เกิดใหม่ขอเป็นองค์หญิงตัวประกันที่จักรพรรดิโปรดปราน

เกิดใหม่ขอเป็นองค์หญิงตัวประกันที่จักรพรรดิโปรดปราน

last updateLast Updated : 2026-10-13
By:  ต้าซินซินUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
11Chapters
42views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

โครกคราก “โอย กู้เซียงเซียงทำไมชีวิตใหม่มันลำบากขนาดนี้นะ แม้แต่ข้าวที่ได้รับยังเป็นข้าวบูด ถ้ามีมิติเป็นสวนผักกับผลไม้ที่บ้านคุณปู่ก็ดีน่ะสิ” [ติ้ง กู้เซียงเซียงจงกดยืนยันตัวตน] “ระบบเหรอรอดตายแล้ว!”

View More

Chapter 1

บทที่ 1 อุบัติเหตุพรากชีวิต

กู้เซียงเซียงเติบโตมาในครอบครัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในชนบทเธอสูญเสียบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงได้รับการเลี้ยงดูจาก คุณปู่กู้ เพียงคนเดียว คุณปู่ของเธอเป็นชายชราที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและรักการทำเกษตรมาตลอดชีวิต

เขามีที่ดินทำกินอยู่หลายร้อยไร่ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษและได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นสวนขนาดใหญ่ ภายในพื้นที่มีทั้งสวนผลไม้ แปลงผัก สมุนไพร และพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด

ตั้งแต่เป็นเด็กกู้เซียงเซียงจึงคุ้นเคยและชื่นชอบกลิ่นดินหลังฝนตก เสียงน้ำในร่องสวนและภาพของคุณปู่ที่ออกไปตรวจแปลงเพาะปลูกผักต่าง ๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

ส่วนคุณปู่ของเธอก็ไม่เคยบังคับให้หลานสาวต้องทำการเกษตรตาม ตรงกันข้ามเขามักพูดกับเธอเสมอว่า “จงเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่หลานต้องการหากวันหนึ่งหลานไม่อยากกลับมาทำสวนก็ไม่เป็นไร แต่จงจำไว้ว่าผืนดินผืนนี้เลี้ยงดูเรามาทั้งชีวิตก็พอ”

คำพูดธรรมดา ๆ ประโยคนั้นกลับฝังอยู่ในใจของกู้เซียงเซียงมาตลอดเธอจึงเริ่มสนใจพืชพรรณตั้งแต่ยังเด็ก ในวัยประถมเธอชอบตามคุณปู่เข้าสวนคอยจดจำว่าผักชนิดใดควรปลูกในฤดูไหน ผลไม้แต่ละสายพันธุ์ต้องการน้ำมากน้อยเพียงใดและดินแบบใดเหมาะกับพืชชนิดใด

เมื่อโตขึ้นความสนใจนั้นก็กลายเป็นความฝันกู้เซียงเซียงตั้งใจทำมันให้เป็นจริงด้วยการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร จากนั้นเลือกศึกษาต่อปริญญาโทด้านการวิจัยและพัฒนาพืชพรรณ

เพราะเธอมีความคิดไว้ว่าถ้าหากสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาพัฒนาพืชผลของเกษตรกรได้ ก็น่าจะช่วยให้คนในหมู่บ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งบ้านเกิดไปทำงานในเมือง

ตลอดระยะเวลาหลายปีในรั้วมหาวิทยาลัยเธอศึกษาทั้งการปรับปรุงสายพันธุ์พืช การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวรวมถึงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

แม้จะเรียนหนักเพียงใดทุกครั้งที่มีเวลาว่างกู้เซียงเซียงก็มักกลับบ้านไปช่วยคุณปู่ดูแลสวนสองปู่หลานจึงทดลองปลูกพืชสายพันธุ์ใหม่ ๆ ด้วยกัน

คุณปู่เป็นคนลงมือปลูกตามแผนงานส่วนกู้เซียงเซียงคอยจดบันทึก ตั้งแต่คุณภาพของดิน ปริมาณน้ำ อุณหภูมิ ไปจนถึงระยะเวลาการเก็บเกี่ยว จากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เคยวิ่งตามคุณปู่เข้าสวนในที่สุดกู้เซียงเซียงก็เติบโตขึ้นเป็นนักวิจัยสาวที่มีความรู้ด้านพืชพรรณอย่างเต็มตัว

