Share

บทที่ 10

Author: เฟิงลู่
ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ความอดทนและการตามใจที่เขามีให้ฉัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสัญญาที่น่าขันในอดีตเลยสักนิด เขาเบื่อหน่ายมานานแล้ว เพียงแต่อดกลั้นเอาไว้แล้วยังไม่ระเบิดอารมณ์ออกมาเท่านั้น

คงเป็นเพราะงานเลี้ยงสังสรรค์วันไหว้พระจันทร์ คำพูดของแม่กับคุณน้าไปสะกิดใจเขาเข้า ทำให้เขาอาละวาดชุดใหญ่โดยไม่สนกาลเทศะและไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ใดๆ ทั้งสิ้น

หรือไม่เขาก็แค่อยากใช้วิธีนี้บอกให้ทุกคนรู้ว่า ระหว่างฉันกับเขาไม่มีทางเป็นไปได้ เพื่อให้ทุกคนเลิกจับคู่พวกเรามาพูดจาเรื่อยเปื่อยกันอีก

ชิงเฟิง สิ่งที่นายพูดฉันจำไว้หมดแล้ว ฉันจะทำตามที่นายพูดทุกประการ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเชื่อฟังนาย

ชิงเฟิง เด็กหนุ่มที่ฉันรักอย่างลึกซึ้ง ฉันจะต้องปล่อยวางนายแล้วล่ะ

การเดินทางไปโรงเรียนในวันนั้น ฉันกับเขาไม่ได้พูดคุยกันสักคำเดียว

แสงแดดในยามเช้าช่างสดใส แต่ฉันกับเขากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน

ฉันก้าวเท้าเข้าห้องเรียนไปก่อน แล้วเว่ยชิงเฟิงก็เดินตามเข้ามาติดๆ แต่ก่อนมีแต่เขาที่เดินนำหน้าและฉันเดินตามหลัง แต่ตอนนี้กลับเป็นฉันที่เดินนำหน้าและเขาเดินตามหลัง ลองคิดดูแล้วก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

เพื่อนๆ ชอบแซวเราสองคนมาแต่ไหนแต่ไร พวกเขาบอกว่าฉันกับเว่ยชิงเฟิงเป็นเหมือนนกคู่ที่บินเคียงกัน ไม่เคยแยกกันไปไหนคนเดียว

พอเห็นเราสองคนเดินเข้ามาตามกัน เด็กผู้ชายหลายคนที่นั่งแถวหลังก็พากันผิวปากเสียงแหลม แล้วแซวกันเสียงเซ็งแซ่ว่า “โอ้ คู่รักมาแล้ว”

ปกติพวกเขาก็พูดกันแบบนี้อยู่แล้ว ทุกครั้งที่ได้ยินฉันทั้งอายทั้งขุ่นเคือง แต่ขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกหวานชื่น ตอนนั้น ถึงฉันกับเขาจะยังไม่เคยพูดกันตรงๆ ให้ชัดว่าเราเป็นอะไรกัน แต่ฉันก็ถือว่าเขาเป็นแฟนจริงๆ และทุ่มเททำดีกับเขาอย่างเต็มที่

วันนี้พวกเขาก็พูดแบบนั้นอีก คำพูดก็ยังเป็นคำเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แต่ความรู้สึกนึกคิดของฉันกลับต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

ฉันหันไปมองเว่ยชิงเฟิงโดยไม่รู้ตัว เขาหน้าตึง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง เดินไปนั่งที่ของตัวเองด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะหยิบแบบฝึกหัดออกมาเริ่มทำ

เมื่อเห็นท่าทีเย็นชาแบบนั้นของเขา ฉันก็เจ็บแปลบตรงอกเหมือนถูกเข็มทิ่ม

คำพูดบางอย่าง พอพูดออกไปแล้วก็เรียกคืนไม่ได้

เรื่องบางอย่าง พอเกิดขึ้นแล้ว บทสรุปก็ถูกกำหนดไว้ตั้งนานแล้ว

ในเมื่อนายอยากให้เราไม่เกี่ยวข้องกัน งั้นฉันก็จะช่วยนายเอง

ฉันวางกระเป๋านักเรียนไว้ที่ที่นั่ง ก่อนเดินขึ้นไปยืนหน้าชั้น และเป็นครั้งแรกที่ฉันชี้แจงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเว่ยชิงเฟิงต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นกว่าห้าสิบคน “เพื่อนๆ ที่รัก ฉันกับเว่ยชิงเฟิงเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามกัน ที่เรามาด้วยกันและกลับด้วยกันก็เพราะบ้านของเราสองคนอยู่ใกล้กันมากจริงๆ ฉันขอโทษที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด แต่อยากบอกให้รู้ว่า นอกจากเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว ฉันกับเว่ยชิงเฟิงไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เพราะฉะนั้นอย่าเดากันไปเอง แล้วก็อย่าเอาพวกเรามาล้อกันอีก ขอบคุณนะ”

