Masukตลอดชีวิตที่แล้วหากถามว่าผู้ใดทุ่มเทให้กับเขาเพียงใด นางกล้าตอบว่าเป็นตนเอง และหากถามว่าใครทำให้ชีวิตของเขาติดขัดมากที่สุดก็เป็นนางอีกเช่นกัน ก็เพราะว่า..นางคือนางร้าย เป็นอุปสรรคในชีวิตพวกเขาเพื่อให้ความรักของทั้งสองยิ่งมั่นคง ลึกซึ้งพันทวี เมื่อตายไปจึงได้รู้… เมื่อได้มีโอกาสกลับมา ครานี้หลี่ซูซินสัญญากับตนเอง ไม่เป็นแล้วนางร้าย ชาตินี้ข้าไม่เป็นนางร้ายที่โง่งมอีกแล้ว…
Lihat lebih banyakสิ่งที่หลี่ซูซินเลือกตัดสินใจอาจจะถูกหรือว่าผิด ที่เหลือทางรอดให้แก่หม่าชิงลี่ และตระกูลหม่าหากว่าเลือกกำจัดไปเสียมิใช่ว่าทำไม่ได้หากว่า... นางใจอ่อนก็มิผิดนักแต่จะไม่ให้ตามเก็บบัญชีที่หม่าชิงลี่กระทำต่อนางในชาตินี้ก็คงมิได้ ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายเฉกเช่นที่ตระกูลหม่าถูกยึดทรัพย์ โดนเนรเทศให้ออกจากเมืองหลวง สิ่งที่หลี่ซูซินละเว้นไว้คือชีวิตของพวกเขาหลี่ซูซินเปลี่ยนใจในเสี้ยวเวลาเกือบสุดท้าย แม้การค้าขายเกลือที่ตระกูลหลี่แอบค้านั้นเป็นสิ่งที่ผิดจะมีโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรงมากถึงขั้นยึดทรัพย์ประหารชีวิตเจ้าของกิจการแต่นางเปลี่ยนใจ..หาหลักฐานเพียงเล็กน้อยให้พวกเขาได้จดจำสิ่งที่ทำให้หลี่ซูซินละเว้นตระกูลหลี่ มีเหตุผลเดียวไม่อยากทำเกินกว่าเหตุนางรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็มิใช่ความผิดของหม่าชิงลี่ทั้งหมด ในชาตินี้อีกฝ่ายทำคือการกลั่นแกล้งนาง มิใช่ว่าสิ่งที่หม่าชิงลี่ทำนางจะไม่โกรธไม่แค้นเคืองสิ่งที่นางทำลงไป หากตัดสินเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลหม่าเพียงเพื่อต้องการเอาชนะ ต้องการแก้แค้นหม่าชิงลี่ นางก็คงใช้ชีวิตไม่มีความสุขในชาตินี้มิได้หมายปองชีวิตของพวกเขา...เรื่องในวันวานถือว่าจบกันไ
บนสวรรค์ชั้นฟ้าเทพชะตาได้มองดูหลี่ซูซินใช้ชีวิตในภพมนุษย์กับสหายเทพอีกคนหนึ่ง“นี่ถึงเป็นเรื่องของชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง เมื่อมิมีผู้ใดเข้าแทรกแซง หลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่เทพซินฮวาจะลิขิตชีวิตตนเอง” เทพชะตากล่าวกับสหายสีหน้ามีความยินดีแสดงออกมาราวกับรู้ถึงอนาคตที่ยังไม่เกิด“อย่างนั้นหรือซือมิ่ง เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้าสินะ ฮ่า” สองเทพยิ้มให้กันอย่างรู้ใจแทบจะมิมีเทพองค์ไหนหรอกที่ไม่ส่งกำลังใจให้เทพซินฮวา“ลิขิตสวรรค์ก็ส่วนหนึ่ง ลิขิตจากตนเองนั่นที่สำคัญ เพียงรู้ตนว่ากำลังทำสิ่งใด