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทกลับมาเธอยังได้รับรางวัล จากผลงานการวิจัยด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย วันที่ได้รับรางวัลกู้เซียงเซียงถือถ้วยรางวัลกลับไปหาคุณปู่ด้วยความดีใจ

เธอวางโล่รางวัลลงบนโต๊ะไม้เก่า ๆ ในบ้านแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “คุณปู่หนูทำได้แล้วนะคะ”

คุณปู่มองหลานสาวก่อนยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเส้น “เก่งมากหลานปู่”

เพียงสองคำสั้น ๆ กลับทำให้กู้เซียงเซียงมีความสุขยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เธอวางแผนเอาไว้แล้วว่าหลังจากเรียนจบจะกลับมาอยู่บ้านหลังนี้อย่างถาวร และนำความรู้ที่เรียนมาพัฒนาผลผลิตของคนในหมู่บ้าน

เธออยากสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเพาะปลูกในดิน การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ความฝันของเธอไม่ได้หยุดแค่การทำให้คนในหมู่บ้านขายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น

แต่กู้เซียงเซียงนั้นอยากทำให้สินค้าของพวกเขาสามารถวางขายในตลาดทั่วประเทศ และหากมีโอกาสเธอยังอยากผลักดันให้สินค้าเหล่านั้นก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ทว่าในวันที่ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นคุณปู่กลับจากไปอย่างสงบด้วยวัยชรา ไม่มีความเจ็บปวดไม่มีอุบัติเหตุและไม่มีคำร่ำลาอันใดให้ยืดยาว มีเพียงชายชราคนหนึ่งที่นอนหลับไปอย่างสงบหลังจากใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตเพื่อดูแลผืนดินและหลานสาวเพียงคนเดียวของเขา

การจากไปของคุณปู่ทำให้บ้านหลังใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเงียบลงในทันที กู้เซียงเซียงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้เก่าแก่หน้าบ้านเป็นเวลานาน

เธอมองสวนที่ทอดยาวไปจนสุดสายตาก่อนกำมือแน่นและให้คำมั่นกับตนเองว่า “คุณปู่คะหนูจะไม่ทิ้งสวนของเราหนูจะทำให้คนในหมู่บ้านแห่งนี้มีชีวิตที่ดีขึ้น สิ่งที่คุณปู่สร้างเอาไว้หนูจะดูแลต่อเอง”

นับจากวันนั้นกู้เซียงเซียงจึงเริ่มต้นชีวิตบทใหม่เธอกลับมาดูแลพื้นที่เพาะปลูกของครอบครัว พร้อมทั้งร่วมมือกับเกษตรกรในหมู่บ้านเพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรท้องถิ่น

เธอช่วยคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมปรับปรุงวิธีในการเพาะปลูก ทดลองพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพสม่ำเสมอและนำผลผลิตส่วนหนึ่งมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

จากผักและผลไม้ธรรมดา ๆ ที่เคยขายได้เพียงในตลาดท้องถิ่น ค่อย ๆ กลายเป็นสินค้าด้านการเกษตรที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศ กู้เซียงเซียงยังช่วยชาวบ้านพัฒนามาตรฐานการผลิตและบรรจุภัณฑ์

จนในที่สุดสินค้าของหมู่บ้านก็สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ทุกครั้งที่เห็นชื่อหมู่บ้านปรากฏอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของสินค้ากู้เซียงเซียงอดนึกถึงคุณปู่ไม่ได้ เธอเชื่อว่าถ้าคุณปู่ยังมีชีวิตอยู่คงยิ้มอย่างภาคภูมิใจแน่นอน

ชีวิตของกู้เซียงเซียงดูเหมือนจะกำลังเดินไปตามเส้นทางที่เธอวางไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากเข้าเมืองไปคุยงานเรื่องการส่งออกสินค้าการเกษตร เธอก็ขับรถกลับหมู่บ้านตามเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย

แต่ชะตาฟ้าลิขิตและไม่มีใครคิดว่าบนถนนเส้นหนึ่งก่อนถึงเขตหมู่บ้าน กลับมีรถบรรทุกขนาดใหญ่เสียหลักจากการลงเขาด้วยความเร็ว ตัวกู้เซียงเซียงแม้มีใจอยากหักพวกมาลัยหลบรถคันดังกล่าวแต่ก็ไม่ทันแล้ว

“กรี้ดดดด!!” โครมม!!

