Mag-log inในตอนนี้เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาหาได้รู้ไม่ว่า ตนเองได้สูญเสียบุพการีไปจนสิ้นแล้ว ทว่าหากวันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผย ความเจ็บปวดจากการสูญเสียพ่อคงไม่ระคายผิวเขานัก เพราะในความทรงจำที่ผ่านมา นายอ๊อดไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีเลยแม้แต่นาทีเดียว ที่พึ่งทางใจหนึ่งเดียวของเขาคือแม่ผู้ล่วงลับ ส่วนญาติพี่น้องคนอื่นๆ ต่างก็ใจดำเมินหน้าหนีในยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพของแม่ เอกได้เข้ามาอาศัยอยู่ชั่วคราวกับนายอำเภอสุชาติ เด็กน้อยไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาช่วยหยิบจับงานบ้านทุกอย่างด้วยความขยันขันแข็ง แม้นายอำเภอจะบอกให้พัก แต่เอกกลับยืนกรานเสียงแข็งว่าจะขอตอบแทนความเมตตาที่ท่านช่วยดูแลตน
"เฮ้อ... ทำไมลูกเราไม่น่ารักแบบนี้บ้างนะ วันๆ เอาแต่เล่น ไม่เหมือนเจ้าเอกเลย ทั้งว่าง่ายและกตัญญู" นายอำเภอสุชาติรำพึงพลางถอนหายใจยาวเมื่อเปรียบเทียบกับลูกของตน เขาเอ็นดูเด็กคนนี้จนอยากรับเป็นบุตรบุญธรรมเสียเอง หากไม่ใช่เพราะเสี่ยภูริทัตหมายตาเอาไว้แล้ว เขาเชื่อมั่นว่าภายใต้การชุบเลี้ยงของเสี่ย อนาคตของเอกย่อมรุ่งโรจน์เกินกว่าที่ใครจะคาดถึง
ไม่นานนัก รถยนต์คันหรูสีดำก็เคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าบ้าน "สวัสดีครับท่านภูริทัต และคุณนายศรีนวล วันนี้มารับเจ้าเอกแล้วหรือครับ?" นายอำเภอสุชาติกล่าวทักทายด้วยสีหน้าที่ฝืนยิ้ม เพราะใจหนึ่งเขาก็อาลัยรักในตัวเด็กน้อยเหลือเกิน
"สวัสดีครับนายอำเภอ เจ้าหนูนั่นเป็นอย่างไรบ้าง?" เสี่ยใหญ่เอ่ยถามพลางสอดส่ายสายตาหาเด็กชาย ภายในใจของเขาสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในที่สุดเขาก็จะได้เป็นพ่อคนเสียที แม้จะไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ แต่เขาก็ตั้งมั่นว่าจะรักและฟูมฟักเด็กคนนี้ให้เป็นผู้สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของตน
"เด็กคนนี้เป็นเด็กดีมากครับท่าน ถ้าท่านเปลี่ยนใจไม่อยากเลี้ยงเมื่อไหร่บอกผมได้เลยนะ ผมยินดีรับช่วงต่อทันที" นายอำเภอพูดติดตลกทว่าแฝงความจริงใจ เสี่ยใหญ่ได้ฟังก็อมยิ้มออกมาใบหน้าที่เคยเฉยชาดุจน้ำแข็งกลับดูอ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด
"ฮ่าฮ่า... ฝันไปเถอะนายอำเภอ ผมไม่มีวันยกเจ้าหนูนี่ให้ใครเด็ดขาด นับแต่นี้ไปเขาคือลูกชายเพียงคนเดียวของผม"
นายอำเภอสุชาติส่งมอบเอกสารการรับรองบุตรให้เสี่ยใหญ่ "นี่ครับเอกสารสิทธิ์ ต่อไปนี้เอกคือบุตรชายโดยชอบธรรมตามกฎหมายของท่านแล้ว ผมรับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวัง ความกตัญญูของเด็กคนนี้คือของจริงครับ" เสี่ยใหญ่พึงพอใจมากจนอยากจะตบรางวัลให้อย่างงาม ทว่านายอำเภอกลับปฏิเสธด้วยความเต็มใจ เสี่ยจึงหมายมาดในใจว่าจะคอยสนับสนุนหน้าที่การงานของนายอำเภอผู้นี้อย่างลับๆ เป็นการตอบแทน
"เอก... เอกมานี่สิลูก" นายอำเภอเรียกเด็กน้อยที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังประตู
เอกวิ่งออกมาด้วยท่าทีซุกซนตามประสาเด็ก ก่อนจะชะงักและหลบอยู่หลังนายอำเภอ สายตาเล็กๆ จ้องมองชายแปลกหน้าตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่น เพราะใบหน้าของเสี่ยใหญ่นั้นดูดุดันและน่าเกรงขาม
"เอก... มาหาพ่อสิลูก ต่อไปนี้ฉันจะเป็นพ่อของหนู พ่อมารับหนูกลับบ้านแล้วนะ" เสี่ยภูริทัตย่อตัวลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยพูดมา แม้แต่คุณนายศรีนวลยังต้องตกตะลึง เพราะเธอไม่เคยเห็นด้านที่อ่อนโยนเช่นนี้ของสามีมาก่อน
