เข้าสู่ระบบในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง
“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏร่องรอยหนักใจออกมาให้เห็นราง ๆ
“ข้าหวังว่าจากนี้ไปทุกคนจะไม่เชื่อข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง” ใบหน้างดงามบัดนี้ปรากฏร่องรอยของความไม่สบายใจขณะหันไปเอ่ยกับบรรดาผู้คน
เสียงของผู้คนรอบข้างดังเข้ามาให้คนที่กำลังประจันหน้ากันได้ยิน
“ข้าเคยได้ยินคุณหนูใหญ่หลี่เอ่ยขอให้แม่ทัพเฉินสั่งสอนน้องชายนางอยู่หลายครั้งทีเดียว”
“จริงหรือ แสดงว่าข่าวลือนั่นก็เชื่อถือไม่ได้น่ะสิ”
“ข้าว่านะคุณหนูใหญ่หลี่จะชอบแม่ทัพเฉินได้อย่างไร ดูนางสินางไม่มีท่าทางชื่นชอบเลยสักนิด”
“เช่นนี้คุณหนูใหญ่หลี่ก็น่าสงสารนัก ที่ต้องพบเจอกับข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง ชื่อเสียงหญิงสาวได้รับผลกระทบไปไม่น้อย”
“ที่ผ่านมาหากทำให้แม่ทัพเฉินและคุณหนูเฉินต้องเข้าใจผิดข้าขออภัยด้วย ข้าขอยืนยันว่ามิได้ชื่นชอบท่านแม่ทัพเฉินแม้แต่น้อย ข้าหวังว่าต่อจากนี้ไปพวกท่านจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ผิดอีก”
“ส่วนเรื่องน้องชายข้า แม่ทัพเฉินไม่ต้องลำบากใจข้ามิคิดฝืนใจให้ท่านตอบรับคำขออีกต่อไป” นางมิคิดจะกลั่นแกล้งหลี่ฝูหมิงอีก จึงเอ่ยออกไปเช่นนั้น หากเขาตอบรับคำในตอนนี้น้องชายจากที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กันคงจะถือดาบไล่ฆ่านางแทน
“ข้าขอยืนยันต่อทุกคนในที่นี้ ตัวข้าหลี่ซูซินรู้ดีแก่ใจว่ากำลังทำสิ่งใด ข้าไม่ทำเรื่องที่ผิดต่อฟ้าดินไม่ผิดต่อใครทั้งสิ้น”
หลี่ซูซินพูดออกมาได้อย่างหน้าตาย นางสามารถพูดโกหกได้อย่างลื่นไหลเพราะเอ่ยพูดประโยคที่เอาไว้แก้ตัวไว้ล่วงหน้า นางจินตนาการเกือบทุกสถานการณ์ที่จะพบเจอว่าต้องแก้ตัวเช่นไรให้ตนเองหลุดพ้นจากข่าวลือพวกนี้ แม้ว่าจะพยายามเช็ดเหงื่อที่ฝ่ามืออยู่หลายครั้งเพราะความตื่นเต้นกลัวตนเองหลุดทำเรื่องโง่งมเพิ่มไปอีก
“เจ้า พวกเจ้าหน้าไม่อาย ”
หลี่ซูซินคิดในใจว่าหากมัวแต่อาย ไม่กล้าโกหก ชื่อเสียงของนางจะกลับมาได้หรือ ในโลกนี้มิได้มีเพียงคนดีกับไม่ดี แต่มีผู้ชนะกับผู้แพ้ต่างหากเล่า
หากชนะจะกลับดำเป็นขาวนั่นก็เป็นเรื่องที่ง่ายไม่ใช่หรือ อย่างที่นางกำลังกระทำอยู่ตอนนี้
ผู้ชนะมีสิทธิ์ที่จะแก้ต่าง ขีดเขียนเรื่องราวของตนให้ผู้ชมรู้สึกดีกับผู้ชนะที่สุด
นางจะเป็นนางร้ายในสายตาผู้คนอีกไปเพื่ออะไรกัน มีโอกาสให้แก้ต่างให้ตัวเองนางจะไม่ทำได้หรือ
แม่ทัพเฉินเห็นว่าน้องสาวของตนเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของตระกูลเฉินจึงดึงรั้งน้องสาวที่กำลังจะกระโจนใส่หลี่ซูซินออกมา
ตั้งแต่เข้ามาในร้านน้ำชาแห่งนี้มา เขามาเพราะน้องสาวรบเร้าให้พามาแม้รู้ว่าห้องที่ชมการแสดงนั้นเต็มแล้ว ไม่รู้ว่าน้องสาวไปได้ยินข่าวมาจากที่ใดว่าหลี่ซูซินหญิงนางนั้นจองห้องใหญ่ไว้