จากอุบัติเหตุดังกล่าวหญิงสาวผู้มีความฝันว่าจะพัฒนาเกษตรกรรมของบ้านเกิดให้ก้าวไกล และทุกอย่างกำลังไปได้ดีซึ่งเธอคือความหวังของคนในหมู่บ้าน ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีวันได้ลืมตาขึ้นมาใช้ชีวิตในโลกเดิมอีกต่อไป

ท่ามกลางความมืดมิดและไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีใครมาพบ และช่วยจัดการเรื่องงานศพของเธอหลังจากนี้หรือไม่กู้เซียงเซียงไม่อาจรู้ได้ เนื่องจากตอนนี้ความรู้สึกบางอย่างกำลังทรมานบริเวณท้องของเธออย่างหนัก

เปลือกตาที่สงบนิ่งมาพักใหญ่เริ่มขยับและค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา ถึงจะพร่าเลือนในคราแรกแต่พอกระพริบตาหลายครั้งถึงมองเห็นอย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่กู้เซียงเซียงเห็นอยู่ตอนนี้คือห้องเก่า ๆ ห้องหนึ่ง

“อ่ะ! โอยยยย ทำไมฉันถึงรู้สึกปวดทั้งหัวปวดทั้งท้องแบบนี้นะเนี่ย แล้วนี่ห้องของใครเมื่อกี้ฉันถูกรถบรรทุกชนจนรถยับยู่ยี่ไปหมดไม่ใช่หรือไง”

“เอ๋...ทะ ทะ ทำไมมือของฉันมันหดเล็กลงจนเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ล่ะ เกิดอะไรขึ้นใครกำลังเล่นตลกกับคนที่ตายแล้ว ว้ากกกก! เป็นเด็กจริง ๆ ด้วย” กู้เซียงเซียงตื่นตกใจเมื่อลืมตาก็พบว่าตนเองกลายเป็นเด็กอีกครั้ง

ขณะนั้นเองเสียประท้วงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจึงเรียกสติของเธอกลับมาและตัดพ้อกับสิ่งที่เพิ่งพบเจออย่างจนใจ

โครกครากก!! “โอ้ยยย ถึงว่าทำไมรู้สึกปวดท้องเหมือนร่างเด็กคนนี้จะไม่ได้กินอะไรจนเป็นโรคกระเพาะแน่ หยุดร้องก่อนได้มั้ยรู้ว่าหิวแต่ฉันยังไม่รู้ว่าจะไปหาอาหารได้ที่ไหนน่ะสิ

เฮ้อ โชคชะตาเล่นตลกอะไรกับกู้เซียงเซียงคนนี้ทำเหมือนละครไปได้ มาเกิดใหม่ในโลกโบราณแล้วค่อยสู้ชีวิตเพื่อความอยู่รอดของตัวเองเนี่ยนะ ส่งฉันมาเกิดใหม่ได้ทำไมไม่ส่งของกินตามมาด้วยล่ะ”

กู้เซียงเซียงล้มตัวลงนอนอีกครั้งเพราะในหัวของเธอไม่รู้ว่าเจ้าของร่างที่เธอมาเกิดใหม่คือใคร มีฐานะอะไรและตกตายด้วยสาเหตุใดเพราะในหัวขณะนี้มีแต่เรื่องของกินที่ต้องการมาบรรเทาความหิวเท่านั้น

