Share

บทที่ 2 (2/3) : เคยตัว (2)

last update Tanggal publikasi: 2025-07-03 19:08:46

     จินเฟยหลงรีบเดินทางกลับไปยังเรือนพักในสำนักศึกษาทันที เพราะปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้ศึกษาอยู่ที่นี่ และที่ผ่านมาตัวเขาเองก็แทบจะไม่ได้เข้าเรียน แต่ก็ยังดีที่เขามีสหายอย่างเหรินเหยียนชิงเพราะอีกฝ่ายคอยช่วยเหลือเขาเรื่องนี้มาโดยตลอด

     “กลับมาแล้วหรือ?” เหรินเหยียนชิงเอ่ยทักจินเฟยหลง หลังจากที่เขาเพิ่งไปอาบน้ำกลับมาแล้วเจออีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาในเรือนพักพอดี

     จินเฟยหลงทำเพียงพยักหน้าตอบกลับ พร้อมกับมองใบหน้าของสหายที่เขาพยายามหลบหน้ามาเกือบสองวัน

     “ยินดีด้วยนะ”

     “อืม”

     จากนั้นจินเฟยหลงจึงเดินกลับเข้าไปในห้องพัก ก่อนจะเอ่ยถามตัวเองในใจ

     ‘เหตุใดความรู้สึกแปลก ๆ ยามมองหน้าเหยียนชิงถึงยังไม่หายไป’

     แล้วในขณะนั้นเหรินเหยียนชิงก็เดินเข้ามาพูดกับเขาในห้อง

     “เออ...เฟยหลงใกล้จะเปิดเรียนแล้ว คืนนี้เจ้าจะเอาสมุดที่ข้าจดส่วนที่ท่านอาจารย์สอนในช่วงที่เจ้าไม่อยู่ไปอ่านดูเลยดีหรือไม่?”

     “ได้ ขอบใจเจ้ามาก”

     จากนั้นจินเฟยหลงก็เห็นเหรินเหยียนชิงพยักหน้าตอบรับคำพูดของเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้องของเขาสักพัก แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับสมุดและหนังสือหลายเล่มในอ้อมแขน

     “นี่คือส่วนที่พวกข้าได้เรียนทั้งหมดในช่วงที่เจ้าไม่อยู่...เจ้าลองศึกษาดูนะ แล้วก็พวกนี้จะเป็นส่วนที่เจ้าต้องอ่าน เพื่อตามไปขอสอบเก็บคะแนนกับท่านอาจารย์ในแต่ละวิชา ส่วนเรื่องเนื้อหาที่จะใช้สอบข้าก็ได้มีจดแยกไว้ในสมุดเล่มนี้ให้กับเจ้าแล้ว แต่ถ้าติดตรงไหนก็เข้าไปถามข้าที่ห้องได้เลยนะ” เหรินเหยียนชิงจัดการแยกสมุดกับหนังสือออกเป็นกอง ๆ แล้วนำเอาไปวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือของจินเฟยหลง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เข้าใจง่ายขึ้น

     “ขอบใจเจ้ามากนะ”

     “อืม...เจ้าก็อย่าหักโหมมากล่ะ”

     จินเฟยหลงพยักหน้ารับ แล้วมองตามอีกฝ่ายที่เดินออกจากห้องของเขาไป

     จากนั้นชีวิตของจินเฟยหลงในสำนักศึกษาก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอย โดยมีเหรินเหยียนชิงคอยช่วยเหลือ...

