LOGINเสียง คลิ๊ก ของลูกเต๋าดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้ามือเปิดถ้วยกระเบื้อง และทุกสายตาก็มองไปที่ผลลัพธ์ที่เผยออกมา ความหวังของเซิ่งเจี๋ยพังทลายอีกครั้ง ลูกเต๋าทั้งสามที่กลิ้งไปตามกระเบื้องนั้นเผยให้เห็นผลออกมาเป็น ต่ำ อีกครั้ง... ความผิดหวังเจ็บปวดเหมือนถูกทิ่มแทงเข้าที่หัวใจของเขา"ต่ำ... อีกแล้ว..." เซิ่งเจี๋ยกัดฟันแน่น ปากแห้งและลิ้นขาดความรู้สึกจากการที่เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ระเบิดอารมณ์ออกมา เสียงแหบๆ แผ่วเบาของเขาดังขึ้นในลำคอ“ชีวิตบัดซบเงินก้อนสุดท้ายของข้า”เซิ่งเจี๋ยรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มผิดไปจากที่เขาคาดหวัง เมื่อผลการทอยลูกเต๋าไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการในครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้สึกถึงอาการหมดหนทาง เหมือนเส้นทางที่เขากำลังเดินไปกลับมืดมน และไม่สามารถถอยกลับได้"ระบบ... ระบบ... มานี่หน่อย... ออกมาสิเจ้าระบบบ้า" เซิ่งเจี๋ยพูดด้วยเสียงสั่นเครือ แต่ในขณะที่เขากำลังพยายามหาทางออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ ระบบกลับเงียบลงไป ไม่มีกระแสการตอบรับจากระบบที่เคยคอยช่วยเหลือเขาเซิ่งเจี๋ยยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่เพ่งมองมายังเขา สายตาทุกคู่ต่างเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ว่าเขาจะ
เซิ่งเจี๋ยยืนอยู่หน้าบ่อนใหญ่ของเมืองเป่ย ดวงตาของเขาฉายแสงเป็นประกายราวกับมีความมุ่งมั่นที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ มือข้างหนึ่งกุมเหรียญเงินไม่กี่เหรียญที่เขาแลกมาจากไข่ทองคำของระบบ เพื่อนำมาใช้ซื้อสินค้าและขายต่อเพื่อเพิ่มกำไร แม้จะได้รับคำแนะนำจากระบบเกี่ยวกับการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการลงทุนแบบนี้และแบบอื่นๆ แต่ตอนนี้หัวใจของเขากลับเต้นเร็วขึ้นเพราะกำลังยืนอยู่ที่นี่...ที่ที่ทำให้หัวใจเต้นไม่หยุด…บ่อนการพนัน"ท่านผู้ใช้ การพนันเป็นเหตุให้สูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก ระบบแนะนำท่านควรออกห่างจากการพนัน" เสียงของระบบดังขึ้นในหูของเขา แต่เซิ่งเจี๋ยกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยเขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างรู้สึกท้าทายและมีความสุข"ข้า... อยากจะทำอาชีพนักเสี่ยงโชค ข้าอยากเปลี่ยนชะตาตัวเองดูบ้าง" คำพูดของเขาดูเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความหวังที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทันทีที่เขาพูดจบ ระบบของเขาก็ดูเหมือนจะพยายามส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับเขา แต่มันกลับทำท่าทีเหมือนจะรวนไปมา ราวกับสัญญาณที่ขาดหายไปจากที่ไหนสักแห่ง ก่อนที่มันจะกลับมาปกติ"ไม่ได้ขอรับ" เสียงระบบดั
เช้าสดใสในห้องหอแสงแดดอ่อนๆ จากยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้อง หยดน้ำค้างบนใบไม้ในสวนสะท้อนประกายแสงที่อบอุ่น ท่ามกลางความเงียบสงบในห้อง ซูหว่านพลิกตัวจากท่านอนข้างๆ กับเซิ่นเหยี่ยน แต่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน กลับรู้สึกถึงการกอดรัดจากอ้อมแขนที่แข็งแรงของเขาที่โอบรอบเอวซูหว่านไว้แน่น“เจ้าจะไปไหน คนดีของข้า” เสียงเซิ่นเหยี่ยนแผ่วเบาทั้งที่ยังไม่ลืมตาด้วยซ้ำ แต่ยังแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย ทำให้ซูหว่านหยุดขยับตัวและหันมามองเขาซูหว่านหันไปพบกับใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านของเขาที่อยู่ใกล้ๆ ใบหน้าซูหว่าน รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนและอบอุ่นเหมือนกับแสงแดดเช้านี้“คุณชายไม่หิวหรือไรสายป่านนี้แล้ว” ซูหว่านถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเซิ่นเหยี่ยนยิ้มบางๆ และกอดซูหว่านให้แน่นขึ้นด้วยอ้อมแขนของเขาทั้งสองข้าง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความรัก“เหล่ากง... เจ้าต้องเรียกข้าว่าเหล่ากงในเมื่อเราสองคนตอนนี้เป็นสามีภรรยากันแล้ว” เขาพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความอบอุ่น การเรียกชื่อเขาด้วยคำว่า ซูหว่านสะดุ้ง และหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยจากคำพูดของเขา ก้มหน้าหลบตา ไม่กล้าที่
