Masuk“นี่เบอร์ผม ระหว่างที่พ่อกับแม่ยังไม่กลับ ถ้าเกิดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล หรือมีเรื่องอะไรก็โทร. หาผมได้ ไม่ต้องเกรงใจเพราะยังไงเสียบ้านเราก็อยู่ติดกัน”
ทับทิมยกมือไหว้เขา ก่อนรับโทรศัพท์คืนไป
“ขอบคุณค่ะเฮีย เฮียใจดีจัง”
เขายิ้มอ่อน แล้วโบกมือให้เธอเข้าไปในบ้าน เมื่อเห็นเธอเข้าบ้านไปแล้ว เขาจึงเดินกลับไปตรงรั้วที่ลวดขาดตรงนั้นทันที
นวัชก้มตัวลงเพื่อสำรวจรอยตัดของรั้วลวดหนามให้ชัด ๆ รอยตัดเรียบสนิทแบบนี้จะต้องเป็นฝีมือของใครสักคนแน่นอน น่าเสียดายที่หลังบ้านเขาไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ เพราะคิดว่าละแวกนี้มีแต่คนกันเอง ไม่น่าจะมีโจรหรือขโมย จึงติดแค่หน้าบ้าน แต่เห็นทีคราวนี้คงต้องระวังกันสักหน่อยแล้วกระมัง
เขาไม่อยากสงสัยใคร โดยเฉพาะสุชาติกับอรดี เป็นเพื่อนบ้านกันมาแรมปี ต่อให้สองคนนี้จะเป็นนักพนันตัวยง แต่ก็ไม่เคยลักเล็กขโมยน้อย อีกทั้งเขาคิดว่าสุชาติไม่น่าจะกล้าทำ เพราะตอนนี้เขาเป็นเจ้าหนี้ของอีกฝ่ายอยู่
สามปีแล้วที่สุชาติเอาบ้านและที่ดินมาจำนองกับเขาไว้เพื่อแลกกับเงินสดหนึ่งล้านบาท สองเดือนแรกอีกฝ่ายยังผ่อนส่งดอกเบี้ยและเงินต้นให้เขาอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นก็ส่งแต่ดอกเบี้ย ไม่มีเงินต้น จนกระทั่งบัดนี้ แม้แต่ดอกเบี้ยก็ไม่ส่งแล้ว
ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปทางบ้านสองชั้นที่ตนเพิ่งเดินจากมา แล้วหันไปมองพื้นที่รกร้างหลังบ้านของตน ความคิดบางอย่างผุดวาบขึ้นในหัว
“อาสุชาติ ผมเคยบอกแล้วนะว่าผมไม่ใช่คนใจดีอะไร”
นวัชพึมพำเสียงแผ่ว ในเมื่ออีกฝ่ายเห็นเขาไม่หือไม่อือ ไม่ทวงถามติดตามหนี้สิน ฉะนั้นหากเขายึดที่ดินผืนนี้มาเป็นของตน อีกฝ่ายย่อมไม่อาจโต้แย้งอะไรได้ เพราะเขาทำทุกอย่างตามกฎหมายทุกประการ
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินกลับไปยังบ้านของตน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความหานราเทพ มือขวาของตนทันที
Nawat S : พรุ่งนี้มึงมาที่บ้านเฮียหน่อยนะ
Nawat S : มีไรจะให้ดู
iNam : อะไรคับเฮีย
Nawat S : บอกตอนนี้ไม่ได้
iNam : ได้คับเฮีย เก้าโมงเช้าผมจะเข้าไป
เขาจบการแชตไว้แค่นั้น เพราะไม่ชอบปรึกษาเรื่องสำคัญทางไลน์ เขาชอบโทรศัพท์ หรือเจอกันซึ่งหน้ามากกว่า เพราะข้อความทางแชตไลน์อาจรั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอกได้
จะว่าไปแล้ว การทำงานให้เสี่ยกวงมาร่วมสิบปีในฐานะที่ปรึกษากฎหมาย ได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่ระมัดระวังตัวทุกฝีก้าวไปเสียแล้ว เขาเคยชินกับการที่ต้องวางแผนแต่ละอย่างเป็นขั้นเป็นตอน กว่าจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เพราะนอกจากเขาจะเป็นลูกน้องของเสี่ยกวงแล้ว เขายังเป็นบุตรชายแท้ ๆ อีกด้วย อีกทั้งยังเป็นลูกทรพีที่คิดหาวิธีเอาพ่อของตนเองเข้าคุก!
นวัชทำธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดมาได้ห้าปีแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาใช้ชีวิตเป็นทนายปราบต์ เขาต้องคอยเทียวไปเทียวมาเพื่อดูแลธุรกิจของตนโดยไม่ให้เสี่ยกวง บิดาของเขาล่วงรู้ เพราะอาจทำให้อีกฝ่ายระแวงสงสัยเอาได้ และเพื่อต้องการให้เสี่ยกวงไว้ใจเขามากที่สุด นวัชจึงต้องยอมทำเรื่องเลวร้ายมากมายโดยใช้กฎหมายเล่นงานผู้อื่นตามคำสั่งของเสี่ยกวง
และในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ กว่าสิบปีที่เสียไปไม่เสียเปล่าเลย เพราะหลักฐานต่าง ๆ ที่สามารถเอาผิดเสี่ยกวงให้ติดคุกได้ล้วนอยู่ในมือเขา เมื่อเห็นควรแก่เวลา เขากับเพื่อนที่เป็นป.ป.ส. จึงวางกับดักเพื่อลงดาบอีกฝ่ายทันที พร้อมกับที่เขาจำเป็นต้องทำให้ทนายปราบต์ตายไปจากโลกนี้ด้วย
วันถัดมา นราเทพมาหาผู้เป็นนายที่บ้านตามเวลานัดหมาย ตอนนั้นนวัชกำลังนั่งดื่มกาแฟพร้อมกับดูรายการข่าวจากโทรทัศน์ไปด้วย
“โธ่เฮีย กินไม่รอผมเลย ผมอุตส่าห์ซื้อปาท่องโก๋มา”
นราเทพวางถุงปาท่องโก๋ไว้บนโต๊ะตรงหน้านวัช ก่อนจะเดินเข้าครัวไปชงกาแฟดื่มด้วยตนเองอย่างคุ้นเคยกับสถานที่เป็นอย่างดี
นวัชไม่พูดอะไร หยิบปาท่องโก๋ในถุงออกมากิน โดยที่สองตายังคงจับจ้องอยู่ที่จอโทรทัศน์ ไม่นานนัก นราเทพก็เดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับแก้วกาแฟของตน
“เฮียเรียกผมมา มีอะไรจะให้ดูหรือครับ”
นราเทพหยิบปาท่องโก๋มาฉีกใส่แก้วกาแฟ แล้วใช้ช้อนกดให้มันจมลงไป ก่อนจะตักขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย
“รั้วลวดหนามตรงฝั่งที่ติดกับบ้านอาสุชาติน่ะ ไม่รู้ใครมาตัดออก รูใหญ่จนคนลอดเข้ามาได้เลยละ”
นวัชยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ตามด้วยน้ำเปล่า
“ถามจริง! ใครมันกล้า ไม่ใช่ว่าสนิมเกาะจนขาดหรือเฮีย เอ๊ะ หรือจะเป็นน้าชาติ ถ้าเป็นเขาจริง เขาจะทำไปทำไม”
นราเทพขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด
“ไม่น่าใช่อาสุชาติหรอก มึงกินเสร็จเร็ว ๆ ละกัน จะได้พาไปดู”
เมื่อนวัชเอ่ยจบ นราเทพก็รีบกินรีบกลืนจนแทบไม่ได้เคี้ยว เมื่อหมดแก้วแล้วจึงลุกขึ้นพยักหน้าให้ผู้เป็นนายเป็นเชิงบอกว่าตนพร้อมแล้ว ทั้งที่อาหารยังเต็มปาก
ทั้งสองคนมาถึงรั้วที่เป็นปัญหาในเวลาต่อมา นราเทพก้ม ๆ เงย ๆ เดินไปเดินมาอยู่แถวนั้นสักพักก็พยักหน้าช้า ๆ
“จริงอย่างที่เฮียว่า มีคนใช้คีมตัดลวดจริง ๆ แล้วมันจะทำไปเพื่ออะไร ในบ้านเฮียก็ไม่มีอะไรให้ขโมยได้สักหน่อย”
นราเทพพูดไปตามความจริง เขารู้ดีว่าในบ้านของนวัชไม่มีของมีค่าอะไรแม้แต่ทองสักเส้น เพราะนวัชเก็บเงินสดและทองคำแท่งไว้ที่ตู้เซฟของธนาคาร ของมีราคาในบ้านมีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ที่หากใครคิดจะขโมยไปจำนำหรือขายต่อก็คงไม่ได้ราคาสักเท่าไรนัก