พึงมีสติรู้ถูกผิด”ในฝั่งของเทพสงครามนั้น เขายืนหยุดอยู่ตรงปากถ้ำที่ขังเทพสาวที่เป็นภรรยาของตนเองอย่างเงียบงัน“ท่านมาหาข้าแต่มิยอมพูดสิ่งใดน่ะหรือ ท่านคงชังข้ามากสินะ ในใจคงเฝ้าฝันให้ข้าอยู่ในนี้ตลอดกาล แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออีกใจหนึ่งท่านอยากให้เทพซินฮวาผ่านเคราะห์กรรมรีบขึ้นมาบนชั้นฟ้าโดยไว”“...”“การที่สมรสกับข้ามันทุกข์ทรมานมากหรือ”“...”“ท่านจะโทษข้าทั้งหมดไม่ได้หรอกนะ ท่านเองก็มิได้ปฏิเสธออกมาเสียด้วยซ้ำเมื่อมีราชโองการจากเสด็จพ่อ”“มันผิดที่ข้ามาตั้งแต่ต้น” ทำสงครามเอ่ยพูดเพียงแค่นั้น เขายอมรับค
บทที่ 26คิดบัญชีไม่นานนักสิ่งที่หลี่ซูซินทำเริ่มส่งผลกระทบกับตระกูลหม่าเส้นทางการค้าของพวกเขาเริ่มติดขัด พวกเขาผิดสัญญากับคู่ค้าในหลายกิจการ ชื่อเสียงด้านลบเริ่มส่งผลกับตระกูลหม่าหลี่ซูซินยิ้มให้กับความลำบากแรกของหม่าชิงลี่ ที่ยามนี้หัวหมุนไปกับการช่วยบิดาแก้ปัญหาของตระกูลนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น...หลี่ซูซินหันไปมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าร้านกิจการค้าขายเครื่องปรุง หม่าชิงลี่กำลังเอ่ยอธิบายแก่ผู้คนที่เริ่มไม่เชื่อมั่นในสินค้าของร้านตระกูลหม่าอีกฝ่ายหันมามองหลี่ซูซินอย่างพิจารณา หลี่ซูซินมิคิดหลบสายตา ใบหน้างามส่งรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจไปให้อีกฝ่ายอย่างยั่วเย้า นางต้องการเห็นอีกฝ่ายดิ้นพล่านเอาตัวรอดเสียบ้าง ก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินเข้าเหลาอาหารไป“แม่ทัพเฉินมีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยถามบุรุษที่ขอพบนางในห้องรับรองชั้นสองของเหลาอาหาร ร่างบางเอามือเท้าคางขณะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี นางมองบุรุษตรงหน้าที่มีแววตาฉายความไม่พอใจหลี่ซูซินล้วนรู้ดีที่อีกฝ่ายบากหน้ามาพบนางในวันนี้เพราะสาเหตุใด“คุณหนูหลี่ล้วนรู้ดีแก่ใจ”“ฮึ ข้าไม่รู้หรอกแม่ทัพเฉิน”“ปล่อยตระกูลหม่า” เฉินอี้หาน
หลังหลี่ซูซินกลับจวนตนเองมา เจอหลี่ซูเจินมารอพบนางอยู่หน้าเรือน น้องสาวคนรองเองก็ดูเติบโตขึ้น นางสังเกตหลี่ซูเจินมาสักพักใหญ่ แววตาสดใสของอีกฝ่ายที่เคยปรากฏเลือนหายไปไม่น้อยปัญหาที่อีกฝ่ายเผชิญทำให้เติบโตขึ้นสินะ“ท่านไม่ควรเจ้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้พี่หญิง” หลี่ซูเจินกล่าวเข้าเรื่องอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม“ข้าไม่ขัดหรอกนะหากเจ้าอยากลงดาบหรือจัดการตระกูลฝาน