเมืองหลวงได้นางถูกส่งตัวไปยัง เขาพิษ ดินแดนห่างไกลที่ผู้คนต่างเล่าขานถึงสัตว์ประหลาด พิษร้าย และหมอยาเฒ่าผู้มีชีวิตอยู่เกินร้อยปี ผู้ที่เป็นทวดของพวกนาง ผู้ถูกลืมเลือนจากโลกภายนอก นางเติบโตท่ามกลางกลิ่นสมุนไพร
Baca selengkapnya
บทที่ 1 กลับคืน
บทที่ 1 กลับคืนเสียงเกือกม้าเหยียบลงบนดินแห้งแล้งในยามเช้ามืด คล้ายเสียงหัวใจของเมืองหลวงที่หยุดเต้นไปครู่หนึ่งยามที่มีรถม้าปรากฏที่หน้าประตูเมืองไม่มีใครรู้ว่าเป็นรถม้าใคร ไม่มีใครกล้าถามในดวงตาคมดุที่ฉาบด้วยม่านหมอกสีเทานั้นเต็มไปด้วยบางสิ่งที่ไม่อาจจับต้องได้ คล้ายความตาย คล้ายไฟแค้น คล้ายอดีตที่ยังไม่ถูกลืม มือขาวซีดแวกผ้าม่านรถม้าออกก่อนจะเอ่ยบอกยามเฝ้าประตูเมืองหลวง“เปิดประตู ข้ามีนามว่า หลานฮวา บุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีคลังจ้าวหยงชิง”เสียงนางเรียบเย็น แต่ก้องสะท้อนในอกของทหารยาม เสี้ยววินาทีที่ได้สบตานาง ราวกับต้องมนตร์จนต้องรีบหลีกทางให้อย่างไม่รู้ตัว“ดาวหายะนะหรือ… ยังไม่ตาย”“นางกลับมาทำไมกัน หรือจะมารับช่วงต่อจากพี่สาว” แล้วเหตุใดนางจึงกล้าเอ่ยว่าตนเองคือบุตรสาวคนเดียวของเสนบดีจ้าวกัน แล้วพี่สาวที่ตายไปมินับญาติกันหรอกหรือ “เฮอะ ใครจะไปลืมได้… วันคลอดวันนั้นน่ะ ดาวดีมีเพียงดวงเดียว อีกดวงเป็นเคราะห์ร้ายจะนำพาทั้งตระกูลถึงแก่ความตาย”เสียงซุบซิบดังไม่ขาดสายในตลาดยามเช้า เมื่อข่าวการกลับมาของบุตรีต้องคำสาปกระจายไปทั่วเมือง ผู้คนจดจำได้เพียงว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นหน้าน
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ยึดตัวตน
บทที่ 2 ยึดตัวตนหลานฮวาเงยหน้ามองบิดาและแม่ใหญ่แววตาเรียบสนิท ริมฝีปากยังคงยิ้มบาง…แต่ไร้ความอบอุ่น“หากจะให้ข้าแต่งงานแทนพี่หลานเมย…”“เช่นนั้น ทุกสิ่งที่เคยเป็น และกำลังจะเป็นของนางต้องเป็นของข้า”เสียงของนางชัดเจน หนักแน่น ราวกับกำลังประกาศกลางห้องโถง ไม่มีวาจาใดของบิดาหรือแม่ใหญ่แทรกขึ้นมาได้ในขณะนั้นแม้แต่สายตาของบ่าวไพร่ที่ยืนอยู่โดยรอบ ก็ยังต้องก้มหน้าหลบ“ตั้งแต่เกิดมา ข้าไม่เคยได้แม้แต่หยาดน้ำนมจากมารดา ถูกส่งขึ้นเขา ถูกลืมเลือน…ในขณะที่หลานเมยได้ทุกอย่าง ทั้งความรัก ทั้งชื่อเสียง ทั้งเรือนทั้งหอ”นางก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว สายลมยามสายพัดชายอาภรณ์ให้โบกเบา เหมือนคำประกาศของนาง กำลังจารไว้ในฟากฟ้าเหนือจวน“ในเมื่อพี่สาวตายไปแล้ว ตั้งแต่วันนี้ข้าจะรับทุกสิ่งของนางไว้ แม้แต่คนรับใช้ที่เคยดูแลนางก็ต้องมาดูแลข้า ในฐานะ…คนที่ยังมีชีวิตอยู่”บิดานางอ้าปากเหมือนจะเอ่ยคำใดแต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาทัน แม่ใหญ่ก็เพียงบีบพัดในมือแน่นเล็กน้อย ดวงตาฉายแววไม่สบอารมณ์ แต่ก็จำต้องกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม“ได้สิ เอาอย่างเจ้าว่าเลย เดี๋ยวพ่อจัดการให้”เรือนเมฆขาว คือชื่อที่จารึกไว้หน้าประตูไม้
Baca selengkapnya
บทที่ 3 สายใย
บทที่ 3 สายใยความเงียบในเรือนเมฆขาวหนักอึ้งจนได้ยินแม้เสียงลมหายใจตนเอง แสงแดดยามบ่ายส่องลอดม่านบาง ๆ สะท้อนบนผืนกระดาษสีขาวซีดในมือหญิงสาว ราวกับฉายให้เห็นเงาของอดีตอันเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด…หลานฮวานั่งลงช้า ๆ บนเบาะ หน้าตรงกับแสง พับชายอาภรณ์เรียบร้อยก่อนจะค่อย ๆ คลี่จดหมายนั้นออกสายตาก้มมองจดหมายที่เริ่มคลี่ออกอย่างระมัดระวัง ตัวอักษรหวัด ๆ อ่อนช้อย ลายมือที่นางเคยคุ้นแต่เลือนหายไปจากความทรงจำ เป็นลายมือของคนที่เคยเขียนชื่อของนางบนกล่องไม้ใต้ต้นหลิว…ครั้งยังเยาว์วัย ตัวอักษรทุกตัวถูกจรดด้วยมือละเมียดละไม น่าจะเขียนด้วยน้ำหมึกชั้นดี เพราะยังไม่ซีดจางแม้ผ่านกาลเวลาถึงฮวาเอ๋อร์ของพี่…ข้าคงเห็นแก่ตัวมากที่เขียนจดหมายฉบับนี้ไว้โดยไม่บอกใครแต่หากเจ้าได้อ่าน แสดงว่าข้าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วจริง ๆข้ารู้ ว่าจดหมายฉบับนี้อาจไม่มีวันไปถึงเจ้าแต่ข้าก็ยังเขียน ด้วยความหวังบาง ๆ ว่า… หากข้าหายไปจริง ๆจะมีใครซักคน…อาจเป็นเจ้า…ที่ได้อ่านมันข้าไม่รู้ว่าข้าเกิดมาเพื่อตัวเอง หรือเพื่อเป็นภาพลวงตาที่ครอบครัวนี้ใช้บังแสงเงาของเจ้าเจ้าคือข้า และข้าก็คือเจ้า เราคือเงาสะท้อนกันและกัน
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ยาพิษในราตรี
บทที่ 4 ยาพิษในราตรีคืนแรกของการมาเยือนจวนสกุลจ้าว ค่ำคืนนี้เงียบสงัดกว่าทุกคือ แสงจันทร์ฉาบลงบนหลังคาจวนเสนบดีจ้าว ราวกับแสงสุดท้ายก่อนพายุร้ายจะกระหน่ำลงมาดวงจันทร์ลอยลับหลังม่านเมฆ ทิ้งให้เงาค่ำครองทั่วเรือนจวนเสนาบดีลมเย็นเฉียบแทรกเข้าระหว่างซี่หน้าต่างราวกับเสียงกระซิบจากโลกวิญญาณและนั่นคือคืนแรกที่หลานฮวาเดินทางกลับมา…ลมเย็นหอบกลิ่นสมุนไพรประหลาดบางอย่างลอยผ่านหน้าต่างบานเล็กของห้องครัวใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่า กลิ่นหอมนั้นไม่ใช่กลิ่นของเครื่องปรุง แต่คือ พิษ จากยอดเขาอันไร้ผู้คนพิษนิมิตเงาเป็นยาที่ท่านทวดเคยเตือนนางมิให้ใช้ หากไร้เหตุจำเป็น มันไม่ฆ่า