     “นั่นใช่คุณชายมู่กับคุณชายหลี่หรือไม่...ข้าได้ยินข่าวมาว่าคนทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีมงคลสมรส ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” จิงเสี่ยวเจี้ยนชี้ชวนให้สหายในกลุ่มดูคู่รักที่กำลังมีข่าวดังทั่วเมืองหลวงอยู่ในขณะนี้ หลังจากพวกเขาทั้งสี่คนออกมารับสำรับเย็นด้วยกันที่โรงเตี๊ยมแถวตลาด

     “อืม…น่าจะใช่” จิงเสี่ยวจางเอ่ยตอบแฝดผู้พี่ของเขา ก่อนจะหันกลับมาต่อว่าสหายที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา

     “เหยียนชิงเหตุใดเจ้าต้องมาคอยแกะก้างปลาออกให้เฟยหลงอีกแล้วล่ะ ทีกับข้าเจ้ายังไม่เคยแกะให้ข้ากินบ้างเลย ข้าก็เป็นสหายของเจ้านะ! และเป็นสหายกับเจ้ามานานพอ ๆ กับเจ้านี่ด้วย แต่ทำไมเจ้าไม่ยอมดูแลข้าเหมือนกับเฟยหลงบ้างเลยล่ะ”

     “อาจางเจ้าก็งอแงเป็นเด็ก ๆ ไปได้ อะ...แบบนี้พอใจแล้วหรือไม่?” เหรินเหยียนชิงพูดพร้อมกับตักซี่โครงหมูในสำรับให้จิงเสี่ยวจาง เพราะยามนี้อาหารที่พวกเขาสั่งมา มีแต่ของที่ต้องแงะหรือไม่ก็ต้องเลาะก่อนที่จะกิน อย่าง ซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน ปลานึ่ง หรือแม้แต่เป็ดย่าง

     และก็คงเพราะที่ผ่านมาเหรินเหยียนชิงกับจินเฟยหลงรับสำรับด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงรู้ว่าอีกฝ่ายมักจะติดนิสัยการกินเร็วและเลือกกินเฉพาะของที่กินได้แบบง่าย ๆ อย่างที่เจ้าตัวต้องกินในยามออกไปทำศึกมา ดังนั้นยามที่พวกเขารับสำรับร่วมกัน เหรินเหยียนชิงจึงมักจะคอยสั่งอาหารที่กินได้อย่างง่าย ๆ ให้กับจินเฟยหลง หรือไม่เขาก็จะคอยแกะก้างปลา เลาะเนื้อหมูหรือเนื้อไก่ออกจากกระดูก แล้วนำไปวางไว้ให้อีกฝ่ายแบบในยามนี้ เพราะไม่อย่างนั้นหากอาหารตรงหน้าของจินเฟยหลงเป็นอาหารที่ดูจะกินยากในสายตาของเจ้าตัว อีกฝ่ายก็มักจะเลือกตักกินแต่ข้าวเปล่าในถ้วย หรือไม่เจ้าตัวก็มักจะเลือกตักเอาแต่น้ำแกงมาราดข้าวในถ้วยแล้วกิน แบบในยามนี้...

     จินเฟยหลงก้มลงไปมองที่ถ้วยข้าวของตัวเอง จากนั้นเขาจึงลงมือตักทุกอย่างในถ้วยกินอย่างเงียบ ๆ

     ‘เจ้าก็มักจะทำแบบนี้ให้ข้าเสมอ จนยามนี้ข้าเองก็คงจะเคยตัวไปเสียแล้ว...เหยียนชิง’ จินเฟยหลงคิดในใจ

     “แล้วทำไมเจ้าถึงไม่เลาะกระดูกมาให้ข้าด้วยเล่า เฮ้อ...แต่ก็ช่างเถอะ!” จิงเสี่ยวจางยังคงบ่นเหรินเหยียนชิงต่ออีกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองยังสองบุรุษที่แฝดผู้พี่ของเขาชี้ชวนให้พวกเขาดูเมื่อครู่

     “หากมองเพียงผิวเผิน...ก็แทบจะดูไม่ออกเลยนะว่าคุณชายทั้งสองนั้นเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ” จิงเสี่ยวจางเอ่ยขึ้น

