مشاركة

บทที่ 2

last update تاريخ النشر: 2024-12-20 19:46:23

ชายนั่งรอผลการประเมินอยู่ในห้องเดิม พวกหุ่นยนต์เก็บครัวชั่วคราวไปจนหมดแล้ว ตอนนี้เขาจึงได้แต่นั่งเล่นเป่ายิ้งฉุบกับตัวเองแก้เบื่อ แต่แล้วอยู่ๆ พวกหุ่นยนต์ก็หอบครัวชั่วคราวกลับมาตั้งใหม่อีกครั้ง

‘เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย?’ เด็กหนุ่มได้แต่กะพริบตาปริบๆ กับความเปลี่ยนแปลงตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ต้องสงสัยอยู่นานนักเพราะไม่กี่อึดใจต่อมาคนในเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาภายในห้อง

“สวัสดีคุณชายพวกเราคือคณะกรรมการประเมินผลของคุณ” กรรมการจากเผ่าหมาป่าผู้มีใบหูสีรูปสามเหลี่ยมสีเทาอยู่บนศีรษะกล่าวทักทายเป็นภาษากลางของสมาพันธรัฐอันโดรเมดา แน่นอนว่าชายย่อมฟังไม่ออกแต่เจ้าหุ่นยนต์ผู้ช่วยที่ลอยอยู่ข้างตัวก็แปลเป็นภาษาอังกฤษให้โดยไม่ต้องร้องขอ

“สวัสดีครับ” เด็กหนุ่มกล่าวทักทายตอบด้วยภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาเดียวที่เขาสามารถใช้สื่อสารกับผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ได้ หลังจากเว้นระยะให้หุ่นยนต์ช่วยแปลภาษาแล้วเขาก็ถามต่อไปว่า “การประเมินของผมมีปัญหาหรือครับ? ทำไมถึงต้องตั้งครัวอีกครั้งด้วย?”

“ไม่เชิงมีปัญหาหรอก เรื่องของเรื่องก็คือข้าวที่คุณหุงนั้นดีมาก เราจึงอยากให้คุณหุงข้าวอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ขอให้อธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียดด้วย” ตัวแทนคณะกรรมการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา

ชายต้องรอให้หุ่นยนต์ช่วยแปลภาษาอยู่ครู่หนึ่งจึงจะสามารถโต้ตอบกับอีกฝ่ายได้ อันที่จริงแล้วภาษากลางในยุคนี้ก็ไม่ถึงกับฟังไม่ออก มันคล้ายกับภาษาอังกฤษปนกับภาษาจีนและภาษาอื่นๆ อีกอย่างละนิดละหน่อย แต่เพราะความหลากหลายทางวัฒนธรรมและกาลเวลาอันยาวนานทำให้สำเนียงและคำศัพท์แตกต่างไปจนยากจะทำความเข้าใจได้ในระยะเวลาสั้นๆ

“อ้อ! ได้สิครับ” เขาตอบตกลงเมื่อหุ่นยนต์แปลความให้ฟัง ชายเห็นว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีจึงรีบคว้าเอาไว้ จากนั้นเขาก็ลงมือทันที อย่างไรก็ตามข้าวที่ถูกนำมาในคราวนี้ไม่ได้มีเพียงชนิดเดียวเหมือนที่ผ่านมา

“เป็นอะไรไปหรือ?” กรรมการสังเกตเห็นสีหน้าลำบากใจของเด็กหนุ่มจึงถามขึ้นมา ในใจของพวกเขาเริ่มเป็นกังวล น่ากลัวเหลือเกินว่าการที่ข้าวออกมาดีในครั้งก่อนนั้นอาจจะเป็นเพราะโชคช่วย

“ข้าวบางชนิดที่พวกคุณเตรียมมาผมไม่รู้จัก หรือต่อให้รู้จักก็กะปริมาณน้ำไม่ถูก” ชายบอกไปตามตรงก่อนถามว่า “จะเป็นอะไรไหมครับถ้าผมหุงข้าวแค่ไม่กี่ชนิดที่มั่นใจว่าจะทำออกมาได้ดี”

พอมนุษย์โบราณถามมาแบบนี้พวกกรรมการก็หันไปปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้ข้อสรุปออกมาว่า “คุณชายเริ่มจากข้าวที่ถนัดก่อน ส่วนข้าวที่เหลือลองทำดูก็ไม่เสียหาย เราอยากรวบรวมองค์ความรู้จากยุคก่อนให้ได้มากที่สุด”

เมื่อได้รับคำสั่งมาแบบนั้นชายก็ไม่คิดมากอีก เขาเริ่มจากข้าวที่ดูคล้ายข้าวญี่ปุ่นในความทรงจำ ชายไม่ได้สังเกตเลยว่าตอนที่เขาตวงข้าวชนิดนี้ขึ้นมากรรมการทั้งสี่คนจะกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น