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
11 Chapters
บทที่ 1 อุบัติเหตุพรากชีวิต
กู้เซียงเซียงเติบโตมาในครอบครัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในชนบทเธอสูญเสียบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย จึงได้รับการเลี้ยงดูจาก คุณปู่กู้ เพียงคนเดียว คุณปู่ของเธอเป็นชายชราที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและรักการทำเกษตรมาตลอดชีวิตเขามีที่ดินทำกินอยู่หลายร้อยไร่ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษและได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นสวนขนาดใหญ่ ภายในพื้นที่มีทั้งสวนผลไม้ แปลงผัก สมุนไพร และพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิดตั้งแต่เป็นเด็กกู้เซียงเซียงจึงคุ้นเคยและชื่นชอบกลิ่นดินหลังฝนตก เสียงน้ำในร่องสวนและภาพของคุณปู่ที่ออกไปตรวจแปลงเพาะปลูกผักต่าง ๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางส่วนคุณปู่ของเธอก็ไม่เคยบังคับให้หลานสาวต้องทำการเกษตรตาม ตรงกันข้ามเขามักพูดกับเธอเสมอว่า “จงเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่หลานต้องการหากวันหนึ่งหลานไม่อยากกลับมาทำสวนก็ไม่เป็นไร แต่จงจำไว้ว่าผืนดินผืนนี้เลี้ยงดูเรามาทั้งชีวิตก็พอ”คำพูดธรรมดา ๆ ประโยคนั้นกลับฝังอยู่ในใจของกู้เซียงเซียงมาตลอดเธอจึงเริ่มสนใจพืชพรรณตั้งแต่ยังเด็ก ในวัยประถมเธอชอบตามคุณปู่เข้าสวนคอยจดจำว่าผักชนิดใดควรปลูกในฤดูไหน ผลไม้แต่ละสายพันธุ์ต้องการน้ำมากน้อยเพียงใดและดินแบบใดเหมาะกับพืชชนิดใดเมื่อโตขึ้นความ
last updateLast Updated : 2026-10-11
Read more
บทที่ 2 เรื่องดี ๆ มาพร้อมข่าวร้าย 1
ระหว่างที่กำลังนอนกลัดกลุ้มเรื่องอาหารที่อยากได้มาบรรเทาความหิว จู่ ๆ ตรงหน้าของกู้เซียงเซียงก็ปรากฏจอโฮโลแกรมทั้งยังพูดโต้ตอบกับเธอได้ ทำเอาผู้ใหญ่ในร่างเด็กรีบวิ่งไปหลบด้านหลังเสาต้นใหญ่จนหน้าแทบคะมำติ๊ง! เสียงกังวานดังขึ้นกลางศีรษะกู้เซียงเซียงตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ “สะ สะ เสียงอะไร?” ต่อมาตรงหน้าเด็กหญิงก็ปรากฏแสงสีฟ้าจาง ๆ ตัวอักษรจำนวนหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ[ตรวจพบดวงวิญญาณจากต่างโลกกำลังตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ใช้งาน...]“อ้ากกก!! นะ นะ นี่ฉันมาอยู่ในโลกอะไรกันแน่เนี่ย” กู้เซียงเซียงวิ่งหนีหลังจากได้ยินเสียงที่ดังอยู่ในอากาศพอชะโงกหน้าแอบดูก็มีข้อความอีกชุดปรากฏขึ้นและมันเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของเธอทั้งหมด[คุณสมบัติโฮสต์ตรงตามเงื่อนไขระบบสวนพฤกษาเริ่มทำงานกรุณายืนยันตัวตนของท่าน]ชื่อเดิม : กู้เซียงเซียงชื่อปัจจุบัน : ฉู่อวี้เหยาสถานะ : องค์หญิงหกแห่งแคว้นต้าอวี้อายุ : 5 ปี ยืนยันตัวตนหรือไม่?กู้เซียงเซียงนิ่งไปหลายอึดใจจากนั้นมุมปากของเด็กหญิงก็ค่อย ๆ ยกขึ้น “หรือว่านี่จะเป็นระบบเหมือนในละครลองดูหน่อยก็แล้วกัน...” เธอยื่นนิ้วเล็ก ๆ ออกไปแตะคำว่า [ยืนยัน] ทันใดนั