     “แต่...คุณชายมู่ที่แต่งเข้าตระกูลหลี่ก็ดูรูปงาม ร่างกายโปร่งบาง ผิวขาว โดยรวมแล้วก็น่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อยเลยนะเนี่ย” จิงเสี่ยวเจี้ยนพูดต่อจากแฝดผู้น้องของเขา

     “แต่ถึงอย่างไรการที่บุรุษแต่งให้กับบุรุษก็คงไร้ซึ่งทายาทไว้สืบสกุล ข้าได้ข่าวมาว่า...กว่าที่คนทั้งสองจะได้ลงเอยกับอย่างทุกวันนี้ก็เอาเรื่องอยู่เลยนะ เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลในตอนแรกต่างก็ไม่เห็นด้วยกับความรักของคนทั้งคู่” จิงเสี่ยวจางเอ่ยขึ้นก่อนจะหันกลับไปหาเหรินเหยียนชิง ที่ยามนี้อีกฝ่ายเอ่ยถามในเรื่องที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่

     “จริงหรือ?”

     “อืม...แต่ข้าก็ไม่แน่ใจนะ เพราะข้าเองก็ได้ยินมาจากพวกชาวบ้านอีกที แต่จะว่าไป...เหยียนชิงของเราก็ตาโต แก้มป่อง ถึงใบหน้าจะไม่ค่อยหวานแต่ก็ออกไปทางน่าเอ็นดู รูปร่างก็โปร่งบางไม่กำยำ ผิวพรรณก็ดูขาวใช้ได้ถึงแม้ว่าอาจจะไม่เนียนเท่ากับสตรี แล้วไหนจะริมฝีปากบางสีแดง ๆ นี่อีก” จิงเสี่ยวจางพูดพร้อมกับสำรวจใบหน้า และรูปร่างของเหรินเหยียนชิงไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทพิเศษที่ 6 : บทส่งท้าย {จบบริบูรณ์}

    จินเฟยหลงยืนมองเหรินเหยียนชิงสอนเรื่องการคัดเลือกสมุนไพรและการทำบัญชีให้กับจินเฟยฮวา เพราะยามนี้น้องสาวของเขาเริ่มสนใจสองเรื่องนี้เป็นพิเศษ หลังจากที่เจ้าตัวตกลงหมั้นหมายให้กับเกาเล่อ ซึ่งการหมั้นหมายระหว่างจินเฟยฮวากับเกาเล่อก็เพิ่งผ่านมาได้เพียงแค่สองเดือน เพราะด้วยเรื่องฐานะ รวมไปเรื่องในอดีตเกี่ยวกับคนในครอบครัวของเกาเล่อ จึงทำให้อีกฝ่ายดูไม่เหมาะสมกับจินเฟยฮวาไปเสียหมดทุกทาง แต่ก็ด้วยเพราะความรัก ความดีและความซื่อสัตย์ของเกาเล่อ จึงสามารถเอาชนะใจผู้เป็นน้องสาว รวมไปถึงบิดาและคนในครอบครัวของเขามาได้ แต่ความรักของคนทั้งคู่ก็ยังคงมีเงื่อนไขจากผู้เป็นบิดาอยู่อีกหนึ่งข้อ นั่นก็คือทั้งสองคนจะต้องทำการหมั้นหมายและคบหากันต่อจากนี้ไปอีกหนึ่งปี จากนั้นค่อยมาพูดคุยกันเรื่องงานมงคลสมรส ซึ่งหากจะพูดถึงเรื่องงานมงคลก็คงจะต้องพูดถึงคู่ของจิงเสี่ยวเจี้ยนกับเยว่ซือซือ เพราะสองคนนี้เพิ่งเข้าพิธีมงคลสมรสกันไปเมื่อสี่เดือนที่แล้ว ถึงแม้ว่าในอดีตคนทั้งสองอาจจะเคยเป็นอริกั

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทพิเศษที่ 5 (2/2) : นอกสถานที่ (2) (มี nc นะเจ้าคะ)