ข้าวเม็ดกลมมนนั้นเป็นข้าวที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมสักเท่าไรเพราะเมื่อหุงแล้วมักจะแข็งอีกทั้งยังมียางมากทำให้ได้สัมผัสที่ไม่อร่อย หากนำไปทำข้าวต้มก็พอได้อยู่แต่ข้าวขาวธรรมดาก็นำไปทำข้าวต้มได้เช่นกัน ดังนั้นข้าวเม็ดกลมชนิดนี้จึงแทบจะไม่มีการปลูกกันแล้ว หน่วยรบที่สิบเอ็ดมีข้าวชนิดนี้อยู่ก็เพราะมันเป็นของเหลือค้างจากเสบียงเมื่อประมาณห้าร้อยปีก่อน ทุกครั้งที่ช่วยเหลือชนเผ่าโบราณมาได้พวกเขาก็มักจะนำข้าวเก่าเก็บพวกนี้มาให้ทดลองใช้ เผื่อว่าจะค้นพบวิธีประกอบอาหารใหม่ๆ ให้เป็นผลงานของหน่วยบ้างแต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง

“ข้าวชนิดนี้ต้องล้างให้สะอาดไม่อย่างนั้นพอหุงแล้วจะเหนียวมียางมาก” มนุษย์โบราณผู้ไม่ตระหนักถึงความเสื่อมถอยของวัฒนธรรมการปรุงอาหารแห่งโลกอนาคตพูดอธิบายด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ถ้ามีกระชอนตาถี่ช่วยจะดีมากแต่ถ้าไม่มีก็ขัดถูข้าวให้ดีๆ แล้วค่อยๆ รินน้ำออก ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำจะใส” ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ทำการล้างข้าวต่อไป สัมผัสของข้าวบนฝ่ามือทำให้รู้สึกดีไม่น้อย สมัยเรียนอยู่เขาเคยไปทำงานพิเศษให้กับร้านขายซูชิตามตลาดนัด ถึงจะไม่ใช่ร้านต้นตำรับแต่อย่างน้อยๆ ก็ได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง

การล้างข้าวอย่างพิถีพิถันของชายสร้างความประหลาดใจให้แก่คณะกรรมการเป็นอย่างมาก พวกเขาเคยคิดว่าการล้างข้าวมากเกินไปจะทำให้สูญเสียสารอาหารที่สำคัญ “คนโบราณนี่ไม่คำนึงถึงหลักโภชนาการเลยจริงๆ” หนึ่งในคณะกรรมการบ่น แต่กรรมการอีกคนกลับไม่เห็นด้วย “ข้าวขาวไม่ค่อยมีสารอาหารอะไรนอกจากคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้ว ถ้ามันทำให้อร่อยขึ้นได้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร กินสารอาหารอัดเม็ดทดแทนก็ได้”

“แบบนั้นจะกินอาหารปรุงสุกไปทำไมกันล่ะ?”

“ก็มันอร่อยยังไงล่ะ”

เหล่ากรรมการทำท่าจะเถียงกันต่อ แต่เสียงของชายก็ดึงความสนใจของพวกเขากลับไปที่ตัวเด็กหนุ่ม “พอล้างข้าวเสร็จแล้วก็แช่เอาไว้ก่อน ต้องรอจนข้าวเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นทั้งเมล็ดก่อนถึงจะเอาไปหุงได้ ระหว่างนี้ผมจะหุงข้าวอีกชนิดรอ” กล่าวแล้วชายก็หันไปตวงข้าวขาวที่ดูคล้ายข้าวไทยใส่หม้ออีกใบ “ข้าวชนิดนี้ไม่ต้องล้างมากนักก็ได้ ปกติแล้วถ้าทำกินเองที่บ้านเราจะใช้นิ้วมือวัดระดับน้ำ แตะปลายนิ้วลงบนผิวข้าวสารกะให้น้ำอยู่ในระดับหนึ่งข้อนิ้วมือเท่านี้ก็เรียบร้อย แต่ถ้าต้องหุงจำนวนเยอะหรือทำขายก็ใช้อัตราส่วนข้าวหนึ่งส่วนต่อน้ำหนึ่งส่วนครึ่งก็ได้เหมือนกัน” ข้อมูลใหม่นี้ทำให้เหล่ากรรมการตาวาว แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังต้องรอดูต่อไป เพราะที่ผ่านมาสถาบันวิจัยอาหารปรุงสุกก็เคยทดลองเรื่องปริมาณน้ำแล้วแต่ก็ไม่เป็นผลสักเท่าไร

ชายน้ำหม้อที่ใส่ข้าวและน้ำพร้อมแล้วไปตั้งบนเตา “ผมจะหุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำ เราจะเริ่มจากไฟแรงก่อน รอจนน้ำเดือดแล้วค่อยเบาไฟลง เราจะปิดฝาเอาไว้ตลอด แต่ถ้ากลัวข้าวก้นหม้อจะไหม้ช่วงแรกที่ใช้ไฟแรงจะคนข้าวไปก่อนก็ได้ แต่พอน้ำเดือดและเบาไฟลงแล้วควรจะปิดฝาไว้ให้ไอน้ำระอุอยู่ภายใน มันจะช่วยให้ข้าวฟูน่ากิน การหุงข้าวด้วยวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที ช่วงใกล้ครบเวลาจะเปิดดูข้าวเพื่อความแน่ใจก็ได้”

