LOGIN“เป็นเหี้ยอะไร… ”
เหมือนเรไรจะรู้ตัว หล่อนรีบคร่อมจักรยานแล้วปั่นออกมา ไอ้ใหญ่จ้องมองเรียวขาขาวๆ ที่เลิกร่นขึ้นมาจากผ้าถุงตอนที่หล่อนปั่นจักรยาน
“สักวันเถอะ… เดี๋ยวพี่ใหญ่จะกระแทกให้น้องเรไรร้องขอชีวิตเลยคอยดู… รู้นะว่าเงี่ยน”
ไอ้ใหญ่พึมพำไล่หลังรถจักรยานที่กำลังแล่นออกไปท่ามกลางประกายแสงแดดสีทองอร่ามของยามเย็น พระอาทิตย์ดวงสีแดงกลมโตลอยต่ำเกือบแตะสันเข่า ขณะที่หัวใจของไอ้ใหญ่กระเส่าไปด้วยความรู้สึกทางเพศที่มีต่อเมียสาวของเจ้าของไร่
อีกสัปดาห์ต่อมา
ข้าวคำสุดท้ายในจานตรงหน้าถูกช้อนตักเข้าใส่ปากจนหมดจาน ก่อนที่เถ้าแก่สุ่นจะตะโกนถามเมียสาวที่กำลังนั่งเหยียบจักรเย็บผ้าอยู่ตรงมุมห้อง
“วันนี้ฉันจะเข้าไปในตลาด… เธอจะไปด้วยกันไหม”
เถ้าแก่สุ่นกำลังจะออกไปซื้อปุ๋ยเพื่อเตรียมไว้ใช้กับไร่ข้าวโพดที่กำลังออกฝักไปทั้งไร่
“เถ้าแก่ไปคนเดียวเถอะจ้ะ… วันนี้ฉันจะเย็บเสื้อที่ทำค้างเอาไว้”
เรไรมีฝีมือในเรื่องตัดเย็บเสื้อผ้า หล่อนมีรายได้พิเศษจากการตัดเสื้อให้กับลูกค้าหลายรายซึ่งเป็นคนในอำเภอเดียวกัน
ตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นงานที่หล่อนทำด้วยใจรัก ไม่ใช่ทำเพราะขัดสนเงินทอง เพราะว่าฐานะของเถ้าแก่สุ่นก็จัดว่าไม่ยากจน เงินทองของเขาสามารถเลี้ยงดูเรไรให้สุขสบายไปทั้งชาติ
“เออ… อย่าลืมเอาข้าวไปให้ไอ้ใหญ่ด้วยล่ะ”
สามีร้องสั่งก่อนออกไปจากบ้าน ด้วยทุกวันไอ้ใหญ่จะแวะมาเอาข้าวที่เรไรใส่ปิ่นโตวางไว้ที่แคร่ไม้หน้าบ้าน แต่วันนี้สายป่านนี้แล้วก็ยังไร้เงาของมัน
“มันก็น่าจะเดินมาเอาเองนะ… ทำไมต้องเอาไปให้”
เรไรรู้สึกหัวเสีย เมื่อต้องเอ่ยถึงคนงานใหม่ ไม่รู้ว่าทำไม? หล่อนจึงไม่อยากเข้าไปใกล้ ไม่เชิงว่าไม่ชอบขี้หน้า… แต่ไม่รู้สิ เรไรเกลียดสายตาของมัน เกลียดวิธีการมองเหมือนรู้เท่าทันอารมณ์บางอย่างของหล่อนที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้
“ทุกวันนี้ฉันจะต้องทำอาหารแล้วไปเสิร์ฟให้มันถึงที่ใช่ไหม… อยู่ไม่กี่วันก็กำเริบเสิบสาน”
เรไรบ่นไม่หยุด
“เอาน่ะ… ไอ้นี่มันขยันขันแข็ง สู้งานไม่เคยบ่น อดทนและเรี่ยวแรงดีเหมือนวัวเหมือนควาย ค่าจ้างก็ไม่ต้องจ่าย”
เถ้าแก่สุ่นกล่าวอย่างคนขี้งก
เพราะว่าวันที่รับเข้าทำงาน ได้ตกลงกับไอ้ใหญ่ว่ามันต้องการแค่อาหารสามมื้อต่อวัน มันยินดีทำงานแลกข้าวแลกน้ำโดยไม่ขอค่าแรง
“ฉันไปก่อนนะ… ”
เถ้าแก่สุ่นเดินมาขึ้นรถกระบะแล้วขับออกไปจากไร่
ครู่สั้นๆ ต่อมา…
เรไรคว้าปิ่นโตที่เตรียมเอาไว้ หิ้วมาใส่ลงในตะแกรงหน้ารถจักรยาน ขี่ตรงมายังกระท่อมหลังน้อยซึ่งเป็นที่หลับนอนของไอ้ใหญ่
