Masukคำพูดที่ได้ยินและเสียงถอนใจแรง บอกให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรไรต้องอารมณ์ค้าง
เถ้าแก่สุ่นนอนหงายแผ่หลา ได้ยินเสียงหายใจแรง เหงื่อกาฬแตกซ่านเต็มใบหน้าและหัวล้าน รีบคว้าหลอดยาดมสีแดงมาเสียบคาไว้ในรูจมูก หายใจแรงเหมือนหัวใจจะวาย ปล่อยให้เมียสาวนอนบิดไปบิดมา ทรมานกับอาการอารมณ์ค้าง
ครู่สั้นๆ ต่อมา
เสียงกรนและทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงสม่ำเสมอของสามีชรา ยืนยันว่าเถ้าแก่กำลังหลับสนิท เรไรไม่รอรีรีบคว้าผ้าขนหนูสีชมพูขึ้นมากระโจมอก ก้าวเงียบเชียบออกมาจากห้องนอน จุดหมายคือห้องน้ำที่อยู่ข้างดงกล้วยน้ำว้าหลังครัว
เห็นแบบนี้จะรออะไร!
ไอ้ใหญ่ที่แอบดูจนน้ำเดิน รีบก้าวยาวตามมายังห้องน้ำ เท้าใหญ่ย่ำเหยียบลงบนใบไม้แห้งกรอบเสียงดังแกรกกราก ขยับเข้ามาทาบดวงตาเข้ากับรอยรั่วของฝาสังกะสี
พลันสายตาปะทะเข้ากับร่างเปล่าเปลือยของเรไร กำลังยืนพิงถังแกลลอนสีดำใบใหญ่ที่มีน้ำอยู่เต็มเปี่ยม หล่อนยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาพาดไว้กับขอบถัง หงายฝ่ามือแล้วสอดนิ้วกลางสไลด์เข้าออกในซอกเสียว เกี่ยวเบ็ดเพื่อปลดเปลื้องอารมณ์ที่ค้างคา มืออีกข้าง บีบขยำเต้านมอวบใหญ่ของตัวเองไปพลาง
“อูย… อ๊า… อูย… อ๊า… ”
เรไรสะดุ้งตามจังหวะดุ้นนิ้วกระแทกเข้ามา ริมฝีปากเม้มแน่น ร้องครางฮื่อฮึก มือเรียวบีบเคล้นหัวนมจนแข็งโด่ สองเต้าอวบขาวน่าจูบน่าไซ้ทำเอาไอ้ใหญ่ที่แอบดูใจเต้นระทึก รีบล้วงมือเข้ามาในขอบกางเกงของตัวเอง
“อ่า… อูย… อ่า… อูย… ”
ไอ้ใหญ่รูดชักลำเอ็นยาวใหญ่จนมือกำไม่รอบ ยอบกายลงนั่งคุกเข่าด้วยความเสียว ขณะดวงตายังทาบอยู่กับรูน้อยๆ ของแผ่นสังกะสีเก่าคร่ำ
ภาพและเสียงร้องครางของเรไรทำเอาลำเอ็นของไอ้ใหญ่คัดแข็งแทบระเบิด
ตอนนี้ต่างคนต่างร้องครางราวกับแข่งขัน แม้อยู่ห่างกันเพียงผนังกั้น… แต่เรไรก็ไม่รู้ว่าไอ้ใหญ่กำลังเสพสุขกับเรือนร่างของหล่อนด้วยสายตา
วันรุ่งขึ้น
ตอนใกล้ค่ำ ขณะที่เรไรขี่จักรยานออกมาตามถนนลูกรังสีแดง ทอดผ่านมากลางไร่ข้าวโพด พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นไอ้ใหญ่ กำลังยืนถือค้อนตอกตะปูซ่อมรั้วไม้กันแนวไร่ข้าวโพด
“สวัสดีครับคุณเรไรคนสวย”
ไอ้ใหญ่เอ่ยทักขึ้นมาก่อน หล่อนขี่จักรยานเข้ามาใกล้ หล่อนรู้สึกสะดุดตากับเรือนกายสูงใหญ่ของคนงานใหม่ ถ้าให้วิจารณ์กันตรงๆ อย่างปราศจากอคติในใจ… หุ่นไอ้ใหญ่แม่งเซ็กซี่โคตรๆ
เนื้อตัวของไอ้ใหญ่กำยำไปด้วยมัดกล้าม ที่เห็นก็เพราะว่ามันถอดเสื้อพาดไว้กับแนวรั้ว สายเหงื่อเป็นมันปลาบอาบเลื่อมไปทั้งตัว อกแน่นนูนไปด้วยมัดกล้าม มีเส้นขนสีดำแผ่คลุมเป็นแพมาถึงกล้ามท้องอัดแน่นไว้ด้วยลอนซิกแพ็ค ต่ำลงมาอีกนิดก็คือเป้ากางเกงตุงแน่นไปด้วยลำเนื้อ สิ่งที่เห็นทำเอาเรไรตกใจ รีบชักสายตาออกมาจากสิ่งที่ทำเอาใจเต้น