เด็กหนุ่มอธิบายยืดยาวแต่สิ่งที่ทำก็แค่ตั้งหม้อข้าวบนเตาเท่านั้น “ข้าวทางนี้เปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งเมล็ดแล้ว ผมจะเริ่มหุงข้าวเลย” กล่าวแล้วเขาก็เทน้ำที่แช่ข้าวออกแล้วเติมน้ำเข้าไปใหม่อีกครั้ง “ข้าวชนิดนี้จะใช้อัตราส่วนข้าวกับน้ำเหมือนกันกับก่อนหน้าก็ได้ หรือจะลดลงมานิดหน่อยก็ได้เหมือนกัน ส่วนวิธีหุงสามารถใช้วิธีเดียวกันได้” พร้อมกับพูดเขาก็ยกหม้อขึ้นตั้งไฟ จากนั้นก็หรี่ไฟของข้าวหม้อแรกลง เสร็จแล้วก็หันไปให้ความสนใจกับข้าวชนิดอื่นๆ ที่เหลือ

“ดูด้วยตาแบบนี้ก็ลำบากเหมือนกันนะ” เด็กหนุ่มบ่นพึมพำพลางพยายามแยกข้าวแต่ละชนิดออกจากกัน

“คุณสามารถออกคำสั่งให้หุ่นยนต์ผู้ช่วยบอกข้อมูลของข้าวแต่ละชนิดได้นะ” กรรมการคนหนึ่งแนะนำด้วยความหวังดี แล้วพูดเสริมอีกว่า “แต่ฐานข้อมูลจะไม่ตรงกับภาษาที่คุณใช้ อาจมีความคลาดเคลื่อนระหว่างแปลอยู่บ้าง”

“เท่านี้ก็ดีมากแล้ว ขอบคุณครับ” ชายหันไปกล่าวขอบคุณกรรมการคนนั้น ก่อนจะออกคำสั่งกับหุ่นยนต์ผู้ช่วยให้แสดงข้อมูลของข้าวแต่ละชนิด เจ้าลูกบอลพอได้รับคำสั่งก็ฉายแสงออกมาสแกนสัญลักษณ์ที่มีรูปร่างคล้าย QR code แบบสามมิติที่ติดอยู่บนกล่อง ไม่ถึงอึดใจต่อมาข้อมูลของข้าวชนิดนั้นก็ถูกฉายออกมาในรูปแบบของภาพโฮโลแกรม

R002xxxx

ชื่อสามัญ: Tickyrin

คุณสมบัติ: มีความแข็งกว่าข้าวขาวมาตรฐาน นิยมนำไปโม่เป็นแป้งผสมในอาหารสำเร็จรูป

‘ทิกกี้ริน? มันคืออะไรกันล่ะ?’ ชายขมวดคิ้วงุนงงกับคำอธิบายที่เหมือนไม่ช่วยอะไรเลย แต่พอลองถามรายละเอียดจากหุ่นยนต์ต่อไปก็พบว่าแป้งที่ได้จากข้าวชื่อประหลาดนี้มีคุณสมบัติคล้ายข้าวเหนียวในยุคที่เขาจากมา

‘หรือชื่อเรียกนั่นมันจะเพี้ยนมาจาก Sticky Rice กันนะ?’ พอคิดๆ ดูแล้วชายก็พบว่าข้อสันนิษฐานของตนฟังดูเข้าที ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะหุงมันด้วยวิธีการเดียวกับข้าวเหนียว

“โอ๊ะ! น้ำเดือดแล้วนี่นา” ชายพึมพำกับตัวเองเมื่อหันมาเห็นว่าหม้อหุงข้าวญี่ปุ่นส่งเสียงเดือดปุดๆ แล้ว เด็กหนุ่มรีบเข้าไปหรี่ไฟ จากนั้นก็กลับไปตวงข้าวเหนียวมาล้างทำความสะอาด

“คุณจะหุงทิกกี้รินหรือ? ลองข้าวชนิดอื่นจะดีกว่าไหม อย่างข้าวสีครามนั่นถึงรสชาติจะขมไปสักหน่อยแต่ก็นิ่มกว่าทิกกี้รินนะ” กรรมการคนเดิมกับที่บอกชายเรื่องการตรวจสอบพันธุ์ข้าวเอ่ยแนะนำ

“ผมคิดว่ามันคล้ายกับข้าวเหนียวจากดาวบ้านเกิดผมน่ะครับ เลยอยากลองดู”

“ข้าวเหนียว?”

