Masukนวัชนำแฟ้มเกี่ยวกับบัญชีการซื้อการขายของบริษัทไปวางบนโต๊ะของทับทิม แล้วพูดว่า
“ลองดูเอกสารพวกนี้ไปก่อนว่าพอเข้าใจไหม บัญชีของบริษัทก็ไม่ค่อยมีอะไรมากนักหรอก ซื้อเข้า ขายออก ทำภาษีแต่ละเดือน ค่าใช้จ่ายก็หักตามจริง แล้วก็...” ชายหนุ่มชั่งใจว่าจะให้เธอทำเรื่องนั้นเลยดีหรือไม่ แต่แล้วเขาก็คิดได้ว่าทับทิมเพิ่งมาทำงานวันแรก อย่าเพิ่งให้หญิงสาวรู้สึกระแวงเพื่อนร่วมงานดีกว่า เพราะหากเธอรู้ว่าเขาคิดจะให้จับผิดใครบางคน ไม่รู้ว่าทับทิมจะเผลอแสดงออกทางสีหน้าจนอีกฝ่ายรู้ตัวหรือไม่ เขาไม่อยากให้คนคนนั้นชิงไหวตัวทันเสียก่อน
“วันแรกยังไม่ต้องทำอะไรมาก ทับทิมลองศึกษาบัญชีคร่าว ๆ จากเดือนที่ผ่าน ๆ มาก่อนดีกว่าว่าต้องทำอะไรบ้าง สงสัยตรงไหนแล้วค่อยมาถามเฮีย”
“ได้ค่ะ” เธอยิ้มขณะเปิดแฟ้มบัญชี เขาจึงเดินกลับไปนั่งโต๊ะของตนแล้วค่อย ๆ ละเลียดน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ไปทีละนิด พลางเข้าโซเชียลเพื่ออ่านข่าวไปด้วย
ส่วนคนที่มานั่งรอนั้น...ปล่อยให้รอไปก่อน
ปรีญาดาดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ ผ่านไปสิบห้านาทีแล้วแต่นวัชยังไม่ลงมาคุยด้วย ทั้งที่ปกติแล้วเขาเป็นคนที่ตรงต่อเวลามาก ทำให้หญิงสาวอดคิดไม่ได้ว่าเขาทำแบบนี้เพื่อจงใจหักหน้าเธอหรือเปล่า
เมื่อวานที่ได้รับข้อความจากจันทร์จิรา เธอรีบโทรศัพท์มาสอบถามกับอีกฝ่ายทันที ยิ่งได้ยินว่าพนักงานบัญชีที่ชายหนุ่มรับเข้ามาใหม่นั้น เขาเป็นคนพามาด้วยตนเอง อีกทั้งนราเทพยังบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนของนวัช ทำเอาเธอแทบนั่งไม่ติด ใจอยากมาถามเขาให้รู้เรื่องตั้งแต่เมื่อวาน แต่ตนยังติดธุระอยู่ต่างจังหวัด จึงทำได้เพียงส่งข้อความไปถาม แต่เขากลับไม่อ่านข้อความของเธอเลย วันนี้ปรีญาดาจึงมาที่บ่อปลาแสนบุศย์ก่อนเข้าสำนักงานบัญชีของตนเสียอีก
เขาทำกับเธอแบบนี้ แล้วจะให้เธอเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
ทั้งที่เธอบอกครอบครัว คนใกล้ชิด เพื่อนสนิท รวมถึงลูกน้องที่บริษัทว่ากำลังคบหาดูใจกับเขา แม้นวัชจะไม่เคยพูด หรือแสดงออกอย่างคนรักกันก็ตาม แต่เธอแสดงออกถึงเพียงนั้น เป็นไปไม่ได้แน่นอนที่เขาจะไม่รับรู้
เวลาผ่านไปอีกสิบห้านาที รวมเวลาที่ปรีญาดานั่งรอนวัชคือครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มจึงเพิ่งปรากฏตัว
นวัชเดินเข้ามาในห้องประชุม เขานั่งตรงข้ามกับเธอเช่นทุกครั้งที่หญิงสาวมาหา ปรีญาดามองหน้าเขา เดาไม่ถูกว่าภายใต้ใบหน้าที่ฉาบรอยยิ้มไว้เล็กน้อยนั่นกำลังคิดอะไรอยู่
“ขอโทษที่ต้องให้รอนะครับ ผมกำลังสอนงานให้น้องบัญชีที่เข้ามาใหม่อยู่ก็เลยมาช้าไปหน่อย ว่าแต่...คุณเปิ้ลมีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่าครับถึงรีบมาที่นี่แต่เช้าเลย”