last updateLast Updated : 2026-10-11
Read more
บทที่ 3 เรื่องดี ๆ มาพร้อมข่าวร้าย 2
(หลังจากนี้ขออนุญาตเรียกชื่อตัวละครว่า : ฉู่อวี้เหยา นะคะ)ฉู่อวี้เหยาตักน้ำพุวิเศษขึ้นมาดื่มหนึ่งแก้วแค่ไม่กี่อึดใจก็รู้สึกสบายไม่ปวดท้องหรือปวดหัวอีก ตามด้วยการเดินไปเด็ดผลแอปเปิ้ลลูกโตมากินแค่หนึ่งลูกนางก็อิ่มแปล้แล้วก่อนจะออกมาด้านนอกอวี้เหยาหันไปมองสวนในระบบด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มของนางนั้นกลับหายไปทันทีเมื่อนางกำนัลที่นั่งแทะเมล็ดแตงเข้ามา พร้อมตะคอกถามอวี้เหยาอย่างไม่ยำเกรงแม้ปากจะเรียกองค์หญิงก็ตามผัวะ! “องค์หญิงหกร้องตะโกนดีใจอันใดงานที่ให้ทำเสร็จแล้วรึ”“ข้าจะร้องตะโกนแล้วเจ้าจะทำไมงานของพวกเจ้าข้าขี้เกียจทำแล้ว ใครอยากทำก็ทำเองแล้วกันไม่ใช่หน้าที่ของข้าเสียหน่อย” อวี้เหยาคนใหม่โต้เถียงนางกำนัลที่คอยดูแลตนเองแต่กลับใช้ทำงานในตำหนักมาตลอด“หนอยยย เดี๋ยวนี้หัดแข็งข้อไม่เชื่อฟังคำสั่งแล้วใช่ไหมถ้าไม่ทำงานวันนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว!”‘ข้าวบูดกับผักเน่า ๆ ของเจ้าใครจะไปอยากกิน’“ก็แล้วแต่เจ้าอยากทำอะไรก็ทำแต่ถ้าเกิดข้าตายคาตำหนักขึ้นมาละก็คิดว่าเจ้าจะพ้นโทษไปได้หรือ เกิดวันดีคืนดีเสด็จพ่อนึกอยากจะเรียกข้าไปพบใครจะไปรู้...”คราแรกเสี่ยวหลินนางกำนัลที่ดูแลองค์หญิงหกตั้งแต่นางเริ่มเดิน
last updateLast Updated : 2026-10-11
Read more
บทที่ 4 ขออาสาไปเอง 1
ในขณะเดียวกันขุนนางหลายฝ่ายก็ถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าอย่างเร่งด่วน ณ ตำหนักจินหลวน ฉู่มู่เฉิงฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าอวี้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรใบหน้าคมเข้มยามนี้เคร่งเครียดอย่างยิ่งพระหัตถ์ของฮ่องเต้กำแน่นภายหลังทรงทราบข่าวจากหน่วยทหารม้าเร็ว ซึ่งนำข่าวการพ่ายแพ้สงครามมารายงานทั่วทั้งท้องพระโรงยามนี้เงียบกริบขุนนางก็หน้าซีด เพราะด่านชางหลงคือแนวป้องกันสุดท้ายก่อนเข้าสู่เมืองหลวงหากด่านนั้นแตกหมายความว่ากองทัพต้าเซิ่งสามารถเดินทัพเข้าสู่เมืองหลวงได้โดยแทบไม่มีสิ่งใดขวางกั้น ฮ่องเต้ทรงตรัสถามกับทหารซึ่งนำข่าวกลับมารายงานถึงสิ่งที่ยังพูดไม่หมด“นอกจากแม่ทัพใหญ่จะพ่ายแพ้แล้วแคว้นต้าเซิ่งยังมีข้อเรียกร้องอันใดเพิ่มเติมมาถึงเจิ้นอีกหรือไม่”ทหารผู้ส่งสารกัดฟันก่อนหยิบม้วนผ้าไหมสีดำออกจากอกเสื้อของตนยื่นให้กับว่านกงกง เพื่อนำไปถวายแก่ฮ่องเต้ได้ทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง“ยะ ยะ ยังมีพระราชสาสน์จากฮ่องเต้แห่งต้าเซิ่งพ่ะย่ะค่ะ”ว่านกงกงรับมาแล้วนำไปถวายฮ่องเต้ทรงคลี่ม้วนผ้าออกทอดพระเนตร สีพระพักตร์ของพระองค์ยิ่งบิดเบี้ยวกองทัพต้าเซิ่งไม่ได้รับแค่ชัยชนะในครั้งนี้ แต่พวกเขายังต้องการหลักประกันที่มีค่าขอ
last updateLast Updated : 2026-10-11
