Compartir

9

Autor: meimei
last update Última actualización: 2026-03-10 21:14:59

“แต่ท่านพ่อก็มิได้รักข้าผู้เดียวนี่”

“ซินซินพวกเขาก็เป็นลูกพ่อเช่นกัน เจ้าลองคิดกลับกันหากเป็นพ่อที่รักแต่พวกเขามิสนใจเจ้า เจ้ารู้สึกอย่างไร เจ้าไม่ต้องตอบพ่อเพียงลองคิดตามที่พ่อเอ่ยไป”

“.....” ข้าก็คงเสียใจ

“แล้วหากข้ารักเพียงแต่บุตรคนโตเช่นเจ้า แล้วบุตรคนอื่น ๆ เล่า พวกเขาต่างก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ของบิดา เจ้าว่าข้าต้องทำเช่นไรในฐานะบิดา”

“....” ควรรักให้เท่าเทียม หรือรักข้ามากกว่าก็ได้ข้าไม่ถือ

“ข้าตอบได้ว่ามิได้รักเจ้าน้อยกว่าพวกเขาหรอก ต่อไปอย่าได้คิดว่าพ่อไม่รักเจ้าอีกเลย”

“....”

“ที่ผ่านมาอาจจะเป็นพ่อที่ใส่ใจเจ้าไม่มากพอจนทำให้เจ้าต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ อภัยให้พ่อได้หรือไม่ซินซิน” หลี่มู่ตงเองเขารู้สึกว่าปมในใจของบุตรสาวเกิดจากเขา เป็นความผิดในฐานะบิดาที่ใส่ใจบุตรไม่มากพอทั้งที่นางมีเขาเป็นบิดา มิได้สนิทกับฮูหยินคนใหม่ เขาควรใส่ใจความรู้สึกนางมากกว่านี้

ดีที่วันนี้บุตรสาวคนโตดูเหมือนจะรู้ความขึ้น ใช้เหตุผลและยอมรับฟังเหตุผลของผู้อื่น

ส่วนหลี่ซูซินนั้นราวกับปลดผนึกในใจของตนเองออกไปได้ ใบหน้างามที่บัดนี้น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ปรากฏรอยยิ้มยินดีออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดบิดาอย่างที่เคยอยากทำมาตลอด อ้อมแขนบิดาช่างอบอุ่นไม่น้อย ดียิ่งที่นางมีโอกาสได้กลับมาแก้ไขความเข้าใจผิดของตนเอง

ด้วยเพราะบุตรสาวมิเคยยอมให้เขากอดมาตั้งแต่เยาว์วัย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีซึ่งสร้างความประหลาดใจอย่างมากแก่ผู้เป็นบิดา หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจของจวนบัดนี้กลับกลายเป็นเด็กน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น เขาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

“ข้ามิเคยโกรธท่านพ่อเลยเจ้าค่ะ จากนี้ข้าจะไม่คิดเหลวไหลอีกแล้ว” หลี่ซูซินพูดเสียอู้อี้เนื่องจากนางกอดบิดาเสียแน่น

“เจ้าว่าอย่างนั้น พ่อก็ดีใจ”

“ข้าจะไม่รังแกน้องอีกแล้วท่านพ่อ”

“อย่างนั้นหรือ” ที่ผ่านมาเขาปิดตาข้างหนึ่งยามที่บุตรสาวคนโตสร้างเรื่องรังแกบุตรอื่น เพราะไม่อยากให้นางเตลิดไปมากกว่านี้

“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องหลังบ้านอีกแล้ว ข้าเป็นพี่ใหญ่ไม่ปกป้องน้องไม่ว่า แต่ไม่รังแกพวกเขาอีกแล้ว”

“ซินซิน จะไม่ปกป้องพวกเขาสักหน่อยหรือ”

“อืมมม หากพวกเขามีคนมารังแก ข้าจะยอมช่วยก็ได้เจ้าค่ะ”

ตะกอนที่เคยอยู่ในใจบัดนี้ราวกับได้ถูกชะล้างออกไปเสียจนสิ้น นางสามารถพูดเรื่องบุตรคนอื่นกับบิดาได้ด้วยรอยยิ้ม มิได้รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสียอย่างที่แล้วมาอีกแล้ว