ปรีญาดารู้สึกคาดไม่ถึงที่ชายหนุ่มถามแบบนี้ เธอมั่นใจว่านวัชรู้ดีว่าเธอมาที่นี่ทำไม แต่เขากลับแสร้งทำไม่รู้เรื่อง
หญิงสาวมองคนตรงหน้า เธอรู้จักกับเขาผ่านแฟนของเพื่อนสนิทตอนไปงานเลี้ยงเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นนวัชโดดเด่นที่สุดในกลุ่มผู้ชายที่นั่งอยู่ ใบหน้าหล่อตี๋ของเขาดึงดูดความสนใจเธอตั้งแต่แรกพบ กอปรกับบุคลิกที่ดูสุภาพนุ่มนวล เธอจึงชอบเขาทันที และให้เพื่อนสนิทช่วยเป็นสื่อกลางให้ กระทั่งในที่สุด บริษัทของเธอก็ได้รับผิดชอบเรื่องบัญชีให้บริษัทของเขาจนได้ และแน่นอนว่าปรีญาดาอาศัยโอกาสนี้ค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเขา
“เปิ้ลมาเพราะได้ยินว่าพี่วัชรับพนักงานบัญชีมาใหม่” เธอกำลังจะถามเขาว่า ทำไมเขาทำแบบนี้ นวัชก็พูดขึ้นเสียก่อน
“ใช่ครับ ผมให้น้องเขามาทำวันนี้วันแรก”
“แล้วสำนักงานบัญชีล่ะคะ พี่ยังจะจ้างอยู่รึเปล่า” แต่แล้วเธอกลับไม่กล้าถามเขาตามตรง ทำได้เพียงถามทางอ้อม
นวัชทำท่าครุ่นคิด แต่ไม่รู้เธอคิดไปเองหรือเปล่าที่รู้สึกว่าแววตาของเขาดูคล้ายกำลังสนุกกับอะไรบางอย่างอยู่
“ผมคิดว่าเดือนหน้านี้อาจจะเป็นเดือนสุดท้าย ขอดูก่อนครับว่าคนของผมเข้าใจงานในบริษัทได้เร็วแค่ไหน”
ปรีญาดาสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่วางอยู่บนตักกำแน่นทั้งสองข้าง “ทำไมพี่เพิ่งมาบอกตอนนี้คะ”
นวัชขมวดคิ้วเล็กน้อยตอนมองหน้าเธอ “ผมจำได้ว่าผมเคยพูดไว้แล้วนะ ตอนที่ไปกินมื้อเย็นกันวันนั้นแล้วบังเอิญเจอครอบครัวของคุณที่ร้านน่ะ ผมบอกว่าผมจะตั้งแผนกบัญชีเพราะบริษัทจะได้เป็นระบบมากขึ้น สงสัยคุณคงลืม”
หญิงสาวหน้าชาทันทีที่เขาเน้นย้ำคำว่าบังเอิญเจอ
ใช่...เธอจำได้แล้ว เขาเคยพูดไว้อย่างนั้นจริง ๆ ตอนที่คุยเรื่องธุรกิจฟาร์มปลากับบิดาของเธอ
วันนั้นเธอโกหกเขาว่ามีคนสนใจอยากซื้อปลากะพงจากบ่อปลาแสนบุศย์ คนที่สนใจเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ชะอำ จึงอยากนัดเขาไปคุยรายละเอียดที่โรงแรม แต่ความจริงแล้วเธอนัดกับบิดามารดา และพี่ชายเอาไว้ก่อนหน้านี้ เพราะอยากให้เขาไปทำความรู้จักกับครอบครัวของเธอ และพวกท่านเองก็เร่งเร้าอยากเห็นหน้าว่าที่ลูกเขย เธอจึงต้องโกหกเขาไปอย่างนั้น
และที่ต้องโกหก เป็นเพราะปรีญาดารู้ดีว่า หากชวนนวัชมาพบปะกินข้าวร่วมกับครอบครัวของเธอ เขาไม่ยอมมาแน่
จะว่าไป วันนั้นเธอไม่ได้โกหกเขาเสียทีเดียว เพราะบิดากับพี่ชายของเธอค่อนข้างกว้างขวางในชะอำ รู้จักกับเจ้าของร้านอาหาร รวมไปถึงรีสอร์ตอีกหลายแห่งในจังหวัดเพชรบุรี และหลังจากวันนั้น เธอก็ส่งลูกค้ามาให้เขาตั้งหลายราย
ผู้ชายคนนี้นอกจากไม่คิดขอบคุณแล้ว ยังหาทางผลักไสเธออีก!