    ช่วงค่ำเหรินเหยียนชิงหลังจากแยกเข้าไปจัดการดูแลตัวเองในกระโจมเสร็จ เมื่อเขากลับออกมา...เขาก็เห็นจินเฟยหลงยืนสั่งงานหยงหมินอยู่ที่ข้างกระโจมเพียงสองคน เขาจึงทำเป็นไม่สนใจ แล้วเดินเข้าไปนั่งกับพวกชิงหลวนคุนที่ข้างกองไฟ แต่สายตาของเขาก็ยังคงแอบมองไปที่นายบ่าวคู่นั้นเป็นระยะ ยามนี้เหรินเหยียนชิงเริ่มสงสัยแล้วว่าตอนที่จินเฟยหลงเข้าไปสำรวจภายในถ้ำ อีกฝ่ายเข้าไปเจอกับอะไร? หรือว่า...จินเฟยหลงจะเข้าไปเจอร่องรอยของศัตรูที่กำลังแอบซุ่มดูพวกเขาอยู่ในตอนนี้! จนเวลาผ่านล่วงเลยมาเกือบหนึ่งชั่วยาม ตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มแยกย้ายกันไปนอนพัก จะเหลือก็เพียงแค่ทหารกลุ่มหนึ่งที่คอยผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าระวังความปลอดภัย “เจ้าจะไปไหน?” เหรินเหยียนชิงถามขึ้น เมื่อเห็นจินเฟยหลงกำลังจะเดินออกจากกระโจม หลังจากที่พวกเขาเข้ามานอนพักพร้อมกันได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม “เจ้ายังไม่หลับหรือเหยียนชิง พอดีข้ารู้สึกร้อน ๆ หนาว

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทพิเศษที่ 5 (1/2) : นอกสถานที่ (1)

    วันนี้เป็นวันที่จินเฟยหลงต้องออกเดินทางไปตรวจงานที่ชายแดนฝั่งทางตอนใต้ของแคว้นตง ซึ่งแน่นอนครั้งนี้เขาได้พาเหรินเหยียนชิงผู้เป็นภรรยาของเขาไปด้วย แล้วเมื่อเขาฝากงานส่วนต่าง ๆ กับรองแม่ทัพแต่ละฝ่ายในช่วงที่เขาไม่อยู่เสร็จ จินเฟยหลงก็รีบเดินทางกลับจวนทันที “เหยียนชิง ข้ากลับมาแล้ว” จินเฟยหลงกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง ก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มซ้ายของอีกฝ่าย แล้วมองลงไปยังห่อสัมภาระที่เจ้าตัวกำลังจัดเรียงไว้เป็นกอง ๆ บนโต๊ะกลมกลางห้อง “เจ้าเตรียมของเสร็จแล้วหรือ?” “อืม...เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเรียกให้พวกบ่าวเข้ามานำห่อสัมภาระพวกนี้ออกไปไว้ในรถม้าเท่านั้น” “อย่างนั้นพวกเราก็เหลือเวลาก่อนออกเดินทางเกือบหนึ่งชั่วยามเลยน่ะสิ ข้าว่า...พวกเราสองคนมาสานต่อเรื่องเมื่อ...” “เฟยหลง! คือข้า ยามนี้ข้า...ข้าควรออกไปตรวจดูพวกเสบียง ยาและสมุนไพรที่จะใช้

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทพิเศษที่ 4 (2/2) : สามีในห้องหอ (2) (มี nc นะเจ้าคะ)

