LOGIN“แต่ท่านพ่อก็มิได้รักข้าผู้เดียวนี่”
“ซินซินพวกเขาก็เป็นลูกพ่อเช่นกัน เจ้าลองคิดกลับกันหากเป็นพ่อที่รักแต่พวกเขามิสนใจเจ้า เจ้ารู้สึกอย่างไร เจ้าไม่ต้องตอบพ่อเพียงลองคิดตามที่พ่อเอ่ยไป”
“.....” ข้าก็คงเสียใจ
“แล้วหากข้ารักเพียงแต่บุตรคนโตเช่นเจ้า แล้วบุตรคนอื่น ๆ เล่า พวกเขาต่างก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ของบิดา เจ้าว่าข้าต้องทำเช่นไรในฐานะบิดา”
“....” ควรรักให้เท่าเทียม หรือรักข้ามากกว่าก็ได้ข้าไม่ถือ
“ข้าตอบได้ว่ามิได้รักเจ้าน้อยกว่าพวกเขาหรอก ต่อไปอย่าได้คิดว่าพ่อไม่รักเจ้าอีกเลย”
“....”
“ที่ผ่านมาอาจจะเป็นพ่อที่ใส่ใจเจ้าไม่มากพอจนทำให้เจ้าต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ อภัยให้พ่อได้หรือไม่ซินซิน” หลี่มู่ตงเองเขารู้สึกว่าปมในใจของบุตรสาวเกิดจากเขา เป็นความผิดในฐานะบิดาที่ใส่ใจบุตรไม่มากพอทั้งที่นางมีเขาเป็นบิดา มิได้สนิทกับฮูหยินคนใหม่ เขาควรใส่ใจความรู้สึกนางมากกว่านี้
ดีที่วันนี้บุตรสาวคนโตดูเหมือนจะรู้ความขึ้น ใช้เหตุผลและยอมรับฟังเหตุผลของผู้อื่น
ส่วนหลี่ซูซินนั้นราวกับปลดผนึกในใจของตนเองออกไปได้ ใบหน้างามที่บัดนี้น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ปรากฏรอยยิ้มยินดีออกมา ก่อนจะโผเข้ากอดบิดาอย่างที่เคยอยากทำมาตลอด อ้อมแขนบิดาช่างอบอุ่นไม่น้อย ดียิ่งที่นางมีโอกาสได้กลับมาแก้ไขความเข้าใจผิดของตนเอง
ด้วยเพราะบุตรสาวมิเคยยอมให้เขากอดมาตั้งแต่เยาว์วัย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีซึ่งสร้างความประหลาดใจอย่างมากแก่ผู้เป็นบิดา หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าร้ายกาจของจวนบัดนี้กลับกลายเป็นเด็กน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น เขาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“ข้ามิเคยโกรธท่านพ่อเลยเจ้าค่ะ จากนี้ข้าจะไม่คิดเหลวไหลอีกแล้ว” หลี่ซูซินพูดเสียอู้อี้เนื่องจากนางกอดบิดาเสียแน่น
“เจ้าว่าอย่างนั้น พ่อก็ดีใจ”
“ข้าจะไม่รังแกน้องอีกแล้วท่านพ่อ”
“อย่างนั้นหรือ” ที่ผ่านมาเขาปิดตาข้างหนึ่งยามที่บุตรสาวคนโตสร้างเรื่องรังแกบุตรอื่น เพราะไม่อยากให้นางเตลิดไปมากกว่านี้
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องหลังบ้านอีกแล้ว ข้าเป็นพี่ใหญ่ไม่ปกป้องน้องไม่ว่า แต่ไม่รังแกพวกเขาอีกแล้ว”
“ซินซิน จะไม่ปกป้องพวกเขาสักหน่อยหรือ”
“อืมมม หากพวกเขามีคนมารังแก ข้าจะยอมช่วยก็ได้เจ้าค่ะ”
ตะกอนที่เคยอยู่ในใจบัดนี้ราวกับได้ถูกชะล้างออกไปเสียจนสิ้น นางสามารถพูดเรื่องบุตรคนอื่นกับบิดาได้ด้วยรอยยิ้ม มิได้รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสียอย่างที่แล้วมาอีกแล้ว
เมื่อไถ่ถามอาการ พูดคุยกันกระจ่างหลี่ซูซินคิดว่าบิดาจะกลับเรือนไปพักผ่อน ไม่คิดว่าจะโดนอีกฝ่ายเรียกไปนั่งคุยที่โต๊ะ หญิงสาวมองใบหน้าที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่เป็นเคร่งขรึมจริงจังของผู้เป็นบิดา มือบอบบางลูบขนที่แขนที่ลุกชันขึ้นอย่างรวดเร็ว