แม้เขาจะไม่อยากเอ่ยขอร่วมห้องกับหญิงผู้นั้นเพียงใด แต่ทนความรบเร้าของน้องสาวไม่ได้จึงจำยอม แต่ไม่คาดคิดว่าหญิงร้ายกาจที่ตามติดเขามาในช่วงหลายเดือนมานี้กลับตอบปฏิเสธ
สร้างความไม่เข้าใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก
เขามองพิจารณาอีกฝ่ายเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายได้ชัดเจน แววตาที่อีกฝ่ายใช้มองมาที่เขาไม่ได้เต็มไปด้วยความหลงเช่นเคย เขามองเห็นเพียงแววตาที่นางเคยใช้มองผู้อื่นที่ต่ำกว่า
นางมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงผู้นี้จึงเปลี่ยนไปอย่างไม่เหลือเค้าเดิม
“น้องสาวข้าเข้าใจผิดไปทำให้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่หลี่ต้องมัวหมองแล้ว ต้องขออภัยคุณหนูหลี่แล้ว”
หลี่ซูซินมองเฉินอี้หานเอ่ยขออภัยตนเอง ภายในใจนางยามนี้ราวกับยกหินที่ทับอยู่ในอกออกไปได้ นางมิอยากมองใบหน้านั้นนานจึงตัดสินใจหันหลังเดินขึ้นบันไดชั้นสองโดยที่เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่งอย่างที่นางใช้เป็นประจำ
“ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือโทษ หากมีครั้งหน้าอีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกท่าน”
สิ่งที่หลี่ซูซินเลือกตัดสินใจอาจจะถูกหรือว่าผิด ที่เหลือทางรอดให้แก่หม่าชิงลี่ และตระกูลหม่าหากว่าเลือกกำจัดไปเสียมิใช่ว่าทำไม่ได้หากว่า... นางใจอ่อนก็มิผิดนักแต่จะไม่ให้ตามเก็บบัญชีที่หม่าชิงลี่กระทำต่อนางในชาตินี้ก็คงมิได้ ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายเฉกเช่นที่ตระกูลหม่าถูกยึดทรัพย์ โดนเนรเทศให้ออกจากเมืองหลวง สิ่งที่หลี่ซูซินละเว้นไว้คือชีวิตของพวกเขาหลี่ซูซินเปลี่ยนใจในเสี้ยวเวลาเกือบสุดท้าย แม้การค้าขายเกลือที่ตระกูลหลี่แอบค้านั้นเป็นสิ่งที่ผิดจะมีโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรงมากถึงขั้นยึดทรัพย์ประหารชีวิตเจ้าของกิจการแต่นางเปลี่ยนใจ..หาหลักฐานเพียงเล็กน้อยให้พวกเขาได้จดจำสิ่งที่ทำให้หลี่ซูซินละเว้นตระกูลหลี่ มีเหตุผลเดียวไม่อยากทำเกินกว่าเหตุนางรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็มิใช่ความผิดของหม่าชิงลี่ทั้งหมด ในชาตินี้อีกฝ่ายทำคือการกลั่นแกล้งนาง มิใช่ว่าสิ่งที่หม่าชิงลี่ทำนางจะไม่โกรธไม่แค้นเคืองสิ่งที่นางทำลงไป หากตัดสินเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลหม่าเพียงเพื่อต้องการเอาชนะ ต้องการแก้แค้นหม่าชิงลี่ นางก็คงใช้ชีวิตไม่มีความสุขในชาตินี้มิได้หมายปองชีวิตของพวกเขา...เรื่องในวันวานถือว่าจบกันไ