ตอนเดินลงจากหน้าชั้น ฉันเห็นสายตางุนงงปนประหลาดใจของเพื่อนๆ พอเดินผ่านเว่ยชิงเฟิง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาบาดเจ็บหรือเปล่า แต่ดูเหมือนสีหน้าของเขาจะยิ่งแย่กว่าเดิม

ช่วงพักระหว่างคาบ จางชิงชิงดึงฉันวิ่งไปยังมุมลับตาคน แล้วถามว่าทำไมฉันถึงพูดแบบนั้น

ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนให้เธอฟัง ยัยเด็กนี่โกรธจนสีหน้าเปลี่ยน “ไม่ยักรู้ว่าเว่ยชิงเฟิงจะเฮงซวยขนาดนี้ ถ้าไม่ชอบก็บอกมาตรงๆ สิ ใครจะไปยึดติดอยู่กับเขาคนเดียว แล้วจะทำแบบนั้นไปทำไม นั่นมันหยามกันชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?”

ฉันยักไหล่อย่างจนใจ “บางทีฉันอาจจะทำเกินไปจริงๆ ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของเขา ต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”

“เสี่ยวเยว่ อย่าเสียใจไปเลย ยังมีฉันอยู่นะ ต่อไปเธอต้องได้เจอคนที่ชอบเธอแน่ๆ” ชิงชิงกอดฉันแน่นเพื่อปลอบใจที่กำลังบอบช้ำ

ฉันยิ้มพลางพยักหน้า ใช่แล้ว ฉันยังมีอนาคตอีกยาวไกล ฉันต้องได้เจอคนที่ฉันชอบและเขาก็ชอบฉันเหมือนกันแน่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 30

    ฉันรอจนเสียงฝีเท้าของแม่ลับหายไปจากทางเดิน ก็พรวดลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งไปวิ่งมาในบ้านอย่างตื่นเต้นอยู่หลายรอบนอนมาสิบกว่าวันแล้ว ถ้ายังไม่ขยับตัวเสียบ้าง รู้สึกว่าแข้งขาคงจะเสื่อมหมดแล้วขณะที่ฉันกำลังสนุกอยู่พอดี เว่ยชิงเฟิงก็โทรเข้ามาฉันสงบลง ขมวดคิ้วพลางคิดว่าจะรับสายดีไหมหลังจากที่เว่ยชิงเฟิงไม่แยแสว่าฉันจะเป็นหรือตาย ความผิดหวังที่ฉันมีต่อเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นพอนึกย้อนถึงวันที่ฉันบาดเจ็บ ทั้งความเย็นชาที่เขามีต่อฉันและความอ่อนโยนเอาใจใส่ที่เขามีต่อฮวาหรุ่ย ที่จริงฉันก็เสียใจมากฉันไม่ได้ต้องการอะไรมาก ในเมื่อนายบอกว่าเห็นฉันเป็นน้องสาว ก็แค่ใส่ใจฉันบ้างเหมือนที่พี่ชายควรใส่ใจน้องสาวก็พอ ไม่ใช่วางตัวเหมือนตัวเองไม่เกี่ยวข้องตลอดเรื่อง ฉันต้องการแค่นั้นเองพอลองคิดให้ดีอีกที ฮวาหรุ่ยเป็นแฟนของเขา ส่วนฉันก็เป็นแค่น้องสาวข้างบ้าน เขาจะดีกับแฟนตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แล้วความเสียใจของฉันเอง จะมองว่าเป็นความหึงหวงอีกรูปแบบหนึ่งก็คงไม่ผิดนัก!ช่วงหลายวันที่ฉันพักฟื้นอยู่บ้าน เขาแวะเอาของกินมาส่งให้หลายครั้ง ล้วนเป็นของที่คุณน้าทำมาให้ฉันบำรุงร่างกาย แม่รับไว้ทุกครั้ง

