Masukทำดีแทบตายมงไม่ลง ทั้งโดนเอาเปรียบ หักหลัง บ้านไม่มี เงินไม่เหลือ เพื่อเป็นคน ดี ดี้ ดี แล้วไง...ใครอยากรู้ ขอกลับมาอีกครั้ง จะทวงคืนความเป็นธรรมให้ตัวเอง งานนี้มงนางงามไม่ลงก็ช่าง อาคิราไม่แคร์ ส่วนเขา ชายคนรักที่เธอปักใจจนถึงวินาทีสุดท้าย... เธอจะรักษารักไว้ให้มั่นไปทุกชาติภพ
Lihat lebih banyak“ชื่ออะไรคะ?” พนักงานโรงแรมแมวถาม ขณะที่รับกรงแมวจากมือของดวงพร
“เจ้าของชื่อดวงพร แมวชื่ออาคิรา”
“เพราะจัง”
แน่นอนว่าพนักงานคนนั้น ไม่ได้ชมชื่อเจ้าของแมว แต่เป็นชื่อของแมวที่ดวงพรตั้งให้
“พี่เอาอาหารมาให้ด้วย ฝากน้องดูแลด้วยนะคะ พี่ไม่เคยห่างกันเลย เพิ่งจะห่างครั้งนี้เป็นครั้งแรก”
สาวใหญ่วัยห้าสิบยื่นกล่องใส่อาหารให้เจ้าหน้าที่ เธอเสียงสั่นเครือ อดคิดไม่ได้ว่า หากการผ่าตัดวันพรุ่งนี้ไม่ราบรื่น ทำให้ดวงพรกลับมารับแมวไม่ได้คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ‘อาคิรา’ แมวดำตัวนี้จะอยู่อย่างไรต่อไป แต่ดวงพรจะสู้กับโรคภัย เพื่อมีชีวิตรอดกลับมารับเพื่อนสนิทตัวนี้ไปดูแลอีกครั้ง
ในกล่องที่ยื่นให้พนักงาน มีทั้งอาหารแมวแบบเม็ดและอาหารเหลวจำนวนมาก ที่สำคัญเธอไม่ลืมแนบซองจดหมายสั่งเสีย หากเลยวันที่วางเงินมัดจำแล้ว ดวงพรไม่กลับมารับอาคิรา ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อนที่ทำคาเฟแมว มารับแมวของเธอไปอยู่ด้วย
“ถ้าพี่ไหว พี่จะโทรศัพท์กลับมานะ น้องถ่ายรูปคุ้ง...เอ่อ...อาคิราให้พี่ดูหน่อยนะ พี่จะได้มีกำลังใจในการรักษาตัว”
ดวงพรเผลอเรียกชื่อเล่นของอาคิรา เธออยากให้แมวมีชื่อคล้ายกับชื่อของเธอ
กุ้ง : คุ้ง
ส่วนชื่ออาคิรานั้น เธอตั้งให้เพื่อแก้เคล็ด เพราะเจ้าคุ้งมันดำไปทุกเส้นขน ไม่ว่าจะคิ้ว หนวด ลิ้นเพดานมีรอยดำเป็นจุด เวลาคุ้งหาวปากกว้างให้ดูจะเห็นรอยดำในนั้น มันดำไม่แคร์กลางวันกลางคืน สิ่งที่ทำให้สะดุดตา คือปลอกคอสีส้มสะท้อนแสงที่ดวงพรใส่ให้
“แล้วทำไมพี่ไม่ฝากเพื่อนเลี้ยงล่ะคะ” พนักงานยังถามต่อ เมื่อสืบสาวได้ว่าเพื่อนของดวงพรทำคาเฟแมว แต่เจ้าของแมวพาแมวมาฝากเลี้ยง อาจจะไม่ได้กลับมารับแมวดำตัวนี้กลับไปอีก
“คาเฟ่แมวเขากำลังตกแต่งค่ะ น่าจะอีกสองเดือนถึงจะเสร็จ พี่ฝากน้องด้วย จริง ๆ อาหารเหล่านี้พี่เตรียมมาเผื่อแล้ว บางทีมันจะตะกละกินเยอะเป็นพิเศษ ถ้ามันกินไม่พอ มันจะกระวนกระวายอยู่ไม่สุข”
ดวงพรพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ เธอห่วงมันมาก การพลัดพรากกันครั้งนี้ระหว่างดวงพรกับแมวทำให้เจ้าของใจหาย
สาวใหญ่มองแมวตัวโปรด คุ้งร้องเรียกเบา ๆ จนดวงพรน้ำตาไหล จ้องมองดวงตาสีเหลืองอำพันของอาคิรา ราวกับจะจำภาพนี้ไปตลอด
แมวดำดวงตาสีเหลืองเป็นแมวที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมเลี้ยง ตอนดวงพรเจอมันครั้งแรก มันตาเจ็บเกือบบอด เธอเจียดเงินจำนวนหนึ่งรักษาแมวดำให้หาย ทำวัคซีน ทำหมัน และหาบ้านรับอุปการะแมวจรหมอนหมิ่นตัวนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครอยากได้แมวดำไปเลี้ยงเลย