บนสวรรค์ชั้นฟ้าเทพชะตาได้มองดูหลี่ซูซินใช้ชีวิตในภพมนุษย์กับสหายเทพอีกคนหนึ่ง“นี่ถึงเป็นเรื่องของชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง เมื่อมิมีผู้ใดเข้าแทรกแซง หลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่เทพซินฮวาจะลิขิตชีวิตตนเอง” เทพชะตากล่าวกับสหายสีหน้ามีความยินดีแสดงออกมาราวกับรู้ถึงอนาคตที่ยังไม่เกิด“อย่างนั้นหรือซือมิ่ง เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้าสินะ ฮ่า” สองเทพยิ้มให้กันอย่างรู้ใจแทบจะมิมีเทพองค์ไหนหรอกที่ไม่ส่งกำลังใจให้เทพซินฮวา“ลิขิตสวรรค์ก็ส่วนหนึ่ง ลิขิตจากตนเองนั่นที่สำคัญ เพียงรู้ตนว่ากำลังทำสิ่งใด พึงมีสติรู้ถูกผิด”ในฝั่งของเทพสงครามนั้น เขายืนหยุดอยู่ตรงปากถ้ำที่ขังเทพสาวที่เป็นภรรยาของตนเองอย่างเงียบงัน“ท่านมาหาข้าแต่มิยอมพูดสิ่งใดน่ะหรือ ท่านคงชังข้ามากสินะ ในใจคงเฝ้าฝันให้ข้าอยู่ในนี้ตลอดกาล แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออีกใจหนึ่งท่านอยากให้เทพซินฮวาผ่านเคราะห์กรรมรีบขึ้นมาบนชั้นฟ้าโดยไว”“...”“การที่สมรสกับข้ามันทุกข์ทรมานมากหรือ”“...”“ท่านจะโทษข้าทั้งหมดไม่ได้หรอกนะ ท่านเองก็มิได้ปฏิเสธออกมาเสียด้วยซ้ำเมื่อมีราชโองการจากเสด็จพ่อ”“มันผิดที่ข้ามาตั้งแต่ต้น” ทำสงครามเอ่ยพูดเพียงแค่นั้น เขายอมรับค
บทที่ 26คิดบัญชีไม่นานนักสิ่งที่หลี่ซูซินทำเริ่มส่งผลกระทบกับตระกูลหม่าเส้นทางการค้าของพวกเขาเริ่มติดขัด พวกเขาผิดสัญญากับคู่ค้าในหลายกิจการ ชื่อเสียงด้านลบเริ่มส่งผลกับตระกูลหม่าหลี่ซูซินยิ้มให้กับความลำบากแรกของหม่าชิงลี่ ที่ยามนี้หัวหมุนไปกับการช่วยบิดาแก้ปัญหาของตระกูลนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น...หลี่ซูซินหันไปมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าร้านกิจการค้าขายเครื่องปรุง หม่าชิงลี่กำลังเอ่ยอธิบายแก่ผู้คนที่เริ่มไม่เชื่อมั่นในสินค้าของร้านตระกูลหม่าอีกฝ่ายหันมามองหลี่ซูซินอย่างพิจารณา หลี่ซูซินมิคิดหลบสายตา ใบหน้างามส่งรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจไปให้อีกฝ่ายอย่างยั่วเย้า นางต้องการเห็นอีกฝ่ายดิ้นพล่านเอาตัวรอดเสียบ้าง ก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินเข้าเหลาอาหารไป“แม่ทัพเฉินมีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยถามบุรุษที่ขอพบนางในห้องรับรองชั้นสองของเหลาอาหาร ร่างบางเอามือเท้าคางขณะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี นางมองบุรุษตรงหน้าที่มีแววตาฉายความไม่พอใจหลี่ซูซินล้วนรู้ดีที่อีกฝ่ายบากหน้ามาพบนางในวันนี้เพราะสาเหตุใด“คุณหนูหลี่ล้วนรู้ดีแก่ใจ”“ฮึ ข้าไม่รู้หรอกแม่ทัพเฉิน”“ปล่อยตระกูลหม่า” เฉินอี้หาน