“ทะลึ่งนะมึง… ”
รถจักรยานหยุดลงใกล้ๆ ร่างกำยำของไอ้ใหญ่ หล่อนเชิดหน้าใส่อย่างไม่เป็นมิตร
“โถ… ผมอุตส่าห์พูดเพราะๆ ดูคุณเรไรตอบเข้าสิ… พูดไม่เพราะเลย”
ไอ้ใหญ่จ้องหน้าหล่อนจนเรไรต้องหลบสายตาวูบ รู้สึกใจเต้น หวิววาบแปลกๆ ร้อนผ่าวตรงซอกขาเหมือนกำลังโดนมันข่มขืนด้วยสายตา
“ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทักฉัน”
เรไรทำท่าไม่พอใจ
“เกลียดอะไรผมนักหนาล่ะคุณเรไร”
ไอ้ใหญ่นึกสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำ ด้วยหล่อนโนบรา ตอนที่สายลมกรรโชกเข้ามาปะทะเรือนร่าง เสื้อผ้าฝ้ายบางๆ ก็แนบเน้นเข้ากับทรงอกอวบใหญ่ เห็นปลายถันแทงตุงขึ้นมาบอกตำแหน่งของจุกหัวนมสาวที่ทำเอาไอ้ใหญ่เผลอกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก
เหมือนจะอาเจียนเสียให้ได้ ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปากกับอาการผะอืดผะอม ข้าวต้มคำสุดท้ายคล้ายจะพุ่งสวนลำคอออกมาเร็วเท่าควาดคิด เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวยาวๆจนเกือบจะวิ่งไปห้องน้ำ จากนั้นก็ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง ดึงซองถุงยางที่ฉีกใช้แล้วออกมาดูให้แน่ใจว่าเขาได้ใช้มันแล้วจริงๆ ครั้นแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโปร่งโล่ง นึกขอบคุณถุงยางที่ช่วยแยกเขาออกมาจากนรกขุมที่รำเพยและสามีได้ถลำลึกลงไป นึกโกรธว่าเธอจะทักท้วงไหม? หากตอนนั้นเขาขอร่วมรักกับเธอโดยไม่สวมถุงยาง‘อย่างนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับฆ่ากัน’ ชายหนุ่มรำพึงอยู่ในใจ รู้สึกโกรธว่ารำเพยก็ไม่ต่างอะไรกับฆาตกร หากการฆาตกรรมหมายถึงการทำให้ตายด้วยวิธีใดๆก็ได้ ‘รำเพยเกือบฆ่าเขาด้วยเชื้อ HIV’ในวูบแรกของอารมณ์ เขาอยากเดินกลับไปที่โต๊ะ ต่อว่าเธอที่ปิดบัง ทว่าอีกใจก็นึกสงสาร เพราะเขาเองที่หลงเชื่อใจจนไม่ได้ถามรอกระทั่งใจเย็นลง หลังจากใช้เวลาครุ่นคิดในช่วงสั้นๆ ชายหนุ่มกลับนึกสงสารรำเพยขึ้นมาจับใจ จะว่าไปแล้ว…การที่รำเพยต้องต่อสู้กับโรคเอดส์…ก็แทบไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น ขณะที่ตะวันทิ้งรำเพยเอาไว้ที่โต๊ะเพียงลำพัง เสียกเรียกเข้าจา
ตะวันช้อนสายตามองหน้าเธอ เหมือนเด็กที่จ้องมองผู้ใหญ่ จากนั้นก็กล่าวเบาๆ “รู้ไหมว่าพี่ไม่เหมือนคนอื่นๆที่ผมเคยเจอ” เขาชม อมยิ้ม มองเธอ แต่เปลี่ยนมาใช้สายตาแบบหนุ่มมองสาว และมันทำให้รำเพยรู้สึกเหมือนเป็นสาวแรกรุ่นที่เริ่มออกเดทครั้งแรก กับชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า “พี่ดูพิสดารมากใช่ไหม...ในสายตาเธอ” น้ำเสียงปนหัวเราะ “มีอะไรบางอย่างในตัวพี่...มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจ รู้สึกอยากคุยกับพี่ อยากรับรู้เรื่องของพี่มากกว่านี้”“บางเรื่องเกี่ยวกับพี่…รู้แล้วเธออาจจะไม่สบายใจ” รำเพยเอ่ยเป็นนัย“สามีพี่ล่ะ” ตะวันย่นหน้าผาก อยากรู้“พี่เลิกกับสามีแล้ว” “พี่มีลูกกับเขาหรือเปล่า” “มีลูกสาวคนนึง อายุคงรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ” “ผมถามอะไรอีกอย่างได้ไหม...” ตะวันหยุดคิดนิดนึง เหมือนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังจะถามนั้น จะเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเธอเกินไปหรือเปล่า“ได้สิ!...ถึงขั้นนี้แล้ว พี่คงไม่มีความลับกับเธอ”“ทำไมพี่เลิกกับสามี” “เขานอกใจพี่...หลายครั้งหลายคราว”“ครั้งนี้…พี่เลยเอาคืนบ้าง”“เปล่า…ครั้
ซักไซร้ “ว่าแต่ตอนนี้ตีสองแล้วนะแม่” ลูกสาวเตือน รำเพยพลิกหลังมือขึ้นมองนาฬิกา “ตายจริง!” เธอเผลออุทานจนได้ยินไปถึงต้นสาย “เทคแคร์ค่ะ…บายจุ๊บ” สายถูกตัดไปพร้อมๆกับประตูห้องน้ำที่ถูกมือของชายหนุ่มผลักออกมาเบาๆ “เสร็จแล้วครับ...พี่รีบกลับไหมครับ” “ไม่รีบ”“หิวไหมครับ” “พี่ไม่หิว...เธอหิวหรือ” “หิวครับ…ต้องโทษพี่นั่นแหละ ทำเอาผมหมดแรง” “พี่เห็นเธอทำอยู่คนเดียว” เธอกล่าวอายๆ เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเห็นเธอมีอารมณ์ขัน“นั่นและครับที่ทำให้เหนื่อย...แต่ก็ยินดีนะครับ ถ้าพี่จะให้ผมเหนื่อยอีกรอบ” ตะวันทำน้ำเสียงทะเล้น “เดี๋ยวคนแก่หัวใจวายตายกันพอดี” “แก่ตรงไหน...พี่เด็ดกว่าสาวๆเยอะ แฟนผมอายไปเลย” ประโยคนั้นทำให้รำเพยทำหน้าไม่ถูก ว่าเธอควรจะภูมิใจดีหรือเปล่านับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รำเพยเอาชีวิตออกไปพบแสงสีนอกบ้าน ทั้งคู่พากันออกมาจากโรงแรมม่านรูดแห่งนั้นตอนตีสามกว่าๆ ระหว่างทางที่ขับรถไปส่งตะวัน ทั้งคู่พากันแวะร้านข้าวต้มโต้รุ่งแห่งหนึ่ง ย่านพระรามเก้า รำเพยชะลอรถชิด
จากนั้นก็ก้าวตรงไปหาชายหนุ่มที่เพิ่งคลายจากอาการหอบโหยเธอควักเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ สะกิดเบาๆให้เขารู้สึกตัว แล้วยื่นให้ “ตะวันจ๊ะ” รำเพยเรียกชื่อของเขา ชายหนุ่มตื่นจากห้วงนิทราสั้นๆ ปรือตามองธนบัตรในมือของเธอ เอื้อมรับแล้วกล่าวเบาๆ “เยอะไปครับพี่...ตกลงกันไว้แค่พันเดียว” เขามองเงินจำนวนสามพันบาทที่เพิ่งรับมา “รับไว้เถอะ...อย่าคิดมาก ที่ให้เพราะรู้สึกว่าเธอควรจะได้มากกว่าหนึ่งพัน” “ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรับเอาไว้อย่างว่าง่าย อาชีพผู้ชายป้ายเหลือง จะมีอะไรสำคัญไปกว่าค่าตัว หรือจะเรียกว่าค่าแรงก็ไม่ผิด เพราะตะวันก็ออกแรงไปมาก “อาบน้ำซะ เดี๋ยวพี่จะไปส่ง…บ้านเธออยู่ที่ไหน” เธอแสดงน้ำใจ “พี่มีความสุขใช่ไหม” เขาถามเหมือนติดตามผล “มาก” เธอสารภาพอย่างไม่กระดาก “ผมเชื่อ…ทั้งเสียงร้อง ทั้งอาการที่แสดงออกทางใบหน้า ทุกอย่างมันฟ้อง” ดวงตาคู่นั้นมีประกายกระหยิ่ม “รู้แล้วยังถาม” เธอว่า “ที่ถาม เพราะอยากได้ยินชัดๆ จากปากของพี่” “รีบไปอาบน้ำเถอะ” “ผมจะได้เจอพี่อีกไหม” ตะวันห่วงใ