เสียงกระดิ่งของรถจักรยาน ดังลั่นอยู่หน้าประตูกระท่อม ไอ้ใหญ่เปิดประตูออกมาในสภาพนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว ยืนอวดร่างสูงใหญ่กำยำล่ำสันไปด้วยมัดกล้าม คราบน้ำที่ยังติดอยู่ตามผิวกายสีน้ำตาลบอกให้รู้ว่ามันเพิ่งเสร็จจากอาบน้ำ
“ไอ้ใหญ่… ทำไมแกไม่ไปเอาข้าว ลำบากให้ฉันต้องเอามาให้”
เรไรยื่นปิ่นโตมาตรงหน้า
“วันนี้ผมตื่นสายครับคุณเรไร… ผมเพิ่งอาบน้ำ กะว่าใส่เสื้อผ้าเสร็จจะรีบไปเอาปิ่นโต… แต่ก็ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์เอามาให้ผมกินถึงที่”
คำพูดแบบมีเลศนัย ทำเอาเรไรชะงัก
“เอามาให้กินถึงที่… แกหมายถึงอะไร”
เรไรไม่ชอบท่าทางและวาจาเล่นลิ้นของมัน
“ก็แล้วในตัวคุณเรไรมีอะไรให้ผมกินได้บ้างล่ะครับ”
มันตวัดลิ้นเลียริมฝีปาก จ้องมองทรวงอกของหล่อนแล้วกลืนน้ำลายลงคอ
“ทะลึ่งนะแก… ไอ้บ้า แกมองอะไร”
มือข้างหนึ่งของเรไรกำแน่นด้วยความโกรธ
“มองคนสวย… มองนางฟ้าในไร่ข้าวโพด”
มะลิเผลอครางออกมาเฮือกสั้นๆ จากนั้นริมฝีปากของทั้งสองก็ผนึกแน่นเข้าหากันจนได้เมื่อเห็นหญิงสาวออกอาการหวามไหว นายเดชได้ใจรีบทาบฝ่ามือกอบกุมสองเต้าอวบอัด เบียดแน่นอยู่ในเสื้อตัวบางความเสียวซ่านบวกกับอารมณ์ทางเพศที่เก็บกดมานาน ทำให้มะลิเผลอดูดดุนเรียวลิ้นของนายเดชด้วยความลืมตัว“ซี้ดดด… ”มะลิคราง ขณะลิ้นของทั้งสองกำลังเกี่ยวกระหวัดรัดร้อยกันอย่างดื่มด่ำลืมตัวกระทั่งสติของมะลิกลับคืนมาในช่วงสั้นๆ หล่อนจึงกระชากริมฝีปากหนีจูบ มือน้อยๆ ผลักอกนายเดชที่พยายามเบียดกายกำยำเข้าหล่อน“นายเดชหยุดนะ… ถ้าเสี่ยพจน์รู้ว่านายทำแบบนี้กับฉัน… ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ”มะลิถอยร่น ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากของตัวเองด้วยความรู้สึกผิดที่เผลอแลกลิ้นกับนายเดชอย่างดูดดื่มเมื่อครู่ หล่อนยอมรับว่าผู้ชายคนนี้จูบเก่ง“ตอนนี้เสี่ยไม่อยู่ครับ… ถ้าเราสองคนไม่บอกใคร เรื่องนี้ก็จะมีแต่เราเท่านั้นที่รู้”มีหรือที่นายเดชจะหยุดง่ายๆ นาทีทองแบบนี้ใช่ว่าจะมีบ่อยๆ“เรามาสนุกกันนะครับคุณมะลิ… วันนี้ขอให้ผมมีโอกาสเป็นผัวคุณสักครั้ง”นายเดชเปิดฉากตรงเข้าประชิดตัวมะลิอีกครั้ง สองมือกอบใบหน้าของหล่อน ล็อกใบหน้าบังคับให้มะลิหันหน้