หน้าห้องหอแสงไฟสว่างไสวจากโคมไฟที่แขวนอยู่เหนือหัว และแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างไม้กรอบสวย ทำให้บรรยากาศในที่นี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเปล่งประกาย ซูหว่านและเซิ่นเหยี่ยนยืนเคียงข้างกัน รอยยิ้มของทั้งสองคนไม่เคยจางหายจากใบหน้า ดวงตาของซูหว่านและเซิ่นเหยี่ยนสะท้อนถึงความรักที่เต็มเปี่ยมอย่างแท้จริงที่หน้าห้องหอ นายท่านหวงเชียวหยูยืนอยู่ข้างๆ ฮูหยินหวงซือจู ยิ้มให้กับทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความพึงพอใจ“วันนี้เจ้าสองคนงดงามยิ่งนัก ซูหว่านต่อไป เจ้าคือสะใภ้เพียงคนเดียวของบ้านหวง ข้าและฮูหยินหวงยินดีมากที่ได้เห็นเจ้ากับเซิ่นเหยี่ยนได้ครองคู่กัน หวังว่าเจ้าทั้งสองจะใช้ชีวิตร่วมกันจนแก่เฒ่า” นายท่านหวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความภูมิใจ ขณะที่เขาเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของเซิ่นเหยี่ยนและมองไปที่ทั้งคู่ด้วยความภูมิใจฮูหยินหวงซือจูยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อซูหว่าน“หวังว่าทั้งสองจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ข้ากับท่านหวงเชียวหยูคอยดูแลเจ้าทั้งคู่เสมอ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วขอให้มีความสุขและเจริญรุ่
ในขณะเดียวกัน ขบวนขันทีในวังหลวงก็มาถึง พวกเขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องของขวัญที่ประณีตสวยงาม ที่ฮ่องเต้ทรงประทานให้กับทั้งซูหว่านและเซิ่นเหยี่ยนเป็นการยินดีในโอกาสแต่งงานครั้งนี้ กล่องของขวัญสวยงามด้วยลวดลายทองคำและมุกที่สะท้อนแสงในห้องอย่างงดงาม“ฝ่าบาทมีบัญชาให้นำของขวัญล้ำค่ามาให้คู่บ่าวสาวแม่นางซูหว่านและคุณชายหวงเซิ่นเหยี่ยน” เสียงขันทีข้างกายฮ่องเต้กล่าวพร้อมคำนับ ก่อนจะยื่นของขวัญให้ซูหว่านและเซิ่นเหยี่ยนทั้งสองยิ้มให้กันแล้วรับของขวัญนั้นมา ด้วยความยินดีและเคารพ“ฝ่าบาททรงยินดีอย่างยิ่งที่ท่านทั้งสองจะได้ร่วมชีวิตกันต่อจากนี้ฝ่าบาทยังพูดอีกว่าไม่รู้จะพูดว่าใครโชคดีมากกว่ากันจะเป็นคุณชายหวงหรือว่าแม่นางซูหว่านเพราะว่าทั้งสองนั้นนับว่าเป็นคนที่คู่ควรเหมาะสมกันที่สุด”“หวงเซิ่นเหยี่ยนและจงซูหว่านขอบพระทัยฝ่าบาท”ซูหว่านและเซิ่นเหยี่ยน พวกเขาเปิดกล่องของขวัญที่ประดับประดาด้วยลวดลายทองคำและมุกสีงาม ห่อหุ้มอย่างพิถีพิถันด้านในบรรจุ ทับทิมราชา ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่หายากที่สุดในเมืองหลวง ว่ากันว่าเพียงแค่เห็นก็จะนำมาซึ่งโชคลาภและอำนาจ โครงสร้อยทองคำอันงดงามยังประดับไปด้วยมุ
"จริงขอรับ วันนี้นายหญิงซูหว่านงดงามที่สุดเลยขอรับ คุณชายของเสี่ยวเปาโชคดีจริงๆ" เสี่ยวเปาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและมีความเคารพในตัวซูหว่านที่ยืนอยู่ตรงหน้า เสียงเต็มไปด้วยความภูมิใจที่เห็นซูหว่านยืนอยู่ในชุดเจ้าสาวอันงดงามเคียงข้างคุณชายของเสี่ยวเปา ในวันที่รอคอยมานานเซิ่นเหยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มให้กับคำชมของเสี่ยวเปา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ซูหว่าน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ซูหว่าน ไม่ต่างจากเสี่ยวเปาที่มองเห็นซูหว่านในวันที่สวยที่สุดของชีวิต ชุดสีแดงสดงดงามเข้ากับใบหน้าที่ฟางหลินแต่งแต้มให้งดงามที่สุดเซิ่นเหยี่ยนยื่นมือไปจับมือซูหว่านอย่างมั่นคงและอ่อนโยน ความรู้สึกในใจของเขาเต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจฟงหงเหยินที่ยืนอยู่ข้างซูหว่านสังเกตเห็นช่วงเวลานี้ เขายิ้มบางๆ ก่อนจะวางมือของซูหว่านไว้ในมือของเซิ่นเหยี่ยนด้วยความหมายพิเศษที่อยู่ในนั้น“ท่านต้องดูแลนาง รักนาง และปกป้องนาง เพราะนางเป็นคนดีจริงๆ” ฟงหงเหยินพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความมั่นคงในตัวทั้งสอง เขาเหลือบมองไปที่ป้าเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งยิ้มให้และพยักหน้าเห็นด้วย“นางเหมาะสมกับท่านจริงๆ คุณชายหวง” ป้าเ