เมื่อไถ่ถามอาการ พูดคุยกันกระจ่างหลี่ซูซินคิดว่าบิดาจะกลับเรือนไปพักผ่อน ไม่คิดว่าจะโดนอีกฝ่ายเรียกไปนั่งคุยที่โต๊ะ หญิงสาวมองใบหน้าที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่เป็นเคร่งขรึมจริงจังของผู้เป็นบิดา มือบอบบางลูบขนที่แขนที่ลุกชันขึ้นอย่างรวดเร็ว

ท่าทางบิดายามนี้คือท่าทางของเสนาบดีหลี่ที่อยู่ต่อหน้าขุนนางผู้อื่นที่พร้อมจะไล่ต้อนผู้คนให้เข้าสู่แผนการชัด ๆ

“มีสิ่งใดอยากบอกข้าหรือไม่”

“ไม่มีเจ้าค่ะ” หลี่ซูซินเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประหม่าเมื่อสายตาคมกริบของบิดาจับจ้องมองนางอยู่ตรงหน้า

“ไม่มีแน่หรือ”

“เอ่อ ท่านพ่อหมายถึงเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ”

“เจ้าอยากถอนหมั้นเพียงเพราะไม่ชอบหยางซื่อจื่อ หรือเพราะแม่ทัพเฉินผู้นั้น”

เพียงประโยคแรกที่หลี่มู่ตงเอ่ยออกมาทำให้สีหน้าของผู้เป็นบุตรสาวซีดเผือดลงทันที

“ท่าน ท่านพ่อ เหตุใดจึงเอ่ยเช่นนั้นกัน” น้ำเสียงตะกุกตะกักเปล่งออกไปอย่างยากลำบาก เมื่อมองเห็นสายตาบิดาที่มองมาราวกับทะลุไปถึงใจ

"เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือซินซิน เจ้าเป็นบุตรสาวของข้าความคิดเจ้าเหตุใดข้าจะดูไม่ออก"

เพียงประโยคนี้ประโยคเดียว หลี่ซูซินหมดคำพูดที่จะเอ่ยแก้ตัวแล้ว

“ท่านพ่อข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่คิดจะถอนหมั้นแล้วเจ้าค่ะ”

“ซินซิน หากเจ้าไม่อยากหมั้นหมายกับหยางซื่อจื่อต่อ ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง แต่บิดาเตือนเจ้าสักคำ”

“...”

“อย่าได้คิดทำเรื่องใดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเจ้าในภายหลัง คิดตริตรองถึงผลได้ผลเสียให้ดี”

“...”

“แม้ว่าข้าจะไม่อยากให้การหมั้นหมายของเจ้าล้มเลิก แต่หากเจ้าไม่มีความสุขใช่ว่าข้าจะบังคับให้เจ้าต้องจำยอมแต่ง เพียงแต่อย่าได้ทำเช่นนั้นอีก วิธีการที่ถูกต้องมีมากมาย เหตุใดจึงไม่ใช้”

“ท่านพ่อวางใจ ข้าไม่คิดเรื่องถอนหมั้นกับหยางซื่อจื่ออีกแล้ว ที่ผ่านมาข้ารู้ตัวดีว่ากระทำเรื่องที่ผิด ต่อจากนี้ข้าจะทำตัวดี ๆ ไม่หาเรื่องขายขี้หน้ามาให้ท่านอีกแล้ว”

กลับกลายเป็นว่าแผนการของนางมีผู้รับรู้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน หรือว่าเป็นเพราะเป็นแผนการที่โง่งมเหลือจะทนจึงทำให้ผู้อื่นมองออกได้ง่ายเช่นนี้

ที่ผ่านมาเรื่องที่นางตามติดตอแยเฉินอี้หานมีสายตามากมายที่มองเห็น ทำให้ชื่อเสียงของนางล้วนมิได้ดีงามลามมาถึงตระกูลหลี่