“มะลิจ๋า คุณสวยเซ็กซี่ถูกใจผมเหลือเกิน ผมขอสารภาพตรงๆ ว่าแอบชอบคุณมานานแล้ว อยากเอาคุณมานานแล้ว… ทุกครั้งที่ผมมาซื้อของที่ร้านแล้วเจอคุณมะลิ… ผมแอบเอาคุณไปจินตนาการช่วยตัวเองบ่อยๆ” “ไอ้เดชบอกอย่างไม่อาย “ไม่นะนายเดช… อย่านะ… ถ้าทำอะไรบ้าๆ นะ ฉันร้องจริงๆ ด้วย” มะลิขู่ ท่าทางเอาจริง “ใจเย็นๆ… ผมรู้ว่าคุณอยาก เราคุยกันดีๆ ผมสัญญาว่าจะไม่ใช้กำลัง… ผมรู้ว่าคุณมะลิกับเสี่ยกำลังมีปัญหากับเรื่องบนเตียง… ผมก็เลยอยากช่วย” นายเดชยกมือห้ามไม่ให้หล่อนร้อง ที่มันรู้ความลับเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงของเสี่ยพจน์ ก็เพราะว่าเสี่ยนั่นแหละที่เคยถามไอ้เดชว่ารู้จักยาอึดยาทนบ้างไหม รวมทั้งยาที่ช่วยให้แข็งตัว ช่วยให้อวัยวะเพศใหญ่ยาว คำถามในลักษณะนี้ทำให้ไอ้เดชพอจะเดาได้ว่าเสี่ยพจน์กำลังมีปัญหากับเรื่องบนเตียงอย่างแน่นอน “ออกไป… ปล่อยนะไอ้บ้า” มะลิสะบัดหลุด หล่อนพยายามถอยหนี หากก็ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะผิดไปจากแผนที่ไอ้เดชคิดเอาไว้ ว่าผู้หญิงเก็บกดอย่างมะลิน่าจะยอมง่ายๆ แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด “อย่าดื้อนะครับคุณม
“เอาเบียร์อีกสักกระป๋องไหมครับ” นายเดชคะยั้นคะยอ “พอแล้วจ้ะ… กระป๋องเดียวฉันก็เมาแล้ว” มะลิส่ายหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน เหลือบมองนายเดชแวบหนึ่ง ในสภาพที่เขานุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว ทำให้เห็นเรือนร่างกำยำไปด้วยมัดกล้าม ที่ปั้นไหล่ซ้ายมีลายสักดูเซ็กซี่สมชายชาตรี รูปร่างของนายเดชสูงใหญ่ต่างไปจากคนไทย อีกทั้งดวงตาก็เป็นสีน้ำตาล “นายเดชมีเชื้อฝรั่งหรือเปล่า?” ความสงสัยทำให้มะลิถาม “ใช่ครับ… ผมเป็นลูกครึ่งสเปน พ่อผมเป็นคนสเปน แม่เป็นคนไทย หลังจากแม่คลอดผมได้ไม่นานพ่อก็ทิ้งผมไป” นายเดชไขข้อสงสัยของมะลิ สายตาจับจ้องเรือนร่างของหล่อนไม่วางตา มะลิช่างเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่นัก ผิวพรรณขาวผ่อง สองเต้าเต่งตึงสะดุดตา ทรวงอกของมะลิใหญ่มาก ดันล้นอยู่ภายใต้เสื้อจนแลดูน่าอึดอัด ผ้าถุงลายดอกเนื้อบางแนบเน้นสะโพกกลมกลึงจนแลเห็นกลีบก้นเป็นร่องรัดรึง เอวคอดโค้งรับกับทรวงอก ทรวดทรงของมะลิเซ็กซี่จนนายเดชเผลอกลืนน้ำลายลงคอหลายๆ ครั้ง “ค่ำแล้ว… ฉันคงต้องขอตัวกลับ” มะลิยกเบียร์ที่เหลือในกระป๋องขึ้นกระดกดื่มจนหมด จากนั้นก็ลุกขึ้นจากโซฟา