ท่าทางบิดายามนี้คือท่าทางของเสนาบดีหลี่ที่อยู่ต่อหน้าขุนนางผู้อื่นที่พร้อมจะไล่ต้อนผู้คนให้เข้าสู่แผนการชัด ๆ
“มีสิ่งใดอยากบอกข้าหรือไม่”
“ไม่มีเจ้าค่ะ” หลี่ซูซินเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประหม่าเมื่อสายตาคมกริบของบิดาจับจ้องมองนางอยู่ตรงหน้า
“ไม่มีแน่หรือ”
“เอ่อ ท่านพ่อหมายถึงเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ”
“เจ้าอยากถอนหมั้นเพียงเพราะไม่ชอบหยางซื่อจื่อ หรือเพราะแม่ทัพเฉินผู้นั้น”
เพียงประโยคแรกที่หลี่มู่ตงเอ่ยออกมาทำให้สีหน้าของผู้เป็นบุตรสาวซีดเผือดลงทันที
“ท่าน ท่านพ่อ เหตุใดจึงเอ่ยเช่นนั้นกัน” น้ำเสียงตะกุกตะกักเปล่งออกไปอย่างยากลำบาก เมื่อมองเห็นสายตาบิดาที่มองมาราวกับทะลุไปถึงใจ
"เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือซินซิน เจ้าเป็นบุตรสาวของข้าความคิดเจ้าเหตุใดข้าจะดูไม่ออก"
เพียงประโยคนี้ประโยคเดียว หลี่ซูซินหมดคำพูดที่จะเอ่ยแก้ตัวแล้ว
“ท่านพ่อข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่คิดจะถอนหมั้นแล้วเจ้าค่ะ”
“ซินซิน หากเจ้าไม่อยากหมั้นหมายกับหยางซื่อจื่อต่อ ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง แต่บิดาเตือนเจ้าสักคำ”
“...”
“อย่าได้คิดทำเรื่องใดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเจ้าในภายหลัง คิดตริตรองถึงผลได้ผลเสียให้ดี”
“...”
“แม้ว่าข้าจะไม่อยากให้การหมั้นหมายของเจ้าล้มเลิก แต่หากเจ้าไม่มีความสุขใช่ว่าข้าจะบังคับให้เจ้าต้องจำยอมแต่ง เพียงแต่อย่าได้ทำเช่นนั้นอีก วิธีการที่ถูกต้องมีมากมาย เหตุใดจึงไม่ใช้”
“ท่านพ่อวางใจ ข้าไม่คิดเรื่องถอนหมั้นกับหยางซื่อจื่ออีกแล้ว ที่ผ่านมาข้ารู้ตัวดีว่ากระทำเรื่องที่ผิด ต่อจากนี้ข้าจะทำตัวดี ๆ ไม่หาเรื่องขายขี้หน้ามาให้ท่านอีกแล้ว”
กลับกลายเป็นว่าแผนการของนางมีผู้รับรู้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน หรือว่าเป็นเพราะเป็นแผนการที่โง่งมเหลือจะทนจึงทำให้ผู้อื่นมองออกได้ง่ายเช่นนี้
ที่ผ่านมาเรื่องที่นางตามติดตอแยเฉินอี้หานมีสายตามากมายที่มองเห็น ทำให้ชื่อเสียงของนางล้วนมิได้ดีงามลามมาถึงตระกูลหลี่
“ไม่คิดเรื่องถอนหมั้นแล้วพ่อก็ไม่ว่า แต่เรื่องที่กระทำตนไม่เห็นแก่หน้าจวนชินอ๋องนั้น เจ้าควรรู้ว่าต้องทำเช่นไรต่อไป” เขาเอ่ยเพื่อให้บุตรสาวได้ฉุกคิด ส่วนเรื่องที่แผนการกระโดดลงน้ำแล้วบุตรสาวคนรองไปตามหยางซื่อจื่อนั้น ไม่ต้องคาดเดาเลยคาดว่าฝ่ายนั้นเองก็รู้ถึงแผนการ
ไม่รู้ว่าบุตรสาวผู้นี้จะคิดได้จริงหรือไม่ แต่เขาหวังเพียงอย่าใช้วิธีการที่โง่งมจนคนอื่นดูแผนการออกอีกเช่นนี้อีก
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”
“ส่วนเรื่องแม่ทัพเฉิน”
ไม่ทันที่บิดาจะเอ่ยจบประโยค หลี่ซูซินเอ่ยขัดออกไปทันทีแม้จะเสียมารยาทก็ตาม นางมิอยากให้บิดาเอ่ยถึงเรื่องของบุรุษผู้นั้นอีก
“ข้าเกลียดเขาท่านพ่อ ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว!”