หลังหลี่ซูซินกลับจวนตนเองมา เจอหลี่ซูเจินมารอพบนางอยู่หน้าเรือน น้องสาวคนรองเองก็ดูเติบโตขึ้น นางสังเกตหลี่ซูเจินมาสักพักใหญ่ แววตาสดใสของอีกฝ่ายที่เคยปรากฏเลือนหายไปไม่น้อยปัญหาที่อีกฝ่ายเผชิญทำให้เติบโตขึ้นสินะ“ท่านไม่ควรเจ้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้พี่หญิง” หลี่ซูเจินกล่าวเข้าเรื่องอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม“ข้าไม่ขัดหรอกนะหากเจ้าอยากลงดาบหรือจัดการตระกูลฝาน เพียงแต่ซูเจินมิใช่ทุกคนที่ทำร้ายเจ้า” เป็นนางที่เอ่ยขอร้องบิดาไว้ ให้จัดการเพียงคนต้นเรื่องเท่านั้น“ท่านจะรู้ดีไปกว่าข้าได้อย่างไร” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดเสียงดังกับหลี่ซูซินด้วยแรงอารมณ์ที่มิเคยแสดงออกมาให้พี่สาวเห็นมาก่อน“ซูเจินเจ้าเป็นอะไร พวกเขาทำอะไร” หลี่ซูซินมิได้โกรธที่หลี่ซูเจินขึ้นเสียงใส่นาง นางยอมรับว่าตกใจกับแรงอารมณ์ของน้องสาว นางมิเคยเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ของหลี่ซูเจินมีเรื่องใดที่นางยังไม่รู้อีกหรือ พวกเขาทำสิ่งใดกับหลี่ซูเจินกัน น้องสาวนางถึงได้เป็นเช่นนี้“พี่หญิงข้ามิเคยคาดคั้นท่านเพราะบางเรื่องย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ยออกมา”“...” ท่ามความโกรธแค้นที่หลี่ซูเจินแสดงออกมา หลี่ซูซินเห็นหยาดน้ำตาส
บทที่ 25เปลี่ยนแปลง“ไม่คิดว่าจะพบคุณหนูหม่า ณ สถานที่แห่งนี้อีกครานะเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยกับหม่าชิงลี่ที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนชินอ๋อง นางมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาเหตุใดจึงยังมาวุ่นวายกับหยางเฟยหลงอีกชาติก่อนแย่งเฉินเฟยหลงชาตินี้คิดจะแย่งหยางเฟยหลงของนางหรือเจ้าฝันไปเถิด!ภายในใจของหลี่ซูซินนั้นตีกันอย่างวุ่นวาย ความรู้สึกที่โดนแย่งเฉินอี้หานในชาติที่แล้ว กับตอนที่อีกฝ่ายเริ่มเอาตัวมายุ่งเกี่ยวกับหยางเฟยหลงในชาตินี้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวนี่ไม่ใช่เรื่องของศักดิ์ศรีแต่ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขุ่นเคืองสตรีตรงหน้า“ข้าเพียงนำของมาให้ซื่อจื่อเท่านั้นคุณหนูหลี่อย่าได้เข้าใจผิด” หม่าชิงลี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไร้พิษภัย หากแต่หลี่ซูซินรู้จักเนื้อแท้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี นางไม่มีวันหลงกลท่าทีไร้เดียงสาเช่นนั้น“มีเรื่องอะไรให้ข้าต้องเข้าใจผิดกัน?” หลี่ซูซินยิ้มมุมปาก แม้ว่าหม่าชิงลี่จะพยายามกระตุ้นความโกรธเพียงใด นางในยามนี้ไม่ยอมแสดงอารมณ์ให้เห็นแม้สักเสี้ยวเดียวหญิงสาวเลือกถือคติ อดทนเพื่อชัยชนะ ทุกความรู้สึกที่อาจพาให้นางเสียแผนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง“คุณหนูหม่าอยากนำของมามอบให้ซื่อจื่อ ข