“ถ้าไม่กลัว… งั้นก็เข้ามาสิครับ”ไอ้เดชผลักประตู เดินนำเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ ไม่รู้อะไรดลใจให้มะลิก้าวตามเข้าไป“นั่งก่อนสิครับ”นายเดชผายมือไปยังโซฟา มะลิทรุดร่างลงนั่งบนโซฟาตามคำเชิญสภาพภายในของตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้แย่อย่างที่หล่อนนึกเอาไว้ เพราะว่ามีทั้งเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นเล็กๆ ตั้งอยู่มุมห้อง ด้านหลังเป็นเตียงนอนเล็กๆ สำหรับคนงานที่ตอนนี้ลากลับบ้านกันหมด “ดื่มอะไรเย็นๆ ไหมครับ” นายเดชเดินไปที่ตู้เย็น คว้าเบียร์ออกมาสองกระป๋อง เปิดแล้วยื่นให้มะลิกระป๋องหนึ่ง โดยไม่ถามความสมัครใจของหล่อน “ฉันไม่ดื่มเบียร์” มะลิส่ายหน้า “ไม่เมาหรอกครับ… กระป๋องเดียวเท่านั้น พอให้เลือดสูบฉีด” ท่าทางคะยั้นคะยอของนายเดช ทำให้มะลิจำต้องรับเบียร์มาดื่ม พอน้ำสีอำพันถูกกรอกลงคอ มะลิก็หน้าแดงเรื่อ เริ่มมีความกล้าที่จะพูดคุยกับเขามากขึ้น “เสี่ยฝากเงินค่าแรงมาให้นาย” มะลิวางเงินลงบนโต๊ะเตี้ยๆ ตรงหน้า “ขอบคุณครับ” นายเดชรับเงินมาใส่กระเป๋ากางเกงโดยไม่ต้องนับ จากนั้นก็ยกเบียร์กระป๋องขึ้นดื่ม ทั้งที่สายตายัง
นายเดชผิวปากหวือ ยังคงอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์โดยหารู้ไม่ว่ามีสายตาคู่หนึ่ง… กำลังจับจ้องดูเขาอาบน้ำด้วยหัวใจเต้นระทึกมะลิรู้สึกได้ว่าใบหน้าของหล่อนจู่ๆ ก็เกิดอาการร้อนวูบวาบ แก้มร้อนผะผ่าวกับภาพที่เห็น ครั้นแล้วในนาทีที่ตัดสินใจว่าจะวิ่งกลับออกมาตามทางเดินเล็กๆ ด้วยความรู้สึกอับอายที่เผลอมองจนนายเดชอาบน้ำเสร็จ ทว่าจู่ๆ เสียงเรียกที่ดังลั่นมาพร้อมกับประตูสังกะสีที่ถูกผลักออกมา “คุณมะลิ…”เจ้าของเรือนกายที่เกือบเปลือยเปล่าล่อนจ้อน เพราะมีเพียงผ้าขาวม้าปิดบังส่วนที่ต่ำลงไปจากสะดือเอาไว้ นายเดชตกใจเช่นกัน ที่เห็นว่าเป็นหล่อน “ฉัน… เอ่อ… ” มะลิอ้ำอึ้ง หล่อนพูดอะไรไม่ออก อายมาก ตกใจจนไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ไม่อาจซ่อนอาการใบหน้าแดงซ่านจากสายตาของไอ้เดช มันหรี่ตามองหล่อนด้วยความสงสัย เดาว่ามะลิน่าจะเห็นของดีเข้าแล้ว“คุณมะลิมาทำอะไรแถวนี้ครับ” ไอ้เดชถามเสียงหวาน มะลิอึกอัก“ฉัน… เอ่อ… ”มะลิสูดหายใจแรง สิ่งที่เห็นเมื่อครู่ ทำเอาหล่อนลืมไปเลยว่าจะมาทำอะไร กระทั่งนึกได้จึงรีบบอก“เสี่ยสั่งให้ฉันมาจ่ายค่าแรง… ก็เห็นว่าไม่มีใคร เลยเดินอ้อมมาทางด้านหลัง”มะลิรีบบอกธุระของหล่อน สีหน้ากังวลว่านายเ
“นายเดช… มีใครอยู่ไหมจ๊ะ”มะลิเรียก หากมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาหล่อนจอดรถจักรยานพิงไว้กับต้นไม้ใหญ่ใกล้ที่พักคนงาน จากนั้นก็เดินอ้อมมาทางด้านหลัง แต่ก็ไม่เห็นใครมะลิตัดสินใจเดินกลับมาเคาะประตูตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกดัดแปลงสภาพเป็นห้องพัก แต่ก็ไม่มีใครอยู่ทว่าในระหว่างที่ยืนรั้งรออยู่ครู่สั้นๆ กำลังตัดสินใจว่าจะกลับ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผิวปาก ดังแว่วออกมาจากแผ่นสังกะสีที่ถูกตีโอบเป็นห้องน้ำมะลิตัดสินใจก้าวไปตามทิศทางที่มาของเสียงผิวปาก เท้าเล็กๆ ก้าวย่างออกไปตามถนนโรยกรวดเส้นเล็กๆ ตรงหน้า รู้สึกได้ถึงเม็ดกรวดทรายจากการก่อสร้างที่เสียดสีอยู่ใต้พื้นรองเท้า กระทั่งถึงที่หมายมะลิหยุดฟังเสียงซึ่งคล้ายกับว่ามีใครสักคนกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่เบื้องหลังแผ่นสังกะสีและด้วยความอยากรู้ มะลิตัดสินใจชะโงกใบหน้าเข้ามาระหว่างรอยห่างของแผ่นสังกะสีเก่าคร่ำครั้นแล้วก็ต้องตกใจแทบช็อก กับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า เมื่อพบว่ามีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ สีผิวน้ำตาลเข้มอาบเลื่อมไปด้วยฟองสบู่ เนื้อตัวของเขาเปลือยเปล่าล่อนจ้อน‘โอ้ว… นายเดช’มะลิรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร ภาพเรือนร่างกำยำไปด้วยมัดกล
รู้สึกว่าเตียงนอนของเธอดูกว้างขึ้น ห้องนอนก็ใหญ่ขึ้น สิ่งเดียวที่เล็กลีบลงคือตัวเธอ และบ่อยครั้งที่ความกลัวทำให้เธอรู้สึกว่าบางครั้งเพดานห้องกำลังค่อยๆเคลื่อนต่ำลงมากดทับตัวเธอรำเพยกวาดสายตาไปมองกรอบรูปแต่งงาน มันถูกจับคว่ำหน้าทิ้งเอาไว้หลายปี ภาพถ่ายวันในแต่งงานของเธอกับอานนท์ วันนี้มันกลับมีค่าเ
มองว่าเป็นผู้ชายคนไหนที่มารับลูกสาวเธอ มีผู้ชายมากหน้าหลายตา ผลัดเปลี่ยนกันมารับแอนนา มากมายเกินกว่าเธอจะจดจำใบหน้าของผู้ชายเหล่านั้นได้หมดหากใครสักคนถามถึงสิ่งดีในชีวิตคู่ รำเพยคงตอบไม่ได้ ไม่มีสิ่งดีใดๆให้หวลระลึก เพราะขณะที่ใช้ชีวิตร่วมกับอานนท์ สมองของเธอจดจำแต่เรื่องเลวร้ายได้มากกว่าความทรงจำ
แต่งงาน ชานนท์ผู้เป็นสามี…แทบไม่แตะต้องเธอเลยด้วยซ้ำ เพราะเหตุผลส่วนตัวของเขา เหตุผลซึ่งเธอและลูกสาวได้มารู้และเข้าใจในเวลาต่อมา รำเพยบอกความจริงกับว่าแอนนาเกิดมาด้วยวิธีที่เรียกว่า ‘เด็กหลอดแก้ว’ เด็กหลอดแก้วเป็นยังไง? ตอนนั้นแอนนาเด็กเกินกว่าจะรับรู้ถึงคำอธิบายที่ซับซ้อน รำเพยจึงบอกเพียงว่ามันคื
“แม่ทำอะไรอยู่คะ”คนถามสงสัย ภายในห้องสลัวจนเกือบมืด มีเพียงแสงสีเหลืองนวลจากดวงโคมเล็กๆดวงเดียวที่ส่องรางๆอยู่ตรงหัวนอน ไม่สว่างพอให้ผู้เป็นแม่นั่งอ่านหนังสือหรือถักโครเชแต่อย่างใดแอนนาไม่ชอบให้แม่ปิดไฟ เหมือนรู้ว่าความมืดและเหงา อาจบันดาลให้เกิดอะไรก็ได้…ที่ไม่คาดคิด“แม่ถักโครเชอยู่จ้ะ” เธอโกหก

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





