แชร์

บทที่ 1 แรกพบหน้า - 35%

ผู้เขียน: จรสจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-04 16:36:52

สามเดือนก่อน

ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งกอดเข่ามองท้องฟ้าสีดำเพราะความมืดของราตรีกาลปกคลุม คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ท้องฟ้าจึงมีสีดำสนิท ทว่าถึงแม้มันจะมืดมิด แต่กลับทำให้แสงระยิบระยับของดวงดาวบนฟ้าชัดเจนขึ้น

ตอนนี้ไม่รู้เป็นเวลาเท่าไร เขารู้แต่ว่าน่าจะเลยเที่ยงคืนไปแล้ว เขานึกว่าตนจะสามารถข่มตาหลับลงได้ หลังจากได้ทราบข่าวสำคัญ กลับกลายเป็นว่าข่าวนั้นทำให้เขาต้องมานั่งจับเจ่าอยู่บนแคร่หน้าบ้านกลางดึก

เขานึกถึงบทสนทนาที่เพื่อนคนหนึ่งโทรศัพท์มาแจ้งข่าวเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา

“ไอ้วัช! เสี่ยกวงตายแล้วนะ”

“หา! เป็นไรตาย” นวัชขมวดคิ้วมุ่น ตกใจกับข่าวที่ได้ยินไม่น้อย

“ฆ่าตัวตายเมื่อคืน ใช้แปรงสีฟันแทงคอตัวเอง”

“เมื่อวานศาลตัดสินแล้วไม่ใช่หรือว่าจำคุกตลอดชีวิต ไม่ได้ถูกประหารสักหน่อย ประเทศนี้มีโทษประหารที่ไหนแล้วจะฆ่าตัวตายทำไมวะ” นวัชลูบคางตนเองอย่างใช้ความคิด

“พอรู้ว่าต้องติดคุกตลอดชีวิตเลยชิงฆ่าตัวตายก่อนละมั้ง หรือไม่ก็อาจจะมีคนในนั้นเป็นคนทำ”

พอปลายสายบอกมาแบบนั้น นวัชจึงพยักหน้าช้า ๆ เพราะเขาเองก็คิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้เช่นกัน

เสี่ยกวงที่เขารู้จักไม่ใช่คนใจเด็ดพอที่จะฆ่าตัวตายได้...แปรงสีฟันแทงคอตนเองอย่างนั้นหรือ ไม่มีทาง!

นวัชแค่นยิ้มอย่างดูแคลนขณะมองฝ่าไปในความมืด ป่านนี้ไม่รู้ว่าวิญญาณของผู้ชายคนนั้นจะไปโผล่อยู่นรกขุมไหน น่าแปลกที่หลังจากทราบข่าวในตอนแรก เขาคิดแค่ว่าหมดเวรหมดกรรมกันเสียที ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ใด ๆ แต่ตอนนี้ทำไมเขากลับนอนไม่หลับกันเล่า

หรือเพราะน้ำตาของผู้ชายคนนั้นหลังจากปลิดชีพเขาด้วยกระสุนนัดเดียว ใช่ว่าตนไม่เห็นว่าเสี่ยกวงร้องไห้ตอนที่เขาล้มลงไปนอนจมกองเลือด แม้กระทั่งตอนที่เสี่ยกวงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวไป เขาก็ยังได้ยินเสียงอีกฝ่ายร้องไห้โฮราวกับเด็ก เพื่อนเขาบอกว่าเสี่ยกวงคงเสียใจที่ฆ่าลูกในไส้อย่างเขาตายด้วยน้ำมือของตนเอง เพราะตลอดสองปีที่ผ่านมา อีกฝ่ายใช้ชีวิตอยู่ในคุกไม่ต่างอะไรกับร่างไร้วิญญาณเลยแม้แต่น้อย

เขาเชื่อว่าแม้กระทั่งตอนใกล้หมดลมหายใจ ผู้ชายคนนั้นก็คงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตนเองไม่ได้ฆ่าบุตรชายตาย ทุกอย่างเป็นแผนของเขากับเพื่อนที่เป็น ป.ป.ส.เพื่อเพิ่มคดีฆ่าคนตายโดยเจตนาให้กับเสี่ยกวง และเพื่อให้ทนายปราบต์ตายไปจากโลกใบนี้ ส่วนเขาก็เกิดใหม่เป็นนายนวัช แสนบุศย์ เจ้าของบ่อปลาในจังหวัดเพชรบุรีแทน