“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใดอาซิน”หญิงสาวผ่อนลมหายใจออก ก่อนจะตัดสินใจวางเดิมพันอีกครั้ง นี่ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่นางเลือกเสี่ยงกับหยางเฟยหลง“ข้ากังวลเรื่องท่าน”“กังวลเรื่องอะไร”“ข้ากลัว” น้ำเสียงของหลี่ซูซินเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย เมื่อเริ่มเอ่ยถึงความรู้สึกที่แท้จริงอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนได้ยินอดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย“ที่ผ่านมาเป็นข้าไม่ดีอาซิน หากเจ้ากลัวก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก” น้ำตาของหลี่ซูซินที่ไหลลงมาทำเอาหยางเฟยหลงเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น มิใช่ว่าหลี่ซูซินไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขานางยังคงปวดร้าวกับเรื่องในอดีต นางยังคงยึดติดกับสิ่งที่เขาเคยทำ“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รับรู้ว่าท่านพยายามเพียงใดที่จะกลับมาเป็นเช่นเดิม เพียงแต่เป็นข้าที่กลัว ข้ากลัวว่าท่านจะกลับไปเป็นเช่นเดิม ข้ากลัวท่านทิ้งข้าไว้ข้างหลังอีก ข้าไม่อยากผิดหวัง” หลี่ซูซินพยายามพูดให้เป็นประโยค นางเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียสะอื้น ใบหน้ายามนี้เปรอะไปด้วยน้ำตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะเพียรเช็ดออกเพียงใด“...”“แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่ยึดติดต่อท่าน แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่มีความรู้สึกเช่นวันวาน แต่ว่าเหตุใดเล่าข้าถึงยังรู้สึก เหตุใดเล่าอาหลง” ราวกับทุก
“แต่ท่านพ่อก็มิได้รักข้าผู้เดียวนี่”“ซินซินพวกเขาก็เป็นลูกพ่อเช่นกัน เจ้าลองคิดกลับกันหากเป็นพ่อที่รักแต่พวกเขามิสนใจเจ้า เจ้ารู้สึกอย่างไร เจ้าไม่ต้องตอบพ่อเพียงลองคิดตามที่พ่อเอ่ยไป”“.....” ข้าก็คงเสียใจ“แล้วหากข้ารักเพียงแต่บุตรคนโตเช่นเจ้า แล้วบุตรคนอื่น ๆ เล่า พวกเขาต่างก็ต้องการความรัก ควา
และภายในยามเย็นวันนั้นเสนาบดีหลี่ผู้เป็นบิดาของหลี่ซูซินมาเยือนในเรือนแห่งนี้ หลี่ซูซินจำได้ว่าในชีวิตก่อนตนสั่งสาวใช้ไปบอกบิดาว่าไม่ต้องการพบเพราะโมโหที่แผนการที่วาดไว้ผิดพลาด และบิดามาเองก็มาเยี่ยมเยียนนางในวันที่สองของการล้มป่วยในชีวิตนี้หญิงสาวตั้งใจแล้วว่าจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ใ
“มาแล้วหรือ”“พี่หญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”หลี่ซูซินมองเห็นแววตากระจ่างใสมองสำรวจร่างกายของตนของน้องสาว นางมิชินเลยสักนิดที่อีกฝ่ายทำตนเช่นนั้นกับนางมาเสมอ จะมาห่วงใยนางทั้งที่นางมิเคยทำตัวเป็นพี่สาวของอีกฝ่าย“ยังไม่ตายง่าย ๆ ข้ายังอยู่ขวางหูขวางตาพวกเจ้าไปอีกนาน ทำให้เจ้าต้องผิดหวังเสียแล้วกระมั
“ว่าแต่มีผู้ใดมาเยี่ยมข้าบ้างหรือไม่” “นายท่านกับฮูหยินใหญ่มาต้นยามเหม่า[1] แต่ยามนั้นคุณหนูหลับอยู่บอกว่าให้คุณหนูพักรักษาตัวให้ดี”“อย่างนั้นหรือ” “คุณหนูอย่าคิดมากเลยนะเจ้าคะ นายท่านเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ เพียงแต่นายท่านต้องเข้าวัง”“หมดแล้วหรือ”“เอ่อส่วนคุณหนูกับคุณชายในจวน ท่านลืมไปแ







