Masukกรธัชและมารดารีบบึ่งรถมาหาหัสดินทร์ที่ฟาร์มทันทีเมื่อทราบข่าวละพอ
สายข่าวจากปางไม้รายงานว่าธูปแอบบุกเข้าไปในปางไม้เพื่อลอบวางระเบิด ส่วนละพอและเพื่อนแอบติดตามไปแล้วโดนลากไปเอี่ยวด้วย ชิงพลบปล่อยเจนจบออกมา แต่จับตัวละพอไว้ “ทำไมพวกคุณถึงไม่ติดต่อดิฉันโดยทันที คุณก็น่าจะรู้ว่าพวกเราสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่า” ทันทีที่นั่งลงคุณนกก็พูดเสียงสูง เธอแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะกลัวว่าละพอที่เธออุตส่าห์เอาฐานะสะใภ้มาเป็นกรงขังกำลังจะหลุดออกจากการควบคุม “แม่ครับให้ผมพูดเองดีกว่า คุณดินครับ ผมเป็นห่วงละพอ คุณได้ข่าวอะไรบ้างไหม ผมพอจะช่วยอะไรได้บ้าง” กรธัชร้อนใจมาก ทั้งเป็นห่วงทั้งกังวล แม้ตอนแรกเขาจะเข้าหาละพอตามความต้องการของมารดา ทว่าตอนนี้ เขาได้ตกหลุมรักละพอเข้าให้แล้ว “เมื่อเช้าผมได้คุยกับชิงพลบ เขายืนยันว่าละพอปลอดภัย ภายใต้การดูแลของเขา” หัสดินทร์ตอบ มองเห็นความจริงใจที่อยู่ในตัวกรธัช แต่ว่าคุณนกเล่า ท่าทีของเธอบอกว่าชิงพลบพูดถูก คุณนกคิดจะควบคุมละพอ…เพื่อปิดปากเธอ “คุณเชื่อชิงพลบเหรอคะ เขาจับตัวลูกสาวคุณไปนะคะ” “เขาบอกว่าจำเป็นต้องจับค่ะ” อาชิตาฝากบุตรชายไว้กับพี่เลี้ยงแล้วเข้ามา ชิงพลบไม่ได้นัดสามีเธอออกไปพูดอย่างเดียว เขาโทรมาคุยกับเธอด้วย เหมือนเขารู้ว่าสามีของเธออคติกับเขาเกินกว่าที่จะรับฟัง “ดิฉันฟังไม่ผิดใช่มั้ย พวกคุณเห็นดีเห็นงามกับการที่ละพออยู่ภายใต้การกักขังของชิงพลบเนี่ยนะ เสียสติไปหมดแล้วเหรอ!” กนิษฐามองอาชิตานิ่ง “พวกคุณอยากให้ละพอเป็นนางบำเรอของชิงพลบรึ” “ไม่ค่ะ ฉันกับสามีรักละพอเหมือนลูก แต่เราแค่เลือกคนที่จริงใจมากกว่า ไม่ใช่พวกนกสองหัว” “คุณอาชิ!” “เราขอถอนหมั้นครับ เพื่อไม่ให้พวกคุณต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้” หัสดินทร์พูดบ้าง “คุณดินครับ...” “เงียบ!” กนิษฐายกมือห้ามไม่ให้ลูกชายพูดอะไร “ดูเหมือนว่าชิงพลบจะมีข้อเสนออะไรที่ดีกว่าสินะคะ แต่พวกคุณคงไม่ลืมกระมังว่าชิงพลบก็แต่งงานแล้ว ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป ลูกสาวสุดที่รักคงฉาวโฉ่น่าดู” ข้อนี้หัสดินทร์รู้ดี แต่เขาและภรรยาอยากจะลองเชื่อใจชิงพลบดูสักครั้ง จางเหลียนมีอิทธิพลมากเกินกว่าที่พวกเขาจะจัดการได้ อีกทั้งเรื่องนี้มันเกี่ยวพันกันยุ่งเหยิง สะสางไม่ได้ “คุณดิน ผมไม่เข้าใจว่าชิงพลบพูดอะไรกับพวกคุณ แต่จะปล่อยให้น้องละพออยู่กับคนแบบนั้นเหรอครับ ทำไมถึงไม่เลือกเรา” หัสดินทร์ตอบเสียงขรึม “พอเถอะธัช ปล่อยละพอไป เธอจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าพ่อนายเคยทำอะไรไว้” “คุณดิน คุณทราบหรือ…” “รู้ และนายก็ควรละอายใจบ้าง” กนิษฐาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นๆ เมื่อไม่สามารถกล่อมสองคนนี้ได้อีก “การเชื่อใจชิงพลบ ไม่ต่างอะไรกับการเอามีดมาปาดคอตัวเอง” หัสดินทร์ยิ้มตอบ “ปาดเองก็ไม่แย่หรอก” การขนส่งไม้ล็อตใหญ่ประจำปีมีปัญหา ชิงพลบรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาให้ได้ภายในสามวัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังจัดการไม่ได้ จางเหลียนเข้าไปแทรกแซง พยายามควานหาตัวการเงียบๆ เพราะเชื่อว่าเป็นฝีมือคนใน คนที่รู้ละเอียดถึงขนาดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะสร้างปัญหาได้ดีที่สุดย่อมต้องเป็นคนใน แต่ไม่มีทางเป็นธูปแน่นอน จางเหลียนรู้จักธูปดี เขาไม่ใช่คนที่จะคิดแผนการแยบยลจำพวกนี้ หรืองัดข้อกับเขาในเงามืด จางเหลียนไม่ได้พูดตรงๆ แต่เขาแอบสงสัยชิงพลบ...มาโดยตลอด ช่วงหลังๆ มานี้มีเหตุการณ์หลายอย่างให้สงสัย จางเหลียนได้ยินว่ามีสารวัตรแฝงตัวอยู่ใต้จมูกเขา แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ความสงสัยในตัวชิงพลบผลักดันให้จางเหลียนวางแผนกำจัดชิงพลบเสีย แม้ใจจริงจะเสียดาย หากต้องเสียลูกน้องฝีมือดีไป แต่เขาถือคติว่าถ้าสงสัยไม่ควรเก็บไว้ ทั้งชิงพลบในช่วงนี้ก็ทำตัวไร้ประโยชน์…จนไม่อยากเก็บเอาไว้ให้รกหูรกตา “ธูปเป็นไงบ้าง” เมื่อสิ้นชิงพลบ จางเหลียนวาดฝันให้ธูปเข้ามารับตำแหน่ง อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเขาอีกครา “คุณหมอว่าปลอดภัยแล้วค่ะท่าน” หม่าติงอี้ตอบ จางเหลียนดื่มสุรา ทอดสายตาออกไปด้านนอก “ใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวชาแล้วล่ะ” “ท่านอยากให้จัดการชิงพลบเมื่อไหร่คะ” “เร็วที่สุด อ้อ อย่าลืมเก็บไอ้สารวัตรคนใหม่ด้วย ชักจะน่ารำคาญขึ้นทุกทีแล้ว” “ขอถามอะไรได้มั้ยคะ ทำไมสารวัตรถึงได้สงสัยเรื่องคุณชิงพลบนัก เรานั่งหาข้อมูลเขามาทั้งวันแล้วนะคะ ฟ้ายังไม่ได้พักเลย” ดาบตำรวจฟ้าใสบ่นกระปอดกระแปด ต้องโต้รุ่งไม่เท่าไหร่ แต่การที่ต้องมาล้วงลับข้อมูลชิงพลบ ทำให้ตำรวจสาวกังวลจนหายใจไม่ทั่วท้อง “เรื่องนี้กวนใจผมมาก ปล่อยผ่านไปไม่ได้” “สารวัตรทำตัวเหมือนพวกคลั่งรักไปได้” เธอว่า ยังดีนะที่สารวัตรเป็นตำรวจระดับสูงพอสมควรเลยพอจะเข้าถึงข้อมูลลับได้บ้าง “ดาบ! มานี่สิ นี่อะไร” สารวัตรเปิดไฟล์ด้วยสีหน้าตกตะลึง “อะไรคะสารวัตร ทำไมต้องทำเสียงน่ากลัวแบบนั้นด้วย” เธอทิ้งแฟ้มในมือมาหาอีกฝ่ายที่นั่งจ้องหน้าคอมพิวเตอร์ “ข้อมูลนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณชิงพลบนี่คะสารวัตร” “ใช่ แต่ผมอยากรู้ว่าสารวัตรที่ถูกส่งตัวมาก่อนผมคือใคร” “มีข่าวแว่วๆ ว่าสารวัตรคนนั้นตายไปแล้วนะคะ แต่ถึงจะอยู่หรือไม่ คนอย่างพวกเราไม่มีทางได้รู้หรอกค่ะ สารวัตรดูนี่ จดหมายส่งตัวปิดผนึก มีแต่คนระดับสูงเท่านั้นที่ดูได้” แต่สารวัตรพีรพัฒน์อยากรู้ว่าตำรวจที่ถูกส่งตัวมาจังหวัดนี้คือใคร! “ดาบลองเจาะเข้าไปในระบบดูสิ” เรื่องเจาะระบบเขาไม่ถนัดนัก แต่มั่นใจว่าดาบฟ้าใสทำได้ เธออยู่กองบัญชาการไซเบอร์มาก่อน เรื่องพวกนี้น่าจะเข้าทาง “มันผิดกฎหมายนะคะสารวัตร” พรบ.คอมฯ เอ่ย กฎหมายเอ่ย เธอผิดทุกประตูเลยนะ “เอาเถอะดาบ ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมรับผิดชอบเอง” เขามีคนในใจที่คาดว่าน่าจะเป็น แต่ก็ยังไม่แน่ใจ ต้องการหลักฐานมายืนยัน “สารวัตรสงสัยว่าคุณชิงพลบคือตำรวจที่ถูกส่งตัวมาเหรอคะ” เธอกระซิบกระซาบ กลัวถูกดักฟัง สารวัตรพยักหน้า “ที่มาที่ไปของเขาไม่ชัดเจน รู้แค่ว่าเป็นคนกรุงเทพ แถมยังมาเยือนจังหวัดในเวลาที่ใกล้เคียงกับช่วงที่สารวัตรไม่ระบุชื่อแซ่ถูกส่งตัวมา” “ก็จริงค่ะ คุณชิงพลบดูฉลาดเกินกว่าจะมาทำงานเป็นผู้จัดการปางไม้ทั่วไปแบบนี้” “เอาเลยดาบ ผมอยากรู้ความจริง” “ไม่เกินห้านาที สารวัตรได้ทราบแน่ค่ะ!” ดาบตำรวจฟ้าใสนั่งตัวตรง ขยับหัวไหล่และนิ้วมือเพื่อยืดเส้น ก่อนจะรัวนิ้วมือทั้งสิบลงบนแป้นคีย์บอร์ด นอกจากชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแล้วก็มีเรื่องนี้แหละ ที่ดาบตำรวจฟ้าใสมั่นใจ อดีตแฮกเกอร์มือฉมังได้เวลาสำแดงเดช! ระบบรักษาความปลอดภัยของกรมตำรวจค่อนข้างเจาะยาก แต่ไม่ยากสำหรับเธอ คนที่เคยช่วยวางระบบเองกับมือ แค่นี้น่ะ หวานหมู “เจาะระบบได้แล้วค่ะสารวัตร” “เก่งมากดาบ!” ดาบตำรวจฟ้าใสยิ้มกริ่ม หันจอให้สารวัตรดู สารวัตรเลื่อนเมาส์ลงไปเรื่อยๆ จนไปเจอกับภาพประกอบรูปของใครบางคน “นั่นมันคุณชิงพลบนี่คะ!” “เป็นเขาจริงๆ ด้วย” “ไปดาบ กลับโรงพักกันก่อน” สารวัตรพีรพัฒน์ขึ้นรถ ดาบตำรวจฟ้าใสตามมานั่งข้างคนขับติดๆ รถยนต์ติดตราตำรวจแล่นออกไปจากพื้นที่ ก่อนที่จะถูกรถสิบล้อพุ่งอัดกลางลำ รถยนต์ถูกชนอัดกับต้นไม้อย่างจัง เสียงโครมครามดังลั่น ผู้คนบริเวณนั้นเริ่มกรีดร้อง ดาบตำรวจฟ้าใสหมดสติทันที เลือดสีแดงฉานไหลเปื้อนใบหน้า สารวัตรพีรพัฒน์รู้สึกอึดอัดและปวดวิ้งในหัว เขามองกลุ่มคนที่ทยอยกันเข้ามาด้วยสายตาพร่าเลือน ก่อนที่เขาจะหมดสติไป เขานึกถึงคำเตือนของชิงพลบที่เคยเตือน ‘งั้นคุณก็ควรไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนจะไม่มีโอกาสอีก’‘วันนี้มีสัมภาษณ์งาน อาจจะกลับค่ำหน่อยนะคะ’ ชิงพลบอ่านทวนข้อความเธอนับสิบครั้งได้ตั้งแต่ที่เธอส่งมาตอนเย็นๆ ไม่รู้ว่านาฬิกาคนเราไม่เท่ากันหรือเปล่า ทำไมตอนนี้เข็มสั้นเขามันชี้ไปที่เลขสิบสองแล้วแต่ละพอยังไม่กลับมา ครั้นจะโทรไปตามหรือส่งข้อความไป