“แล้วพี่จะมั่นใจได้ยังไงคะว่าพนักงานที่รับเข้ามาใหม่จะทำงานได้ดี รู้สึกว่ายังเป็นนักศึกษาอยู่เลยนี่คะ ถ้าหากมีเรื่องผิดพลาดขึ้นมา โดยเฉพาะการยื่นภาษี บริษัทพี่จะแย่เอาได้นะ เปิ้ลจำได้ว่าพี่ไม่ชอบมีปัญหาจุกจิกพวกนี้มากวนใจ”
“ถึงแม้น้องเขาจะยังเรียนอยู่ แต่ผมมั่นใจว่าเขาทำได้แหละ ยังไงเทอมหน้าน้องเขาก็ต้องมาฝึกงานกับผมที่นี่อยู่ดี งานบัญชีพวกนี้มันต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ ถ้าไม่ลองทำเองสักครั้ง แล้วเมื่อไรจะมีครั้งแรก ในเมื่อผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะตั้งแผนกบัญชีในบริษัท ผมก็ต้องทำตอนที่น้องเขาปิดเทอมนี่แหละ และผมก็ไม่ได้ให้เขาดูแลเรื่องบัญชีคนเดียว ยังไงผมก็ต้องรับพนักงานบัญชีเพิ่ม ให้เขาทำคนเดียวไม่ได้หรอก ปวดหัวตาย”
ปรีญาดาฟังแล้วได้แต่กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือของตน เธอแค่นยิ้มให้เขา
“ดูพี่จะมั่นใจในตัวน้องคนนี้จังเลยนะคะ ไปหามาจากไหนหรือ ท่าทางจะเก่งน่าดู”
เขายิ้มกว้างจนตาหยี เอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “ไม่ได้หาจากไหนหรอกครับ คนใกล้ตัวนี่แหละ ผมกำลังดู ๆ กับน้องเขาอยู่น่ะ”
คนฟังเริ่มยิ้มไม่ออก รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ เขารู้อยู่แก่ใจว่าเธอคิดกับเขาอย่างไร แต่นวัชกลับทำร้ายจิตใจเธอถึงเพียงนี้เชียวหรือ
“พี่จะบอกว่า เด็กคนนั้นเป็นแฟนพี่หรือคะ” ปรีญาดาแทบกัดฟันถาม แต่เขายังคงยิ้มกว้างเช่นเคย
“ยังดู ๆ กันอยู่ครับ น้องเขายังเด็ก ยังเรียนไม่จบเลย แต่ที่ให้มาทำบัญชีตอนนี้ก็เพราะอยากฝึกน้องเขาน่ะครับ ยังไงในอนาคตเขาก็ต้องช่วยผมดูแลบ่อปลาที่นี่อยู่แล้ว”
ปรีญาดาไม่สามารถทนฟังได้อีกต่อไป หญิงสาวลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันทีโดยไม่กล่าวลานวัชแม้แต่คำเดียว
คล้อยหลังปรีญาดาแล้ว คนที่พูดจาคลุมเครืออย่างนวัชได้แต่แค่นยิ้มมุมปาก
ตอนนั้นเธอบอกเขาว่าไม่ได้โกหก การเจอครอบครัวของเธอเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ครั้งนี้เขาเองก็ไม่ได้โกหกเธอเช่นกัน ที่เขาพูดว่าดู ๆ กันอยู่กับทับทิมนั่น เขาพูดเรื่องจริง เพียงแต่เขาพูดไม่หมด เป็นการดูแลมากกว่า เพราะสุชาติฝากฝังเธอไว้กับเขา และที่เขาพูดว่าในอนาคตทับทิมต้องช่วยเขาดูแลบ่อปลาก็เป็นเรื่องจริงอีกเช่นกัน เพราะเทอมหน้าเธอต้องมาฝึกงานที่นี่ เทอมหน้าก็คืออนาคตไม่ใช่หรือ...เขาไม่ได้โกหก เขาแค่พูดไม่ชัดเจน
หญิงสาวหลับตาเม้มปากแน่น เพื่อสะกดกลั้นเสียงครวญครางที่อาจเล็ดรอดออกจากปาก ไม่ว่าเขาจะปรนเปรอทำรักให้เธอกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอก็ยังรู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะเงยหน้าสบตากับเขาได้ยิ่งร่างกายของเธอตอบรับกับปลายลิ้นของเขาอย่างน่าอาย สะโพกแอ่นขึ้น บดส่ายหมุนวนราวกับเร่งเร้าให้เขาส่งเธอให้ฝั่งโดยไว“ใจเย็นสิครับ” เสียงสั่นพร่ากระซิบแผ่วอยู่ตรงจุดอ่อนไหว ร่างอรชรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีบางสิ่งค่อย ๆ แทรกเข้าไปในร่องรักอย่างเชื่องช้า และหมุนวนไปมาอยู่ในนั้นเขาถอนนิ้วออกแล้วดันเข้าไปใหม่ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าสลับกันไป จากหนึ่งนิ้วเพิ่มเป็นสองนิ้วราวกับต้องการให้เธอค่อย ๆ เปิดรับ และคุ้นชินกับบางอย่างที่ใหญ่โตกว่านั้น โดยที่ปาก และลิ้นยังคงจดจ่ออยู่กับกลีบดอกไม้และปลายยอดของเกสรไม่ยอมผละห่าง“อ๊ะเฮีย!”