“เป็นข้าวที่พอหุงแล้วจะมีความเหนียวกว่าข้าวธรรมดา ให้รสสัมผัสที่แตกต่างออกไปแต่ก็อร่อยครับ” ชายอธิบายพลางนำข้าวเหนียวไปล้างให้สะอาด “ข้าวชนิดนี้จะมียางมากกว่าข้าวญี่ปุ่น...เอ่อผมหมายถึงข้าวเม็ดกลมๆ ก่อนหน้านี้เพราะฉะนั้นก็เลยต้องล้างหลายน้ำหน่อย แล้วก็มันเป็นข้าวที่สุกยาก ปกติเราจะแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อยสามชั่วโมง หรือไม่ก็แช่ข้ามคืนเลย แต่เพื่อประหยัดเวลาผมจะแช่ในน้ำอุ่นแทนนะครับ” กล่าวแล้วก็กดน้ำร้อนจากเครื่องจ่ายน้ำที่ถูกนำมาติดตั้งชั่วคราวใส่ภาชนะ “แช่ไว้สักสามสิบถึงหกสิบนาทีก็พอ” มันเป็นวิธีที่เขามักจะใช้เวลาอยากกินข้าวเหนียวขึ้นมากะทันหัน แค่แช่ข้าวไว้ในน้ำอุ่นก่อนนำไปนึ่งตามปกติสักครึ่งชั่วโมงก็ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องแช่ข้าวทิ้งไว้ข้ามคืนให้วุ่นวายเลย

“ต้องรอนานขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ครับ ไม่อย่างนั้นข้าวมันจะสุกไม่ทั่ว” ชายหันไปตอบยิ้มๆ ตอนนั้นก็พอดีกับที่ข้าวหม้อแรกสุก เขาปิดไฟแล้วยกหม้อลงจากเตา คนข้าวดูเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสุกทั่วถึงกันดีและไม่แฉะก็คลี่ยิ้มออกมา “ข้าวขาวสุกแล้วครับ ลองชิมดูได้”

เมื่อได้รับคำเชิญคณะกรรมการทั้งสี่ก็ก้าวเข้ามามุงดูหม้อใบน้อยอย่างสนใจ พวกเขาใช้ช้อนส่วนตัวตักข้าวชิมคนละคำ ก่อนจะส่งเสียงพึมพำอย่างพออกพอใจในผลลัพธ์ที่ได้

“เป็นเทคนิคที่น่าสนใจมาก คุณจะได้ค่าตอบแทนจากองค์ความรู้นี้อย่างเหมาะสมเลยทีเดียว”

“ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นครับ” รอยยิ้มของชายกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินว่าเขาจะได้รับเงินทุนมากกว่าจำนวนขั้นต่ำอย่างแน่นอน ‘อย่างน้อยก็ไม่ต้องอดไปพักใหญ่ล่ะนะไอ้ชาย’ เขาบอกตัวเองแบบนั้นแล้วก็กลับไปให้ความสนใจกับข้าวสารชนิดอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ทำการหุง

ชายอาจจะไม่เคยทำงานในร้านอาหารอย่างจริงจังแต่ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของเขาก็คือการได้เข้าครัวกับคุณพ่อคุณแม่เมื่อครั้งยังเด็ก พ่อของเขาเป็นพ่อครัวฝีมือดีที่ถนัดอาหารแนวตะวันตก ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ชายจะรู้สึกคุ้นเคยกับเมล็ดข้าวสองสามชนิดที่โดดเด่นท่ามกลางข้าวสารมากมายหลายชนิด

“แต่มีแค่น้ำแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ...” เด็กหนุ่มพึมพำแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจจนหนึ่งในคณะกรรมการอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“มีปัญหาอะไรหรือคุณชาย?”

“ข้าวสามชนิดนี้ผมรู้วิธีทำแต่ทำไม่เป็นน่ะสิครับ ผมสามารถบอกแค่วิธีทำที่รู้ได้ไหม?”

“คุณรู้วิธีทำแต่ทำไม่เป็น?”

“ครับ” ชายพยักหน้า แล้วขยายความต่อไป “มันต้องใช้ทักษะและความชำนาญ ผมไม่เคยทำมาก่อนคงทำไม่ได้ดี อีกอย่างวัตถุดิบก็ไม่ครบด้วย”

“การปรุงข้าวปกติใช้แค่น้ำไม่ใช่หรือ?”

“โดยพื้นฐานก็ใช่ แต่เราสามารถปรุงข้าวระหว่างหุงได้เช่นกัน อย่างข้าวขาวที่ผมหุงไปนั่นหากเติมเกลือไปสักนิดจะได้ข้าวที่มีรสติดเค็มเล็กน้อยและเก็บรักษาได้นานขึ้น หรือถ้าชอบกลิ่นเครื่องเทศก็สามารถใส่เครื่องเทศปริมาณเล็กน้อยลงไปได้ ส่วนข้าวญี่ปุ่น...หมายถึงข้าวเม็ดกลมๆ นี่หากจะนำไปทำซูชิก็จะนำข้าวที่หุงเสร็จแล้วไปคลุกเคล้ากับน้ำส้มสายชูที่ปรุงรสเอาไว้ครับ” พูดถึงตรงนี้ก็ได้เวลาที่ข้าวญี่ปุ่นจะสุกพอดี ชายปิดไฟแล้วยกหม้อลงจากเตา พอเปิดฝาหม้อออกก็เห็นข้าวสีขาวนุ่มฟูที่ดูแฉะเล็กน้อย