สิ่งที่หลี่ซูซินเลือกตัดสินใจอาจจะถูกหรือว่าผิด ที่เหลือทางรอดให้แก่หม่าชิงลี่ และตระกูลหม่าหากว่าเลือกกำจัดไปเสียมิใช่ว่าทำไม่ได้หากว่า... นางใจอ่อนก็มิผิดนักแต่จะไม่ให้ตามเก็บบัญชีที่หม่าชิงลี่กระทำต่อนางในชาตินี้ก็คงมิได้ ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายเฉกเช่นที่ตระกูลหม่าถูกยึดทรัพย์ โดนเนรเทศให้ออกจากเมืองหลวง สิ่งที่หลี่ซูซินละเว้นไว้คือชีวิตของพวกเขาหลี่ซูซินเปลี่ยนใจในเสี้ยวเวลาเกือบสุดท้าย แม้การค้าขายเกลือที่ตระกูลหลี่แอบค้านั้นเป็นสิ่งที่ผิดจะมีโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรงมากถึงขั้นยึดทรัพย์ประหารชีวิตเจ้าของกิจการแต่นางเปลี่ยนใจ..หาหลักฐานเพียงเล็กน้อยให้พวกเขาได้จดจำสิ่งที่ทำให้หลี่ซูซินละเว้นตระกูลหลี่ มีเหตุผลเดียวไม่อยากทำเกินกว่าเหตุนางรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็มิใช่ความผิดของหม่าชิงลี่ทั้งหมด ในชาตินี้อีกฝ่ายทำคือการกลั่นแกล้งนาง มิใช่ว่าสิ่งที่หม่าชิงลี่ทำนางจะไม่โกรธไม่แค้นเคืองสิ่งที่นางทำลงไป หากตัดสินเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลหม่าเพียงเพื่อต้องการเอาชนะ ต้องการแก้แค้นหม่าชิงลี่ นางก็คงใช้ชีวิตไม่มีความสุขในชาตินี้มิได้หมายปองชีวิตของพวกเขา...เรื่องในวันวานถือว่าจบกันไ
บนสวรรค์ชั้นฟ้าเทพชะตาได้มองดูหลี่ซูซินใช้ชีวิตในภพมนุษย์กับสหายเทพอีกคนหนึ่ง“นี่ถึงเป็นเรื่องของชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง เมื่อมิมีผู้ใดเข้าแทรกแซง หลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่เทพซินฮวาจะลิขิตชีวิตตนเอง” เทพชะตากล่าวกับสหายสีหน้ามีความยินดีแสดงออกมาราวกับรู้ถึงอนาคตที่ยังไม่เกิด“อย่างนั้นหรือซือมิ่ง เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้าสินะ ฮ่า” สองเทพยิ้มให้กันอย่างรู้ใจแทบจะมิมีเทพองค์ไหนหรอกที่ไม่ส่งกำลังใจให้เทพซินฮวา“ลิขิตสวรรค์ก็ส่วนหนึ่ง ลิขิตจากตนเองนั่นที่สำคัญ เพียงรู้ตนว่ากำลังทำสิ่งใด พึงมีสติรู้ถูกผิด”ในฝั่งของเทพสงครามนั้น เขายืนหยุดอยู่ตรงปากถ้ำที่ขังเทพสาวที่เป็นภรรยาของตนเองอย่างเงียบงัน“ท่านมาหาข้าแต่มิยอมพูดสิ่งใดน่ะหรือ ท่านคงชังข้ามากสินะ ในใจคงเฝ้าฝันให้ข้าอยู่ในนี้ตลอดกาล แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออีกใจหนึ่งท่านอยากให้เทพซินฮวาผ่านเคราะห์กรรมรีบขึ้นมาบนชั้นฟ้าโดยไว”“...”“การที่สมรสกับข้ามันทุกข์ทรมานมากหรือ”“...”“ท่านจะโทษข้าทั้งหมดไม่ได้หรอกนะ ท่านเองก็มิได้ปฏิเสธออกมาเสียด้วยซ้ำเมื่อมีราชโองการจากเสด็จพ่อ”“มันผิดที่ข้ามาตั้งแต่ต้น” ทำสงครามเอ่ยพูดเพียงแค่นั้น เขายอมรับค
บทที่ 26คิดบัญชีไม่นานนักสิ่งที่หลี่ซูซินทำเริ่มส่งผลกระทบกับตระกูลหม่าเส้นทางการค้าของพวกเขาเริ่มติดขัด พวกเขาผิดสัญญากับคู่ค้าในหลายกิจการ ชื่อเสียงด้านลบเริ่มส่งผลกับตระกูลหม่าหลี่ซูซินยิ้มให้กับความลำบากแรกของหม่าชิงลี่ ที่ยามนี้หัวหมุนไปกับการช่วยบิดาแก้ปัญหาของตระกูลนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น...