เขาก็กลัวเธอคิดว่าเขาจู้จี้ ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรอเงียบๆ ในบ้าน จวบจนเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นผ่านรั้วบ้านเข้ามา เขารีบไปรอที่บันไดพร้อมกับซ่อนตัวในความมืด ด้วยนัยน์ตาวาววับ ละพอผลักประตูเข้ามาด้วยความระมัดระวัง เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงทับเสื้อสูทสีครีม ชิงพลบหรี่ตา เพราะดูเหมือนวันนี้เธอจะสวยน่ารักเป็นพิเศษ ความรู้สึกหึงหวงพุ่งขึ้นมากลางอก เขาค่อยๆ เผยตัวออกมาในความมืด รวบร่างเธอมาไว้ในอ้อมกอด “พี่พลบ! เล่นอะไรคะเนี่ย” ละพอตกใจจึงปล่อยของร่วงหมด “ทำไมกลับดึกขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแค่ไปสัมภาษณ์งาน” น้ำเสียงเขาเข้มงวด พลางรัดเธอแรงๆ “ก็ใช่สิ หนูก็บอกแล้วไง แล้วทำไมพี่ยังไม่นอนอีก มันดึกแล้วนะคะ” ชิงพลบเคาะหน้าผากเธอ พอได้กลิ่นน้ำหอมหวานๆ ก็แอบกลืนน้ำลาย “รู้ว่าดึกแล้วทำไมยังกลับดึกขนาดนี้” “หนูนอนดึกได้ไม่เป็นไร แต่พี่นอนดึกไม่ได้ พี่อา
“แล้วยังไงคะ พี่ไปเจอเขาทำไม” ละพอเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มีอิทธิพลอีก (เรื่องนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาถามได้มั้ย) “โถ ไม่เอาสิ หนูกำลังอยากรู้เลย อ่านกระทู้บนเน็ตอยู่เนี่ย เรื่องของบริษัทของเอริคที่ถูกฟ้องร้อง ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก” (ทำไมต้องสนใจเขาขนาดนั้นด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเราหรอกเขาก็แค่มาสะสางเรื่องในอดีต) “แสดงว่าเขาแค่มาและจะไปใช่มั้ยคะ” เธอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเขามาเพื่อเก็บกวาดอิทธิพลที่หลงเหลือของจางเหลียนโดยเฉพาะแล้วจะไปเอง (ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอริคเป็นคนเดายาก) “เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับพี่ใช่มั้ย?” (ไม่จ้า) แม้จะไม่นับเป็นมิตร แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูแน่นอน “ดีแล้วค่ะ ได้ยินแบบนี้หนูก็สบายใจ” (พี่ไม่ทำกายภาพแล้ว เดี๋ยวพี่ไปหา) “พี่มาหาไม่ได้ หนูอยู่หอ” ชิงพลบหัวเราะ (ถ้าพี่ต้องการสะอย่าง ไม่มีอะไรขวางพี่ได้หรอก) ละพอเฝ้ารอการมาเยือนของชิงพลบด้วยใจจดจ่อ เธออาบน้ำแต่งตัว อยู่ในชุดน้อยชิ้นที่เขาชื่นชอบ “สวยขนาดนี้ คิดจะทำให้พี่คลั่งตายเหรอครับ” นัยน์ตาโลมเลียมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ค่ะ หนูจะทำให้พี่คลั่งตาย” ละ