Read more
บทที่ 5 ขออาสาไปเอง 2
ยามนี้ไม่มีใครพูดอันใดเพราะทุกคนต่างรู้คำตอบว่าการเป็นตัวประกัน ย่อมไม่มีวันมีชีวิตสุขสบายเหมือนองค์ชายองค์หญิงในแคว้นบ้านเกิดอยู่แล้ว แต่จู่ ๆ กลับมีร่างของเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่เหนือความคาดหมายของคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้านายชั้นสูง หรือแม้แต่ทหารองครักษ์และนางกำนัลขันทีของตำหนักจิงหลาน พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กผู้หญิงตัวผอมบางคนนี้เป็นใครมาที่นี่ได้อย่างไรและเด็กหญิงคนดังกล่าวจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากองค์หญิงหก ที่ได้ระบบอี้หยวนช่วยนำทางมายังตำหนักจินหลานของฮ่องเต้โดยไม่ถูกจับตัว เพราะนางจะมาขันอาสากับการเป็นตัวประกันแทนพี่น้องต่างมารดาทุกคน“เสด็จพ่อ...” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นฮ่องเต้ฉู่มู่เฉิงพร้อมฮองเฮาและเหล่าพระสนมที่นั่งทำหน้าเคร่งเครียด ต่างหันไปทางเสียงเล็ก ๆ ของผู้มาเยือนแต่คนส่วนมากในตำหนักจินหลานไม่มีใครจำได้ว่าเด็กคนนี้คือใครจะมีเพียงแค่เจินตาอิ้งที่เคยอยู่ตำหนักเดียวกับหลี่กุ้ยเหรินผู้เป็นมารดาของอวี้เหยาที่จำนางได้ แต่เจินตาอิ้งกลับไม่พูดอันใดเพราะนางต้องการดูท่าทีของฮ่องเต้กับการมาเยือนโดยไม่ได้รับอนุญาตขององค์หญิงหก
last updateLast Updated : 2026-10-11
Read more
บทที่ 6 เรื่องราวที่น่าเห็นใจ 1
ระหว่างรอแม่ทัพจากแคว้นต้าเซิ่งมารับตัวองค์หญิงหกในสามวันนี้เด็กหญิงตัวน้อยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี นางถูกจับอาบน้ำขัดตัวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสสมวัยตามฐานะองค์หญิงด้านอาหารการกินแม้จะมีทั้งผักและเนื้อแต่นางก็ยังกินได้ไม่มากอยู่ดี เนื่องจากกระเพาะยังไม่อาจรับอาหารจำนวนมากได้หากนางกินมันมากเกินไป อาจทำให้ล้มป่วยก่อนออกเดินทางหรือระหว่างเดินทางไกลได้ยามที่พักอยู่ในตำหนักของฮองเฮาอวี้เหยาแทบจะไม่เรียกระบบอี้หยวนออกมาพูดคุย เพราะนางไม่อยากให้ใครรู้เกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์ที่นางมีติดตัว ดังนั้นอวี้เหยาจึงทำตัวเรียบร้อยเชื่อฟังจนกระทั่งถึงวันออกเดินทางขบวนทหารของแคว้นต้าเซิ่งที่นำมาโดยแม่ทัพใหญ่ชุยผู้น่าเกรงขาม เขานั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสง่างามและมาหยุดอยู่หน้าลานของวังหลวงแห่งต้าอวี้ ซึ่งบัดนี้มีเกี้ยวหลังขนาดกลางพร้อมด้วยหีบไม้เพียงสี่ห้าหีบเท่านั้นแม่ทัพใหญ่ชุยลงจากหลังม้าเดินเข้ามาทำความเคารพฮ่องเต้ฉู่มู่เฉิง แต่ถ้าหากใครสังเกตให้ดีย่อมมองออกว่าเขาทำเพียงแค่ขอไปทีตามมารยาท และภายในใจยังคิดดูแคลนฮ่องเต้ผู้นี้อยู่เงียบ ๆ“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ”“ท่านแม่ทัพใหญ่ชุยตามสบายอย่าได้มากพิธีเล
last updateLast Updated : 2026-10-12
Read more
บทที่ 7 เรื่องราวที่น่าเห็นใจ 2