“คงต้องติดกล้องไว้หลังบ้านแล้วละ มึงจัดการให้เฮียหน่อยละกันไอ้น้ำ เลือกเอายี่ห้อดี ๆ มองเห็นได้ชัดหน่อย”
“ได้ครับเฮีย”
“อ้อ...มีอีกเรื่อง หาทางติดต่ออาสุชาติที บอกเขาว่าครบกำหนดสามปีแล้วนะ”
นวัชพูดถึงตรงนี้ก็บุ้ยหน้าไปทางบ้านของสุชาติ ซึ่งตอนนี้ทับทิมอาศัยอยู่เพียงลำพัง แล้วพูดต่อ
“ถ้าไม่คิดจะไถ่ถอน หรือหาเงินมาคืน ก็มาเซ็นสัญญาซะ”
“เออเนอะ น้าเขายืมเงินเฮียไปตั้งล้านหนึ่ง นี่สามปีแล้วหรือเนี่ย ไวชะมัด...ได้ครับเฮีย ผมจะโทร. ไปคุยเอง”
นราเทพมองไปทางบ้านหลังนั้นบ้าง แต่แล้วเขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับชะโงกหน้ามอง
“อ้าว วันนี้น้าชาติอยู่บ้านนี่นา งั้นผมไปคุยเลยดีกว่า”
นราเทพทำท่าจะมุดเข้าไปตรงรั้วที่ถูกตัด แต่นวัชดึงคอเสื้อเอาไว้เสียก่อน พร้อมกับพูดว่า
“ที่อยู่ในบ้านนั่นไม่ใช่อาสุชาติหรอก ลูกสาวเขาน่ะ”
นราเทพได้ยินอย่างนั้น แววตาจึงเป็นประกายวิบวับทันที น้ำเสียงรื่นเริงอย่างไม่คิดปิดบัง
“น้องทับทิมกลับมาแล้วหรือเนี่ย ผมขอไปทักทายน้องเขาหน่อยดีกว่า”
“มึงไม่ต้องไปเลยไอ้น้ำ เด็กมันอยู่คนเดียว จู่ ๆ มึงโผล่พรวดไปหา เขาจะไม่ตกใจเอาหรือวะ”
นวัชหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก้มหน้าทำบางอย่างพลางเอ่ยว่า
“มึงไปหาดูกล้องวงจรปิดให้เฮียดีกว่า เอ้า! โอนเงินไปให้แล้ว ถ้าไม่พอก็บอก จะได้โอนให้อีก”
เขาเอ่ยจบ เสียงข้อความก็ดังที่เครื่องของนราเทพพอดี เมื่อนราเทพหยิบขึ้นมาดูจึงเห็นยอดเงินที่ผู้เป็นนายโอนมาให้
“คร้าบผม”
นราเทพหันไปมองบ้านของทับทิมอีกครั้ง ก่อนหันมาเอ่ยกับนวัชว่า
“เฮียครับ ถ้าเฮียยึดบ้านกับที่ดินของน้าชาติจริง ๆ พวกนั้นเขาก็ไม่มีที่อยู่แล้วน่ะสิ”
นวัชแค่นยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“แล้วจะให้ทำไงวะ สัญญาต้องเป็นสัญญา กูทำธุรกิจไม่ใช่พ่อพระนะ มึงก็รู้นี่”
หญิงสาวหลับตาเม้มปากแน่น เพื่อสะกดกลั้นเสียงครวญครางที่อาจเล็ดรอดออกจากปาก ไม่ว่าเขาจะปรนเปรอทำรักให้เธอกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอก็ยังรู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะเงยหน้าสบตากับเขาได้ยิ่งร่างกายของเธอตอบรับกับปลายลิ้นของเขาอย่างน่าอาย สะโพกแอ่นขึ้น บดส่ายหมุนวนราวกับเร่งเร้าให้เขาส่งเธอให้ฝั่งโดยไว“ใจเย็นสิครับ” เสียงสั่นพร่ากระซิบแผ่วอยู่ตรงจุดอ่อนไหว ร่างอรชรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีบางสิ่งค่อย ๆ แทรกเข้าไปในร่องรักอย่างเชื่องช้า และหมุนวนไปมาอยู่ในนั้นเขาถอนนิ้วออกแล้วดันเข้าไปใหม่ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าสลับกันไป จากหนึ่งนิ้วเพิ่มเป็นสองนิ้วราวกับต้องการให้เธอค่อย ๆ เปิดรับ และคุ้นชินกับบางอย่างที่ใหญ่โตกว่านั้น โดยที่ปาก และลิ้นยังคงจดจ่ออยู่กับกลีบดอกไม้และปลายยอดของเกสรไม่ยอมผละห่าง“อ๊ะเฮีย!”ทับทิมครางกระเส่าเมื่อความรู้สึกที่คุ้นเคยเริ่มพุ่งสูงขึ้น ชายหนุ่มเห็นสัญญาณที่หญิงสาวส่งให้
