Masuk[นางเอกเก่งมาก พระเอกคลั่งรักมาก] ชาติก่อนเกิดมาไร้ซึ่งครอบครัว แต่ชาตินี้เมื่อมีครอบครัวแล้ว พวกเจ้าก็อย่าได้หวังจะมาแตะต้องครอบครัวของข้า!
Lihat lebih banyak“เจ้าทำอันใด อยากเห็นข้าอกแตกตายหรืออย่างไร!” ไป๋ซานโวยวายใส่ไป๋เสวี่ย เขาทั้งโกรธทั้งเสียใจและหวาดกลัวไปพร้อม ๆ กัน เขากลัวจริง ๆ ว่าจะต้องเสียน้องสาวเพียงคนเดียวไปเหมือนครั้งที่แล้ว“...” เมิ่งหลานเองแม้ไม่ได้พูดแต่ก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ไป๋เสวี่ยทำเช่นนี้ ไม่ใช่เพื่อปกป้องพวกเขาหรืออย่างไรไม่ใช่เพียงเมิ่งหลานที่มองออก คนอื่น ๆ ก็มองออกเช่นกัน เพราะว่าความจริงไป๋เสวี่ยจะยืนหลบอยู่เฉย ๆ ก็ได้ แต่นางก็ไม่ทำเช่นนั้นร่างเล็กของไป๋เสวี่ยยืนหยัดปกป้องพวกเขาเอาไว้สุดกำลัง ให้ตายอย่างไรก็คงจะลืมไม่ลง!“ข้าไม่เป็นอันใดแล้วจริง ๆ พี่ใหญ่พี่รอง” แม้จะรู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนเป็นห่วง แต่นางก็ไม่ได้ต้องการให้พวกเขาเป็นกังวล“เจ้า...”‘ถึงกับรับพลังโจมตีของข้าได้? หึ!’ไป๋ซานยังพูดไม่ทันจบ เสียงของอสรพิษทมิฬก็ดังแทรกและมองตรงมาที่ไป๋เสวี่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะมันย่อมต้องตกตะลึงและแค้นเคือง เพราะไม่เคยมีผู้ใดทนรับพลังโจมตีของมันได้มาก่อนในดินแดนแห่งนี้ แล้วเหตุใดเด็กตรงหน้าจึงทำได้กัน“พวกท่านหนีไปก่อน ข้าจะรั้งมันเอาไว้ให้เอง
และเมื่อมันพูดจบอสรพิษทมิฬก็เลิกสนใจเซ่ออินกับพยัคฆ์เมฆา ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ ๆ กับกลุ่มคนที่ยังยืนอยู่ได้ในตอนนี้แทนและนั่นก็คือกลุ่มของไป๋ซานนั่นเอง!ตอนนี้กลุ่มของไป๋ซานที่มีหย่งคังเล่อ เมิ่งหลาน และหวังลู่เจ๋อ ได้รวมกับกลุ่มของโจวเฟิงและคุณชายหานผู้นั้นจนกลายเป็นกลุ่มเดียวกันแล้ว เพราะคนที่ยังยืนอยู่ได้เหลือเพียงไม่กี่คนหากไป๋เสวี่ยมองไม่ผิดในกลุ่มนั้นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้อาวุโสสามตระกูลหย่งที่อยู่ในระดับเซียนขั้นสูง แต่ว่าระดับเซียนขั้นสูงก็ยังคงห่างชั้นกับระดับเทวะขั้นต่ำอยู่ดี!ในเสี้ยวลมหายใจเดียวที่อสรพิษทมิฬกำลังจะจู่โจมใส่กลุ่มของไป๋ซาน ไป๋เสวี่ยก็ตัดสินใจกระโดดไปขวางเอาไว้และเรียกใช้กระบี่หยกดำระดับเทวะ ที่มีความสามารถพิเศษในการดูดกลืนพิษออกมาปัง!ที่เลือกใช้กระบี่หยกดำ แทนการใช้อาวุธต้องห้ามอย่างทวนอัสนี เพราะหากไม่จำเป็นจริง ๆ ไป๋เสวี่ยจะไม่ใช่ทวนอัสนีให้เกิดเรื่องยุ่งยากตามมา ความโลภในใจมนุษย์ทำให้นางไม่อยากเสี่ยง ในตอนที่ยังไม่แข็งแกร่งพอและที่สำคัญกระบี่หยกดำก็มีความสามารถในการดูดกลืนพิษพลังของอสรพิษทม