“มันค่อนข้างจะเละนะ” กรรมการคนหนึ่งออกความเห็นทันที แต่ชายก็หาได้มีสีหน้าเป็นกังวลไม่ เขาระบายยิ้มบางๆ แล้วก็หยิบไม้พายมาคนข้าวเบาๆ

“แรกๆ ก็จะดูเหมือนแฉะไปหน่อย แต่พอคนข้าวให้ไอน้ำระเหยแล้วข้าวก็จะแห้งขึ้นครับ” เขาอธิบายไปพลางคนข้าวไปพลาง ระวังไม่ให้ออกแรงมากเกินไปไม่อย่างนั้นข้าวจะเละเข้าจริงๆ ทำอยู่ไม่นานข้าวที่ดูแฉะไม่น่ารับประทานในตอนแรกก็กลายเป็นข้าวที่ดูนุ่มฟูชวนน้ำลายสอ

คราวนี้พวกกรรมการไม่รอให้ชายเอ่ยเชิญพวกเขาต่างชิมข้าวที่เพิ่งหุงใหม่กันคนละคำทันที แล้วก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทุกคนมีสีหน้าตกตะลึง ใครจะคิดเล่าว่าข้าวที่แทบจะถูกลืมเลือนไปแล้วจะอร่อยเช่นนี้

“คุณชายบอกว่ามันสามารถปรุงรสเพิ่มได้ใช่ไหม?”

“ครับ ก่อนอื่นก็ผสมน้ำส้มสายชู เกลือ น้ำตาล ให้ได้รสที่ถูกปากแล้วก็เอามาพรมลงบนข้าว คลุกให้ทั่วก็จะได้ข้าวซูชิแล้ว”

“ซูชิ?”

“เป็นเมนูจากดาวบ้านเกิดของผมเอง” ชายให้คำนิยามง่ายๆ แล้วก็อธิบายให้คนแห่งอนาคตฟังว่าซูชิคืออะไรรวมไปถึงอาหารคล้ายๆ กันอย่างข้าวปั้น และมากิด้วย เหล่าคณะกรรมการดูจะชอบใจกับแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดาของอาหารชนิดนี้ อย่างไรก็ตามเพราะมันฟังดูง่ายชายจึงไม่ต้องสาธิตวิธีทำให้ดู เช่นเดียวกันกับข้าวรีซอตโตที่เขารู้วิธีทำแต่ทำไม่เป็น เด็กหนุ่มเพียงแค่ต้องพิมพ์วิธีทำและวาดภาพประกอบตามที่จำเป็นให้แก่ทางกองทัพเท่านั้น

ตลอดทั้งวันชายจึงวุ่นวายอยู่ในห้องประเมินจนเย็นแต่มันก็คุ้มค่าเพราะเขาได้รับเงินทุนตั้งตัวเป็นจำนวนถึงสามล้านสองแสนหกหมื่นสตาร์เลยทีเดียว เหตุที่ได้เงินมากถึงขนาดนี้ก็เป็นเพราะว่าวิธีการหุงข้าวของเขาถูกจัดให้เป็นองค์ความรู้ระดับสูงที่เป็นประโยชน์มากต่อสมาพันธรัฐอันโดรเมดา วิธีหุงข้าวหนึ่งชนิดเขาได้ค่าตอบแทนถึงหนึ่งล้านสตาร์เลยทีเดียว แน่นอนว่ามันต้องหักภาษีไปอีกร้อยละเจ็ดแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา นอกจากนี้เขายังได้ใบประกอบวิชาชีพผู้ปรุงอาหารมาด้วย เส้นทางชีวิตต่อจากนี้ย่อมไม่ลำบากเกินไปนัก