ยามนี้ท้องเล็ก ๆ ของนางจึงร้องหาอาหารมาเติมเต็มความหิวให้หายไป ซึ่งสายตาของนางเหลือบไปเห็นหม้อใบใหญ่ที่ทหารกำลังยกมาตั้งข้างกองไฟ ก็เข้าใจทันทีว่าพวกเขากำลังจะลงมือทำอาหารมื้อเย็นจึงลงไปถามดูสักหน่อย“พวกเจ้ากำลังจะมื้อเย็นงั้นหรือ? ว่าแต่จะทำอะไรเป็นมื้อเย็นล่ะ”“กระหม่อมจะต้มโจ๊กพ่ะย่ะค่ะเพราะง่ายและใช้เวลาไม่นาน”พอได้ยินว่ามื้อเย็นของวันคือโจ๊กอวี้เหยาจึงขออยู่ดูพวกเขาทำอาหาร แต่เป็นเพราะยุคนี้เครื่องปรุงรสค่อนข้างมีจำกัดทำให้รสชาติไม่ถูกปากเท่าใดนัก พอได้ชิมอวี้เหยาถึงได้เสนอให้เพิ่มวัตถุดิบลงไปอีกนิด“เอ่อ พวกเจ้ากินแค่โจ๊กเปล่า ๆ กันงั้นหรือ?”ทหารคนหนึ่งผู้รับหน้าที่เป็นพ่อครัวตอบคำถามอวี้เหยาอย่างสุภาพ เพราะสีหน้างง ๆ ของนางเหมือนคนอยากรู้เรื่องอาหารการกิน“ใช่พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงหกไม่ทราบมาก่อนหรือว่าทหารกินง่ายมาก”“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเพิ่งรู้เพิ่งเห็นน่ะ”ขณะนั้นเองแม่ทัพใหญ่ชุยที่ดูความเรียบร้อยของกระโจมที่พักเสร็จ เห็นอวี้เหยาอยู่บริเวณทำอาหารจึงเข้าไปสอบถามด้วยคิดว่านางคงจะหิวแล้ว“องค์หญิงหกหิวแล้วใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”“ท่านแม่ทัพใหญ่ชุยเองหรือข้ารู้สึกหิวเล็กน้อยเลยมาดูพว
last updateLast Updated : 2026-10-12
Read more
บทที่ 8 ตระกูลหลี่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน
ภายหลังยืนส่งหลานสาวที่เพิ่งเคยได้พบหน้าออกจากเมืองหลวงแล้ว หลี่ฉางเซินเก็บเรื่องที่นางเพิ่งบอกไว้กับตัวและกลับไปทำงานตามปกติเช่นเดิม รอเวลาเลิกงานค่อยนำเรื่องดังกล่าวหารือกับครอบครัวอีกครั้งยามหลี่ฉางเซินกลับไปทำงานยังกรมคลังมีขุนนางบางคนเข้ามาปลอบ เนื่องจากรู้ว่าองค์หญิงหกเป็นหลานสาวของเขาแต่ต้องจากแผ่นดินเกิดไปไกล ทั้งยังไม่รู้ว่าอนาคตจะได้เจอกันอีกหรือไม่แต่คนดูแคลนใช่ว่าจะไม่มีดังนั้นหลี่ฉางเซินจึงเร่งกลับจวนทันทีที่ถึงเวลาเลิกงานเร็วกว่าทุกวัน โดยระหว่างกลับจวนเขาแวะไปที่ว่าการเมืองหลวงซึ่งบุตรชายคนทำงานอยู่ที่นี่ หลี่ลู่เจ๋อแปลกใจยามเห็นบิดามารอพบเขายังที่ว่าการ“ท่านพ่อท่านมาทำอันใดที่นี่หรือขอรับ”“แค่อยากกลับจวนพร้อมกับเจ้าแต่ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องไว้กลับไปคุยกันพร้อมกับคนอื่นที่จวนเถิด”“เกี่ยวกับองค์หญิงหกใช่หรือไม่ขอรับ?” หลี่ลู่เจ๋อถามบิดาด้วยอยากรู้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกหรือผิดหลี่ฉางเซินเงียบไปครู่หนึ่งเขาทำเพียงพยักหน้าตอบกลับให้บุตรชาย และหันหลังเดินเป็นการบอกกลาย ๆ ว่ารีบกลับจวนจะได้พูดคุยกันให้เข้าใจ ก่อนจะตัดสินอีกทีเรื่องที่อวี้เหยาบอกก่อนจากไปหลี่ลู่เจ๋อเดินตา
last updateLast Updated : 2026-10-12
Read more
บทที่ 9 เข้าเฝ้าฮ่องเต้แห่งต้าเซิ่ง 1