“ไม่คิดเรื่องถอนหมั้นแล้วพ่อก็ไม่ว่า แต่เรื่องที่กระทำตนไม่เห็นแก่หน้าจวนชินอ๋องนั้น เจ้าควรรู้ว่าต้องทำเช่นไรต่อไป” เขาเอ่ยเพื่อให้บุตรสาวได้ฉุกคิด ส่วนเรื่องที่แผนการกระโดดลงน้ำแล้วบุตรสาวคนรองไปตามหยางซื่อจื่อนั้น ไม่ต้องคาดเดาเลยคาดว่าฝ่ายนั้นเองก็รู้ถึงแผนการ

ไม่รู้ว่าบุตรสาวผู้นี้จะคิดได้จริงหรือไม่ แต่เขาหวังเพียงอย่าใช้วิธีการที่โง่งมจนคนอื่นดูแผนการออกอีกเช่นนี้อีก

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

“ส่วนเรื่องแม่ทัพเฉิน”

ไม่ทันที่บิดาจะเอ่ยจบประโยค หลี่ซูซินเอ่ยขัดออกไปทันทีแม้จะเสียมารยาทก็ตาม นางมิอยากให้บิดาเอ่ยถึงเรื่องของบุรุษผู้นั้นอีก

“ข้าเกลียดเขาท่านพ่อ ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว!”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   13

    “นั่นใช่คู่หมั้นเจ้าแน่หรือ”“คือนาง”ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยถ้อยคำสั้นกระชับ มิได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็หาคำตอบมิได้กับสิ่งที่เขาเฝ้ามองอยู่ในขณะนี้หยางเฟยหลงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนึ่งตั้งแต่ร่างบอบบางในชุดหรูหราสีม่วงสดใสเดินเข้าร้านน้ำพร้อมกับชายหญิงผู้เป็นน้องของนาง พฤติกรรมของหลี่ซูซินที่มีผู้ติดตามเป็นน้องชายและน้องสาวเป็นเรื่องแปลกประหลาดผู้อื่นอาจจะรู้แค่ว่านางมิสนิทสนมกับน้องชายน้องสาวต่างมารดา แต่มิใช่กับเขาที่รู้จักนางมาตั้งแต่เด็ก เขารู้ว่านางชังหน้าเด็กสองคนนั้น คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเขาเสมอเมื่อมีโอกาสไม่ต้องพูดถึงการออกมาเที่ยวกับบรรดาพี่น้องในจวน เพียงแค่นางมิหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเขานั่นก็ถือว่านางเมตตาพวกเขามากแล้ว“ข้ารู้สึกว่าคุณหนูใหญ่หลี่ดูแปลกไปชอบกล” เหออี้ถงเองก็เป็นผู้หนึ่งที่รู้จักกับหลี่ซูซินมาตั้งแต่เด็ก พวกเขามีโอกาสพบหน้ากันตามงานเลี้ยงสำคัญ ๆ จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้ว่าหลี่ซูซินนิสัยเป็นเช่นใดหยางเฟยหลงมิได้เอ่ยตอบสิ่งใดกลับไป เพียงยกชาขึ้นมาจิบ เรื่องคู่หมั้นสาวเป็นเรื่องนอกเหนือจากการควบคุมของเขา“เจ้าจะมิทักทายพว

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   12

    ในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏร่องรอยหนักใจออกมาให้เห็นราง ๆ“ข้าหวังว่าจากนี้ไปทุกคนจะไม่เชื่อข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง” ใบหน้างดงามบัดนี้ปรากฏร่องรอยของความไม่สบายใจขณะหันไปเอ่ยกับบรรดาผู้คนเสียงของผู้คนรอบข้างดังเข้ามาให้คนที่กำลังประจันหน้ากันได้ยิน“ข้าเคยได้ยินคุณหนูใหญ่หลี่เอ่ยขอให้แม่ทัพเฉินสั่งสอนน้องชายนางอยู่หลายครั้งทีเดียว”“จริงหรือ แสดงว่าข่าวลือนั่นก็เชื่อถือไม่ได้น่ะสิ”“ข้าว่านะคุณหนูใหญ่หลี่จะชอบแม่ทัพเฉินได้อย่างไร ดูนางสินางไม่มีท่าทางชื่นชอบเลยสักนิด”“เช่นนี้คุณหนูใหญ่หลี่ก็น่าสงสารนัก ที่ต้องพบเจอกับข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง ชื่อเสียงหญิงสาวได้รับผลกระทบไปไม่น้อย”“ที่ผ่านมาหากทำให้แม่ทัพเฉินและคุณหนูเฉินต้องเข้าใจผิดข้าขออภัยด้วย ข้าขอยืนยันว่ามิได้ชื่นชอบท่านแม่ทัพเฉินแม้แต่น้อย ข้าหวังว่าต่อจา