เธอให้เสียบรรยากาศ “เธอชอบพี่จริงๆหรือ” “ถ้าผมบอกว่าจริง...แล้วพี่จะเชื่อหรือ” “คงไม่เชื่อ เพราะพี่ก็โกหกเธออยู่เหมือนกัน” “หมดกัน...” เขาแสร้งทำน้ำเสียงผิดหวัง แกล้งฟุบทับลงบนเรือนร่างของเธอ ครั้นแล้วจึงค่อยๆถอดกางเกงบอกเซอร์ออกช้าๆ สาวใหญ่กระถดกายขึ้นไปหนุนหมอน ผงกศีรษะขึ้นมองช้าๆ จากนั้นก็ยกมือขึ้นปิดปาก ซ่อนเสียงอุทานเอาไว้ในลำคอ ในความกระจ่างชัด มันทำให้รำเพยนึกย้อนกลับไปถึงชื่อที่เขาใช้เมื่อตอนที่แชต “พี่ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมเธอใช้ชื่อว่า Mr.Anaconda” ใบหน้าสวยของรำเพยแดงซ่านกับสิ่งที่เบียดสีจนรู้สึกได้“แล้วพี่จะชอบ...” ชายหนุ่มกล่าวยิ้มๆ ค่อยๆปลดปมผ้าขนหนูที่กระโจมอกออกช้าๆ สายตาตะลึงลานของตะวันจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างของรำเพย แม้ทรวงอกที่เห็นจะหย่อนคล้อยลงไปบ้าง ทว่าความอวบใหญ่และปลายถันที่เชิดชัน ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกปากคอแห้งขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด กระหายในสัมผัสรสจากเนื้อตัวของเธอขึ้นมารุนแรงรำเพยทอดเรือนร่างขาวโพลนลงกลางที่นอน ตะวันกระเสือกกายกำยำลงก่ายเกย สองร่างลงไปโรมรันกันกลางที่นอน ผิวของเธอกับเขา
เป็นเพราะเบียร์แก้วที่สอง ช่วยทำให้เธอพูดคล่องขึ้นชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าของรำเพย รู้สึกถึงความซับซ้อนในบุคลิกภาพของผู้หญิงคนนี้ จากที่ออกอาการประหม่าเกร็งจนพูดจากระท่อนกระแท่น อยู่ๆเธอก็ดูกล้า มีความมั่นใจขึ้นมาจนน่าแปลกใจ “จะให้ผมพิสูจน์เลยใช่ไหมครับ” กล่าวพลางขยับเข้าไปใกล้ เริ่มปฐมบทโอ้โอมอันเชี่ยวชาญด้วยการรั้งเอวคอดมากอดเบาๆ “เอ่อ...เดี๋ยวก็ได้” เธอบ่ายเบี่ยง อยู่ๆอาการประหม่าก็กลับมาอีกครั้งชายหนุ่มสังเกตเห็นไรขนอ่อนๆที่หลังแขนของเธอลุกซู่ “ปิดไฟดวงนึงได้ไหม” รำเพยต่อรอง มองไปที่ไฟหัวเตียง ที่เพดาน และอีกดวงที่สาดแสงออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มเลือกเดินไปปิดไฟดวงที่ส่องสว่างอยู่บนเพดานกับห้องน้ำ “ทำไมไม่ปิดไฟที่หัวเตียงล่ะ” “ที่ผมไม่ปิดไฟดวงนั้น...เพราะอยากมองพี่ให้ชัดๆ” คำพูดของเขา ทำให้ชีพจรของรำเพยเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง กิริยาอาการที่มีนัยจากชายร่วมห้อง กำลังปลุกเร้าความต้องการของเธอขึ้นมาอย่างล้ำลึก รุนแรง ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ชิดเข้าไปอีกหน่อย “พี่ยังไม่ได้อาบน้ำ” เธอแสดงท่าทีบ