เอกมองรอยยิ้มนั้นแล้วความหวาดกลัวก็มลายหายไป ความรู้สึกอบอุ่นประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ มันเป็นความรู้สึกเดียวกับยามที่เขาอยู่ใกล้แม่... อบอุ่นจนบอกไม่ถูก เด็กน้อยเดินเข้าไปหาชายตรงหน้าอย่างว่าง่าย
"คุณ... เป็นพ่อผมเหรอครับ?" เสียงใสซื่อถามออกไป
"ใช่... นี่พ่อเอง มาหาพ่อมา" เสี่ยใหญ่กลั่นกรองคำพูดออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ ก่อนจะสวมกอดเด็กน้อยไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายลับไปจากสายตา
"พ่อ... ผมหายใจไม่ออก" เอกประท้วงเบาๆ เพราะอ้อมกอดนั้นรัดแน่นจนเกินไป แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
"พ่อขอโทษลูก พ่อแค่ดีใจมากไปหน่อย" เสี่ยใหญ่รีบคายอ้อมกอดพลางลูบหัวเด็กน้อยด้วยความรัก ภาพความผูกพันของทั้งคู่ทำเอาคนรอบข้างถึงกับน้ำตาซึม
เสี่ยใหญ่และคุณนายพาเอกขึ้นรถยนต์คันหรูจากไปทันที "คุณคะ... ดีใจจังเลยค่ะ ในที่สุดเราก็มีลูกด้วยกันเสียที" คุณนายศรีนวลเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ขณะมองดูเอกที่หลับปุ๋ยไปด้วยความเพลียอยู่ที่เบาะข้างๆ
"ใครบอกว่าเรา?" เสี่ยใหญ่ขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบ "ลูกของผมคนเดียวต่างหาก... ในตอนที่ผมไม่อยู่บ้าน กรุณาอยู่ห่างๆ เอกไว้ด้วย อย่าหาว่าผมไม่เตือน"
"ค่ะๆ... ลูกของคุณคนเดียวก็ได้" คุณนายตอบรับพรางทำหน้าเซ็ง
เหตุผลที่เสี่ยใหญ่สั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้คุณนายศรีนวลเข้าใกล้เอก เพราะเขารู้ดีว่าเธอมีอาการจิตเวชที่เป็นผลข้างเคียงจากยาปลุกกระสัน ที่เขาเคยใช้กำราบเธอ ไฟราคะในตัวเธอนั้นรุนแรงจนเกินจะควบคุม เขาเกรงว่าหากปล่อยไว้เพียงลำพัง เอกอาจจะถูกสัญชาตญาณมืดของเธอกลืนกินในที่สุด เพื่อปกป้องทายาท เพียงคนเดียว เขาจึงจำต้องกางปีกปกป้องเอกให้พ้นจากเงื้อมมือของภรรยาตนเอง
เพียงผ่านพ้นราตรีอันเร่าร้อนมาได้ข้ามคืน ผลลัพธ์จากการบำบัด โดยหมอนวดมือหนึ่งอย่างเจ๊รินก็เห็นผลทันตา ท่อนเนื้อที่เคยเริ่มอ่อนล้าเสื่อมสภาพ กลับมาแข็งแกร่งและผงาดง้ำยิ่งกว่าเดิม ด้วยอานุภาพจากศาสตร์ลับแห่งการใช้มือและเรียวลิ้นของหญิงรุ่นแม่ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในห้องนอนสุดหรูเวลานี้ สาวใช้คนเดิมกำลังก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติเล้าโลมอาวุธคู่กายของเขาอย่างสุดฝีมือ เธอใช้ริมฝีปากดูดดื่มอย่างเร่าร้อนและรุนแรงเพื่อพิสูจน์ความเปลี่ยนแปลง"วันนี้... ของนายท่านแข็งแรงสู้มือดีจังเลยค่ะ"เธอเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงหยาดเยิ้มปนหอบพร่า เพราะในยามที่มันแข็งตัวเต็มพิกัดเช่นนี้ ขนาดที่มหึมาของมันทำให้เธอรู้สึกถึงความอัดแน่นจนเกือบจะล้นปาก สัมผัสที่ขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะสร้างความกระสันให้ทั้งเจ้านายและลูกจ้างอย่างแสนสาหัส"พร๊วดดด... อ๊าาา..."ในที่สุด เอกก็ปลดปล่อยลาวาร้อนระอุออกมาอย่างทะลักทะลวง เขาเอนหลังพิงพนักเตียงพลางส่งเสียงร้องกระเส่าด้วยความสบายตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ความมั่นใจในความเป็นชายที่เคยสูญเสียไป บัดนี้ได้รับการเติมเต็มจนเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะกลับไปเผชิญหน้
ทันทีที่เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าไอ้โตกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ เจ๊รินก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เธอพุ่งเข้าหาเอกด้วยท่าทางหิวกระหายราวกับเสือสาวที่เฝ้ารอขย้ำเหยื่อมาทั้งวัน"ไหน... ขอเจ๊ดูหน่อยซิ"เธอไม่พูดเปล่า แต่มือเรียวรีบจัดการงัดอาวุธลับของเอกออกมาจากกางเกงทันที เมื่อท่อนเนื้ออันเขื่องปรากฏสู่สายตา ดวงตาของแม่เพื่อนรักก็สั่นระริกด้วยความหลงใหลและตัณหาที่ปิดไม่มิด "โอ้โห... แข็งแรงมากเลยนะเรา ขนาดเจ๊แค่สะกิดนิดเดียวยังตั้งลำสู้มือขนาดนี้"มือของเธอเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้งาน ชักขึ้นชักลงด้วยจังหวะที่เน้นหนักจนเอกถึงกับครางสั่นด้วยความเสียวกระสันไปทั้งร่าง "เจ๊... เบาหน่อย เดี๋ยวไอ้โตมันออกมาเห็นจะยุ่งนะ!" เอกกระซิบเตือนด้วยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดระแวง เพราะแม่เพื่อนคนนี้ช่างหื่นกระหายจนน่ากลัวเหลือเกินทว่าเจ๊รินกลับหาได้ใส่ใจคำเตือนนั้นไม่ เธอแสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นชื้นบรรเลงบทเพลงดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เสียงจ๊วบจาบดังคลอไปกับเสียงน้ำในห้องน้ำอย่างน่าหวาดเสียว เอกได้แต่ยืนตัวเกร็ง ขนลุกซูไปทั้งสรรพางค์กาย ทั้งหวาดกล
เจ๊รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นด้วยวาจา ทว่าคำตอบของเธอกลับฉายชัดผ่านดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงตัณหา เรือนร่างอวบอัดของเธอยังคงชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อที่สะท้อนแสงไฟรำไร เธอโน้มตัวเข้าหาแล้วใช้ริมฝีปากประกบดูดดื่มกับเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างโหยหาและหิวกระหาย ราวกับจะสูบวิญญาณของเขาเข้าไปในร่างสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นทำให้เอกถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเคยผ่านสมรภูมิรักกับสตรีมาทุกรูปแบบ ทั้งสาวน้อยไร้เดียงสาไปจนถึงคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่กลับไม่เคยพบเจอใครที่มีความหื่นกระหายและเร่าร้อนได้เท่ากับแม่ของเพื่อนรักคนนี้เลย"ช่วยทำให้เจ๊หายคิดถึงหน่อยซิ... จัดให้หนักกว่าเมื่อกี้อีกนะ"เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ร่างกายบดเบียดเรียกร้องการเติมเต็มอีกครั้ง เอกเองก็ไร้ซึ่งความคิดที่จะปฏิเสธ เมื่อ ท่อนเนื้อของเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเต็มกำลังภายใต้ปลายนิ้วของเธอ เขาจึงโถมกายเข้าใส่เพื่อสานต่อบทเพลงกามที่ดุเดือดกว่าเดิม ในนาทีนั้นความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างอวบอัดนี้ให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินและอารมณ์ที่พุ่งพล่านเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพายุสวาทมอดดับลง ทั้ง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกสามเดือน ความเงียบสงบในคฤหาสน์กลับมาพร้อมกับเมฆหมอกแห่งความสับสน เอก เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความนิ่งเฉยในกามารมณ์นี้เกิดจากความอิ่มตัว ตามที่เขาเข้าใจ หรือแท้จริงแล้ว พยัคฆ์ร้ายคู่กายของเขากำลังเริ่มเสื่อมสมรรถภาพกันแน่ฉวบ... ฉวบ...เสียงที่เกิดจากความพยายามของสาวใช้คนสนิทดังระงมไปทั่วห้องนอน เธอปรนนิบัติเล้าโลม น้องชายของเขาอย่างเร่าร้อน หวังจะปลุกมังกรที่หลับใหลให้กลับมาผงาดง้ำอีกครั้ง ทว่ามันกลับยังคงนิ่งสงบ ไม่ยอมแข็งขืนท้าทายเหมือนเก่า"หนู... ทำให้นายท่านไม่ถูกใจหรือคะ?" สาวใช้เงยหน้าขึ้นถามด้วยสายตาสั่นไหว กลัวว่าตนเองจะทำหน้าที่บกพร่องเอกทำได้เพียงส่งยิ้มอ่อนแรงให้เธอ มือหนาลูบหัวสาวใช้อย่างปลอบประโลม "ไม่ใช่หรอก... ช่วงนี้ผมคงเหนื่อยกับงานมากไปหน่อย รบกวนเธอช่วยใช้ปากต่ออีกนิด... จนกว่าผมจะเสร็จนะ"สาวใช้รับคำบัญชาอย่างกระตือรือร้น เธอเร่งเร้าบทเพลงกามด้วยริมฝีปากและเรียวลิ้นอย่างสุดฝีมือ เอกหลับตาพริ้ม ความรู้สึกซ่านเสียวเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ แม้ร่างกายส่วนนั้นจะไม่ได้แข็งขึงเต็มที่ แต่สัมผั