“ก็ได้ค่ะ สัปดาห์หน้าหนูจะไปหาพี่แน่ๆ สัญญาเลย” ละพอวางสาย เดินกลับเข้าไปหาเพื่อน กลางเดือนกรกฎาคม ละพอมีนัดทานข้าวกับพี่รหัส เธอส่งข้อความไปบอกชิงพลบเพื่อรายงานเขา เขาตอบกลับมาทันที ‘ทานให้อร่อยนะ’ “รอนานมั้ยคะพี่ ขอโทษที่สายนะคะ” ถึงจะรีบมาแค่ไหน แต่ก็สายจนได้ “ไม่เลย มาสิ มานั่งทานกันเถอะ คงจะหิวกันมากแล้ว” เขาผายมือไปเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เพราะข้างๆ มีเจจับจองแล้ว “งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะพี่ เร็วๆ พอนี่ รีบๆ นั่ง ฉันหิวจนแทบจะกินช้างม้าวัวควายได้ทั้งครอกแล้ว” “เจ เธอพึ่งผ่าไส้ติ่งนะ กินอาหารอ่อนๆ ได้อย่างเดียว” ละพอห้ามเมื่อเพื่อนตักน้ำจิ้มสามรสมารอท่า “แต่มาร้านชาบูแล้วไม่กินหมูกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ได้ยังไงล่ะพอนี่” เจนจบกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็ได้กลับไปนอนหยอดน้ำเกลือเหมือนเดิมหรอก” เธอเปลี่ยนถ้วยน้ำจิ้มให้ทันที “โถพอนี่ ขอสักวันเถอะ เธอไม่รู้หรอกว่าตลอดสัปดาห์มานี่ฉันชอกช้ำแค่ไหน กินแต่ข้าวต้มก็ไม่ไหวปะ ใช่มั้ยคะพี่” คนที่ร้องโอดครวญว่ากำลังจะตายตอนไส้ติ่งแตกน่ะ หายไปแล้ว “เอาแค่พอประมาณแล้วกัน” เธอเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มกลับไปให้ เจนจบกระดี๊กระด๊าดีใจยกใหญ่ รถยนต์คันห
เช้าวันถัดมาข่าวการปลิดชีพตัวเองภายในเรือนจำของจางเหลียนติดหน้าหนึ่งทุกสำนักข่าว พัศดีผู้เห็นศพคนแรกให้การว่าช่วงเวลาประมาณตีสามกว่าๆ เห็นความผิดปกติของจางเหลียนจากกล้องวงจรปิด ครั้นพอเร่งรีบไปดูก็พบว่าจางเหลียนเสียชีวิตแล้ว เขาตายเพราะโขกศีรษะกับพื้นแข็งๆ ในห้องขังจนตาย ตำรวจไม่คิดจะสืบสวนหาสาเหตุต่อ สรุปคดีเพียงว่าจางเหลียนเครียดจนฆ่าตัวตาย “พ่อคะ อาหารพร้อมแล้วพี่อาชิให้มาตามค่ะ” ละพอขึ้นมาเรียก บ้านหลังใหญ่ครึกครื้นขึ้นมากเมื่อคนในครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมหา “แล้วหนูล่ะ?” “หนูทานทีหลังค่ะ ตอนนี้ต้องป้อนข้าวพี่พลบก่อน” พี่พลบ! ฟังแล้วหัสดินทร์แสลงหูนัก อย่างชิงพลบนะ แก่เกินจะเรียกพี่แล้ว! “ไอ้พลบแขนด้วนเหรอ หนูจะต้องไปปรนนิบัติพัดวีอะไรขนาดนั้น” หัสดินทร์รู้สึกว่าชิงพลบมันแอบปิดบังอะไรบางอย่างอีกแล้ว แต่เขายังไม่มีหลักฐานเลยไม่กระโตกกระตาก “โธ่ ก็พี่พลบยังไม่หายดีนี่ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ละพอจับถาดอาหารตรงไปหาชิงพลบ เธอยกมือเคาะสองสามทีให้เขาทราบว่าเธอมาแล้ว ชิงพลบนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ” เขาอ้าปากรับอาหารอย่างสุขใจ กระทั่งละพอป้อนเรียบร้อยแล้วถ
