Mag-log in“เห็นหรือไม่เจ้าค่ะท่านแม่ เด็กคนนี้เป็นคนทำร้ายลูก” เมิ่งลี่หันมาหามารดาและเริ่มจะร่ำไห้อีกครา
แม้ปกติแล้วคนที่ไร้พลังยุทธ์และไร้ซึ่งพลังธาตุ จะไม่อาจกินผลไม้วิญญาณได้ แต่หูเจียอิงนั้นต่างออกไป เพราะร่างกายของนางมีต่อมพิษอยู่ นี่เป็นสิ่งที่ช่วยทดแทนร่างกายที่ไม่มีพลังของนาง ไป๋เสวี่ยจะให้หูเจียอิงกินผลเมฆหวานแทนขนมก็คงจะไม่เป็นอันใดอีกประการผลเมฆหวานก็เป็นผลไม้วิญญาณระดับต่ำ นอกจากมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของหูเจียอิงแล้ว ไป๋เสวี่ยยังประหยัดมากกว่าปล่อยให้คุณหนูหูผู้นี้ได้กินขนมดอกกุ้ยของนางจนหมดสิ้นหูเจียอิงเมื่อเห็นผลเมฆหวานในมือของไป๋เสวี่ยก็มองตาไม่กะพริบ ร่างบางยกยิ้มที่มุมปากและยื่นผลเมฆหวานในมือให้กับหูเจียอิงไป ผลไม้วิญญาณจะช่วยให้หูเจียอิงอิ่มได้โดยง่าย อีกทั้งยังมีประโยชน์มากเพราะมันจะช่วยเปลี่ยนให้เด็กคนนี้สนใจผลเมฆหวานแทนที่จะเป็นนางอย่างไรเล่า“หือ ขนม?”“ผลไม้ แต่อร่อยเหมือนขนม กินเสียสิ”“กิน ๆ”พอได้ยินว่าเป็นผลไม้ที่เหมือนขนมหูเจียอิงก็รีบนำผลเมฆหวานเข้าปากไปโดยเร็ว เหมือนขนมก็คือขนมไยต้องเรียกผลไม้ หูเจียอิงไม่เข้าใจ แต่นางกินอย่างเอร็ดอร่อย และเลิกสนใจไป๋เสวี่ยอย่างที่ไป๋เสวี่ยต้องการ
“หูเจียน น้องสาวของเจ้าฟื้นแล้ว” ไป๋เสวี่ยหันไปบอกหูเจียนที่ยืนรอคอยอยู่ไม่ไกลนักหูเจียนเองเพราะคอยเฝ้ามองน้องสาวของตนอยู่ตลอดเวลา ยามที่นางขยับตัวและส่งเสียงร้อง เขาเองก็รับรู้ได้ แต่ที่ไม่เดินเข้าไปหา เป็นเพราะว่าอยากจะรอให้ไป๋เสวี่ยตรวจดูอาการของหูเจียอิงให้แน่ใจก่อนว่านางปลอดภัยดีแล้วจริง ๆ“น้องข้าหายดีแล้วใช่หรือไม่ขอรับ”“ใช่ นางหายดีแล้ว” ไป๋เสวี่ยพยักหน้าก่อนจะหันไปสบตากับเด็กตัวเล็กที่กำลังมองนางด้วยสายตาที่สับสนงุนงง“หลังจากนี้ก็ให้นางลองวิ่งเล่นดู หากนางไม่สลบไปอีก ก็ถือว่าไม่เป็นอันใดแล้ว” ไป๋เสวี่ยพูดต่อ ก่อนจะถอยหลังกลับไปยืนอยู่ที่เดิมและปล่อยให้พี่น้องทั้งสองคนได้ปลอบประโลมกันเมื่อหูเจียอิงฟื้นแล้วก็ได้เวลากลับไปยังจวนตระกูลหู รถม้าได้ตระเตรียมไว้เรียบร้อย ยามนี้ไป๋เสวี่ยนั่งอยู่ภายในรถม้ากับหูเจียอิง โดยที่มีหูเจียนขี่ม้าสายลมตามประกบอยู่ด้านนอกความจริงแล้วไป๋เสวี่ยอยากจะออกไปขี่ม้าแทนหูเจียนมาก เป็นเพราะว่าเด็กน้อยหูเจียอิงคอยจ้องมองนางไม่เลิก หากไม่ใช่เด็ก ไป๋เสวี่ยก็คิดว่าคุณหนูหูผู้นี้ต้องเป็นโรคจิตแน่