ไม่เจ็บ ไม่ปรากฏร่องรอย แต่จะชักนำผู้ถูกพิษเข้าสู่ห้วงฝันอันสั่นคลอนความจริงบิดเบือนเวลา ความทรงจำ และดึงเอาความกลัวที่ซ่อนลึกที่สุดมาเปิดโปง และหลานฮวา…เลือกใช้มันลงมือในคืนนี้เมื่อเรือนของหลานเมยกลายเป็นของนางเมื่อนางก้าวเข้ามาแทนที่พี่สาวเมื่อต้องเริ่ม ล้างบัญชี และตามหาความจริงในฝันฮูหยินจ้าว กรีดร้องสุดเสียงเมื่อร่างของนางตกลงจากหน้าผาสูงชัน ผ้าคลุมศีรษะสีแดงของเจ้าสาวพันรัดรอำคอนาง ดึงรั้งให้นางดิ่งลึกลงไปในหุบเหวที่ไ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 พบคนรักของคนที่ต้องแต่งด้วย
บทที่ 5 พบคนรักของคนที่ต้องแต่งด้วยเสียงดนตรีอ่อนโยนจากสายพิณในสวนหลวงด้านทิศตะวันออกของจวนเสนาบดีจ้าวดังคลอไหวไปกับสายลม หลานฮวาสวมชุดคลุมตัวยาวสีดำขลับ เดินทอดน่องอย่างสง่างามตามคำสั่งของผู้เป็นบิดาให้ไปพบว่าที่สามี คนที่จะต้องร่วมชีวิตด้วยหลังจากนี้ บุรุษที่พี่สาวของนางเคยถูกหมั้นหมายไว้กับเขาศาลาริมสระบัวในสวนด้านทิศตะวันออกของจวนเสนาบดีจ้าวในยามบ่ายคลุ้งไปด้วยกลิ่นบุปผาหอมจาง ๆ ดนตรีจากสายพิณดังแผ่วราวเลือนลางในความทรงจำ หลานฮวาเดินเข้าสู่ศาลาอย่างเงียบงัน สีหน้าเรียบนิ่งราวไม่มีอะไรในโลกนี้จะแตะต้องใจนางได้อีกแล้วบนม้านั่งหินในศาลา หญิงสาวผู้หนึ่งนั่งก้มหน้า เช็ดน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าปักลาย ‘หลานเมย’ บนขอบผืนอย่างบรรจงหลานฮวาหยุดมองครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เจ้าหยิบมาจากเรือนของหลานเมยสินะ”หญิงสาวสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ“เจ้า…หลานเมย”หลานฮวายกยิ้มมุมปาก นิ่ง ไม่ตอบในทันที นางจ้องมองหญิงสาวผู้นั้น พลางมองเงาตนเองที่สะท้อนในสระ…เป็นเงาของผู้ที่ยังมีชีวิต แต่อีกคนกลับหายไปจากโลกนี้ก่อนที่หลานฮวาจะทันได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นดัง
Baca selengkapnya
บทที่ 6 แต่งเพราะต้องแต่ง…แค่นั้น
บทที่ 6 แต่งเพราะต้องแต่ง…แค่นั้นรุ่ยหรันที่ยืนอยู่ไม่ใกล้คนทั้งสอง ต้นไผ่ที่ปลูกเรียงรายริมสระบัว เงาของไผ่ทอดทาบลงบนอาภรณ์สีเขียวอ่อนของนาง ราวกลืนตัวไปกับแมกไม้ นางคือหญิงสาวผู้มีใบหน้านวลเนียนราวกลีบเหมยขาว และดวงตาอ่อนโยนที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้แม่ทัพหนุ่มเผลอไผลจนวางใจฝากความลับในหัวใจเอาไว้เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ ชื่อที่ผู้คนในเมืองหลวงเรียกขานนาง ด้วยว่านางชอบสวมอาภรณ์เขียวอ่อน