LOGIN“รักลูกฉันไม่ว่าแต่อย่าเข้าข้างจนหูตามืดบอด แดนมันนิสัยเป็นอย่างไรเธอก็น่าจะรู้ดีที่สุด” คุณแดเนียลต่อว่าก่อนสะบัดหน้าเดินขึ้นห้องด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“เฮ้อ” ผู้เป็นภรรยาได้แต่ถอนหายใจ ธนาธรกุมมือแม่เลี้ยงแล้วพูดให้กำลังใจ
“คุณแม่ไม่ต้องคิดมากนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณพ่อก็หายโกรธ”
“ขอบใจธามมากนะลูก”
คุณกรองแก้วส่งยิ้มบางเบา ธนาธรมักเป็นเช่นนี้เสมอ เขาเคารพคุณกรองแก้วเสมือนแม่บังเกิดเกล้า ไม่เคยแสดงกิริยาก้าวร้าวเลยสักครั้ง มีแต่นอบน้อมถ่อมตนและคอยดูแลถามไถ่ เขาดีมาก ดีจนบางครั้งคุณ
กรองแก้วก็ต้องมานั่งทบทวนตัวเองว่ามีดีพอให้เด็กเคารพหรือเปล่า ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมาตนเอาแต่ดูแลแดนนี่ส่วนใหญ่ เพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไปมากกว่านี้ รายนั้นฝังใจว่าพ่อไม่รักตั้งแต่เล็กจนโต
ในฐานะแม่… คุณกรองแก้วจึงพยายามเยียวยาจิตใจของลูกให้ได้มากที่สุด
.......................................
แดนนี่พาพรรณนิการ์มายังคอนโดฯ ส่วนตัวของเขา ที่แห่งนี้เขาไม่เคยเปิดต้อนรับใครมาก่อน ไม่เคยมีสตรีใดค้างอ้างแรม ถ้าต้องการปลดปล่อยเขามักจะพาพวกหล่อนไปยังโรงแรมที่เขาถือหุ้นส่วน เพราะถือว่าต่างคนต่างทำพันธะสัญญาต่อกันแล้วว่าแค่สนุกตามอารมณ์ ไม่คิดจริงจังหรือผูกมัดให้วุ่นวาย แต่กับผู้หญิงคนนี้เขาพร้อมเสมอ พร้อมให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตโดยไม่มีข้อแม้ ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะยินยอมหรือไม่
“เวลาหลับก็น่ารักเหมือนกันแฮะ ไม่ดื้อไม่ซน ไม่เถียงอีกต่างหาก”
หากเป็นเวลาปกติมีหรือที่หล่อนจะเงียบ ชอบทำราวกับไม่อยากอยู่ใกล้เขา แถมยังพูดจาไม่เข้าหูอยู่บ่อยครั้ง ฟังทีไรอยากกระชากปากอวบอิ่มช่างยั่วมาบดจูบเสียให้เข็ด แดนนี่เหนื่อยล้ามาทั้งวันจึงถอดเสื้อผ้าอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ร่างสูงใหญ่หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กพาดบ่าหายเข้าไปในห้องน้ำเกือบชั่วโมง เปิดประตูออกมาอีกทีก็พบว่าร่างบางขยับตัวตื่นเสียแล้ว
“ที่นี่ที่ไหน?” พรรณนิการ์ยังคงมึนหัวอยู่มากเนื่องจากตกใจที่เขาขับรถเร็วจนสลบไป หญิงสาวปรับม่านตาให้เข้าที่ก็พบว่าแดนนี่อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนแล้วพันผ้าขนหนูปกปิดท่อนล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง คิดไปไกลถึงขั้นนั้น
“คุณ!” หล่อนรีบก้มหน้าสำรวจร่างกายของตัวเองทันที ถอนหายใจโล่งอกที่เสื้อผ้าทุกชิ้นยังอยู่ครบ
“คอนโดฯ ฉันเอง” คนตัวโตตอบนิ่งๆ ขณะเช็ดเส้นผมเปียกลู่ก่อนเหวี่ยงผ้าขนหนูผืนเล็กไปที่โซฟา เดินออกจากห้องนอนนำน้ำดื่มเย็นๆ มาให้ร่างบางที่เพิ่งได้สติด้วยความหวังดี
“เธอสลบไปนานอยู่ ดื่มน้ำก่อนจะได้สดชื่น”
พรรณนิการ์มองแก้วน้ำที่เขาถือนิ่ง เธอไม่ยอมยื่นมือออกมารับแต่ตัดสินใจปัดแก้วน้ำกระเด็นใส่ร่างสูง
“ทำบ้าอะไรหะ!” เสียงเข้มตวาดกร้าว น้ำกระจายหกเลอะเต็มที่นอน สายตาแดนนี่ดุดันน่ากลัว “เธอเป็นบ้าอะไร ฉันอุตส่าห์หวังดี!”