เพียงแต่ซูเจินมิใช่ทุกคนที่ทำร้ายเจ้า” เป็นนางที่เอ่ยขอร้องบิดาไว้ ให้จัดการเพียงคนต้นเรื่องเท่านั้น“ท่านจะรู้ดีไปกว่าข้าได้อย่างไร” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดเสียงดังกับหลี่ซูซินด้วยแรงอารมณ์ที่มิเคยแสดงออกมาให้พี่สาวเห็นมาก่อน“ซูเจินเจ้าเป็นอะไร พวกเขาทำอะไร” หลี่ซูซินมิได้โกรธที่หลี่ซูเจินขึ้นเสียงใส่นาง นางยอมรับว่าตกใจกับแรงอารมณ์ของน้องสาว นางมิเคยเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ของหลี่ซูเจินมีเรื่องใดที่นางยังไม่รู้อีกหรือ พวกเขาทำสิ่งใดกับหลี่ซูเจินกัน น้องสาวนางถึงได้เป็นเช่นนี้“พี่หญิงข้ามิเคยคาดคั้นท่านเพราะบางเรื่องย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ยออกมา”“...” ท่ามความโกรธแค้นที่หลี่ซูเจินแสดงออกมา หลี่ซูซินเห็นหยาดน้ำตาส
“มาแล้วหรือ”“พี่หญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”หลี่ซูซินมองเห็นแววตากระจ่างใสมองสำรวจร่างกายของตนของน้องสาว นางมิชินเลยสักนิดที่อีกฝ่ายทำตนเช่นนั้นกับนางมาเสมอ จะมาห่วงใยนางทั้งที่นางมิเคยทำตัวเป็นพี่สาวของอีกฝ่าย“ยังไม่ตายง่าย ๆ ข้ายังอยู่ขวางหูขวางตาพวกเจ้าไปอีกนาน ทำให้เจ้าต้องผิดหวังเสียแล้วกระมั
“ว่าแต่มีผู้ใดมาเยี่ยมข้าบ้างหรือไม่” “นายท่านกับฮูหยินใหญ่มาต้นยามเหม่า[1] แต่ยามนั้นคุณหนูหลับอยู่บอกว่าให้คุณหนูพักรักษาตัวให้ดี”“อย่างนั้นหรือ” “คุณหนูอย่าคิดมากเลยนะเจ้าคะ นายท่านเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ เพียงแต่นายท่านต้องเข้าวัง”“หมดแล้วหรือ”“เอ่อส่วนคุณหนูกับคุณชายในจวน ท่านลืมไปแ
พระชายาชินอ๋องเอ่ยกับนางด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป นั่นเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกถึงความสูญเสีย แม้ว่าจะไม่อยากหมั้นหมายกับหยางเฟยหลงแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านางชื่นชอบพระชายาผู้นี้นัก นางกำพร้ามารดาไปตั้งแต่แบเบาะชื่นชอบความอบอุ่นที่สัมผัสได้“เช่นนั้นคุณหนูก็จะไม่หาหนทางถอนหมั้นอีก ไม่ตามติดแม่ทัพเฉิน อุ๊บ” เสี
ร่างกายบอบบางที่ไม่เคยพบเจอกับความเย็นจัดทำให้หลี่ซูซินเป็นไข้ตัวร้อนทั้งยังแต่รู้สึกหนาวไปจนถึงกระดูก ส่งผลให้ภายในจวนตระกูลหลี่ตกอยู่ในความตึงเครียดอีกครั้ง แม้ว่าหมอจะมาตรวจดูอาการให้ในยามเช้าตรู่วันนั้น“ร่างกายตกน้ำนานเกินไป หลังจากนี้พักผ่อนและกินยาตามเทียบที่ข้าจัด ในเจ็ดวันหลังจากนี้อย่าได้












Ulasan-ulasan