ด้านอวี้เหยาภายหลังเดินทางไกลเกือบหนึ่งเดือนในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวงแคว้นต้าเซิ่ง เพียงแต่ขบวนเดินทางยามมาถึงก็เลยยามซวีมาพักใหญ่นางจึงเห็นแค่ความคึกคักยามค่ำคืนเท่านั้นเนื่องจากเป็นเวลากลางคืนการจะพาองค์หญิงตัวประกันเข้าไปพำนักยังพระราชวังด้านในคงเป็นไปไม่ได้ แม่ทัพใหญ่จึงพาอวี้เหยาไปยังตำหนักรับรองของพระราชวังด้านนอกแทนเสียงล้อรถม้าหยุดลงช้า ๆ มือเล็กแหวกม่านเดินออกมามองเบื้องหน้าซึ่งเป็นประตูตำหนักขนาดใหญ่ ที่ประดับโคมไฟจนสว่างไสวด้านเหนือประตูมีป้ายไม้สลักอักษรสามตัวว่า “เป่ยหยวนกง”แม่ทัพใหญ่ชุยรับร่างเล็ก ๆ ลงจากรถม้าก็ได้รู้ในยามนี้ว่าตัวของนางเบาเสียเหลือเกิน แต่เขาจำต้องเก็บสีหน้าท่าทางสงสัยของตนเอาไว้ก่อน“องค์หญิงหกคืนนี้ทรงพักผ่อนอยู่ที่ตำหนักเป่ยหยวนก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ พรุ่งนี้เช้าจะมีคนมารับพาไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท”“ขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่มากที่คอยดูแลข้าอย่างดีมาตลอดทาง”“องค์หญิงไม่จำเป็นต้องขอบคุณนั่นเป็นสิ่งที่กระหม่อมสมควรทำและเป็นหน้าที่ตามพระบัญชาของฝ่าบาทอยู่แล้ว เซี่ยเป่ยเจ้าไปตามนางกำนัลมาดูแลองค์หญิงหกด้วยล่ะ”“ขอรับท่านแม่ทัพใหญ่ เชิญองค์หญิงหกเสด็จไปที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ
last updateLast Updated : 2026-10-13
Read more
บทที่ 10 เข้าเฝ้าฮ่องเต้แห่งต้าเซิ่ง 2
เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงอวี้เหยาที่นอนอย่างสบายใจในมิติระบบอี้หยวน นางลุกขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่ปลายยามโหย่วทำตัวตามปกติอย่างเช่นที่เคยทำ โดยไร้เงาของนางกำนัลทั้งห้าคนที่เซี่ยเป่ยพามารับใช้นางแม้แต่ตอนที่แม่ทัพใหญ่ชุยมารับนางก็ยังไม่เห็นหัวนางกำนัลคนใดที่นี่ จะอยู่เป็นเพื่อนเพื่อรอส่งนางไปเข้าเฝ้าเยี่ยนฮ่องเต้และนั่นทำให้แม่ทัพใหญ่ชุยรู้สึกไม่พอใจ แต่การพาอวี้เหยาไปเข้าเฝ้าสำคัญกว่าจึงวางเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนในที่สุดอวี้เหยาก็ได้เผชิญหน้ากับเยี่ยนฮ่องเต้ผู้ถูกขนานนามว่าทรราช แม้อายุจะเข้าใกล้วัยกลางคนแต่ยังคงรูปลักษณ์อันหล่อเหลาได้เป็นอย่างดี นางไม่คิดเสแสร้งเป็นเด็กขี้ขลาดไม่เช่นนั้นจะเอาชนะใจฮ่องเต้ผู้นี้ไม่ได้“หม่อมฉันฉู่อวี้เหยาถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”“เด็กน้อยลุกขึ้นเถิดทำตัวตามสบาย”อวี้เหยาลุกขึ้นและกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม “ขอบพระทัยฝ่าบาท”“เป็นอย่างไรบ้างเดินทางลำบากหรือไม่ ที่พักของตำหนักเป่ยหยวนพอจะช่วยให้เจ้าคลายเหนื่อยล้าได้ไหม” เยี่ยนฮ่องเต้ตรัสถามเด็กหญิงตรงหน้าอย่างเป็นกันเองพอได้ยินคำถามนี้อวี้เหยาได้ทีจึงทำทีคิดทบทวนอยู่ชั่วครู่และตอบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน และนี่มิใ
last updateLast Updated : 2026-10-13
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status