“เก็บความหวังดีของคุณเอาไว้เถอะ ฉันไม่ต้องการ!”
จบคำก็เตรียมวาดเท้าลงจากเตียง จุดหมายคือประตูห้องเพราะไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสอง หารู้ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับเปลวไฟร้อนๆ ที่เหวี่ยงเข้าสู่กองเพลิง แดนนี่ตามไปกระชากแขนเรียวจนร่างบางปลิวปะทะอกแกร่งเปลือยเปล่า
“จะไปไหน”
“ฉันจะกลับบ้าน ปล่อยนะ!”
สองมือพยายามจิกเล็บข่วนแรงๆ หวังให้เขาปล่อย แต่คนเดือดดาลที่กำลังน้อยใจว่าเธอไม่เคยเห็นคุณค่ากลับทำในสิ่งตรงกันข้าม เขากอดรัดร่างแน่งน้อยแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศถ่ายเท
“คุณแดนปล่อยนะ อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉัน!”
“ทำไมหะ? ทำไมฉันจะแตะต้องเธอไม่ได้ หรือว่าสงวนเรือนร่างไว้ให้ไอ้ธามคนเดียวเท่านั้น!” วาจาของหล่อนไม่ต่างอะไรกับมีดปลายแหลมคมที่กรีดดวงใจของเขาจนบาดลึก
“ฉันจะเก็บไว้ให้ใครมันก็เรื่องของฉัน ปล่อย!” พรรณนิการ์ไม่ยอมแพ้พยายามดิ้นรนสุดชีวิต “บอกให้ปล่อยไง!”
“ถ้าเป็นไอ้ธามเธอจะดิ้นแบบนี้ไหม”
พรรณนิการ์มองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้แดงก่ำคล้ายสีเลือด เขาเหมือนคนบ้าที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ฉุดกระชากเธอออกมาแล้วกลั่นแกล้งให้ตกใจจนเกือบตาย ผู้ชายดีๆ ที่ไหนเขาทำร้ายผู้หญิงแบบนี้
“เงียบทำไมล่ะ หรือกำลังคิดว่าถ้าเป็นไอ้ธามที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ เธอจะปรนนิบัติมันท่าไหนดี”
“คนปากชั่ว!”
เผียะ!
ความโกรธทำให้พรรณนิการ์รวบรวมพละกำลังดันตัวเขาออกห่างจนสำเร็จ หญิงสาวไม่รอช้าขอลงทัณฑ์คนปากมอมด้วยฝ่ามือเพชฌฆาต เสี้ยวหน้าคมคายสะบัดหันสุดแรง มุมปากหยักแตกรอยเลือดไหลซึมช้าๆ แดนนี่เลื่อนสายตาน่ากลัวมองผู้หญิงอวดดีที่กล้าทำร้ายร่างกายเขา ชายหนุ่มย่างสุมเข้าหาในท่าทีคุกคาม พรรณนิการ์ลนลานเตรียมวิ่งหนีแต่ก็ช้าไปกว่าปีศาจร้ายจอมคลั่ง เขาดันร่างของเธอกระแทกกับบานประตูแล้วบดจูบรุนแรง
“อื้อ!”