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไป เอกกลายเป็นชายหนุ่มผู้เจนจัดในกลวิธีซื้อใจผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยแรกรุ่นหรือคุณหญิงคุณนายชั้นสูง ต่างก็เคยพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินและรสสวาทของเขามานับไม่ถ้วน ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ฉาบฉวยเหล่านั้น มีเพียงคุณนายศรีนวลและข้าวหอม เท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้อยู่ร่วมชายคาและได้รับความรักจากเขาอย่างเต็มที่ ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพียงคู่ซ้อมแก้ขัดที่ผ่านเข้ามาเพื่อดับไฟกามชั่วคราวเท่านั้นมีอยู่วันหนึ่ง เอกแวะนั่งทานอาหาร ณ ร้านข้าวแกงริมทางแห่งหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้สนใจรสชาติของอาหารเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังแม่ค้าข้าวแกง ผู้มีผิวพรรณขาวสะอาดยวนตาและสรีระอวบอัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อน ท่อนเอ็นของเขาเริ่มแข็งขึงท้าทายด้วยความกระหายอยากทันทีที่เห็นกิริยาที่คล่องแคล่วของเธอ เขาเฝ้ารอจนกระทั่งลูกค้าคนสุดท้ายจากไป เพื่อที่จะหาจังหวะรุกรานเธอเพียงลำพัง"กับข้าวร้านพี่อร่อยดีนะครับ เปิดมานานหรือยัง?" เอกเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"เปิดมานานแล้วจ้ะ น้องเพิ่งเคยมาทานหรือ คราวหน้ามาอุดหนุนใหม่นะ" แม่ค้าตอบด้วยรอยยิ้มอัธยาศัยดี เพราะประทับใจในรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐ
เดิมทีเอกไม่ใช่คนที่ติดโทรศัพท์มือถือ แต่ในยามที่ชีวิตก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่าจนน่าเบื่อหน่าย เขาจึงเริ่มมองหากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อปลุกเร้าสัญชาตญาณ กระทั่งเขาได้พบกับคลิปลับที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ หญิงสาวสวมหน้ากากแฟนตาซีที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้ปริศนา ทว่าร่างกายที่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนกลับสำแดงบทรักกับตนเองอย่างร่านสวาท ทรวงอกขนาดมหึมาตามธรรมชาติและลีลาที่จัดจ้านของเธอสะกดให้เอกจ้องมองจนลมหายใจหอบถี่ เขาเฝ้าจินตนาการถึงการครอบครองเธอ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจส่งข้อความไปหาหญิงสาวใจถึงรายนั้น"สวัสดีครับ ผมดูคลิปของคุณแล้วประทับใจมาก... สนใจจะมาพบกันไหม? ผมสัญญาว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ"หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น "ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ขายค่ะ หนูแค่ท้องแล้วอารมณ์เปลี่ยว แต่แฟนไม่ค่อยทำการบ้านเลยโพสต์เล่นๆ แก้เหงา หนูไม่อยากนอกใจแฟนค่ะ"แม้จะโดนปฏิเสธ แต่เอกรู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีจุดอ่อน เขาจึงส่งรูปถ่ายตนเองคู่กับรถหรูที่มีฟ่อนเงินหนาเตอะวางอยู่อย่างจงใจ "น่าเสียดายจังครับ ผมนึกว่าเราจะได้ทำความรู้จักกันเสียอีก"เพียงไม่กี่นาทีต่อมา กำแพงศีลธรรมที่หญิงสาวพยายามรักษาก็พั





![รักซ้อนราคะ [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