ทับทิมครางกระเส่าเมื่อความรู้สึกที่คุ้นเคยเริ่มพุ่งสูงขึ้น ชายหนุ่มเห็นสัญญาณที่หญิงสาวส่งให้
“อะไรกันเฮีย มาไหว้พวกเราทำไม” อรดียกมือรับไหว้แทบไม่ทัน“ผมจะมาขอทับทิมกับอาทั้งสองคนครับ ผมรักทับทิม คิดว่าพวกอาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมกับทับทิมคบกันอยู่ ก็เลยอยากขออนุญาตให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะตั้งแต่แรกผมเองก็ไม่เคยมีเจตนาจะปกปิดเรื่องนี้ ทุกคนต่างรับรู้ ผมคิดว่าผมเองก็ควรต้องมาบอกเรื่องนี้กับอาทั้งสองคนด้วยตัวเอง”นวัชหันไปยิ้มให้ทับทิมที่ลงมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างเขาเช่นกัน“เห็นไหม หนูบอกแล้วว่าเฮียวัชน่ะ ใจดีกับหนูจะตาย แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”ทับทิมเอ่ยปากเชียร์แฟนหนุ่มของตนเองเต็มที่ จนอรดีได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ เพราะตั้งแต่เจ้าตัวสารภาพว่าคบอยู่กับนวัช ทับทิมก็หมั่นพูดแต่ความดี ความน่ารักของเขาให้บิดามารดาฟังอยู่เสมอสองสามีภรรยาหันมองหน้ากันแล้วได้แต่ยิ้ม เพราะการที่อีกฝ่ายมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพวกตนเพื่อขอคบกับบุตรสาวด้วยตนเอง ก็นับว่ามีความจริงใจในระดับหนึ่งแล้ว
วันนี้นวัชอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกทับทิมงอนใส่เรื่องที่ปิดบังว่าบิดานำบ้านกับที่ดินมาจำนองไว้ตอนยืมเงิน และตอนนี้ที่ดินกับบ้านหลังนั้นก็เป็นของเขาแล้วตามกฎหมาย เพราะเมื่อครู่ สุชาติเพิ่งมาเซ็นเอกสารการมอบที่ดินผืนนั้นให้ เสร็จเรียบร้อยก็พาลูกเมียออกจากบ้านไป โดยบอกว่าจะไปหาของอร่อย ๆ กินในตัวเมืองตามประสาพ่อแม่ลูกตอนสุชาติมาเซ็นเอกสาร เขายังไม่ได้บอกเรื่องที่ตนคบหากับทับทิม เพราะอยากดูท่าทีของอีกฝ่ายก่อนว่าคิดเห็นอย่างไร เพราะเขาเชื่อว่าสองสามีภรรยาจะต้องรู้เรื่องของเขากับบุตรสาวแล้วเป็นแน่และเป็นไปตามคาด เมื่อสุชาติบอกว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯ กับภรรยา โดยปล่อยให้ทับทิมอยู่กับเขาที่นี่ และแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่บุตรสาวมาคบกับเขา แถมยังบอกให้เขาดูแลเธอเหมือนลูกหลานคนหนึ่งอีกต่างหาก...เหลี่ยมจัดจริง ๆจะว่าไปแล้ว เขากับสุชาติก็เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไม่ต่างกัน ต่างคนต่างแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และรอดูว่าใครจะเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน
สุชาติกับบุษราคัมหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดไม่ถึงว่าจะต้องทำถึงขั้นนี้ แต่กระนั้น หญิงสาวก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าวิธีนี้ได้ผล“แต่คนส่วนใหญ่เห็นหน้าบุษจากข่าวหมดแล้วนี่คะ ต่อให้เปลี่ยนชื่อ คนก็คงจำหน้าได้อยู่ดี”“ก็ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าซะสิ จะมีอะไรยากกัน ถ้าพวกเธอตกลง ฉันก็จะให้คนไปจัดการให้...เอาเป็นว่าฉันให้เวลาพวกเธอตัดสินใจละกัน”เสี่ยกานต์เอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับแขก ปล่อยให้สองสามีภรรยาปรึกษาหารือกัน“ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าหรือ นั่นสินะ ทำไมบุษนึกไม่ถึงเรื่องนี้”“บุษอยากทำไหม ถ้าไม่อยากทำ พวกเราก็หลบไปอยู่ที่อื่นกันสักพัก รอให้เรื่องซาลงแล้วค่อยหางานทำกันก็ได้นะ”สุชาติตามใจภรรยา เพราะถ้าเธอจะเปลี่ยนเป็นอีกหน้าหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จัก อย่างไรเสียเธอก็ยังเป็นคู่ชีวิตของเขาวันยังค่ำ เธอจะสวยน้อยลงก็ช่างมัน ดีเสียอีก จะได้ไม่ต้
สิบสี่ปีก่อนสุชาติเลี้ยวรถเข้าจอดในบังกะโลราคาถูกแห่งหนึ่งช่วงกลางดึก เขามองผ่านกระจกไปตรงเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อเข้าพัก เห็นเพียงพนักงานชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งสัปหงกอยู่จึงหันไปบอกกับภรรยาว่า“พี่จะไปติดต่อห้องก่อน บุษกับลูกรอในรถก่อนนะ”บุษราคัมพยักหน้าก่อนหลุบตามองบุตรสาววัยหกขวบที่กำลังนอนหลับตาพริ้มบนตักของตน น้ำตาที่เหือดแห้งไปเริ่มรื้นขึ้นปริ่มขอบตาอีกครั้ง“แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำให้หนูต้องมาลำบากไปด้วย”เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่พวกตนสามคนพ่อแม่ลูกต้องระเหเร่ร่อนนอนตามบังกะโลหรือห้องพักราคาถูก สาเหตุเพราะต้องหนีตำรวจที่ตามหาตัวเธอไปรับโทษในคดีที่ก่อเอาไว้...เธอฆ่าคนตาย!วันที่เกิดเรื่อง หลังจากบุษราคัมใช้หินในห้องน้ำทุบศีรษะนักเลงคุมบ่อนคนหนึ่งที่ตั้งใจจะข่มขืนตนจนตาย ชายผู้นี้ ตนกับสามีต่างก็รู้จักดีเพราะเคยทำงานด้วยกันบนเรือสำราญเมื่อหลายปีก่อน
ทับทิมได้แต่นอนพลิกตัวไปมาเพราะไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เพราะสมองมันคอยแต่จะผุดภาพวาบหวามที่เพิ่งผ่านพ้นไปขึ้นมาอยู่เสมอ“เฮียบ้า!” มาหลอกให้ใจแตกจนได้ เพียงแค่คืนเดียว เขาก็สอนเธอถึงสองบทเรียนซ้อน!ออรัลเซ็กซ์...หญิงสาวเคยแต่ได้ยิน หรือได้เห็นภาพมา เพิ่งเคยได้สัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตนเองก็คราวนี้ความรู้สึกมันหวิวไหวเหมือนใจจะขาดรอน ๆ ยิ่งเขาปฏิบัติกับเธอด้วยความอ่อนโยน ถามไถ่อย่างเอาใจใส่ ทั้งยังทำตามที่รับปากไว้ คือไม่มีการล่วงล้ำสอดใส่หากเธอไม่เต็มใจ ทับทิมก็ยิ่งรู้สึกว่าตนกำลังตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ลึกล้ำลงไปทุกทีคราวนี้ใครจะเอาเชือกมาโยนไว้ปากหลุมเพื่อให้เธอปีนขึ้นมา เกรงว่าคงเป็นเธอเสียเองที่จุดไฟเผาเชือกนั้นทิ้งไปดูท่า เธอคงถูกเขาหลอกล่อจนทำให้ติดอกติดใจเสียแล้วกระมังบอกใครก็คงไม่มีใครเชื่อ ว่าคุณนวัช แสนบุศย์ เจ้านายผู้สุขุมนุ่มลึกของทุกคนนั้น แท้จริงแล้