กลีบปากนุ่มแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกับคนเกรี้ยวกราด เขาดูดดึงอย่างเอาเป็นเอาตาย ขยี้เรียวปากอวบอิ่มจนบอบช้ำ สูดลมหายใจฟึดฟัดของเธออย่างหื่นกระหาย พรรณนิการ์ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เนื่องจากข้อมือทั้งสองข้างถูกเขาตรึงไว้เหนือศีรษะ เธอพยายามเบือนหน้าหนีแต่เขาก็ลากริมฝีปากหยักร้อนตามตะโบมจูบทุกที่ พลาดเป้าโดนแก้มบ้างจมูกบ้างคละเคล้ากันไป
เมีย งั้นหรือ? “ฉันยังโสด” น้ำเสียงหยิ่งทะนงเอ่ย “พี่ธามไม่คิดตามหาคุณม่านมัสลินหรือคะ” “ทำไมพี่ต้องตามหาผู้หญิงคนนั้นด้วย เขาไม่ได้เป็นอะไรกับพี่สักหน่อย” ก็แค่นางบำเรอที่คิดว่าตัวแน่จึงตีปีกบินหนีออกจากกรงทองที่เขาขังไว้ อยากไปก็ไปสิ จะไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหนก็เชิญตามสบาย “ปากแข็ง!” แดนนี่หัวเราะเยาะ ผู้ชายด้วยกันมองออกว่าเจ้าพี่ชายหน้านิ่งทุกข์ทรมานเพียงใด สีหน้าแววตามันปกปิดกันไม่ได้หรอก “ระดับทายาทเวลส์จ้างนักสืบเก่งๆ ดีๆ สักคนออกตามหา ไม่เกินสามเดือนเจอแน่นอน” แดนนี่ชี้แนะ ธนาธรรับฟังนิ่งๆ “เห้ย! จะนิ่งแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนวะ เมียหายทั้งคนไม่เป็นห่วงเลยหรือไง แกนี่มันชอบทำให้ผู้หญิงคนนั้นเสียใจจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่อยู่อเมริกาแล้วนะ” “นายรู้…” ธนาธรหรี่ตามองคนที่พลั้งปากพูดในสิ่งที่เขาคิดว่ามันเป็นความลับขั้นสุดยอด “รู้โดยบังเอิญ” เขาโกหก… ความจริงเขาจ้างคนคอยติดตามความเคลื่อนไหวของธนาธรระหว่างอยู่ดูงานสำคัญให้บิดาที่อเมริกาเมื่อสองปีก่อน เขาหวังจับผิดหาข้อเสียของพี่ชายม
ตั้งแต่เกิดเรื่องสองพี่น้องยังไม่เคยมีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันอย่างเป็นกิจลักษณะ วันนี้ฤกษ์งามยามดี ธนาธรมาหาแดนนี่ที่บ้านเพื่อเคลียร์ใจถึงปัญหาความขัดแย้งต่างๆ อย่างลูกผู้ชาย “ดีใจด้วยนะเรื่องโครงการใหญ่ที่ทำสำเร็จครบถ้วนกระบวนการ” พี่ชายกล่าวแสดงความยินดี “ขอบใจ แต่ที่สำเร็จได้ก็เป็นเพราะหวาน ถ้าไม่มีเธอฉันก็ไม่คิดทำงานนี้ตั้งแต่แรก” แดนนี่ปรายตามองคู่สนทนา ธนาธรรู้ดีกว่าใคร เป็นเขาที่ผลักให้คนสองคนได้อยู่ใกล้ชิดกัน “แต่น่าเสียดายที่คุณปีเตอร์ขอถอนตัวจากการเป็นลูกค้ารายใหญ่” “ช่างหัวมันเถอะ! ฉันไม่ฆ่าไอ้ลูกชายสารเลวของมันก็นับว่าบุญล้นหัวแล้ว” แดนนี่นึกถึงบุตรชายของปีเตอร์แล้วหงุดหงิด ธนาธรหัวเราะร่วน “นายทำถูกแล้วล่ะ ถ้าเป็นพี่… มันอาจตายคาตีนได้” ธนาธรคิดว่าถ้าหากเป็นตน เผลอๆ คงบันดาลโทสะมากกว่าน้องชายเป็นแน่ “คุณพ่อบ่นคิดถึงนายนะ พอท่านรู้ว่ากำลังจะได้หลานก็ดูเห่อยกใหญ่ เตรียมจะหาซื้อข้าวของรอต้อนรับตั้งแต่เนิ่นๆ โชคดีที่คุณแม่เบรกเอาไว้ ท่านบอกว่าโบราณห้ามซื้อของใช้ของเด็กอ่อนก่อนกำหนดคลอด มันเป็นลางไม