และมักอยู่ในสวนไผ่ เป็นดั่งเงาที่ซ้อนอยู่ในเบื้องหลังของแม่ทัพหนุ่มผู้โด่งดังแต่ในความงามสงบที่ผู้คนเห็น นางกลับเป็นเพียงเงาที่ไร้ชื่ออย่างเป็นทางการในชีวิตของเขาหลานฮวานางปรายตาจากบุรุษตรงหน้าหันไปมองหญิงสาวอีกคน นางไม่รู้จักหญิงผู้นี้เป็นการส่วนตัว แต่จำได้ว่าชื่อของ รุ่ยหลันปรากฏในจดหมายฉบับหนึ่งของหลานเมย‘นางชื่อรุ่ยหรัน เป็นบุตรสาวของนายกองระดับรอง…คนผู้นั้นดูเหมือนจะไม่กล้ายืนเคียงข้างนางต่อหน้าบิดา ข้าไม่แน่ใจว่าควรสงสารนางหรือไม่ดี หากฮวาอยู่ตรงนี้ คงเข้าใจข้า’“แม่นางรุ่ยหรัน”ดวงตาของรุ่ยหรันสะท้อนแววแปลกใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง“ข้าได้ยินว่าเจ้าคือคนรักของแม่ทัพ” รุ่ยหรันคลี่ยิ้ม หากคน
Baca selengkapnya
บทที่ 7 งานมงคล
บทที่ 7 งานมงคลงานมงคลสมรสแห่งจวนแม่ทัพบูรพาเสียงฆ้องกลองมงคลดังลั่นทั่วจวน เสียงดนตรีเคล้าคลอด้วยเสียงหัวเราะของแขกเหรื่อที่เบียดแน่นแน่นในเรือนรับรอง หญิงสาวในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั่งนิ่งอยู่ในห้องหอ เบื้องหน้าคือผ้าม่านสีแดงที่ถูกกางไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล แต่เบื้องในจิตใจกลับดำมืด“คุณหนูเจ้าคะ ถึงเวลาแล้ว”เสียงบ่าวสาวใช้เอ่ยขึ้นเบา ๆ หลานฮวาพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้อง ชุดเจ้าสาวยาวลากพื้น เสียงกระดิ่งเงินที่ขอบชายผ้าดังแผ่วเบาทุกย่างก้าวอีกฝั่งหนึ่งของเรือน เจ้าบ่าวในชุดแต่งงานเต็มยศยืนรออยู่หน้าศาลากลางสวน ดวงตาคมใต้คิ้เข้มไม่มีแววตื่นเต้น ไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยนที่คู่ควรจะมอบให้เจ้าสาวของตนทุกอย่างถูกจัดวางอย่างดี จัดจ้านตระการตา ทว่าภายในใจกลับว่างเปล่า ยามที่ทั้งสองยืนเคียงกันบนเวทีพิธี ทั้งเสียงแสดงความยินดีของแขก และคำกล่าวอวยพรจากผู้ใหญ่ ล้วนดังอยู่รอบกาย…แต่ไร้ซึ่งความหมายไม่มีมือที่จับกันแน่น ไม่มีรอยยิ้มสบตากันแม้เพียงนิด“ขอให้รักมั่นคงตราบฟ้าดินสลาย” ผู้เฒ่ากล่าวอวยพรหลานฮวาเพียงยิ้มบางใต้ผ้าคลุมรอยยิ้มที่เหมือนรอยเยาะในแววตา ส่วนแม่ทัพหนุ่ม
Baca selengkapnya
บทที่ 8 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 8 แขกที่ไม่ได้รับเชิญแขกในงานพากันหัวเราะแห้ง ๆ ตอบรับท่าทีราวเจ้าสาวผู้นี้มิได้รู้สึกอับอาย หรือหวั่นไหวกับคำครหาที่ลอยวนอยู่ในบรรยากาศเลยแม้แต่น้อยใครจะคาดคิดว่าสตรีผู้มาแทนในงานแต่งจะรับมือกับสายตานับร้อยได้อย่างสง่างามเช่นนี้รุ่ยหรันที่ยืนอยู่อีกฟากของแขกที่มายกชายินดี