๐๐๐

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   ตอนที่: 42 2/2

    “เอาไว้โอกาสหน้าพี่จะทำให้ดู แต่ตอนนี้เอาแค่หมูกระทะกับต้มจืดแล้วกันนะ” ถ้าเกิดกินชาบูด้วยเดี๋ยวแอ๊บบี้ประจำตัวแต่ละคนจะร่ำร้องบอกว่าไตทำงานหนักเกินไป“กระทะนี่ติดตั้งระบบทำความร้อนด้วยไฟฟ้าตามที่คุณขอไว้แล้ว ต่อไปเราต้องทำยังไงต่อ” นีลที่ตามออกมาเอ่ยถามพลางจับลูกๆ นั่งลงในตำแหน่งที่ห่างจากกระทะ จึงกลายเป็นว่าชายกับนีลจะได้นั่งหันหน้าเข้าหากัน ส่วนข้างๆ พ่อเสือดำก็จะเป็นเด็กๆ ทั้งสองคน“วิธีการกินหมูกระทะก็ง่ายๆ พอเปิดเตาแล้วเราก็เริ่มย่างหรือต้มของที่อยากจะกินเท่านั้นเอง พอสุกก็กินได้ อ้อ ผมเตรียมน้ำจิ้มสำเร็จมาด้วยนะ เผื่อคุณอยากจะลองชิม” พูดแล้วชายก็เลื่อนน้ำจิ้มพร้อมด้วยจานพริกกับกระเทียมสับไปให้นีล น้ำจิ้มนี้เป็นของที่โรงงานเครื่องปรุงทำออกมาขายได้สักพักแล้ว เพียงแต่มันถูกขายในชื่อน้ำจิ้มสามรส ไม่ใช่น้ำจิ้มหมูกระทะเสือดำหนุ่มทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นอยู่อึดใจหนึ่งก็วิจารณ์ว่า “น้ำจิ้มน่าจะอร่อย แต่พริกกับกระเทียมนี่คืออะไรเหรอ?”“บางคนชอบใส่เพิ่มลงในน้ำจิ้มน่ะ แทนที่จะได้รสเปรี้ยว เค็ม หวาน แค่สามอย่างก็จะมีรสเผ็ดกับกลิ่นของกระเทียมด้วย”“น่าสนใจ แต่ผมคงไม่ใส่นะ” นีลที่ค่อนข้างขยาดรสเ

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   ตอนที่: 42 1/2

    ตอนที่ 42: มาเที่ยววันแรกก็เกิดเรื่องซะแล้วการกินโซเม็งรางน้ำทำให้ทุกคนเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก กว่าจะอิ่มหนำเวลาก็บ่ายคล้อยไปแล้ว และจากการถ่ายทอดสดของชายในครั้งนี้ยอดขายเส้นโซเม็งก็เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันกับที่มีการออกสินค้าใหม่เป็นรางน้ำแบบประกอบเองจากผู้ประกอบการหลายๆ เจ้า และบางบริษัทก็ออกแบบชุดจ่ายเส้นโซเม็งที่ดูหวือหวาราวกับสวนสนุกในตำนานขึ้นมา การตลาดครั้งนี้อดาเนียกรุปไม่ได้ยื่นมือเข้าไปยุ่ง เหตุก็เพราะว่าพวกเขาตัดสินใจทำร้านอาหารที่มีบริการรางน้ำขึ้นมาโดยเฉพาะ เรื่องการทำรางน้ำเองที่บ้านนั้นก็ให้เป็นเรื่องของคนอื่นไปกลับมาที่บ้านพักตากอากาศกลางป่า เด็กๆ ที่กินจนพุงกางกำลังนอนอาบแดดอยู่ในสนามหญ้า มองเห็นเป็นก้อนขนสองสีที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู ส่วนนีลก็เข้ามานั่งเอกเขนกอยู่ตรงโซฟา เฝ้ามองพ่อครัวร่างเล็กที่ไม่ยอมพักผ่อนด้วยสีหน้าซับซ้อนชายพยายามทำตัวให้ยุ่งจริงๆ อย่างที่จิตแพทย์ลาล่าบอก คล้ายกับกลัวว่าหากว่างแล้วจะมีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้น แต่กระนั้นสีหน้าท่าทางผ่อนคลายยามจัดการกับวัตถุดิบก็ทำให้มองไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายมีเรื่องมากมายอยู่ภายในใจชายแล่เนื้อหมูเป็นชิ้นบางๆ แล้วหมักไว้ใน

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   ตอนที่: 41 5/5

    -เชฟ! เชฟจะทำเหมือนท่านประธานเป็นหน่วยเก็บกวาดไม่ได้นะ!-อะไรคือเรียกคุณนีล สนิทสนมกันจังเลย ไปเที่ยวด้วยกันด้วย ขอเดาว่าเขามีอะไรกันได้ไหม?-ก็แค่เชฟที่ตามไปทำงานให้ระหว่างท่องเที่ยวไม่ใช่เหรอ?-งั้นก็ไม่น่าจะกินอาหารร่วมกันสิ-สมัยนี้แล้วยังแบ่งแยกเจ้านายลูกน้องกันอีกเหรอ?-ดูก็รู้ว่ากำลังทำการตลาด เส้นโซเม็งขายไม่ค่อยออกนี่นา-จริงด้วย แต่ว่านะคีบเส้นที่ไหลมาตามน้ำนี่น่าสนใจจริงๆ-ไม่นะ! ใครจะจัดแข่งการใช้ตะเกียบอย่าเอาโจทย์นี้ไปใส่นะ!-ใช่ๆ แค่แยกธัญพืชห้าอย่างก็แย่แล้ว“เอ๋? มีแข่งขันการใช้ตะเกียบด้วยเหรอ?” ชายที่กำลังจะสั่งให้หุ่นยนต์ผู้ช่วยปล่อยเส้นลงน้ำตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้ชะงักกับข้อความที่เคลื่อนผ่านสายตาไป“คุณใช้ตะเกียบมาทั้งชีวิตจะไปลงแข่งกับคนที่เพิ่งใช้มาไม่ถึงปีเหรอ?” นีลอดไม่ได้ที่จะแซว และรอยยิ้มของท่านประธานอดาเนียก็ทำให้ผู้ชมถูกระงับการสนทนาไปหลายร้อยคนเลยทีเดียว“คุณจะวิจารณ์ผมก็วิจารณ์เฉยๆ สิ อย่าโปรยเสน่ห์จนคนอื่นเดือดร้อนจะได้ไหม?” ชายหันไปมองคนก่อเรื่องตาเขียว แต่นีลกลับหัวเราะชอบใจเสียอย่างนั้น“พี่ชายออซอยากลองคีบแล้ว!” เสือดำน้อยเห็นพ่อครัวคนโปรดเอาแต่สนใ