“อะไรกันเฮีย มาไหว้พวกเราทำไม” อรดียกมือรับไหว้แทบไม่ทัน“ผมจะมาขอทับทิมกับอาทั้งสองคนครับ ผมรักทับทิม คิดว่าพวกอาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมกับทับทิมคบกันอยู่ ก็เลยอยากขออนุญาตให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะตั้งแต่แรกผมเองก็ไม่เคยมีเจตนาจะปกปิดเรื่องนี้ ทุกคนต่างรับรู้ ผมคิดว่าผมเองก็ควรต้องมาบอกเรื่องนี้กับอาทั้งสองคนด้วยตัวเอง”นวัชหันไปยิ้มให้ทับทิมที่ลงมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างเขาเช่นกัน“เห็นไหม หนูบอกแล้วว่าเฮียวัชน่ะ ใจดีกับหนูจะตาย แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”ทับทิมเอ่ยปากเชียร์แฟนหนุ่มของตนเองเต็มที่ จนอรดีได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ เพราะตั้งแต่เจ้าตัวสารภาพว่าคบอยู่กับนวัช ทับทิมก็หมั่นพูดแต่ความดี ความน่ารักของเขาให้บิดามารดาฟังอยู่เสมอสองสามีภรรยาหันมองหน้ากันแล้วได้แต่ยิ้ม เพราะการที่อีกฝ่ายมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพวกตนเพื่อขอคบกับบุตรสาวด้วยตนเอง ก็นับว่ามีความจริงใจในระดับหนึ่งแล้ว
วันนี้นวัชอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกทับทิมงอนใส่เรื่องที่ปิดบังว่าบิดานำบ้านกับที่ดินมาจำนองไว้ตอนยืมเงิน และตอนนี้ที่ดินกับบ้านหลังนั้นก็เป็นของเขาแล้วตามกฎหมาย เพราะเมื่อครู่ สุชาติเพิ่งมาเซ็นเอกสารการมอบที่ดินผืนนั้นให้ เสร็จเรียบร้อยก็พาลูกเมียออกจากบ้านไป โดยบอกว่าจะไปหาของอร่อย ๆ กินในตัวเมืองตามประสาพ่อแม่ลูกตอนสุชาติมาเซ็นเอกสาร เขายังไม่ได้บอกเรื่องที่ตนคบหากับทับทิม เพราะอยากดูท่าทีของอีกฝ่ายก่อนว่าคิดเห็นอย่างไร เพราะเขาเชื่อว่าสองสามีภรรยาจะต้องรู้เรื่องของเขากับบุตรสาวแล้วเป็นแน่และเป็นไปตามคาด เมื่อสุชาติบอกว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯ กับภรรยา โดยปล่อยให้ทับทิมอยู่กับเขาที่นี่ และแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่บุตรสาวมาคบกับเขา แถมยังบอกให้เขาดูแลเธอเหมือนลูกหลานคนหนึ่งอีกต่างหาก...เหลี่ยมจัดจริง ๆจะว่าไปแล้ว เขากับสุชาติก็เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไม่ต่างกัน ต่างคนต่างแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และรอดูว่าใครจะเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน
สุชาติกับบุษราคัมหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดไม่ถึงว่าจะต้องทำถึงขั้นนี้ แต่กระนั้น หญิงสาวก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าวิธีนี้ได้ผล“แต่คนส่วนใหญ่เห็นหน้าบุษจากข่าวหมดแล้วนี่คะ ต่อให้เปลี่ยนชื่อ คนก็คงจำหน้าได้อยู่ดี”“ก็ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าซะสิ จะมีอะไรยากกัน ถ้าพวกเธอตกลง ฉันก็จะให้คนไปจัดการให้...เอาเป็นว่าฉันให้เวลาพวกเธอตัดสินใจละกัน”เสี่ยกานต์เอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับแขก ปล่อยให้สองสามีภรรยาปรึกษาหารือกัน“ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าหรือ นั่นสินะ ทำไมบุษนึกไม่ถึงเรื่องนี้”“บุษอยากทำไหม ถ้าไม่อยากทำ พวกเราก็หลบไปอยู่ที่อื่นกันสักพัก รอให้เรื่องซาลงแล้วค่อยหางานทำกันก็ได้นะ”สุชาติตามใจภรรยา เพราะถ้าเธอจะเปลี่ยนเป็นอีกหน้าหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จัก อย่างไรเสียเธอก็ยังเป็นคู่ชีวิตของเขาวันยังค่ำ เธอจะสวยน้อยลงก็ช่างมัน ดีเสียอีก จะได้ไม่ต้
สิบสี่ปีก่อนสุชาติเลี้ยวรถเข้าจอดในบังกะโลราคาถูกแห่งหนึ่งช่วงกลางดึก เขามองผ่านกระจกไปตรงเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อเข้าพัก เห็นเพียงพนักงานชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งสัปหงกอยู่จึงหันไปบอกกับภรรยาว่า“พี่จะไปติดต่อห้องก่อน บุษกับลูกรอในรถก่อนนะ”บุษราคัมพยักหน้าก่อนหลุบตามองบุตรสาววัยหกขวบที่กำลังนอนหลับตาพริ้มบนตักของตน น้ำตาที่เหือดแห้งไปเริ่มรื้นขึ้นปริ่มขอบตาอีกครั้ง“แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำให้หนูต้องมาลำบากไปด้วย”เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่พวกตนสามคนพ่อแม่ลูกต้องระเหเร่ร่อนนอนตามบังกะโลหรือห้องพักราคาถูก สาเหตุเพราะต้องหนีตำรวจที่ตามหาตัวเธอไปรับโทษในคดีที่ก่อเอาไว้...เธอฆ่าคนตาย!วันที่เกิดเรื่อง หลังจากบุษราคัมใช้หินในห้องน้ำทุบศีรษะนักเลงคุมบ่อนคนหนึ่งที่ตั้งใจจะข่มขืนตนจนตาย ชายผู้นี้ ตนกับสามีต่างก็รู้จักดีเพราะเคยทำงานด้วยกันบนเรือสำราญเมื่อหลายปีก่อน
ทับทิมได้แต่นอนพลิกตัวไปมาเพราะไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เพราะสมองมันคอยแต่จะผุดภาพวาบหวามที่เพิ่งผ่านพ้นไปขึ้นมาอยู่เสมอ“เฮียบ้า!” มาหลอกให้ใจแตกจนได้ เพียงแค่คืนเดียว เขาก็สอนเธอถึงสองบทเรียนซ้อน!ออรัลเซ็กซ์...หญิงสาวเคยแต่ได้ยิน หรือได้เห็นภาพมา เพิ่งเคยได้สัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตนเองก็คราวนี้ความรู้สึกมันหวิวไหวเหมือนใจจะขาดรอน ๆ ยิ่งเขาปฏิบัติกับเธอด้วยความอ่อนโยน ถามไถ่อย่างเอาใจใส่ ทั้งยังทำตามที่รับปากไว้ คือไม่มีการล่วงล้ำสอดใส่หากเธอไม่เต็มใจ ทับทิมก็ยิ่งรู้สึกว่าตนกำลังตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ลึกล้ำลงไปทุกทีคราวนี้ใครจะเอาเชือกมาโยนไว้ปากหลุมเพื่อให้เธอปีนขึ้นมา เกรงว่าคงเป็นเธอเสียเองที่จุดไฟเผาเชือกนั้นทิ้งไปดูท่า เธอคงถูกเขาหลอกล่อจนทำให้ติดอกติดใจเสียแล้วกระมังบอกใครก็คงไม่มีใครเชื่อ ว่าคุณนวัช แสนบุศย์ เจ้านายผู้สุขุมนุ่มลึกของทุกคนนั้น แท้จริงแล้