กลับกำถ้วยน้ำชาของตนแน่นขึ้นจนปลายนิ้วซีดขาว ดวงตาสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ ฝาแฝดของหลานเมยรับมือยากเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่มีใบหน้าเดียวกัน กำเนิดจากสตรีหัวอ่อนเช่นเดียวกัน เหตุใดจึงแตกต่างเช่นนี้หลานฮวาหันไปสบตาอีกฝ่ายพอดี ก่อนจะยกยิ้มให้รุ่ยหรันอย่างอ่อนหวาน หากแต่ในแววตากลับราวมีดเล่มเล็กจ่ออยู่กลางอก“ข้าคงต้องขอบคุณสตรีผู้กล้าหาญที่มางานแต่งของคนรักเก่า ทั้งยังแต่งตัวงดงามเสียจนแย่งความสนใจไปจากเจ้าสาวเสียเอง…”เสียงของหลานฮวาดังไม่เบาไม่ดังนัก แต่ก็พอให้แขกในงานหลายคนหันขวับมามองหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกครั้งรุ่ยหรันถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ใบหน้าสวยงามซีดเผือด หากจะโต้เถียงกลับก็ยาก เพราะหลายคนต่างซุบซิบกันอยู่ก่อนหน้าแล้วว่านางแต่งองค์ทรงเครื่องประหนึ่งเป็นเจ้าสาวอีกคน“แม้ท่านแม่ทัพจะไม่ยิ้ม
Baca selengkapnya
บทที่ 9 คืนแต่งงงาน
บทที่ 9 คืนแต่งงงานกลางคืนเงียบงันเช่นเดียวกับหลายค่ำคืนที่ผ่านมาแต่ค่ำคืนนี้ต่างออกไป…จวนแม่ทัพยังไม่หลับ แม้จะเลยเที่ยงคืนแล้ว ยามและทหารเงาต่างเดินเวรอย่างระแวดระวัง หลังเหตุการณ์ประหลาดที่จวนสกุลจ้าว ทุกคนต่างไม่ไว้ใจแม้แต่เงาตัวเองอีกทั้งฝันประหลาด คืนนี้เป็นคืนแรกที่มีคนของสกุลจ้าวย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างจ้าวหลานฮวาในเงามืดเหนือยอดต้นสน เงาหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียงหลานฮวานางอยู่บนหลังคา ใกล้หน้าต่างห้องหนังสือของแม่ทัพมือเรียววางตะขอเหล็กเบา ๆ ใช้เชือกหย่อนตัวลงราวกับแมวป่าในหุบเหว ไม่ถึงอึดใจ นางยืนอยู่กลางห้องเงียบเชียบทว่า…ยังไม่ทันก้าวต่อ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นในความมืด“หากเจ้ากล้าก้าวอีกก้าวเดียว ข้าจะฟันเจ้าไม่ไว้หน้า”แสงไฟสว่างขึ้นทันที เผยให้เห็นเงาร่างของแม่ทัพจ้าวหยงชิง ยืนอยู่ข้างโต๊ะเตี้ยพร้อมดาบในมือดวงตาเขาแข็งกร้าว และมองตรงมายังนางหลานฮวาไม่สะทกสะท้าน นางยืนนิ่ง ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมสีดำเผยเพียงดวงตาคมลึกคู่หนึ่ง“ท่านรู้ว่าเป็นข้า”หลางหางเจิ้งขมวดคิ้ว “กลิ่นยาสมุนไพรจากตัวเจ้า… ”“ข้าจำกลิ่นเจ้าได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน… และข้าจำแววตานี้ได้“ แววตาที่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status