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   11

    “รังแกกันเกินไปแล้ว พี่สาวข้าหาใช่คนที่พวกท่านสามารถรังแกได้” หลี่ซูเจินที่เฝ้ามองอยู่นานเอ่ยสำทับทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวสามารถอ่านสถานการณ์ที่พี่สาวทำอยู่ได้จึงร่วมผสมโรงอย่างนึกสนุกผู้เป็นพี่สาวของหลี่ซูเจินนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เมื่อเห็นน้องสาวยืนข้างตนเอง“พวกเจ้ากล้าโกหก หน้าไม่อาย”“คุณหนูเฉินข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้วนะเจ้าคะ ท่านมิรู้เรื่องนี้หรือ คู่หมั้นของข้าคือหยางซื่อจื่อ มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องชอบพี่ชายท่านด้วยเล่า” หลี่ซูซินเอ่ยอธิบาย ใบหน้างดงามฉายแววจริงจังถึงสิ่งที่เอ่ยไปว่ามิได้มีความล้อเล่นแม้แต่เศษเสี้ยว“ใช่พี่สาวข้ากับคู่หมั้นรักใคร่ชอบพอกันมาตั้งแต่เด็ก” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดและหลี่ฝูหมิงพยักหน้ายืนยันเริ่มแรกหลี่ซูซินอยากปรบมือให้กับหลี่ซูเจินที่รู้จังหวะช่วยเหลือนางรวดเร็วนัก แต่บัดนี้นางกลับอยากตีหลี่ซูเจินยิ่งนัก“แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องที่ผ่านมาอย่างไร ผู้คนต่างก็รู้ว่าเจ้าตามติดพี่ชายข้าเสียยิ่งกว่าอะไรหากไม่ใช่เพราะเจ้ามีใจให้พี่ชายข้า”“คุณหนูเฉินไม่เคยได้ยินหรือว่าอาหารยังกินมั่วได้ แต่คำพูดท่านจะพูดมั่ว ๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ”“ข้าไม่ได้พูดมั่วนะ”“ดูเหมือนว่าหากข้

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   10

    ช่วงเวลาที่หลี่ซูซินพักรักษาฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวไปด้วย จากเดิมที่หลี่ซูซินปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมมื้ออาหารเย็นของครอบครัวมาตลอดจนมิมีผู้ใดมาเอ่ยชวนแล้วกลับกลายเป็นหลังจากที่นางหายไข้ และได้รับอนุญาตให้ออกนอกเรือนได้ มีสาวใช้มาถามว่านางจะรับมื้อเย็นที่เรือนใหญ่หรือไม่หลี่ซูซินมิได้ตอบปฏิเสธไปเช่นเคย หญิงสาวลองเปิดใจก้าวข้ามความกลัวในใจ เพราะเคยเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์แล้วรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นคนนอก ทั้งที่คนในครอบครัวต่างปฏิบัติต่อนางอย่างดีเพียงแต่นางปล่อยให้อคติบดบังสายตา มองเห็นเพียงบิดาเอาใจใส่บุตรคนอื่นและละเลยตัวนาง จนนางเริ่มต่อต้าน ไม่อยากพบเจอกันในยามกินข้าว จึงใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อเลี่ยงไปแม้ในครั้งแรกจะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง แต่เมื่อลองเปิดใจ ลองก้าวข้ามผ่านความกลัว นางกลับพบว่าสิ่งที่รอนางอยู่นั้นล้วนเติมเต็มดวงใจที่ว่างเปล่าของตนเรียกได้ว่าหลี่ซูซินใช้ชีวิตใหม่ในครั้งนี้อย่างมีความสุขเมื่อมีความสุข ไม่นานย่อมมีเรื่องน่ารำคาญผ่านเข้ามาในชีวิตที่มีความสุขเกินไปของหญิงสาวเฉกเช่นวันนี้ที่หลี่ซูซินออกมาเที่ยวนอกจวนโดยมาพร้อมกับหลี่ซูเจินน