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   ตอนที่: 41 4/5

    “นี่คืออะไรเหรอพี่ชาย? ทำทางน้ำไหลเพิ่มทำไม?” ทันทีที่ชายกับนีลยกอาหารตามออกมาออซซี่ก็ยิงคำถามใส่ทันที“มันเป็นไม้ใช่ไหม? ผมเคยเห็นในสวนจำลองของโรงเรียน” เฮคเตอร์ดูสนใจสิ่งที่เอามาทำเป็นรางน้ำมากๆ เสือดาวน้อยถึงขั้นโน้มตัวเข้าไปจ้องจนหน้าแทบชิดเลยทีเดียว“นี่เรียกว่าไม้ไผ่ พี่ให้คุณนีลเจาะปล้องให้ทะลุแล้วผ่าครึ่งทำเป็นรางน้ำ เราจะกินอาหารกันด้วยสิ่งนี้”“ใช้รางน้ำกินอาหาร?” ฝาแฝดเอียงคออย่างฉงน ชายเห็นแบบนั้นก็ให้รู้สึกมันเขี้ยวมากๆ“ใช่ นี่เป็นการกินอาหารรูปแบบหนึ่งจากสมัยโบราณ สำหรับเด็กๆ จะเรียกว่าเป็นเกมก็ได้” ชายพูดพลางจับเด็กๆ ที่ปีนขึ้นโต๊ะลงมานั่งดีๆ จากนั้นก็รับจานชามจากหุ่นยนต์มาจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม “เดี๋ยวพี่จะอธิบายวิธีเล่นเกมพร้อมๆ กับผู้ชมคนอื่นนะ คุณนีลก็มานั่งก่อน คุณอยู่ทางปลายน้ำนะ ถ้าเด็กๆ พลาดจะได้ไม่เสียของ”“ไม่ใช่ว่าคุณให้ผมติดตั้งกระชอนไว้ตรงปลายน้ำหรอกเหรอ?” นีลที่ทราบแล้วว่าชายกำลังทำอะไรอดไม่ได้ที่จะถาม ต่อให้เด็กๆ คีบเส้นไม่ทันเส้นโซเม็งก็จะไปค้างอยู่ปลายน้ำ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร“ถ้าคุณอยู่ข้างหน้าก็แย่งซีนหมดสิ!” พ่อครัวหนุ่มเผยความในใจออกมา แค่ท่านประ

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   ตอนที่: 41 3/5

    “ก็อย่างเช่นกินเส้นโซเม็งที่ไหลไปตามน้ำ เกมปิดตาตีแตงโม อะไรทำนองนี้”“เส้นโซเม็งที่เล็กๆ นั่นน่ะเหรอ?”“ใช่ มันขายไม่ค่อยดีใช่ไหม? ระหว่างเดินทางผมลองท่องสตาร์เน็ตเวิร์คดู เหมือนว่าคนจะสนใจพาสตา บะหมี่ กับเส้นอุด้งมากกว่า”“พวกเส้นเล็กๆ ไม่เป็นที่นิยมจริงๆ นั่นแหละ คุณอยากเอาไปทำอะไรก็จัดการได้เลย และถ้าอยากให้ช่วยเหลืออะไรก็บอก”เมื่อนีลพูดมาแบบนั้นชายก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป เขาขอให้นีลเตรียมรางไม้ไผ่ ต่อขนานอยู่ริมน้ำตกจำลองและเมื่อทราบว่าน้ำตกจำลองนั้นไม่ใช่ระบบน้ำวน เขาก็ให้ต่อน้ำจากน้ำตกลงไปที่รางโดยตรงเลย น้ำในน้ำตกผ่านเครื่องกรองมาอยู่แล้ว แถมยังปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ มันจึงเหมาะมากที่จะนำมาใช้ทำโซเม็งรางน้ำเมื่อนีลไปเตรียมสถานที่ชายก็เข้าครัวเตรียมซอสสำหรับจิ้มโซเม็ง ทั้งยังเตรียมเครื่องเคียงเพิ่มเติมเพื่อให้สามพ่อลูกอิ่มท้องกันด้วย‘จับคู่บะหมี่เย็นกับเทมปุระก็ดีนะ’ การจับคู่เช่นนี้ไม่ใช่ไม่เคยมีมาก่อน ที่สำคัญมันน่าจะอยู่ท้องกว่าให้กินเส้นเปล่าจิ้มซอสคู่กับหัวไชเท้าบดการต้มเส้นใช้เวลาไม่นานดังนั้นชายจึงเริ่มจากการเตรียมของที่จะนำมาทอด ผักถูกล้างทำความสะอาดและหั่นเป็นชิ้นบา

