เข้าสู่ระบบSet. นิยายสามสาวคลั่งรัก มีทั้งหมด 4 เรื่อง คือ 1. เปลือยรัก 2. เจ้าสาวมาเฟีย 3. ขย่มรัก ขย่มสวาท 4. เสน่หาจ้าวหัวใจชีค ทุกเรื่องนิยายรักโรแมนติก 2P + ความแซ่บพริกยกสวน 100 x 100 เม็ด ยัวรักแซ่บน้ำหมากกระจาย รับประกันความแซ่บซี๊ดถึงใจถึงอารมณ์ ไม่แซ่บตรงไหนเอาปากกาไปวง รักนะคะ 69
ดูเพิ่มเติมหนุ่มสาวต่อแถวหน้าไนต์คลับกำลังทยอยเข้ามาในยามเย็น แสงสีเสียงในไนต์คลับในยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศครึกครื้นอย่างยิ่ง ที่นี่ไม่ได้เป็นไนต์คลับอย่างเดียว เพราะด้านหลังตึกเป็นโรงแรมหรูอีกด้วยเพื่อสร้างเสร็จเมื่อสามปีก่อน โดยอเล็กซานเดอร์ มานอฟ เป็นผู้ริเริ่มในการสร้างเมื่อสิบปีก่อน อีกทั้งยังมีกาสิโนแบบครบวงจรอีกด้วย
“มาเที่ยวไม่ใช่ให้มึงมานั่งอ่านหนังสือ” จอร์จเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเขาเห็นเอ็ดเวิร์ดนั่งอ่านเรื่อง การกำเนิด และปฏิสนธิในมนุษย์ “เรื่องของกูเถอะ” เอ็ดเวิร์ดเอ่ยบอก แล้วยกแก้วทรงยาวที่ใส่น้ำส้มขึ้นมาดื่ม “กูไม่กวนมึงแล้วก็ได้” จอร์จเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แล้วหันมานัวเนียกับผู้หญิงชุดเดรสเกาะอกแนบเนื้อสีดำแทบจะฉีกขาดได้อย่างง่ายดาย ส่วนอดัมนั่งนัวเนียกับผู้หญิงสองคนในชุดซีทรูและชุดเดรสสีแดงอย่างเมามัน อีกฟากหนึ่งของไนต์คลับ หญิงสาวสี่คนนั่งมองชายหนุ่มที่นั่งอ่านหนังสือ ท่ามกลางสิ่งล่อตาล่อใจและปลุกอารมณ์ให้มีเซ็กส์โดยง่าย แต่ชายหนุ่มผู้นั้นกลับเลือกหนังสือโดยไม่คิดสนใจสิ่งปลุกเร้าที่เพื่อนเขานำมาประเคนให้ ทำให้หญิงสาวผู้หญิงในบรรดาหญิงทั้งสี่มองเขาด้วยความปลาบปลื้มใจ และเธอก็ปลื้มเขามานานแล้วเหมือนกัน “ไปเลยเบลล่า” หญิงสาวผู้หนึ่งนามว่าแคนรี่เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “จะดีหรือ” เบลล่าเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยท่าทีที่ไม่มั่นใจอย่างยิ่ง “ดีสิ แกชอบเอ็ดเวิร์ดมานานแล้วไม่ใช่หรือ เขาไม่กัดแกหรอก ถ้าเขากัดเธอ ฉันจะถีบยอดหน้าให้” แคนรี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง และเผยรอยยิ้มไม่ช้า แคนรี่เธอเป็นพี่น้องฝาแฝดกับเอ็ดเวิร์ด ที่คลานตามออกมาไม่กี่วินาที แต่ทั้งสองอุปนิสัยต่างกันราวกับฟ้าและเหว แคนรี่เธอเป็นคนรักสนุกชอบเที่ยว แต่เอ็ดเวิร์ดเป็นพวกที่ชอบอยู่กับตำรามากกว่าเที่ยวสังสรรค์ “นี่พวกเราเป็นกำลังใจให้ สู้ๆ” เจนเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แคเธอรีนเพื่อสาวของเธออีกคนมองไปยังเอ็ดเวิร์ดที่กำลังลุกขึ้น และก้าวเดินไปทางห้องน้ำ “ไปสิ เอ็ดเวิร์ดกำลังจะเข้าห้องน้ำแล้ว” แคเธอรีนเอ่ยบอก “เอาวะ สู้ๆ” เบลล่าเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียฮึดสู้ และหายใจเข้าปอดราวกับว่าเธอกำลังจะไปออกรบ “ไปเลยแม่เสือสาว” แคนรี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ............................ ตอนแรกมาแล้วนะจ๊ะ อย่าลืมกดหัวใจ คอมเม้นท์และโยนหนังสือเข้าชั้นด้วยนะคะเข้าสู่พิธีแลกแหวนแต่งงาน หลังจากที่ให้คำมั่นสัญญากันแล้วก็เข้าสู่พิธีการแลกแหวนแต่งงาน ซึ่งทั้งคู่จะสวมแหวนแต่งงานให้แก่กัน โดยเขาสวมแหวนเพชรหนึ่งกะรัตน้ำงามตัวเรือนเงินสวมลงบนนิ้วนางของมือซ้ายของเธอทันที และเธอเองก็สวมแหวนเงินไม่มีลายลงบนนิ้วนางด้านซ้ายของเขาเช่นกัน มายังพิธีลงนามทะเบียนสมรสคนละหนึ่งใบ โดยโบสถ์เป็นผู้ออกให้พวกเขาทั้งสอง มาจนถึงพิธีจุดเทียนครอบครัว ถือเป็นพิธีการสุดท้าย โดยเริ่มจากเจนจุดเทียนด้านซ้ายและจอร์จจุดเทียนด้านขวา ทั้งคู่ต้องมาจุดเทียนตรงกลางพร้อมกัน เพื่อแสดงถึงการรวมเป็นครอบครัวเดียวกัน หลังจากนั้นบาทหลวงจะอธิษฐานขอพรสำหรับครอบครัวใหม่ และประกาศการแต่งงานระหว่างคู่บ่าวสาวอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการสิ้นสุดพิธีแต่งงานโดยสมบูรณ์ เธอนั่งอยู่ในรถแวนหรูบนเบาะหลัง โดยมีเจสันขับรถและโธมัสนั่งอยู่ข้างคนขับ อีกทั้งยังมีรถบอดี้การ์ดประกบหน้าหลัง เมื่อรถขับมาได้ระยะเวลาหนึ่ง เธอกลับว่า รถคันนี้กำลังไปท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ “เราไปไหนกันคะ สามี” แคนรี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย “เราจะไปฮาวายกัน” เจคอปเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ว้าว” เธอร้องอุทานด้วยความดีใจ “ผมรู้ว่า
“โอ๊ย!!!” เสียงนั้นดังออกมา แต่ไม่รู้ว่ามาจากทิศทางไหน “ไปดูสิ” เขาเอ่ยบอกบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงดุดัน “ครับท่าน” โธมัสและบอดี้การ์ดสามคนน้อมรับคำสั่ง “เป็นอะไรหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง แล้วพยุงเธอลุกขึ้นยืน “ฉันไม่เป็นอะไร แล้วคุณละ” เธอเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ผมไม่เป็นอะไรที่รัก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้เขาและเธอหันไปสนใจเจ้าของเสียง “ปล่อยกู ปล่อย” ชายโฉดร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงดุดัน ขณะที่โธมัสกับบอดี้การ์ดลากตัวชายโฉดผู้นี้มา เมื่อเจคอปเห็นหน้าชายผู้นี้ชัดๆ ทำให้เขาถึงกับหน้าชา ราวกับโดนน้ำกรดราดรดลงในหัวใจ “มาร์ค!!! นายมาทำอะไรที่นี่” เจคอปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแตกตื่น “ฉันก็จะมาฆ่านังเพศยา ที่มาทำลายหัวใจฉัน” มาร์คเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเกียจชัง ทอดสายตามองไปยังแคนรี่ที่ยืนมองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ และตกใจในเวลาเดียวกัน โดยมีบอดี้การ์ดของเจคอปล็อกแขนไว้อยู่ “อะไรของนาย” เจคอปเอ่ยถามด้วยความสับสน “นายไม่รู้เหรอตลอดเวลาสิบกว่าปี ฉันรักนายและไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับนายด้วย” มาร์คเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้แคนรี่มองเ