ระยะเวลายี่สิบนาทียาวนานไม่รู้จบสิ้น ละพอลงจากรถแท็กซี่อย่างรีบเร่งก่อนจะวิ่งฉิวเข้าบ้านชิงพลบโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ชิงพลบต้องอยู่ในบ้านแน่ๆ พวกจิ๊กซอว์เหล่านั้นพึ่งถูกวางขายไม่นานนี่เอง “มีอะไรกันหนู ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาแบบนั้น” พฤกษ์เดินออกมารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เขาอยู่ไหนคะ?!” ละพอจับมือคุณอาหมอมากุม “บอกหนูมาเถอะค่ะ เขาอยู่ที่ไหน หนูอยากเจอเขา ให้หนูเจอเขาเถอะนะคะ!” “หนู พลบเขา…” “หนูไม่เชื่อ! เขายังอยู่ หนูรู้สึกได้” คุณอาพฤกษ์มีท่าทีอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยิ้มพ่ายแพ้แล้วเอ่ย “ดอกกุหลาบยังบานอยู่ ไปดูสักหน่อยสิ” กลิ่นดอกกุหลาบหอมระริน ละพอก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปทางสระ พุ่มดอกสีแดงสดยังคงบานสะพรั่งอย่างงดงาม ชิงพลบนั่งรับลมอยู่บนศาลา เขาสวมชุดสบายๆ ในมือแกร่งมีอาหารเม็ด ครั้นเขาโยนลงไปในน้ำ ฝูงปลาแหวกว่ายกันเข้ามาแย่งชิงอาหารกันจนน้ำสาดกระเซ็น ละพอผ่อนฝีเท้า เพื่อสังเกตการณ์ ก่อนจะพบว่านัยน์ตาชิงพลบไม่มองสิ่งใดเลย เหมือนเขามองไม่เห็น “คุณอาหรือครับ?” ละพอไม่ตอบ เธอยืนร้องไห้มองเขาเหมือนคนโง่ “ปล่อยผมไว้แบบนี้สักครู่เถอะ ผมไม่เซ่อซ่าตกสระหรอก” เพราะไม่มีเสียงตอบกลับ ช
ละพอได้ยินมาว่าชิงพลบไม่ใช่หลานชายคนโปรด ความดื้อรั้นและหัวแข็งของเขาสร้างความบาดหมางให้เขาและคุณตา สุดท้ายชิงพลบออกจากบ้านไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งแต่เด็ก ทว่าด้วยความเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมคน ทำให้ชิงพลบไปได้สวยในเส้นทางที่เลือกเดิน บางทีหากไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับน้องชายของเขา ชิงพลบคงกลายเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรง หรืออภิมหาเศรษฐีไปแล้ว ชิงพลบยอมทิ้งชีวิตที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาอย่างอุตสาหะเพื่อกลับมาแก้แค้นให้น้องชาย และเพื่อเธอ ละพอเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนอน ความเป็นชิงพลบยังคงซึมลึกอยู่ในเตียงและข้าวของเครื่องใช้ ราวกับเขาอยู่ที่นี่ และจากไปก่อนเธอจะมาเพียงไม่กี่นาที บนโต๊ะยังมีจิ๊กซอว์ที่เล่นค้างไว้ เขาคงชอบเล่น ในห้องมีงานที่เขาต่อครบถ้วนแล้ววางไว้สองสามภาพ “สวัสดีจ้ะ” ละพอหันไปตามเสียง ชายวัยประมาณห้าสิบปลายๆ แต่ดูอิ่มเอิบและสุขภาพดียืนยิ้มจนเห็นเส้นตีนกาอยู่ตรงกบประตู “สวัสดีค่ะคุณหมอ” ละพอพนมมือไหว้ “เรียกว่าอาก็ได้ อาเป็นอาของพลบกับเพลิง” ศาสตราจารย์พฤกษ์เป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชิงพลบ เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นจิตแพทย์ชื่อดัง “พลบเล่าเรื่องหนูให้อาฟังบ่อยๆ