ชิชา เพื่อนที่กำลังทำคาเฟแมวเคยบอกกับดวงพรว่า ให้เธอเลี้ยงไว้ เพราะขืนให้แมวเด็กสีดำไปกับใครไม่รู้ เขาอาจจะรับแมวไปเป็นอาหารงูใหญ่ก็ได้
ดวงพรจึงเลี้ยงเจ้าคุ้งเรื่อยมา และมันก็ทำหน้าที่เพื่อนแสนดี คอยปลอบใจเวลาดวงพรร้องไห้ นอนเตียงเดียวกับเธอ และเป็นเพื่อนเล่นทำให้ดวงพรยิ้มได้เสมอ อาคิราคือเพื่อนแท้เพียงตัวเดียวที่ดวงพรมี
ก่อนหน้าที่ต้องรักษาตัว ดวงพรไม่มีความหวังว่าต้องรอดมาเพื่ออะไร เพราะชีวิตที่เป็นอยู่มันย่ำแย่ ไม่เหลือเงิน ไม่มีญาติ มีแต่หนี้สิน พอแข็งแรงก็ต้องทำงานเพื่อปลดเปลื้องหนี้ให้หมด เพราะเชื่อมาตลอดหากติดหนี้ไปถึงชาติหน้า เธออาจจะลำบากมากกว่าที่เป็นอยู่ ตั้งแต่มีคุ้ง ทุกอย่างในชีวิตมีความหมาย เธอมีกำลังใจและรู้ว่ามีหนึ่งชีวิตที่เฝ้ารอดวงพรอย่างซื่อสัตย์ เป็นทูนหัวที่มอบความรักให้ดวงพรอย่างแท้จริง
“เมื่อกี้เจ้านายถามว่า พี่จะมารับกลับเมื่อไหร่คะ?” เจ้าหน้าที่ถามอีกครั้งเพื่อทำประวัติให้อาคิราแมวสีดำ
“ไม่รู้เหมือนกัน พี่จะผ่าตัดมะเร็งวันพรุ่งนี้ ถ้าออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ จะรีบมารับกลับ”
เธอพูดตรง ๆ โดยไม่มีความรู้สึกอะไรบนใบหน้านิ่งเรียบและเฉยชา จนคนฟังเดาไม่ได้ว่า คนที่เอ่ยปากกำลังทุกข์หรือปลงได้กับเรื่องที่พูดออกมา ดวงพรไม่อยากให้ใครมาเหน็บแนมว่า ทุกครั้งของการร้องไห้ เธอคือสาววัยทองที่อารมณ์ไม่เสถียร อยากจะเถียงว่า เธอเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สาว ๆ แล้ว ยิ่งหลังแม่ตายเธอยิ่งเป็นหนัก
คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจอารมณ์ศิลปินหรืออย่างไร?
แต่...ช่างมันเถอะ คนเราคาดหวังกับคนอื่น อยากเห็นคนอื่นเหมือนที่ตัวเองคิด สำหรับดวงพร เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองอายุห้าสิบเลย ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่ แม้ว่าจะมีรอยยับทั่วใบหน้า ฝ้า กระเนื้อ ตีนกา มากันครบ
สำหรับเธอนี่คือรอยประสบการณ์ ไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าสาวหรือแก่ แต่อธิบายไปก็เท่านั้น ไม่มีประโยชน์ เดี๋ยวจะเหน็บว่าเธอเป็นวัยทองไม่ยอมรับสภาพขึ้นมาอีก
“เราจะดูแลให้ดีที่สุดค่ะ” เจ้าหน้าที่ยิ้มหวานรับคำ
ดวงพรหันไปมองแมวดำในกรงอีกครั้ง กำชับกับพนักงานว่าเธอเลี้ยงอาคิราแบบระบบปิดตั้งแต่ยังเล็ก อยู่กับเจ้าของเป็นหลัก เพราะเธอกับแมวอยู่กันสองชีวิตในห้องเล็ก ๆ เท่านั้น
“มันไม่เคยเจอแมวด้วยกัน ไม่เคยเจอหมา หากปล่อยจากกรง ขอให้มันเดินเล่นตามลำพังสักพัก แล้วค่อยจับเข้ากรงตามเดิม”