หลี่ซูซินหันไปมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าร้านกิจการค้าขายเครื่องปรุง หม่าชิงลี่กำลังเอ่ยอธิบายแก่ผู้คนที่เริ่มไม่เชื่อมั่นในสินค้าของร้านตระกูลหม่าอีกฝ่ายหันมามองหลี่ซูซินอย่างพิจารณา หลี่ซูซินมิคิดหลบสายตา ใบหน้างามส่งรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจไปให้อีกฝ่ายอย่างยั่วเย้า นางต้องการเห็นอีกฝ่ายดิ้นพล่านเอาตัวรอดเสียบ้าง ก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินเข้าเหลาอาหารไป“แม่ทัพเฉินมีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยถามบุรุษที่ขอพบนางในห้องรับรองชั้นสองของเหลาอาหาร ร่างบางเอามือเท้าคางขณะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี นางมองบุรุษตรงหน้าที่มีแววตาฉายความไม่พอใจหลี่ซูซินล้วนรู้ดีที่อีกฝ่ายบากหน้ามาพบนางในวันนี้เพราะสาเหตุใด“คุณหนูหลี่ล้วนรู้ดีแก่ใจ”“ฮึ ข้าไม่รู้หรอกแม่ทัพเฉิน”“ปล่อยตระกูลหม่า” เฉินอี้หาน
หลังหลี่ซูซินกลับจวนตนเองมา เจอหลี่ซูเจินมารอพบนางอยู่หน้าเรือน น้องสาวคนรองเองก็ดูเติบโตขึ้น นางสังเกตหลี่ซูเจินมาสักพักใหญ่ แววตาสดใสของอีกฝ่ายที่เคยปรากฏเลือนหายไปไม่น้อยปัญหาที่อีกฝ่ายเผชิญทำให้เติบโตขึ้นสินะ“ท่านไม่ควรเจ้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้พี่หญิง” หลี่ซูเจินกล่าวเข้าเรื่องอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม“ข้าไม่ขัดหรอกนะหากเจ้าอยากลงดาบหรือจัดการตระกูลฝาน เพียงแต่ซูเจินมิใช่ทุกคนที่ทำร้ายเจ้า” เป็นนางที่เอ่ยขอร้องบิดาไว้ ให้จัดการเพียงคนต้นเรื่องเท่านั้น“ท่านจะรู้ดีไปกว่าข้าได้อย่างไร” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดเสียงดังกับหลี่ซูซินด้วยแรงอารมณ์ที่มิเคยแสดงออกมาให้พี่สาวเห็นมาก่อน“ซูเจินเจ้าเป็นอะไร พวกเขาทำอะไร” หลี่ซูซินมิได้โกรธที่หลี่ซูเจินขึ้นเสียงใส่นาง นางยอมรับว่าตกใจกับแรงอารมณ์ของน้องสาว นางมิเคยเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ของหลี่ซูเจินมีเรื่องใดที่นางยังไม่รู้อีกหรือ พวกเขาทำสิ่งใดกับหลี่ซูเจินกัน น้องสาวนางถึงได้เป็นเช่นนี้“พี่หญิงข้ามิเคยคาดคั้นท่านเพราะบางเรื่องย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ยออกมา”“...” ท่ามความโกรธแค้นที่หลี่ซูเจินแสดงออกมา หลี่ซูซินเห็นหยาดน้ำตาส
บทที่ 25เปลี่ยนแปลง“ไม่คิดว่าจะพบคุณหนูหม่า ณ สถานที่แห่งนี้อีกครานะเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยกับหม่าชิงลี่ที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนชินอ๋อง นางมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาเหตุใดจึงยังมาวุ่นวายกับหยางเฟยหลงอีกชาติก่อนแย่งเฉินเฟยหลงชาตินี้คิดจะแย่งหยางเฟยหลงของนางหรือเจ้าฝันไปเถิด!ภายในใจของหลี่ซูซินนั้นตีกันอย่างวุ่นวาย ความรู้สึกที่โดนแย่งเฉินอี้หานในชาติที่แล้ว กับตอนที่อีกฝ่ายเริ่มเอาตัวมายุ่งเกี่ยวกับหยางเฟยหลงในชาตินี้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวนี่ไม่ใช่เรื่องของศักดิ์ศรีแต่ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขุ่นเคืองสตรีตรงหน้า“ข้าเพียงนำของมาให้ซื่อจื่อเท่านั้นคุณหนูหลี่อย่าได้เข้าใจผิด” หม่าชิงลี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไร้พิษภัย หากแต่หลี่ซูซินรู้จักเนื้อแท้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี นางไม่มีวันหลงกลท่าทีไร้เดียงสาเช่นนั้น“มีเรื่องอะไรให้ข้าต้องเข้าใจผิดกัน?” หลี่ซูซินยิ้มมุมปาก แม้ว่าหม่าชิงลี่จะพยายามกระตุ้นความโกรธเพียงใด นางในยามนี้ไม่ยอมแสดงอารมณ์ให้เห็นแม้สักเสี้ยวเดียวหญิงสาวเลือกถือคติ อดทนเพื่อชัยชนะ ทุกความรู้สึกที่อาจพาให้นางเสียแผนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง“คุณหนูหม่าอยากนำของมามอบให้ซื่อจื่อ ข
