LOGINตลอดชีวิตที่แล้วหากถามว่าผู้ใดทุ่มเทให้กับเขาเพียงใด นางกล้าตอบว่าเป็นตนเอง และหากถามว่าใครทำให้ชีวิตของเขาติดขัดมากที่สุดก็เป็นนางอีกเช่นกัน ก็เพราะว่า..นางคือนางร้าย เป็นอุปสรรคในชีวิตพวกเขาเพื่อให้ความรักของทั้งสองยิ่งมั่นคง ลึกซึ้งพันทวี เมื่อตายไปจึงได้รู้… เมื่อได้มีโอกาสกลับมา ครานี้หลี่ซูซินสัญญากับตนเอง ไม่เป็นแล้วนางร้าย ชาตินี้ข้าไม่เป็นนางร้ายที่โง่งมอีกแล้ว…
View Moreแค่ก แค่ก แค่ก
หญิงสาวสำลักน้ำเนื่องจากตกลงไปในสระน้ำ โดยรอบมีผู้คนมากมายจับจ้องมาที่ร่างบอบบางที่ซึ่งบัดนี้มีเสื้อคลุมตัวหนาของบุรุษผู้ลงไปช่วยนางห่อหุ้มร่างกายไว้
หลี่ซูซินยังคงมึนงงอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้าจึงมิได้พูดสิ่งใด นางมองไปรอบตัว ไฉนผู้ที่ช่วยเหลือนางกลับเป็นบุรุษผู้นี้เล่า ในขณะที่กำลังขบคิดก็ได้ยินเสียงเอ่ยอย่างอดกลั้นของบุรุษที่ลดตัวลงไปเพื่อช่วยเหลือนาง
“ในเมื่อรู้สึกตัวแล้ว ก็ลุกขึ้นได้แล้ว”
หลี่ซูซินมองใบหน้าที่เผยให้เห็นความเย็นชาอยู่เป็นนิจขณะที่เอ่ยกับนาง คนผู้นี้คือคู่หมั้นของนาง หยางเฟยหลง
เมื่อกวาดสายตามองไปโดยรอบพบว่าผู้ที่ทำให้นางคิดแผนการตกน้ำช่วยสาวงาม นางถึงกับลงทุนกระโดดน้ำ แม้จะว่ายน้ำไม่เป็นก็ตาม นางเดิมพันว่าอย่างไรเขาคงจะช่วยเหลือนางแน่ นางช่างใจกล้าไม่ประมาณตนเองเอาเสียเลย
ทว่านางคาดเดาจิตใจผู้อื่นผิดไป เขามิได้ชายตาแลมองมาที่นางเลยสักนิด สายตาของเขาจับจ้องไปยังหญิงสาวนางหนึ่ง ทำให้ภายในใจของหลี่ซูซินราวกับถูกแผดเผา
ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดสิ่งใดอีก หลี่ซูซินกัดฟันเอ่ยตอบเขาไปทันที
“รบกวนซื่อจื่อต้องมาช่วยเหลือข้าแล้ว” น้ำเสียงอ่อนแรงถูกส่งออกมาก่อนจะพยายามผละออกจากอ้อมแขนแกร่งของอีกฝ่าย
นางเป็นภาระอีกฝ่ายสินะ..
หนาวนัก หนาวเสียจนปวดไปถึงกระดูก ข้าคิดสิ่งใดกันนะก่อนหน้านี้จึงกระโดดลงน้ำอย่างไม่ลังเลเพียงเพื่ออยากให้เขารับผิดชอบหากแตะต้องตัวนาง
ร่างบางหนาวสั่นแม้จะมีเสื้อคลุมตัวหนาห่อหุ้ม หญิงสาวมองใบหน้าที่คงความเย็นชาอยู่เป็นนิจก่อนจะพยายามผละออกจากอ้อมแขนแกร่งของอีกฝ่ายไม่ทันที่จะทำสำเร็จสติกลับพร่าเลือนไปเสียก่อน โดยที่มีร่างสูงใหญ่คอยรับ ยามหญิงสาวหมดสติ ก่อนจะโอบอุ้มนางออกไป
โดยที่นัยน์ตาที่เคยนิ่งสงบปรากฏร่องรอยโทสะขึ้นมาชั่วขณะ
ข่าวคราวการพลัดตกน้ำของหลี่ซูซิน บุตรีคนโตของเสนาบดีการคลังมิได้ตกอยู่ในหัวข้อที่ผู้คนนำไปพูดกันอย่างสนุกปาก มีเพียงข่าวเยินยอคู่หมั้นหนุ่มอย่างหยางเฟยหลงที่เป็นบุรุษช่วยสาวงาม
เฮือก!!!