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   9

    “แต่ท่านพ่อก็มิได้รักข้าผู้เดียวนี่”“ซินซินพวกเขาก็เป็นลูกพ่อเช่นกัน เจ้าลองคิดกลับกันหากเป็นพ่อที่รักแต่พวกเขามิสนใจเจ้า เจ้ารู้สึกอย่างไร เจ้าไม่ต้องตอบพ่อเพียงลองคิดตามที่พ่อเอ่ยไป”“.....” ข้าก็คงเสียใจ“แล้วหากข้ารักเพียงแต่บุตรคนโตเช่นเจ้า แล้วบุตรคนอื่น ๆ เล่า พวกเขาต่างก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ของบิดา เจ้าว่าข้าต้องทำเช่นไรในฐานะบิดา”“....” ควรรักให้เท่าเทียม หรือรักข้ามากกว่าก็ได้ข้าไม่ถือ“ข้าตอบได้ว่ามิได้รักเจ้าน้อยกว่าพวกเขาหรอก ต่อไปอย่าได้คิดว่าพ่อไม่รักเจ้าอีกเลย”“....”“ที่ผ่านมาอาจจะเป็นพ่อที่ใส่ใจเจ้าไม่มากพอจนทำให้เจ้าต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ อภัยให้พ่อได้หรือไม่ซินซิน” หลี่มู่ตงเองเขารู้สึกว่าปมในใจของบุตรสาวเกิดจากเขา เป็นความผิดในฐานะบิดาที่ใส่ใจบุตรไม่มากพอทั้งที่นางมีเขาเป็นบิดา มิได้สนิทกับฮูหยินคนใหม่ เขาควรใส่ใจความรู้สึกนางมากกว่านี้ดีที่วันนี้บุตรสาวคนโตดูเหมือนจะรู้ความขึ้น ใช้เหตุผลและยอมรับฟังเหตุผลของผู้อื่นส่วนหลี่ซูซินนั้นราวกับปลดผนึกในใจของตนเองออกไปได้ ใบหน้างามที่บัดนี้น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ปรากฏรอยยิ้มยินดีออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดบิดาอย่างที

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   8

    และภายในยามเย็นวันนั้นเสนาบดีหลี่ผู้เป็นบิดาของหลี่ซูซินมาเยือนในเรือนแห่งนี้ หลี่ซูซินจำได้ว่าในชีวิตก่อนตนสั่งสาวใช้ไปบอกบิดาว่าไม่ต้องการพบเพราะโมโหที่แผนการที่วาดไว้ผิดพลาด และบิดามาเองก็มาเยี่ยมเยียนนางในวันที่สองของการล้มป่วยในชีวิตนี้หญิงสาวตั้งใจแล้วว่าจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ในใจจึงเฝ้ารอคอยการมาถึงของบิดาไม่น้อยเมื่อใช้สายตาที่ปราศจากอคติย่อมมองเห็นถึงความเป็นจริง บิดาที่นางเคยคิดว่าทอดทิ้งตัวนางไปแล้ว มองแหงนหน้ามองบิดาที่กำลังใช้ฝ่ามือหนาลูบหัวนางอย่างอ่อนโยนนานเท่าใดแล้วที่นางผลักไสครอบครัวตนเอง แม้จะรู้สึกประหม่าไม่ชินกับความใกล้ชิดอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกอบอุ่นที่เข้ามาเกาะกุมในใจทำให้นางยอมนั่งนิ่งให้บิดาแสดงความห่วงใยต่อไปคำแรกที่บิดาเอ่ยคือไถ่ถามอาการอย่างห่วงใย เป็นถ้อยคำธรรมสามัญที่คนในครอบครัวพึงทำ แต่นางแทบจะไม่เคยได้ยินเพราะที่ผ่านมาเอาแต่ผลักไสไม่ยอมใกล้ชิดครอบครัว“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังไข้ขึ้นหรือไม่”“ท่านพ่อก็เป็นห่วงข้าเช่นกันหรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านพ่อจะไม่ห่วงข้าเสียแล้ว”“เหลวไหลนัก ภายในหัวเจ้าคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ซินซิน มีบิดาผู้ใดที่ไม่ห

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status