พรรณนิการ์มึนงงไปกับสัมผัสที่เขามอบให้ ร่างกายถูกปรนเปรอทั้งบนและล่าง ลิ้นร้อนกับนิ้วแกร่งประสานงานอย่างดีเยี่ยมราวกับสื่อสารกันได้ก็ไม่เชิง กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอไผลสามีตัวร้ายก็ลอกคราบเหลือเพียงเรือนร่างขาวสล้างท้าแสงจันทร์ยามค่ำคืน แดนนี่จัดการถอดเสื้อผ้าน่ารำคาญออกจากเรือนกายบึกบึน สองมือกอบกุมทรวงอกทั้งสองข้างบีบขยำไปมา เนื้อขาวนุ่มล้นทะลักยิ่งเพิ่มแรงสวาทให้สามีเกิดความต้องการหนักขึ้น เรียวปากหยักครอบครองยอดเสน่หาดูดกลืนจนเกิดเสียงก้องกังวาน ปลายลิ้นสากไล้เลียเป็นวงกลมรอบเต้าอวบก่อนหยุดรัวละเลงที่ปลายยอดตูมไต พรรณนิการ์แอ่นอกสู้ปากและลิ้นของสามีเต็มที่ แรงเสียดเสียวเล่นงานทุกส่วนประสาทสัมผัส เขาทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่อาจควบคุมแม้กระทั่งจังหวะการหายใจ พรรณนิการ์ยอมแพ้ให้กับความเก่งกาจของสามีทุกกรณี หญิงสาวปรือตามองคนตัวโตที่ยังคงเล่นลิ้นใส่ทรวงอกขาวผ่องไม่เลิกรา แดนนี่บีบเม็ดทับทิมทั้งสองข้างบดขยี้ไปมาขณะใช้หน้าขาแข็งแกร่งแยกเรียวขางามออกกว้างแล้วเบียดเสียดความแข็งขึงแนบชิดบุปผาอิ่มน้ำ พรรณนิการ์ถึงกับครางระงมเมื่อสามีตัวร้ายจงใจถูไถแก่นกายเข้าหาความชุ่
หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันแดนนี่กับคุณแดเนียลก็หันมาพูดคุยกันอย่างสนิทใจมากขึ้น แต่ลึกๆ แล้วแดนนี่ยังเจ็บปวดกับความจริงที่รู้ว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่าน หลังกลับจากคฤหาสน์เวลส์ สามีก็เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา ใบหน้าคมคายดูไม่มีความสุขเหมือนคนมีเรื่องที่ยังติดค้างอยู่ในใจ พรรณนิการ์เห็นเช่นนั้นก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย ร่างบางออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าแดนนี่นั่งดูดาวบนท้องฟ้าอยู่ตรงระเบียงห้อง พรรณนิการ์เลื่อนประตูกระจกให้เบามือที่สุด เธอค่อยๆ นั่งลงแล้วสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ” แดนนี่ดึงร่างภรรยาให้นั่งข้างๆ ตน “ค่ะ” เจ้าหล่อนตอบยิ้มๆ ขณะมองนัยน์ตาคมคู่นั้น “อย่าคิดมากนะคะ” พรรณนิการ์ส่งยิ้มหวานให้สามี แดนนี่ทิ้งตัวนอนหนุนตักภรรยาน้ำตาคลอ “ฉันรู้สึกละอายใจจังเลยหวาน” น้ำเสียงเศร้าๆ ฟังดูน่าสงสาร เขาจับมือนุ่มกำบีบแน่น ต้องการใครสักคนช่วยแบ่งเบาความทุกข์ในใจ “ฉันไม่ใช่ลูกของพ่อ ฉัน…” แดนนี่น้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่ แม้เขาพยายามบอกตัวเองว่าให้เข้มแข็งแต่สุดท้ายก็อ่อนแออยู่ดี “คุณแดนเป็