หญิงสาวสะดุ้งลุกขึ้นนั่งบนเตียง หอบหายใจถี่เนื่องจากตื่นตระหนกตกใจตื่นจากนิทรา หยาดน้ำตาไหลรินตั้งแต่ยามหลับ และยังคงหลั่งไหลไม่หยุดแม้เมื่อตื่นขึ้น
เนื่องจากหญิงสาวยังคงตกอยู่ในภวังค์ความคิด หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวงบัดนี้ ใบหน้างามปรากฏรอยยิ้มพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลเปรอะใบหน้าอย่างไม่ขาดสาย
“ข้ากลับมาจริง ๆ น่ะหรือ” น้ำเสียงแหบแห้งกล่าวกับตัวเองอย่างอดกลั้นไม่ได้
เป็นเรื่องน่ายินดีนัก ดีจริง ๆ
“คุณหนูท่านฟื้นแล้ว รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”สาวใช้ตัวน้อยเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจึงรีบสาวเท้าเข้าไปยังนายของตนที่ได้รับความเย็นจากการตกลงไปในสระ
“เสี่ยวเม่ยข้าไม่เป็นไร เจ้าออกไปก่อน ขอข้าอยู่ตามลำพังห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามา” หญิงสาวเอ่ยบอกสาวใช้ให้วางใจ อาการของนางที่สลบไปก็เพียงแค่ตกใจและร่างกายได้รับความเย็นมากเกินไป
แม้จะเป็นยามวิกาลที่หญิงสาวรู้ว่าคงมิมีผู้ใดมาเยี่ยมเยือนนอกจากบ่าวตัวน้อย แต่ยามนี้หญิงสาวจิตใจว้าวุ่นเกินกว่าที่จะอยากพบเจอผู้ใดทั้งสิ้น
นางต้องการใช้เวลาอยู่กับตนเองทบทวนความจำต่าง ๆ
หลี่ซูซินสะบัดหัวไล่ความมึนงง เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่หญิงสาวเคยเผชิญพบเจอมาด้วยตนเอง สิ่งที่ไล่ตามไขว่คว้านั้นผลตอบแทนกลับมิใช่ความรัก แต่เป็นความผิดหวัง ความเสียใจ ความสูญเสีย
เมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดและทดสอบว่าตนเองในยามนี้มีชีวิตอยู่จริง ๆ มิได้ล่องลอยหรือคิดไปเอง
เป็นความฝันที่ยาวนานเหลือเกิน
นางกลับมาแล้ว
กลับมาเพื่อเลือกทางเดินชีวิตใหม่...
“นั่นใช่คู่หมั้นเจ้าแน่หรือ”“คือนาง”ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยถ้อยคำสั้นกระชับ มิได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็หาคำตอบมิได้กับสิ่งที่เขาเฝ้ามองอยู่ในขณะนี้หยางเฟยหลงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนึ่งตั้งแต่ร่างบอบบางในชุดหรูหราสีม่วงสดใสเดินเข้าร้านน้ำพร้อมกับชายหญิงผู้เป็นน้องของนาง พฤติกรรมของหลี่ซูซินที่มีผู้ติดตามเป็นน้องชายและน้องสาวเป็นเรื่องแปลกประหลาดผู้อื่นอาจจะรู้แค่ว่านางมิสนิทสนมกับน้องชายน้องสาวต่างมารดา แต่มิใช่กับเขาที่รู้จักนางมาตั้งแต่เด็ก เขารู้ว่านางชังหน้าเด็กสองคนนั้น คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเขาเสมอเมื่อมีโอกาสไม่ต้องพูดถึงการออกมาเที่ยวกับบรรดาพี่น้องในจวน เพียงแค่นางมิหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเขานั่นก็ถือว่านางเมตตาพวกเขามากแล้ว“ข้ารู้สึกว่าคุณหนูใหญ่หลี่ดูแปลกไปชอบกล” เหออี้ถงเองก็เป็นผู้หนึ่งที่รู้จักกับหลี่ซูซินมาตั้งแต่เด็ก พวกเขามีโอกาสพบหน้ากันตามงานเลี้ยงสำคัญ ๆ จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้ว่าหลี่ซูซินนิสัยเป็นเช่นใดหยางเฟยหลงมิได้เอ่ยตอบสิ่งใดกลับไป เพียงยกชาขึ้นมาจิบ เรื่องคู่หมั้นสาวเป็นเรื่องนอกเหนือจากการควบคุมของเขา“เจ้าจะมิทักทายพว
ในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏร่องรอยหนักใจออกมาให้เห็นราง ๆ“ข้าหวังว่าจากนี้ไปทุกคนจะไม่เชื่อข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง” ใบหน้างดงามบัดนี้ปรากฏร่องรอยของความไม่สบายใจขณะหันไปเอ่ยกับบรรดาผู้คนเสียงของผู้คนรอบข้างดังเข้ามาให้คนที่กำลังประจันหน้ากันได้ยิน“ข้าเคยได้ยินคุณหนูใหญ่หลี่เอ่ยขอให้แม่ทัพเฉินสั่งสอนน้องชายนางอยู่หลายครั้งทีเดียว”“จริงหรือ แสดงว่าข่าวลือนั่นก็เชื่อถือไม่ได้น่ะสิ”“ข้าว่านะคุณหนูใหญ่หลี่จะชอบแม่ทัพเฉินได้อย่างไร ดูนางสินางไม่มีท่าทางชื่นชอบเลยสักนิด”“เช่นนี้คุณหนูใหญ่หลี่ก็น่าสงสารนัก ที่ต้องพบเจอกับข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง ชื่อเสียงหญิงสาวได้รับผลกระทบไปไม่น้อย”“ที่ผ่านมาหากทำให้แม่ทัพเฉินและคุณหนูเฉินต้องเข้าใจผิดข้าขออภัยด้วย ข้าขอยืนยันว่ามิได้ชื่นชอบท่านแม่ทัพเฉินแม้แต่น้อย ข้าหวังว่าต่อจา
“รังแกกันเกินไปแล้ว พี่สาวข้าหาใช่คนที่พวกท่านสามารถรังแกได้” หลี่ซูเจินที่เฝ้ามองอยู่นานเอ่ยสำทับทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวสามารถอ่านสถานการณ์ที่พี่สาวทำอยู่ได้จึงร่วมผสมโรงอย่างนึกสนุกผู้เป็นพี่สาวของหลี่ซูเจินนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เมื่อเห็นน้องสาวยืนข้างตนเอง“พวกเจ้ากล้าโกหก หน้าไม่อาย”“คุณหนูเฉินข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้วนะเจ้าคะ ท่านมิรู้เรื่องนี้หรือ คู่หมั้นของข้าคือหยางซื่อจื่อ มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องชอบพี่ชายท่านด้วยเล่า” หลี่ซูซินเอ่ยอธิบาย ใบหน้างดงามฉายแววจริงจังถึงสิ่งที่เอ่ยไปว่ามิได้มีความล้อเล่นแม้แต่เศษเสี้ยว“ใช่พี่สาวข้ากับคู่หมั้นรักใคร่ชอบพอกันมาตั้งแต่เด็ก” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดและหลี่ฝูหมิงพยักหน้ายืนยันเริ่มแรกหลี่ซูซินอยากปรบมือให้กับหลี่ซูเจินที่รู้จังหวะช่วยเหลือนางรวดเร็วนัก แต่บัดนี้นางกลับอยากตีหลี่ซูเจินยิ่งนัก“แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องที่ผ่านมาอย่างไร ผู้คนต่างก็รู้ว่าเจ้าตามติดพี่ชายข้าเสียยิ่งกว่าอะไรหากไม่ใช่เพราะเจ้ามีใจให้พี่ชายข้า”“คุณหนูเฉินไม่เคยได้ยินหรือว่าอาหารยังกินมั่วได้ แต่คำพูดท่านจะพูดมั่ว ๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ”“ข้าไม่ได้พูดมั่วนะ”“ดูเหมือนว่าหากข้
ช่วงเวลาที่หลี่ซูซินพักรักษาฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวไปด้วย จากเดิมที่หลี่ซูซินปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมมื้ออาหารเย็นของครอบครัวมาตลอดจนมิมีผู้ใดมาเอ่ยชวนแล้วกลับกลายเป็นหลังจากที่นางหายไข้ และได้รับอนุญาตให้ออกนอกเรือนได้ มีสาวใช้มาถามว่านางจะรับมื้อเย็นที่เรือนใหญ่หรือไม่หลี่ซูซินมิได้ตอบปฏิเสธไปเช่นเคย หญิงสาวลองเปิดใจก้าวข้ามความกลัวในใจ เพราะเคยเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์แล้วรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นคนนอก ทั้งที่คนในครอบครัวต่างปฏิบัติต่อนางอย่างดีเพียงแต่นางปล่อยให้อคติบดบังสายตา มองเห็นเพียงบิดาเอาใจใส่บุตรคนอื่นและละเลยตัวนาง จนนางเริ่มต่อต้าน ไม่อยากพบเจอกันในยามกินข้าว จึงใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อเลี่ยงไปแม้ในครั้งแรกจะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง แต่เมื่อลองเปิดใจ ลองก้าวข้ามผ่านความกลัว นางกลับพบว่าสิ่งที่รอนางอยู่นั้นล้วนเติมเต็มดวงใจที่ว่างเปล่าของตนเรียกได้ว่าหลี่ซูซินใช้ชีวิตใหม่ในครั้งนี้อย่างมีความสุขเมื่อมีความสุข ไม่นานย่อมมีเรื่องน่ารำคาญผ่านเข้ามาในชีวิตที่มีความสุขเกินไปของหญิงสาวเฉกเช่นวันนี้ที่หลี่ซูซินออกมาเที่ยวนอกจวนโดยมาพร้อมกับหลี่ซูเจินน