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 29

    ทั้งที่เว่ยชิงเฟิงรู้ว่าฉันบาดเจ็บ แต่กลับไม่เคยมาเยี่ยมเลย จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงเป็นไปไม่ได้ฉันหวังเหลือเกินว่าสักครั้งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา จะได้เห็นเขานั่งเงียบๆ อยู่ข้างเตียง คอยปอกแอปเปิลให้ฉัน ตอนนั้นคงมีแสงแดดงดงามส่องลงบนตัวเขา ราวกับเป็นเทพเจ้าของฉันตอนเที่ยงของวันที่สามที่นอนโรงพยาบาล ฉันเพิ่งตื่นจากงีบกลางวัน ก็ได้ยินเสียงโต้เถียงที่ถูกกดให้เบาดังมาจากหน้าประตูเสียงนั้นคุ้นหูมาก เป็นเสียงของเว่ยชิงเฟิงกับฮวาหรุ่ย เพียงแต่มีประตูกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง จึงได้ยินไม่ค่อยชัดนักดูเหมือนเว่ยชิงเฟิงจะมาเยี่ยมฉัน แต่ฮวาหรุ่ยไม่ยอม ทั้งสองจึงมีปากเสียงกันอยู่หน้าประตูอย่างไม่ค่อยพอใจกันนักพรุ่งนี้ฉันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาจะมาเยี่ยมฉันหรือเปล่า ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป หากเพราะการที่เขามาเยี่ยมฉัน ทำให้ฮวาหรุ่ยเกิดความคิดอะไรขึ้นมา ก็มีโอกาสมากที่จะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้ฉัน สู้ไม่มาเสียยังดีกว่าในแง่ความรู้สึก ฉันหวังว่าเขาจะมาได้ แต่ฉันก็ยังมีสติยั้งคิดอยู่ฟังไปฟังมา ฉันก็หลับไปอีกครั้ง จนกระทั่งแม่ผลักประตูเข้ามา ฉันถึงค่อยตื่นขึ้นบาดเจ็บครั้งนี้ทำเอาฉันตกใจกลัวมากจริงๆ ห

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 28

    ดวงฉันนี่นะ แค่ปีนเขายังเจอเรื่องถึงเป็นถึงตายได้ ไม่มีใครเกินฉันแล้วจริงๆจางชิงชิงกับพวกเพื่อนยังคงตะโกนอะไรบางอย่างลงมาจากข้างบนอย่างร้อนรนไม่หยุด แต่ในหูฉันมีแต่เสียงอื้ออึงจนฟังอะไรไม่รู้เรื่อง สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเถาวัลย์เส้นนี้ ได้แต่ภาวนาให้มันแข็งแรงเข้าไว้ อย่าได้ขาดแล้วร่วงลงสู่เหวลึกไปพร้อมกับฉันเชียวฉันกลัวเหลือเกิน ถ้าต้องตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ ฉันกลัวว่าพ่อแม่จะรับไม่ไหวจนเสียสติ ฉันกลัวว่าตัวเองจะต้องถูกฝังอยู่ในความมืดตลอดไป และไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกที่นี่เป็นเขตท่องเที่ยว บนเขามีหน่วยกู้ภัยอยู่แล้ว ไม่นานพวกเขาก็มาถึงพอชายหนุ่มสองคนช่วยฉันขึ้นมาจากกลางเขาได้ เว่ยชิงเฟิงถึงค่อยจูงมือฮวาหรุ่ยวิ่งมาหาฉันด้วยกัน “หลานเยว่ ทำไมเธอถึงไม่ระวังตัวเอาเสียเลย เป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บหรือเปล่า?”นี่ถามอะไรไม่เข้าท่าเลย? ตกหน้าผาขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ยังไง?เพื่อให้ปีนเขาได้สะดวก ฉันจึงสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าแขนและขาทั้งสองข้างที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาล้วนมีบาดแผลมากน้อยต่างกันไป ทั่วตัวเปื้อนไปด้วยเลือด แม้แต่ฉันเองเห็นแล้วยังรู้สึกว่าน่ากลัว

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 27

    หลิวจื่อเดินตามอยู่ข้างฉัน คอยบ่นพึมพำไม่หยุดว่าเว่ยชิงเฟิงทั้งใจร้ายทั้งตาถั่ว สักวันต้องเสียใจแน่ แล้วก็บอกว่าดูยังไงฮวาหรุ่ยก็ไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องเมื่อครู่เห็นชัดๆ ว่าจงใจทำให้ฉันเห็น เธอยังบอกอีกว่าฮวาหรุ่ยดูเป็นพวกทำตัวใสซื่อแต่จริงๆ มีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนซื่อๆ ทึ่มๆ อย่างฉันจะไปสู้เธอได้ยังไงหลิวจื่อมีสีหน้าเดือดดาลแทนฉันเต็มที่ ฉันไม่ได้ขัดเธอ ปล่อยให้พูดจนหมดเสียก่อน แล้วค่อยบอกว่าเรื่องระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงจบไปนานแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอีกเธอกัดฟันบ่นว่าฉันไม่เอาไหนเสียยกใหญ่ ท่าทางแบบนั้นกลับเหมือนแม่แก่ๆ ที่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจแทบตายกับเรื่องแต่งงานของฉันฉันเข้าใจดีว่าเธออยากปกป้องฉัน แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า ฉันเองก็ถอยห่างจากเว่ยชิงเฟิงแล้ว พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์อีกอย่าง การที่ฉันชอบเขาก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเขาส่วนที่เขาชอบฮวาหรุ่ยก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับฉันต่างคนต่างจัดการเรื่องของตัวเองก็แล้วกันหลิวจื่อทั้งขัดใจทั้งผิดหวังในตัวฉัน เธอบอกว่าผู้ชายสมัยนี้ชอบผู้หญิงที่ทำตัวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วมีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนใจดีระดับแม่พระอย่างฉ