“ผมชอบรสของคุณจัง” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า เขาลุกขึ้นยืน จูงมือเธอไปที่เตียง เขานั่งลงเอาหมอนมาหนุนหลัง เธอหันหน้าออกไปทางโต๊ะกระจกจับความเป็นชายสอดใส่เข้าไปทันที “อืม...” เธอตอกลงบนความเป็นชายอย่างเร่าร้อนและหนักหน่วง มือหนาขยำอกอวบอิ่มที่ล้นฝ่ามือ อีกทั้งริมฝีปากหนาโลมเลียที่กกหูด้วยเช่นกัน “โอ...โอ...โอ้...” เขาขยำอกอวบอิ่มแรงๆ แล้วไซ้ซอกคอระหงของเธอ เธอเอียงคอไปด้านหลัง “โอ...โอ...โอ้...” เขาปลดปล่อยสายธารเข้าไปในกายของเธอจนเอ่อลิ้น “เหนื่อยยังที่รัก” เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เหนื่อยแล้ว” “ไปนอนกัน” เจคอปยกถาดอาหารเช้ามาวางบนเตียงด้านข้างเธอ แล้วเดินมานั่งข้างๆ เธอ ขณะที่เธอยังนอนหลับใหล เพราะว่าเธอพึ่งจะได้นอนก็เกือบรุ่งสาง เขาเผยรอยยิ้มมองใบหน้าสวย และใช้มือหนาปัดผมที่ปกปิดลงมาบนใบหน้า “ตื่นได้แล้วที่รัก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “อืม...” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับคนละเมอ “ขี้เซาจริงๆ” ขาเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วใช้ซ้อมจิ้มฮอทด็อก แล้วเขี่ยฮอทด็อกที่ริมฝีปากบาง “อืม...” เธอครางด้วยเสียงที่แผ่วเบา แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ยกตัวขึ้นช้าๆ เอาแขนย
“วิปปิ้งครีมอร่อยมาก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ” “งั้นคืนนี้ขอห้ายกติดเลยนะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาและเผยรอยยิ้มเช่นกัน “ฉันให้เพิ่มอีกสองยก” เธอเอ่ยบอกด้วยยิ้ม “ขออีกรอบนะ” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ เธอจึงลุกขึ้นมายืนข้างเก้าอี้ยาว เขาลุกขึ้นนั่งตามเช่นกัน “ไม่เอาแล้วค่ะ คืนนี้นะ ฉันหิวแล้ว” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วโยนจีสตริงสีดำใส่หน้าเขา เขาเอามาสูดดมอย่างคนเสพติดยา “หอมได้ใจมาก” เขาเอ่ยบอก และสูดดมแล้วเผยรอยยิ้มให้เธอ เธอเผยรอยยิ้ม แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องนอนทันที “โอ...โอ...โอ้...” เธอลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อเธอได้ยินเสียงครางกระเส่าแผ่วเบาดังออกมาจากห้องน้ำ เธอนอนฟังเสียงนั้นได้สักพักหนึ่ง เธอจึงรู้ว่าเป็นเสียงของเจคอปว่าที่สามีของเธอ และเสียงนั้นกำลังดังขึ้นเรื่อยๆ ‘หรือว่าเขาจะช่วยตัวเองอยู่’ เธอลุกขึ้นนั่งและก้าวลงจากเตียงในความมืดสลัว แสงนั้นมาจากโคมไฟหน้ากระจก เธอพาร่างเปลือยเปล่าก้าวเดินมายังห้องน้ำ เห็นตัวการให้เธอตื่น เขากำลังใช้มือหนารูดความเป็นชายขึ้นลงอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในอ่างจากุชชี่ เธอกลับรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว ภายใ