ไป๋เสวี่ยไม่รอช้าและรีบเดินผ่านช่องว่างเข้าไป ซึ่งภาพแรกที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของนาง ก็คือความชุลมุนวุ่นวาย มนุษย์หลายคนกำลังวิ่งหนีตาย แต่บางกลุ่มก็รวมตัวกันและปกป้องเหล่าคุณชายไว้ตรงกลาง คนเหล่านี้คือเหล่าขุมอำนาจที่นางเจอที่ปากถ้ำดวงตาคู่เล็กมองสำรวจไปรอบด้าน ไม่คาดหวังจะได้พบเจอคนรู้จัก เพราะที่นี่อันตรายเกินไป นางไม่ต้องการให้คนที่นางมีสัมพันธ์อันดีด้วยต้องมาเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่อันตรายแต่เหมือนว่าสิ่งที่ตนหวังจะไม่เป็นดั่งหวังแล้ว เมื่อไป๋เสวี่ยมองเห็นไป๋ซานยืนอยู่กับจื่อจ้ง และข้าง ๆ กันนั้นก็คือเมิ่งหลาน หวังลู่เจ๋อและหย่งคังเล่อ มีองครักษ์ของพวกเขาอยู่ด้วยบางส่วนแต่ไม่ครบทั้งหมดส่วนคนของตระกูลไป๋ตอนนี้เหล่าองครักษ์อยู่รวมกันทั้งหมด คงเป็นเพราะว่าใช้พลังของป้ายหยกในการเชื่อมต่อจึงทำให้สามารถหากันเจอรวดเร็วถัดไปไม่ไกลจากกลุ่มของไป๋ซาน เป็นขุมอำนาจที่นางพอจะรู้จักอยู่บ้าง นั่นคือโจวเฟิงจากเมืองเมฆากับคุณชายตระกูลหานผู้นั้นและที่อยู่เบื้องหน้าคนทั้งหมดก็คืองูขนาดใหญ่สีดำทมิฬ มีเขี้ยวแหลมคมสีขาวและพิษสีดำสนิทเคลือบเอาไว้อยู่ ไม่ต้องให้ผู้ใ
แกรกและสิ่งที่นางคิดก็ถูกต้อง หลังจากเสียเวลาไปสักพัก ไป๋เสวี่ยก็ได้ยินเสียงของบางอย่างแตกออกจากกัน ก่อนที่พลังที่ถูกดึงไปจะฟื้นคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้กลับคืนมาทั้งหมด แต่อย่างน้อยในตอนนี้ไป๋เสวี่ยก็ไม่เป็นอะไรแล้ว เมื่อเป็นอิสระก็รีบเรียกโอสถฟื้นฟูออกมากิน ก่อนที่จะหันมาสนใจสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในหีบใบใหญ่ ทันทีที่ร่างกายได้รับการฟื้นฟูพลังไป๋เสวี่ยเปิดหีบออกและนางก็ได้พบกับม้วนกระดาษปริศนาจำนวนมากที่วางเรียงรายอยู่ในหีบอย่างเป็นระเบียบ หีบใหญ่เช่นนี้คาดว่าน่าจะมีม้วนกระดาษหลายพันม้วนเลยก็ได้มือเล็กหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาม้วนหนึ่งและคิดที่จะเปิดออกดูว่าภายในม้วนกระดาษบันทึกสิ่งใดเอาไว้แต่เมื่อไป๋เสวี่ยเปิดม้วนกระดาษดู ภายในนั้นกลับเต็มไปด้วยตัวอักษรมากมายที่นางไม่รู้จัก แต่ก็รู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง เพราะตัวอักษรที่บันทึกในม้วนกระดาษเป็นแบบเดียวกันกับตัวอักษรที่ถูกสลักเอาไว้บนหีบมองม้วนกระดาษในมืออย่างรู้สึกเสียดายที่อ่านไม่ออก และถึงจะอ่านไม่ออกก็ไม่คิดที่จะวางของสิ่งนี้ทิ้งเอาไว้ที่นี่ เพราะในเมื่อนางได้พบกับหีบใบนี้แล้ว ย่อมแสดงว่าม


















Ulasan-ulasan