“พ่อขอโทษนะลูก พ่อขอโทษ” คุณแดเนียลร้องไห้ไม่อายสายตาใคร ปลดปล่อยความทุกข์ที่เกาะกินมานานกว่าสิบปี ถ้าไม่เกิดเรื่องเลวร้ายกับแดนนี่เขาก็คงทำตัวแย่ๆ กับลูกไม่เปลี่ยน ต้องขอบคุณอุบัติเหตุครั้งนี้ที่ทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วเขารักและเป็นห่วงบุตรชายคนนี้มากเหลือเกิน “แค่ผมรู้ว่าพ่อรักผม ผมก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้วครับ ผมพอแล้ว พอแล้วจริงๆ” เพียงเท่านี้หัวใจของเขาก็ได้รับการรักษาที่ดีที่สุดแล้ว “โธ่ลูก… ฮือ” คุณกรองแก้วร้องไห้สงสารและเวทนาลูกสุดหัวใจ คุณแดเนียลจับมือของบุตชายบีบเบาๆ “รีบๆ หายนะลูก พ่อเป็นห่วง” รอยยิ้มของพ่อคือยาวิเศษที่หาไม่ได้จากโลกใบนี้ แดนนี่พยักหน้าแล้วส่งยิ้มตอบ “ครับพ่อ” ...................................... หลังจากปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วคุณแดเนียลก็พาภรรยาที่เริ่มมีสภาพจิตใจดีขึ้นกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ห้องพักฟื้นกว้างใหญ่จึงตกเป็นของเขาและเธอตามลำพัง แดนนี่มองร่างบางด้วยแววตาอ่อนโยนระคนรู้สึกผิด “ขอโทษนะที่วันนั้นพูดจาไม่ดี”
แดนนี่ติดอยู่ในวังวนของความคิดที่ว่าพ่อไม่รักแล้วทำตัวเป็นคนร้ายกาจเอาแต่ใจเพื่อสร้างกำแพงปกป้องตัวเองจากความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอมองข้ามความรู้สึกอันแท้จริงของเขา กล่าวหาว่าเขาเป็นคนเถื่อนไร้หัวใจทั้งๆ ที่เขาพร่ำบอกและแสดงให้เธอเห็นว่าเขารักเธอ แรงหึงหวงที่เขามีต่อเธอล้วนแล้วแต่เกิดจากความรักทั้งสิ้น “รีบฟื้นนะคะ ฉันจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ฉันจะอยู่กันคุณตลอดไป” ..................................... เช้าวันรุ่งขึ้น… คุณแดเนียลพาภรรยามาเยี่ยมลูกชายแต่เช้าตรู่ พรรณนิการ์ยังคงเฝ้าแดนนี่ไม่ลุกไปไหนตลอดทั้งคืน หญิงสาวยกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสองแล้วถอยห่างจากเตียงเพื่อเปิดพื้นที่ให้คุณกรองแก้วได้ทอดมองบุตรชายอันเป็นที่รักใกล้ๆ “แดน แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษ” คุณกรองแก้วลูบใบหน้าซีดเผือดอย่างแสนรัก เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนทั้งคืนเฝ้าพะวงห่วงแต่ลูกแม้จะทราบดีว่ามีลูกสะใภ้คอยดูแลแต่คนเป็นแม่ก็อดอาทรไม่ได้ “หมอบอกหรือเปล่าว่าแดนจะฟื้นเมื่อไร” “คุณหมอบอกว่าถ้าหมดฤทธิ์ยาสลบคุณแดนก็จะฟื้นทันทีค่ะ” พรรณ