“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใดอาซิน”หญิงสาวผ่อนลมหายใจออก ก่อนจะตัดสินใจวางเดิมพันอีกครั้ง นี่ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่นางเลือกเสี่ยงกับหยางเฟยหลง“ข้ากังวลเรื่องท่าน”“กังวลเรื่องอะไร”“ข้ากลัว” น้ำเสียงของหลี่ซูซินเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย เมื่อเริ่มเอ่ยถึงความรู้สึกที่แท้จริงอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนได้ยินอดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย“ที่ผ่านมาเป็นข้าไม่ดีอาซิน หากเจ้ากลัวก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก” น้ำตาของหลี่ซูซินที่ไหลลงมาทำเอาหยางเฟยหลงเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น มิใช่ว่าหลี่ซูซินไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขานางยังคงปวดร้าวกับเรื่องในอดีต นางยังคงยึดติดกับสิ่งที่เขาเคยทำ“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รับรู้ว่าท่านพยายามเพียงใดที่จะกลับมาเป็นเช่นเดิม เพียงแต่เป็นข้าที่กลัว ข้ากลัวว่าท่านจะกลับไปเป็นเช่นเดิม ข้ากลัวท่านทิ้งข้าไว้ข้างหลังอีก ข้าไม่อยากผิดหวัง” หลี่ซูซินพยายามพูดให้เป็นประโยค นางเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียสะอื้น ใบหน้ายามนี้เปรอะไปด้วยน้ำตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะเพียรเช็ดออกเพียงใด“...”“แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่ยึดติดต่อท่าน แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่มีความรู้สึกเช่นวันวาน แต่ว่าเหตุใดเล่าข้าถึงยังรู้สึก เหตุใดเล่าอาหลง” ราวกับทุก
"หลับจวน"คำสั่งที่เขาเอ่ยกับคนขับรถม้าของจวนอ๋องมิได้เสียงเบานัก คาดว่าคนข้างนอกคงจะได้ยินด้วยกระมังหลี่ซูซินที่เปิดม่านออกเล็กน้อยนางมองเห็นหม่าชิงลี่ที่กำลังแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา ใบหน้าจิ้มลิ้มของอีกฝ่ายกำลังเปรอะไปด้วยหยดน้ำตาที่กำลังหลั่งรินลงมา หากว่าบุรุษใดพบเห็นภาพนี้คงจะรีบเข้าไปให้ความช
“นั่นใช่คู่หมั้นเจ้าแน่หรือ”“คือนาง”ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยถ้อยคำสั้นกระชับ มิได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็หาคำตอบมิได้กับสิ่งที่เขาเฝ้ามองอยู่ในขณะนี้หยางเฟยหลงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนึ่งตั้งแต่ร่างบอบบางในชุดหรูหราสีม่วงสดใสเดินเข้าร้านน้ำพร้อมกับชายหญิงผู้เป็นน้
ในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏ
“รังแกกันเกินไปแล้ว พี่สาวข้าหาใช่คนที่พวกท่านสามารถรังแกได้” หลี่ซูเจินที่เฝ้ามองอยู่นานเอ่ยสำทับทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวสามารถอ่านสถานการณ์ที่พี่สาวทำอยู่ได้จึงร่วมผสมโรงอย่างนึกสนุกผู้เป็นพี่สาวของหลี่ซูเจินนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เมื่อเห็นน้องสาวยืนข้างตนเอง“พวกเจ้ากล้าโกหก หน้าไม่อาย”“คุณหนูเ