ผ่านมาแล้วสองวันที่เฝ้าดูอาการของหูเจียอิง ยามนี้ร่างเล็กของเด็กน้อยดูดีขึ้นมาก เพราะนางได้รับทั้งพลังวิญญาณและโอสถฟื้นฟูจากไป๋เสวี่ยอีกทั้งไป๋เสวี่ยยังป้อนน้ำวารีพิสุทธิ์ให้หูเจียอิงอยู่ตลอดสองวันนี้ ทำให้ร่างกายที่เคยซูบผอมจนเห็นกระดูก กลับมามีเนื้อมีหนังมากยิ่งขึ้น ไม่ได้ดูอมโรคดังเช่นวันแรกที่ไป๋เสวี่ยได้พบกับหูเจียอิงส่วนอาการของฮูหยินหู ร่างกายของนางมิได้ต้องพิษอย่างเช่นที่ไป๋เสวี่ยคาดการณ์เอาไว้ เพียงแต่ความอ่อนล้าและจิตใจที่ปั่นป่วนเพราะความกังวลใจ ทำให้นางอ่อนแรงลงโชคยังดีที่ได้โอสถฟื้นฟูของไป๋เสวี่ยเข้าไปช่วยรักษาร่างกายที่ทรุดโทรม ทำให้ตอนนี้ฮูหยินหูร่างกายดีขึ้นและฟื้นขึ้นมาแล้วต่อจากนี้ก็เหลือแค่รอเวลาให้หูเจียอิงฟื้นคืนกลับมาก็พอ ซึ่งไป๋เสวี่ยคาดว่าคงอีกไม่นานนักระหว่างสองวันนี้ แม้ไป๋เสวี่ยจะต้องเฝ้าอยู่ข้างกายของหูเจียอิงไม่ห่าง แต่นางก็ได้ส่งให้เสี่ยวฮวนออกไปสืบความเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ภายนอกถ้ำแห่งนี้มาให้แล้วด้วยตอนนี้เสี่ยวฮวนเป็นถึงสัตว์วิญญาณระดับเทวะการจะรับรู้ถึงตัวตนของเสี่ยวฮวนนั้นคงจะเ
“เรื่องนี้ไว้รอขอบคุณข้าตอนที่คุณหนูหูฟื้นขึ้นมาเถิด อ้อ แล้วตกลงว่าจะให้นางพักฟื้นที่ใด?”ไป๋เสวี่ยเอ่ยถามย้ำ เพราะดูท่าแล้วหูเจียนคงจะดีใจจนลืมสิ้นคำพูดก่อนหน้าของนางไปแล้ว“ใช่แล้วเรื่องการพักฟื้น ในเมื่อท่านพ่ออนุญาตให้พาอิงเอ๋อร์มารักษาที่นี่ได้ เช่นนั้นก็ให้อิงเอ๋อร์พักฟื้นอยู่ที่นี่ต่อไปเถิด หากเป็นไปตามที่ท่านว่า อีกสองถึงสามวันอิงเอ๋อร์ก็จะฟื้นขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” หูเจียนถามเพื่อความแน่ใจอีกรอบถึงอย่างไรทั้งหูเจียนและหูลี่ซง ต่างก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าการรักษาหูเจียอิงจะใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวเช่นนี้หากรอต่อไปอีกเพียงสองวันก็คงจะไม่เป็นปัญหาใด ท่านพ่อคงไม่กังวลใจมากนักและหากเขาพาน้องสาวกลับไปในตอนที่นางตื่นขึ้นมาแล้ว ท่านพ่อคงจะดีใจมากกว่า“ใช่” ไป๋เสวี่ยพยักหน้า“เช่นนั้นก็ให้อิงเอ๋อร์พักอยู่ที่นี่คงจะดีที่สุด”“ข้าเข้าใจแล้ว แล้วก็ยังมีอีกเรื่อง...”“มีเรื่องใดหรือขอรับ?” หูเจียนถามและมองไป๋เสวี่ยที่มีสีหน้าคล้ายกับว่าพึ่งนึกเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้“มารดาของเด็กคนนี้ยามนี้ร่างกายคงทรุดโทรมอย
ใบหน้าของไป๋เสวี่ยเริ่มซีดขาว แต่นางก็ไม่ได้เป็นอันใดมากนักและยังคงมุ่งมั่นอยู่กับการรักษาต่อไป จนในที่สุดต่อมพิษก็เริ่มมีปฏิกิริยาก้อนสีดำที่ถูกปกคลุมด้วยพลังของไป๋เสวี่ย ค่อย ๆ ขยับไปตามทิศทางที่นางต้องการและกำหนด ไป๋เสวี่ยได้เลือกบริเวณที่จะให้ต่อมพิษอยู่แล้ว นางจึงไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยแล้วในที่สุดต่อมพิษก็หยุดลงตรงจุดที่ไป๋เสวี่ยต้องการ นางตรวจดูความเรียบร้อยอีกรอบ และเมื่อเห็นว่าทุกอย่างไม่มีสิ่งใดผิดพลาด ไป๋เสวี่ยก็ดึงพลังของตนเองคืนกลับมา และมอบโอสถฟื้นฟูให้แก่หูเจียอิงอีกหนึ่งเม็ดเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น“นางหายดีแล้ว” ไป๋เสวี่ยหันไปมองหูเจียนที่รออยู่และเอ่ยออกมาชะงักสำหรับหูเจียนนั้น เขายืนรออยู่ทั้งวันจนไม่ได้พัก แต่ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงของไป๋เสวี่ยซึ่งเป็นดั่งเสียงจากสวรรค์ ที่ช่วยให้ความตึงเครียดทั้งหมดที่ตนเคยมีได้มลายหายไป“หากให้นางอยู่พักที่นี่ อีกสองหรือสามวันนางก็จะฟื้น แต่หากให้นางกลับไปพักที่เรือนนอนของนาง ไม่แน่ว่าอาจจะใช้เวลาประมาณเจ็ดวันก็ได้นางจึงจะตื่นขึ้นมา”ไป๋เสวี่ยพูดต่อ โดยไม่
พรึ่บ!มือเรียวของไป๋เสวี่ยปรากฏแสงสีเขียวมรกตเรืองรองออกมา ก่อนที่แสงนั้นจะลอยตรงไปยังร่างของหูเจียอิงและปกคลุมร่างเล็กนั่นเอาไว้สายตาของไป๋เสวี่ยยามนี้คล้ายกับเครื่องมือในโลกก่อนที่สามารถมองผ่านเข้าไปภายในร่างกายของมนุษย์ได้นางมองตรงไปยังต่อมพิษสีดำเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กับหัวใจของหูเจียอิงเป็นอย่างมากขนาดของต่อมพิษไม่ได้ใหญ่ แต่ตำแหน่งที่มันอยู่ต่างหากที่เป็นอันตราย ดั่งเนื้อร้ายที่งอกขึ้นมาและจำเป็นต้องกำจัดทิ้งแต่ไป๋เสวี่ยคำนวณดูแล้ว นางคิดว่ามันไม่อาจจะกำจัดทิ้งได้ อีกทั้งนี่ก็อาจจะเป็นอาวุธลับของหูเจียอิงในยามที่นางเติบใหญ่ ไป๋เสวี่ยจึงตัดสินใจใช้พลังของนางในการเคลื่อนย้ายต่อมพิษแทนการใช้พลังในการรักษา ไป๋เสวี่ยพึ่งค้นพบตำราภายในมิติจิตของนาง มันเป็นตำราโบราณหรือตำราบรรพกาล ไร้ชื่อเรียก ไร้ที่มา หน้าปกทำมาจากเถาวัลย์และแฝงไปด้วยพลังวิญญาณที่เปี่ยมล้น และคราแรกที่ได้เห็นตำราเล่มนั้น ไป๋เสวี่ยก็รู้สึกอยากจะฝึกฝนมันทันทีครั้งก่อนที่ไป๋เสวี่ยเริ่มรักษาเส้าหว่านโจว เป็นช่วงแรกที่นางเริ่มฝึกฝนตำรา แต่นี่ก็ผ่านมาเกือบปีแล้วในมิติจิต ค