    จินเฟยหลงเมื่อเห็นว่าเหรินเหยียนชิงกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับการปรนเปรอของเขาแล้ว เขาจึงค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างกลางลำตัวของอีกฝ่ายทันที ก่อนจะกดจุมพิตต่ำลงไปจนถึงหน้าท้องที่แบนราบ และเพียงไม่นานเขาก็ใช้ริมฝีปากครอบครองเครื่องแสดงความเป็นบุรุษโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัว “อ่ะ! เฟยหลง อย่า! อือ...” ริมฝีปากบางพยายามขบเม้มเพื่อเก็บเสียงครางหวานของตนเองเอาไว้ ก่อนที่คนตัวเล็กจะเผลอเลื่อนมือลงมากดที่ศีรษะของเขาอย่างลืมตัว ยามนี้เหรินเหยียนชิงรู้สึกเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วในขณะที่เขารู้สึกได้ว่าตัวเขาเหมือนกำลังจะปลดปล่อย... เขาจึงพยายามขยับเอาอาวุธประจำกายออกมาจากริมฝีปากของจินเฟยหลง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ต้องการให้เขาทำเช่นนั้น “เฟยหลง ข้า...อ่า...” “หวานยิ่งนัก น้ำวิสุทธิ์แรกของเจ้า” “เจ้า!” เหรินเหยียนชิงมองจินเฟยหลงที่กลืนกินและไล่เลียน้ำวิสุทธิ์แรกของเขาอย่างไม่รัง

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทพิเศษที่ 4 (1/2) : สามีในห้องหอ (1) (มี nc นะเจ้าคะ)

    หลังจากพิธีการต่าง ๆ ในงานมงคลสมรสจบลง เหรินเหยียนชิงก็ถูกพาตัวเข้าไปนั่งรอเขาอยู่ในห้องหอ ส่วนตัวจินเฟยหลงก็ทำได้เพียงนั่งอยู่ในห้องโถงแล้วยกสุราขึ้นดื่ม เนื่องจากยามนี้มีผู้คนตรงเข้ามาชนสุราเพื่อแสดงความยินดีกับเขาอย่างไม่ขาดสาย โดยคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็เพียงต้องการกลั่นแกล้งเขาในคืนเข้าหอเท่านั้น ซึ่งตัวจินเฟยหลงเองได้กินยาแก้อาการเมาสุราที่ได้รับจากผู้เป็นพี่ชายมาแล้ว เขาจึงไม่เกรงกลัวต่อฤทธิ์สุราที่ต้องดื่มในตอนนี้มากนัก จินเฟยเทียนนั่งมองสีหน้าของจินเฟยหลงแล้วอดที่จะสงสารไม่ได้ แต่เพราะในวันส่งตัวของเขากับหยางหมิงเซียน ผู้เป็นน้องชายได้ร่วมมือกับชิงหลวนคุนทำกับเจ้าลูกกวางไว้แสบ โดยหยางหมิงเซียนมาเล่าให้เขาฟังว่า...จินเฟยหลงกับชิงหลวนคุนได้พาทหารในกองทัพแวะเวียนเข้ามาชนสุรากับเจ้าตัวก่อน วันนี้เจ้าลูกกวางก็เลยขอเอาคืนด้วยการชวนทั้งคู่ค้า คนที่เจ้าตัวรู้จัก หรือแม้แต่คนป่วยที่เขาเคยทำการรักษา เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับผู้เป็นน้องชายของเขาแบบจัดเต็ม

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทพิเศษที่ 3 (2/2) : เรื่องในวัยเยาว์ : เพียงผู้เดียวเท่านั้น (2)