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 26

    ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริง แต่ฉันกลับพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่ยิ้มขื่นๆ“เว่ยชิงเฟิง นี่แฟนนายนี่นา แนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”ฮวาหรุ่ยซบอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยชิงเฟิง ยิ้มอย่างเขินอาย เห็นได้ชัดว่าเธอคือคนที่ได้รับการเอาอกเอาใจ“โอ้ มีแฟนเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? คงไม่เกี่ยวอะไรกับเลขสามหรอกนะ” จางชิงชิงเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เธอไม่สนใจสัญญาณที่ฉันส่งให้แม้แต่น้อย แถมยังตะโกนออกมาเสียงดังลั่นเพื่อนสาวพวกนี้รู้ดีทุกอย่างว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเว่ยชิงเฟิง เรื่องที่ตอนนั้นฉันถูกเขาด่ายกใหญ่ต่อหน้าคนอื่น พวกเธอก็รู้กันทุกคน แถมยังพากันด่าเว่ยชิงเฟิงกลับอยู่หลายวันเพราะเรื่องนี้ยัยจางชิงชิงนี่เข้าข้างพวกเดียวกันสุดๆ คงกำลังคิดหาทางเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฉันอยู่แน่ฉันยกมือกุมหน้าผากอย่างจนใจ ยัยนี่จริงๆ เลย เรื่องไหนไม่ควรพูดก็ยังจะหยิบขึ้นมาพูดอีก รู้จักคิดบ้างได้ไหม ช่วยไว้หน้าเพื่อนรักของเธอสักหน่อยเถอะ!“เธอยังไม่ได้แต่งงาน ฉันก็ยังไม่ได้แต่งงาน จะคบกันเป็นแฟนมันไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง?” เว่ยชิงเฟิงแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ“พวกนายสองคนไม่ใช่ว่า...อื้อ...”หลิวจื่อที่อยู่

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 25

    ฉันยิ้มพลางซบไหล่คุณน้า ออดอ้อนเธอเหมือนเมื่อก่อน “คุณน้า ต่อไปอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ ถ้าแฟนฉันรู้เข้า เขาจะไม่สบายใจเอา”คืนนั้นฉันนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานก็ยังข่มตาหลับไม่ลง ความเจ็บปวดตรงกลางอกแผ่ลามไม่หยุด ฉันได้แต่กัดฟันทนเอาไว้พอใกล้เที่ยงคืน เขาก็ส่งข้อความไลน์มาหาฉันว่า “มีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ? เขาเป็นใคร?”ฉันจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตาไม่กะพริบอยู่นาน จนตาล้าไปหมดไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ยังไงก็ไม่ใช่นาย แล้วนายจะถามให้มากความไปทำไม?ฉันปรับโทรศัพท์เป็นโหมดเงียบแล้วโยนไปไว้ปลายเตียง ไม่ได้ตอบข้อความกลับฉันจะมีแฟนรึเปล่า เขาเป็นใคร ล้วนเป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเว่ยชิงเฟิง ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกให้เขารู้เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันออกจากบ้านทั้งที่ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า นัดเพื่อนสมัยมัธยมปลายไว้หลายคนเพื่อไปปีนเขาด้วยกันหลังจากเรื่องเมื่อวาน ฉันไม่อยากเจอเว่ยชิงเฟิงเอามากๆ แต่ทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กันเกินไป จนแม้แต่การบังเอิญเจอกันก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วถ้าไม่อยากเจอเขา ก็มีแต่ต้องหลบออกไปข้างนอก นี่แหละคือเหตุผลแรกเริ่มที่ฉันไปปีนเขาฉันเป็นคนถนัดกีฬาอยู่แล้ว เมื่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status