นอกจากเพื่อนสนิทที่เคยได้ทำงานร่วมทีมกัน ซึ่งมีเพียงสองคนเท่านั้น ยังมีลูกน้องคนสนิทที่อยู่กับเขามานานอย่างไอ้น้ำ นราเทพที่คอยเป็นมือเป็นเท้าให้เขาแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าเขามีสองตัวตน หรือมีโลกสองใบมาโดยตลอด โลกใบแรกที่เป็นทนายปราบต์ได้ตายไปแล้วด้วยน้ำมือของพ่อบังเกิดเกล้า แต่ยังเหลือโลกใบที่สองคือนวัช เจ้าของบ่อปลาน้ำจืดขนาดใหญ่

เขาเหลือชีวิตเดียวแล้ว คงต้องรักษาเอาไว้ให้ดี ให้สมกับที่มารดาของเขายอมเสียสละทุกอย่างเพื่อให้เขาเติบโต

...เมี้ยว...

เสียงร้องแผ่วเบาของแมวตัวหนึ่งทำให้ความคิดของชายหนุ่มหยุดชะงักลงทันที เขามองหาที่มาของเสียงจึงเห็นลูกแมวตัวเล็กยืนห่างเขาออกไปประมาณสามก้าว

“แมวบ้านไหนเนี่ย”

เขาไม่เคยได้ยินว่าคนแถวนี้เลี้ยงแมวสักคน จึงคิดจะจับตัวมันมาดูว่าสวมปลอกคอเอาไว้หรือไม่ แต่เจ้าตัวเล็กกลับกระโดดหนีไปเสียก่อน และเพราะความมืดเขาจึงไม่แน่ใจว่ามันมีสีอะไร แต่ในเมื่อมันไปแล้วเขาจึงไม่ได้สนใจอีก

ทว่าพอเขาเดินเข้าบ้าน กลับเห็นลูกแมวตัวน้อยนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาราวกับเป็นบ้านของมัน

“จะมาอยู่ด้วยกันรึไงเจ้าเหมียวน้อย” เขาก้มตัวลงมองมันชัด ๆ เป็นแมวไทยทั่วไปสีส้มท้องขาว มีปลอกคอสวมอยู่ แสดงว่าเป็นแมวมีเจ้าของ

“กลับบ้านไปได้แล้ว เจ้าของหาแย่แล้วมั้ง”

มันเงยหน้ามองเขาเหมือนจะฟังรู้เรื่อง แต่พอเห็นมันเอนตัวลงนอนฟุบบนโซฟาเหมือนเด็กน้อยที่วิ่งเล่นจนหมดแรง เขาจึงได้แต่ถอนหายใจ และปล่อยให้มันอยู่ที่นี่ไปก่อน

ช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยถามกับพวกคนงานก็ได้ว่าใครเลี้ยงแมวบ้าง จะได้เอาไปคืนเจ้าของ

ทว่าเขาเพิ่งคิดจะให้ลูกแมวตัวนี้อาศัยนอนที่นี่ไปก่อนสักคืน นอกบ้านก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกอะไรบางอย่างอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน

“ถุงทองอยู่ไหน มาหาแม่เร็ว เมี้ยว ๆ ถุงทอง”

เขาหันไปมองเจ้าแมวสีส้มที่นอนทำหูทวนลมหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาทันที เจ้าของคงมาตามหาแล้วกระมัง แต่เจ้าตัวเล็กกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ ราวกับไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกนั้น จึงก้มลงไปพูดกับมันเสียงเบาว่า

“แม่มาตามกลับบ้านแล้ว จะเอาไงเนี่ยเจ้าเหมียว”

มันปรือตาขึ้นมองเขาอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะอ้าปากหาวจนเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ ในปากมันทุกซี่ จากนั้นมันก็ทำท่าจะหลับต่อ ส่วนเสียงเรียกนั้นยังคงดังอยู่ และดูท่าจะห่างออกไปทุกที

ฟังจากน้ำเสียงของผู้หญิงคนนั้น เดาว่าอายุคงยังไม่มาก น่าจะเด็กวัยรุ่นแถวนี้ และหากเจ้าตัวเดินลึกเข้าไปด้านหลังบ้านของเขาซึ่งเป็นป่าหญ้าและต้นไม้ขึ้นรก เกรงว่าจะถูกงูหรือสัตว์ร้ายทำอันตรายเอาได้ นวัชจึงตัดสินใจอุ้มลูกแมวตัวนั้นขึ้นมา คว้าไฟฉายที่แขวนไว้ข้างประตูแล้วเดินออกจากบ้านทันที