    หลังจากผ่านเหตุการณ์การสูญเสีย จินเฟยหลงก็เริ่มใช้ชีวิตให้ผ่านไปเป็นวัน ๆ โดยแต่ละวันของเขาก็แทบจะไม่พูดคุยกับผู้ใดอีกเลย แม้แต่สหายร่วมเรือนอย่างเหรินเหยียนชิง ยามนี้จินเฟยหลงหมดกำลังใจที่จะก้าวเดินหรือใช้ชีวิตต่อไปอีกแล้ว ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาคิดจะจบชีวิตของตนเองลง แต่เหรินเหยียนชิงก็ดันเข้ามาเจอตอนที่เขากำลังจะลงมือทำเสียก่อน “เฟยหลงลุกขึ้น...ได้ยินหรือไม่! ข้าบอกให้เจ้าลุกขึ้น!!” จินเฟยหลงหันมามองเหรินเหยียนชิงที่เข้ามาตวาด และกระชากแขนของเขาให้ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยแสดงท่าทางแบบนี้กับเขาเลยสักครั้ง“ไม่...ข้าจะนอน” “ข้าบอกให้เจ้าลุกขึ้นมา!!” จินเฟยหลงถูกเหรินเหยียนชิงกระชากแขนจนต้องลุกขึ้นนั่งบนเตียง ยามนี้เขารู้สึกว่าคนตรงหน้าเข้ามาล้ำเส้นในชีวิตของเขามากจนเกินไปเสียแล้ว!&nb

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทที่ 5 (3/3) : ขอเป็นเพียงอดีตสหาย (3)

    จินเฟยหลงเมื่อเดินทางมาถึงบริเวณงานเลี้ยง เขาก็เห็นจิงเสี่ยวเจี้ยนและจิงเสี่ยวจางที่ยามนี้คนทั้งสองได้เริ่มร่ำสุรากันไปบ้างแล้ว เนื่องจากงานนี้ท่านอาจารย์ใหญ่อนุญาตให้พวกเขาสามารถนำสุราเข้ามาดื่มร่วมกันได้ เมื่อเห็นสหายจินเฟยหลงจึงเดินตรงเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับคนทั้งสองทันที จากนั้นเขาจึงมอ

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทที่ 5 (2/3) : ขอเป็นเพียงอดีตสหาย (2)

    “พวกเราพักค้างแรมกันที่นี่ดีหรือไม่?” จิงเสี่ยวจางเอ่ยชวนสหายเพราะตอนนี้ได้เข้าต้นยามโหย่วแล้ว (ยามโหย่ว เวลา 17.00 – 18.59 น.) ดังนั้นพวกเขาควรต้องหยุดการเดินทาง เพื่อพักเอาแรงกันเสียก่อน และด้วยเพราะจิงเสี่ยวจางได้ยินเหมือนเสียงน้ำไหล ซึ่งแสดงว่าไม่ไกลจากบริเวณนี้น่าจะมีลำธารหรือแม่น้ำ ดังนั

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทที่ 5 (1/3) : ขอเป็นเพียงอดีตสหาย (1)

    “ท่านแม่ทัพกำลังรอผู้ใดอยู่หรือขอรับ?” หยงหมินเอ่ยถามผู้เป็นนายเพราะอีกฝ่ายพาเขาควบม้าออกมาจากจวน เพื่อเดินทางไปตรวจงานที่ค่ายทหารในเมืองหลิ่งจู แต่พอมาถึงประตูเมืองหลวงผู้เป็นนายกลับไม่ยอมเดินทางต่อ ทำเพียงเดินไปดูรายชื่อของผู้ผ่านทาง จากนั้นก็กลับมายืนอยู่ที่เดิม “อ้าว! เฟยหลง อาหมินพวก

  • ข้าไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด   บทที่ 4 (3/3) : ไม่อยู่ในสายตา (3)

    “เหยียนชิงทำไมเจ้าถึงหายหน้าไปเลย ไม่ยอมติดต่อกลับมาหาพวกข้าบ้างเลยล่ะ” จิงเสี่ยวจางเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเขาทั้งสี่คนมานั่งร่ำสุราอยู่ที่สวนท้ายจวนคหบดีจิง โดยมีคนของเหรินเหยียนชิงมาร่วมวงกับพวกเขาด้วย “ข้ายุ่งน่ะพอดีต้องรับช่วงต่อจากท่านตา” เหรินเหยียนชิงตอบคำถามจิงเสี่ยวจาง จากนั้นเขาจึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status