เพราะอย่างนี้ ดวงพรถึงไม่กล้าฝากชิชาเพื่อนที่ทำคาเฟแมว เพราะชิชาไม่รับปากว่าจะดูแลแมวได้อย่างที่ดวงพรขอ แถมยังบอกปัดให้เธอไปฝากไว้ที่อื่นอีกด้วย
ดวงพรกลั้นใจเดินหันหลังให้แมวรัก แม้ว่าเสียงร้องของเจ้าคุ้งในกรงจะร้องเรียกดังขึ้น ดวงพรต้องรีบออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เพื่อไปเตรียมตัวผ่าตัดใหญ่ในวันพรุ่งนี้
จากนั้นเธอจะกลับมารับอาคิราไปดูแลต่อให้ได้
ดวงพรเดินเข้าบ้านจากปากซอยด้วยสองขาของตัวเอง เธอตื้นตันที่ได้สัมผัสกับภาพเก่าเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน ตลอดเส้นทางมันดูเปลี่ยว บ้านของเธออยู่สุดซอยบนถนนลาดพร้าว เข้าซอยนี้จะทะลุอีกซอยหนึ่งที่เป็นรูปตัว U ได้ บ้านของดวงพรอยู่ซอยลาดพร้าวเลขคู่ ไม่ห่างจากตะวันนามากนัก สามารถเดินออกกำลังแบบเหนื่อยหอบนิด ๆ ไปชอปปิงที่นั่นได้ แล้วเดินกลับแบบไม่ต้องนั่งรถให้รำคาญใจ พอมาถึงหน้าบ้าน ดวงพรยังไม่เข้าไป เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ก่อนที่เธอจะกลับมาเป็นสาวเบญจเพส บ้านหลังนี้เป็นชื่อของแม่ หลังจากแม่ตายได้ไม่นาน พ่อกับพี่ชายตัดสินใจขายเพื่อใช้เงินรักษาอาการป่วยของพ่อ พี่ชายได้ส่วนแบ่งตามมา ส่วนดวงพรได้เงินจำนวนหนึ่งแค่พอซื้อคอนโดฯ มือสามมือสี่ เธออยู่ที่คอนโดฯ นั่น เพราะแม่เลี้ยงพาพ่อไปอยู่บ้านหลังใหม่ในหมู่บ้านจัดสรร และไม่อยากให้ดวงพรมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังใหม่ จากนั้นที่ดินตรงนี้ก็ใช้ก่อสร้างอะพาร์ตเมนต์เพื่อรองรับการเติบโตของคนย่านลาดพร้าว ส่วนคอนโดฯ ที่เคยอยู่ ดวงพรขายเพราะพี่กั้ง-พชรเมาแล้วขับขับรถชนคนตาย จึงเอาเงินจากการขายคอนโดฯ ไปใช
ดวงพรลืมตาอย่างยากลำบาก เธอแทบจะเบิกตาตื่นไม่ไหว ร่างกายมันแน่นตึงเหมือนวิ่งมาราธอนมาอย่างนั้น รอบด้านเป็นเสียงอื้ออึ้ง ได้กลิ่นดอกไม้ลอยมาแต่ไกล มันหอมหวานสำหรับดวงพร หลายคนบ่นไม่ชอบกลิ่นตีนเป็ดนี้ สำหรับเธอที่ต้องอาศัยในเมืองใหญ่ กลิ่นดอกไม้มันน่าอภิรมย์กว่ากลิ่นควันรถเป็นไหน ๆ มันคือความรู้สึกอบอวลที่แสนอบอุ่น เธอรวบรวมพลังในตัวเอง อยากชื่นชมดอกตีนเป็ดให้เห็นกับตา “ฟื้นแล้วเหรอ?” เสียงใครบางคนดังขึ้น คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักแห่ง ที่สำคัญมันมาพร้อมความรู้สึกดีใจที่ได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง ดวงพรลืมตาขึ้นมาได้มองไปรอบ ๆ นี่ห้องพักพิเศษ ไม่ใช่ห้องรวม สิ่งแรกที่เธอคิดคือ ฉันต้องจ่ายอะไรนอกเหนือจากประกันคุ้มครองอีกเท่าไร เธอส่งเบี้ยประกันไม่สูงมาก เพราะกำลังทรัพย์ของคนที่มีรายได้น้อยบีบเธอให้จ่ายได้เพียงเท่านั้น ความรู้สึกหิวน้ำออกอาการชัด ทำให้คนเฝ้ารู้สึกได้ ‘เขา’ รีบรินน้ำใส่แก้วพร้อมกับหลอดดูด ประคองดวงพรขึ้นมาดื่มน้ำ เดจาวูชัด ๆ สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับดวงพรแล้ว มันเกือบจะโรแมนติก ชนิดลงลึกใต้จิตสำนึกส่วนล่างสุด ดวงพรลืมตาม