ผู้หญิงคนนั้นคงได้ยินเสียงเดินของเขา จึงหันมามองพร้อมกับใช้ไฟฉายส่องหน้า จนเขาต้องยกมือขึ้นบังแสงเอาไว้ไม่ให้มันแยงตา และเธอคงเห็นว่าในมือของเขามีลูกแมวที่ตนกำลังตามหาอยู่ จึงลดไฟฉายลงแล้วเดินเข้ามาหาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“หาแมวอยู่ใช่ไหม ตัวนี้รึเปล่า”

เขามองหน้าเธอพร้อมกับชูลูกแมวตัวนั้นขึ้นมาในระดับสายตา เธอพยักหน้าหงึกหงัก คลี่ยิ้มกว้างจนแววตาเป็นประกาย

“ใช่ค่ะ ถุงทองเป็นแมวหนูเอง” เธอพูดด้วยความดีใจ ยื่นมือออกมารับลูกแมวจากมือเขาไปอุ้มไว้

“มันไปอยู่กับอาได้ยังไงคะ หรือว่ามันแอบเข้าบ้านอา” เธอถามโดยไม่มองหน้าเขา เพราะเอาแต่ลูบตัวเจ้าแมวน้อยนั่นไปมา

“ใช่ มันแอบเข้าไปในบ้านน่ะ รีบไปตรงนั้นดีกว่า ตรงนี้มันมืด เจองูเจอตะขาบเข้าเดี๋ยวจะแย่เอา”

นวัชลอบถอนหายใจขณะเดินนำ เขาเพิ่งอายุสามสิบกว่าปีก็ถูกเด็กสาวสมัยนี้เรียกอาแล้วหรือ ตอนเขาเป็นทนายปราบต์ แต่งตัวภูมิฐานดูดี ต่อให้เป็นนักศึกษาสาว หรือเด็กฝึกงานก็ยังเรียกเขาว่าพี่อยู่เลย

เมื่อมาถึงลานหน้าบ้านที่มีไฟส่องสว่าง จึงทำให้เขาเห็นรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงคนนี้ได้ชัดเจนขึ้น เธอน่าจะอายุประมาณยี่สิบ หรืออาจจะไม่ถึง ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางนั้นจิ้มลิ้มพริ้มเพราไม่น้อย เธอสูงแค่หัวไหล่ของเขาเท่านั้น จัดว่าเป็นผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่ง น่าแปลกที่เขาไม่เคยเห็นเธอมาก่อน

“อยู่แถวนี้หรือเรา”

เขาอดถามไม่ได้ เพราะหากมีหญิงสาวสะสวยอยู่ละแวกนี้ เขาย่อมต้องได้ยินบรรดาลูกน้อง หรือคนงานของเขาเอ่ยถึงบ้าง และหญิงสาวเหล่านั้นส่วนใหญ่เขาก็รู้จัก เพราะคนละแวกนี้ ใครเป็นใคร ลูกเต้าเหล่าใครล้วนรู้จักกันไปหมด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทส่งท้าย

    หญิงสาวหลับตาเม้มปากแน่น เพื่อสะกดกลั้นเสียงครวญครางที่อาจเล็ดรอดออกจากปาก ไม่ว่าเขาจะปรนเปรอทำรักให้เธอกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอก็ยังรู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะเงยหน้าสบตากับเขาได้ยิ่งร่างกายของเธอตอบรับกับปลายลิ้นของเขาอย่างน่าอาย สะโพกแอ่นขึ้น บดส่ายหมุนวนราวกับเร่งเร้าให้เขาส่งเธอให้ฝั่งโดยไว“ใจเย็นสิครับ” เสียงสั่นพร่ากระซิบแผ่วอยู่ตรงจุดอ่อนไหว ร่างอรชรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีบางสิ่งค่อย ๆ แทรกเข้าไปในร่องรักอย่างเชื่องช้า และหมุนวนไปมาอยู่ในนั้นเขาถอนนิ้วออกแล้วดันเข้าไปใหม่ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าสลับกันไป จากหนึ่งนิ้วเพิ่มเป็นสองนิ้วราวกับต้องการให้เธอค่อย ๆ เปิดรับ และคุ้นชินกับบางอย่างที่ใหญ่โตกว่านั้น โดยที่ปาก และลิ้นยังคงจดจ่ออยู่กับกลีบดอกไม้และปลายยอดของเกสรไม่ยอมผละห่าง“อ๊ะเฮีย!”ทับทิมครางกระเส่าเมื่อความรู้สึกที่คุ้นเคยเริ่มพุ่งสูงขึ้น ชายหนุ่มเห็นสัญญาณที่หญิงสาวส่งให้