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   ตอนที่: 41 2/5

    เมื่อพ่อครัวหนุ่มเข้าไปนอนประจำที่เรียบร้อยแล้วนีลก็ปิดฝาแคปซูลและเริ่มเดินเครื่อง ทันใดนั้นเสียงปัญญาประดิษฐ์ที่ทำให้เหมือนเสียงของสตรีวัยกลางคนก็ดังขึ้น มันให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด และภาษาที่พูดออกมายังเป็นภาษาอังกฤษแบบเก่าที่ชายพอจะฟังออกทั้งหมดชายหนุ่มทำตามคำแนะนำอย่างว่าง่ายใช้เวลาเพียงไม่นานการตรวจสุขภาพก็แล้วเสร็จ “เป็นอย่างไรบ้าง? ผมแข็งแรงดีอย่างที่บอกใช่ไหม?” เขาถามด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะต้องชะงักไปเมื่อลุกขึ้นมาแล้วพบว่านีลกำลังทำหน้าเครียดอยู่ตรงหน้าจอรายงานผล“เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรผิดปกติเหรอ?” พร้อมกับถามเขาก็รีบสาวเท้าเข้าไปดูหน้าจอโดยไม่แม้แต่จะเสียเวลาสวมรองเท้า แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเป็นรอบที่สองเพราะอ่านข้อความบนหน้าจอแทบไม่ออกเลย“สรุปว่ามีอะไรผิดปกติเหรอ?” ชายถามย้ำอีกครั้งแต่นีลก็ยังนิ่งอยู่ เห็นแบบนั้นเขาก็ยิ่งใจไม่ดี สุดท้ายก็ต้องเขย่าแขนของอีกฝ่ายเพื่อเรียกร้องความสนใจ “นี่! คุณอย่าทำให้ผมกลัวสิ สรุปว่ามีอะไรกันแน่”“คุณ…เตรียมของใช้ส่วนตัวมาหรือเปล่า?”“หา?” คำถามของนีลทำให้ชายงุนงงไปประธานหนุ่มพลันทราบว่าตนคงไม่สามารถรักษามารยาทตามแบบคนโบราณได้ เขา

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   บทที่ 34

    ขณะที่พี่ชายดีเด่นกำลังกลุ้มใจกับความเนื้อหอมของน้องสาว พ่อครัวผู้จุดกระแสข้าวกล่องก็กำลังยืนนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องอาหารบ้านอดาเนีย คิ้วที่ขมวดเป็นปมกับสีหน้าหนักใจของชายหนุ่มทำให้คนที่กำลังจะออกไปทำงานชะงักฝีเท้าแล้วหันเหทิศทางที่ก้าวเดินไปยังห้องอาหารแทน“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?&rd

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   บทที่ 9

    “โลกอนาคตนนี่น่ากลัวจริงๆ เลยนะ” เช้าวันต่อมาชายก็ได้รับข่าวที่น่าประหลาดใจ บริษัทผู้ค้าอาหารสำเร็จรูปรายใหญ่แห่งรัฐอดาเนียทำไข่ตุ๋นออกมาขายแล้ว บทวิจารณ์บอกว่ามันมีเนื้อที่เด้งสู้ฟันมากกว่าไข่ตุ๋นของเขาเล็กน้อย และมีรสชาติอร่อยพอๆ กับบะหมี่ถ้วยในตำนาน สำหรับเครื่องเคียงที่ให้มาก็เป็น

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   บทที่ 8

    ชายเพิ่งจะเข้าใจคำว่า “Influencer*” ก็ตอนนี้เอง เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการทำอาหารของตนจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนอื่นไปได้อย่างมากมายเช่นนั้น จริงอยู่ว่าตัวเขาได้ปลุกกระแสอาหารปรุงสุกแนวใหม่ขึ้นมาแต่มันก็น่าจะทำได้เพียงกระตุ้นความชอบของผู้คน ไม่ใช่ทำให้ชีวิตที่สิ้นหวังของเด็กคนหนึ่งสว่างไสวขึ้นมาเช

  • ครัวคุณชายไม่ขายอ้อย   บทที่ 7

    ขณะที่คลิปวิดีโอสอนทำอาหารของชายกำลังถูกพูดถึงเป็นวงกว้างเจ้าของคลิปวิดีโอกลับกำลังวุ่นอยู่ในครัว ของรางวัลสิบที่ถูกส่งออกไปแล้ว และตอนนี้เขาก็กำลังเตรียมอาหารสำเร็จรูปสำหรับวางขาย เนื่องจากต้องคำนึงถึงความเคยชินของผู้บริโภคประกอบด้วยชายจึงตัดสินใจทำอาหารที่ให้สัมผัสคล้ายกับอาหารสำเร็จรูปที่วางขาย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status