แพทย์วิสัญญีเข้ามาในห้องเตรียม ในนั้นมีคนไข้นอนมองหน้าตาปริบ ๆ นี่เป็นห้องดมยารวมเพื่อแยกย้ายคนไข้เข้าห้องผ่าตัด ดวงพรไม่ใช่คนไข้พิเศษ ถึงจะมีประกันชีวิตและประกันสังคม แต่มันมีหลายอย่างที่ไม่ครอบคลุมการรักษา อะไรประหยัดได้ก็ทำไปก่อน ไม่อยากให้เป็นภาระตัวเองหากพ้นช่วงเวลานี้ หมอครอบหน้ากากที่ต่อท่อดมยา ครอบใบหน้าคนไข้ไล่ตามเตียงเป็นลำดับ พอคนไข้บนเตียงสลบแล้ว จะเข็นเตียงคนไข้ไปห้องผ่าตัดที่แจ้งไว้ในชาร์ตเหล็กที่ปลายเตียง ก่อนจะถึงคิวของดวงพร เธอรีบบอกกับหมอที่ถือหน้ากากและพยาบาลผู้ยืนข้าง ๆ “ถ้าพี่ตายระหว่างผ่าตัด ไม่ต้องปั๊มนะคะ” ดวงพรหมายความอย่างนั้นจริง ๆ ชีวิตเธอมีแต่หนี้สิน แทบไม่มีเงินกินเงินใช้ ที่ผ่านมาเธอต้องตามใช้หนี้ให้พี่ชาย ทรัพย์สินที่พอมีพ่อก็ให้กับแม่เลี้ยงและลูกทางฝั่งนั้นไปทั้งหมด ทุกอย่างต่อรองด้วยคำว่ากตัญญูแล้วจะเจริญ ตลอดชีวิตของดวงพร เธอเป็นเครื่องจักรที่ทำงานแบบบ้าคลั่ง ทำงานทำเงินเลี้ยงดูพ่อที่ฟื้นจากเส้นเลือดในสมองแตก ชำระหนี้ให้พี่ชายตามที่พ่อร้องขอด้วยท่าทีที่น่าเวทนา ดวงพรทำตามที่พ่อขอทุกประการ เพื่อให้พ่อ
ดวงพรปาดน้ำตาอีกครั้ง เธอกลับมาที่โรงแรมแมวอีกรอบ ทั้งที่ตัวเองต้องไปโรงพยาบาลให้ทันก่อนบ่ายสาม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำชับให้เธอเข้าไปตรวจสุขภาพเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด แต่ดวงพรขอมาดูอาคิราก่อน “เราไม่ได้เจตนาให้เกิดเหตุการณ์นี้” เจ้าของโรงแรมแมวพูดกับเจ้าของน้ำตาคลอเบ้า อาคิราเป็นแมวดำสนิท เขาเปิดกรงให้อาหาร แต่มันซุกตัวด้านในสุดด้วยความกลัวคนแปลกหน้า ทำให้คนให้อาหารไม่ทันระวัง พอไม่เห็นตัวเจ้าอาคิรา มันกระโดดออกจากกรงมาด้านนอก เจอแมวอีกหลายตัวที่แยกมุมกินอาหารตามจุดต่าง ๆ อารามตกใจมันกระโดดออกไปด้านนอก แล้วโดนหมาเจ้าของโรงแรมกัดสะบัด อาการของมันสาหัส สิ่งที่พวกเขาทำได้คือพยายามแย่งตัวมันกลับมาจากคมเขี้ยวหมา แล้วพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ เวลานี้เจ้าของชื่อดวงพรหัวใจสลาย เมื่อได้ข่าวจากโรงแรมแมวที่รับอาคิราไปดูแล เพราะมันคือกำลังใจที่มีชีวิต ดวงพรร้องไห้เหมือนคนเสียสติ เสียงร้องไห้ดังโหยหวนไปทั่วคลินิกรักษาสัตว์ เพื่อฟ้องว่า เธอเจ็บปวดหัวใจขนาดไหน สำหรับดวงพร อาคิราไม่ใช่แมวเลี้ยงที่เธออุปถัมภ์ แต่เป็นเพื่อน เป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้ชีวิต
“ชื่ออะไรคะ?” พนักงานโรงแรมแมวถาม ขณะที่รับกรงแมวจากมือของดวงพร “เจ้าของชื่อดวงพร แมวชื่ออาคิรา” “เพราะจัง” แน่นอนว่าพนักงานคนนั้น ไม่ได้ชมชื่อเจ้าของแมว แต่เป็นชื่อของแมวที่ดวงพรตั้งให้ “พี่เอาอาหารมาให้ด้วย ฝากน้องดูแลด้วยนะคะ พี่ไม่เคยห่างกันเลย เพิ่ง