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 24 ยึดที่ดินแถมลูกสาว - 100% -

    “อะไรกันเฮีย มาไหว้พวกเราทำไม” อรดียกมือรับไหว้แทบไม่ทัน“ผมจะมาขอทับทิมกับอาทั้งสองคนครับ ผมรักทับทิม คิดว่าพวกอาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมกับทับทิมคบกันอยู่ ก็เลยอยากขออนุญาตให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะตั้งแต่แรกผมเองก็ไม่เคยมีเจตนาจะปกปิดเรื่องนี้ ทุกคนต่างรับรู้ ผมคิดว่าผมเองก็ควรต้องมาบอกเรื่องนี้กับอาทั้งสองคนด้วยตัวเอง”นวัชหันไปยิ้มให้ทับทิมที่ลงมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างเขาเช่นกัน“เห็นไหม หนูบอกแล้วว่าเฮียวัชน่ะ ใจดีกับหนูจะตาย แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”ทับทิมเอ่ยปากเชียร์แฟนหนุ่มของตนเองเต็มที่ จนอรดีได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ เพราะตั้งแต่เจ้าตัวสารภาพว่าคบอยู่กับนวัช ทับทิมก็หมั่นพูดแต่ความดี ความน่ารักของเขาให้บิดามารดาฟังอยู่เสมอสองสามีภรรยาหันมองหน้ากันแล้วได้แต่ยิ้ม เพราะการที่อีกฝ่ายมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพวกตนเพื่อขอคบกับบุตรสาวด้วยตนเอง ก็นับว่ามีความจริงใจในระดับหนึ่งแล้ว

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 24 ยึดที่ดินแถมลูกสาว - 50% -

    วันนี้นวัชอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกทับทิมงอนใส่เรื่องที่ปิดบังว่าบิดานำบ้านกับที่ดินมาจำนองไว้ตอนยืมเงิน และตอนนี้ที่ดินกับบ้านหลังนั้นก็เป็นของเขาแล้วตามกฎหมาย เพราะเมื่อครู่ สุชาติเพิ่งมาเซ็นเอกสารการมอบที่ดินผืนนั้นให้ เสร็จเรียบร้อยก็พาลูกเมียออกจากบ้านไป โดยบอกว่าจะไปหาของอร่อย ๆ กินในตัวเมืองตามประสาพ่อแม่ลูกตอนสุชาติมาเซ็นเอกสาร เขายังไม่ได้บอกเรื่องที่ตนคบหากับทับทิม เพราะอยากดูท่าทีของอีกฝ่ายก่อนว่าคิดเห็นอย่างไร เพราะเขาเชื่อว่าสองสามีภรรยาจะต้องรู้เรื่องของเขากับบุตรสาวแล้วเป็นแน่และเป็นไปตามคาด เมื่อสุชาติบอกว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯ กับภรรยา โดยปล่อยให้ทับทิมอยู่กับเขาที่นี่ และแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่บุตรสาวมาคบกับเขา แถมยังบอกให้เขาดูแลเธอเหมือนลูกหลานคนหนึ่งอีกต่างหาก...เหลี่ยมจัดจริง ๆจะว่าไปแล้ว เขากับสุชาติก็เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไม่ต่างกัน ต่างคนต่างแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และรอดูว่าใครจะเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 23 ความหลังครั้งเก่าก่อน - 100% -

    สุชาติกับบุษราคัมหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดไม่ถึงว่าจะต้องทำถึงขั้นนี้ แต่กระนั้น หญิงสาวก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าวิธีนี้ได้ผล“แต่คนส่วนใหญ่เห็นหน้าบุษจากข่าวหมดแล้วนี่คะ ต่อให้เปลี่ยนชื่อ คนก็คงจำหน้าได้อยู่ดี”“ก็ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าซะสิ จะมีอะไรยากกัน ถ้าพวกเธอตกลง ฉันก็จะให้คนไปจัดการให้...เอาเป็นว่าฉันให้เวลาพวกเธอตัดสินใจละกัน”เสี่ยกานต์เอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับแขก ปล่อยให้สองสามีภรรยาปรึกษาหารือกัน“ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าหรือ นั่นสินะ ทำไมบุษนึกไม่ถึงเรื่องนี้”“บุษอยากทำไหม ถ้าไม่อยากทำ พวกเราก็หลบไปอยู่ที่อื่นกันสักพัก รอให้เรื่องซาลงแล้วค่อยหางานทำกันก็ได้นะ”สุชาติตามใจภรรยา เพราะถ้าเธอจะเปลี่ยนเป็นอีกหน้าหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จัก อย่างไรเสียเธอก็ยังเป็นคู่ชีวิตของเขาวันยังค่ำ เธอจะสวยน้อยลงก็ช่างมัน ดีเสียอีก จะได้ไม่ต้

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 23 ความหลังครั้งเก่าก่อน - 70% -

    สิบสี่ปีก่อนสุชาติเลี้ยวรถเข้าจอดในบังกะโลราคาถูกแห่งหนึ่งช่วงกลางดึก เขามองผ่านกระจกไปตรงเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อเข้าพัก เห็นเพียงพนักงานชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งสัปหงกอยู่จึงหันไปบอกกับภรรยาว่า“พี่จะไปติดต่อห้องก่อน บุษกับลูกรอในรถก่อนนะ”บุษราคัมพยักหน้าก่อนหลุบตามองบุตรสาววัยหกขวบที่กำลังนอนหลับตาพริ้มบนตักของตน น้ำตาที่เหือดแห้งไปเริ่มรื้นขึ้นปริ่มขอบตาอีกครั้ง“แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำให้หนูต้องมาลำบากไปด้วย”เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่พวกตนสามคนพ่อแม่ลูกต้องระเหเร่ร่อนนอนตามบังกะโลหรือห้องพักราคาถูก สาเหตุเพราะต้องหนีตำรวจที่ตามหาตัวเธอไปรับโทษในคดีที่ก่อเอาไว้...เธอฆ่าคนตาย!วันที่เกิดเรื่อง หลังจากบุษราคัมใช้หินในห้องน้ำทุบศีรษะนักเลงคุมบ่อนคนหนึ่งที่ตั้งใจจะข่มขืนตนจนตาย ชายผู้นี้ ตนกับสามีต่างก็รู้จักดีเพราะเคยทำงานด้วยกันบนเรือสำราญเมื่อหลายปีก่อน

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 23 ความหลังครั้งเก่าก่อน - 35% -

    ทับทิมได้แต่นอนพลิกตัวไปมาเพราะไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เพราะสมองมันคอยแต่จะผุดภาพวาบหวามที่เพิ่งผ่านพ้นไปขึ้นมาอยู่เสมอ“เฮียบ้า!” มาหลอกให้ใจแตกจนได้ เพียงแค่คืนเดียว เขาก็สอนเธอถึงสองบทเรียนซ้อน!ออรัลเซ็กซ์...หญิงสาวเคยแต่ได้ยิน หรือได้เห็นภาพมา เพิ่งเคยได้สัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตนเองก็คราวนี้ความรู้สึกมันหวิวไหวเหมือนใจจะขาดรอน ๆ ยิ่งเขาปฏิบัติกับเธอด้วยความอ่อนโยน ถามไถ่อย่างเอาใจใส่ ทั้งยังทำตามที่รับปากไว้ คือไม่มีการล่วงล้ำสอดใส่หากเธอไม่เต็มใจ ทับทิมก็ยิ่งรู้สึกว่าตนกำลังตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ลึกล้ำลงไปทุกทีคราวนี้ใครจะเอาเชือกมาโยนไว้ปากหลุมเพื่อให้เธอปีนขึ้นมา เกรงว่าคงเป็นเธอเสียเองที่จุดไฟเผาเชือกนั้นทิ้งไปดูท่า เธอคงถูกเขาหลอกล่อจนทำให้ติดอกติดใจเสียแล้วกระมังบอกใครก็คงไม่มีใครเชื่อ ว่าคุณนวัช แสนบุศย์ เจ้านายผู้สุขุมนุ่มลึกของทุกคนนั้น แท้จริงแล้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status