LOGIN“พี่ธัชเอาของขวัญที่พี่อุ้มให้หนูไปไว้ไหนคะ” เธอทวง เมื่อไม่เห็นของขวัญชิ้นโปรด
“ขอโทษทีจ้ะ พี่น่าจะทำหาย…” ละพอนิ่งไปครู่หนึ่ง “ลองหาดูดีๆ หรือยังคะ หรือวางไว้ไหน หนูช่วยหา” “พี่ขอโทษนะ พอดีพี่วางไว้บนเก้าอี้เพราะต้องไปรับแขก พอกลับมาอีกทีก็หายไปแล้ว เราอย่าโกรธพี่เลยนะ พี่ขอโทษ” ละพอส่ายหน้า เธอไม่ได้โกรธ แค่เสียดายและกลัวพี่อุ้มจะเสียความรู้สึก “เรื่องของขวัญของคุณราตรี ถ้าเราชอบขนาดนั้น เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่นะ รับรองว่าน่ารักกว่านั้นร้อยเท่าเลย” ซื้อให้ใหม่เหรอ? มันจะเหมือนกันได้อย่างไร แต่เพราะไม่อยากมีปากเสียงจึงได้แต่ยิ้ม “ละพอ” กรธัชเดินมานั่งลงตรงข้าม จับมือเล็กมากุม “พี่ขอโทษจริงๆ นะ ยกโทษให้พี่ได้มั้ย” “หนูไม่ได้โกรธ พี่สบายใจได้” ละพอพยายามยิ้ม แต่ฝืนจนกรธัชรู้สึกได้ เขาเลยพยายามหาเรื่องอื่นมาคุย “วันนี้เหนื่อยมั้ย อยากพักสักหน่อยหรือเปล่า” “ไม่เป็นไรค่ะ หนูไหว” เธอดึงมือออกอย่างสุภาพ ไม่ได้รังเกียจเขา แต่ไม่ได้ชอบมากพอที่จะปล่อยให้ใครมากุมมือ เหตุผลเดียวที่เธอยอมหมั้นหมายด้วยก็เพราะต้องการหาคำตอบเรื่องในอดีต กรธัชคล้ายอยากจะจับมือเธอมากุมอีก แต่จังหวะนั้นเหล่าผู้ใหญ่เดินมาสมทบพอดี “มานั่งอยู่นี่เอง มานี่มาเจ้าธัช มาไหว้คุณดินคุณอาชิก่อนกลับ หนูด้วยนะจ๊ะละพอ แม่ต้องกลับก่อนแล้ว” การร่ำลาผู้หลักผู้ใหญ่ใช้เวลาครู่หนึ่ง “สวัสดีค่ะคุณหญิง” ละพอพนมมือไหว้คุณนกที่หน้าประตูบ้าน “เรียกคุณหญิงอีกแล้ว แม่บอกให้เรียกคุณแม่ยังไงคะ” ละพอยังไม่พร้อมเรียก กรธัชเลยแทรกเพื่อเบี่ยงประเด็น “แม่ครับ วันนี้น้องละพอเหนื่อยแล้ว เรากลับกันเถอะนะครับ” “เอางั้นเหรอ อย่างงั้นก็ได้จ้ะ” “พรุ่งนี้พี่จะมารับไปส่งที่สนามบินนะ” กรธัชทิ้งท้าย ครั้นรถยนต์คันหรูแล่นหายไปจากบริเวณบ้าน ละพอถอนหายใจ รู้สึกอยากทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสักหลายสิบชั่วโมง ทว่าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายก่อนจะต้องเดินทางไปกรุงเทพ ละพออยากกราบลาบุพการีผู้มีพระคุณจึงเดินไปหาทั้งสอง “ชาตินี้ทั้งชาติ หนูคงทดแทนพระคุณของพ่อดินและพี่อาชิไม่หมด” เธอก้มกราบ “ไม่เอาสิ พ่อจะร้องไห้แล้วนะ” อาชิตาเองก็น้ำตารื้น “มา มากอดหน่อย” ละพอคลานไปหา จมอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของทั้งคู่ “จากนี้ไป พ่อขออวยพรให้เรามีแต่ความสุข ความสมหวัง ความเจริญ ตั้งใจเรียนนะละพอ” “ค่ะ หนูจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง” แววตาเธอฉายประกายเด็ดเดี่ยว เธอจะไม่ทำให้บิดามารดาผู้ให้กำเนิดผิดหวังเช่นกัน จากนี้ไปเธอจะไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงรังแกอีก โดยเฉพาะชิงพลบ เธอจะหาทางจัดการเขาให้ได้! พม่า บริเวณป่าสัมปทาน เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ชิงพลบและคนงานพักแรมใกล้ป่าโปร่ง กองไฟสว่างไสวเรียกแขกทั้งคืน จากการคาดคะเน พวกเขาต้องเดินเท้าอีกหลายวันกว่าจะถึงจุดที่เป็นเป้าหมาย “ผมเอากาแฟมาให้ครับนาย” พินิจเดินมาพร้อมกับถ้วยกาแฟหอมกรุ่น เสียงสัตว์ป่าตัวน้อยส่งเสียงดังอยู่ไม่ไกล “ขอบใจ” ชิงพลบละมือจากการดูแผนที่แล้วรับแก้วกาแฟไปจิบ “นายครับ นายยังไม่หายดี พรุ่งนี้นั่งรถดีไหมครับ” “ฉันไหว” ชิงพลบใช้ปากกาวงกลมเส้นทาง ป่าแถบนี้ไม่เคยได้รับการบุกเบิก อันตรายรอบด้าน ต้องวางแผนให้รัดกุม “นายตั้งใจทำงานขนาดนี้ แต่นายท่านจางยังคิดจะกำจัดนายอีก” พินิจเปรย “เป็นเรื่องปกติของวงการนี้” “นายไม่กลัวถูกเก็บเหรอครับ” “ไม่หรอก ตราบใดที่ยังมีประโยชน์” ตอนนี้เขายังมีประโยชน์ เพราะฉะนั้นไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ยังไม่ลงมือหรอก นัยน์ตาคมเฉี่ยวเปล่งประกายวาบเหมือนสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ‘คิดจะฆ่าเขาก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่ตาย ระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน’ ยามนั้นมีเสียงโหวกเหวกดังออกมาจากกระโจมซ้ายมือ “เห็นคุณโทมัสแล้วก็อิจฉานะครับนาย มาป่ามาเขาแต่ก็พาสาวมาด้วย สองสัปดาห์นี้คงไม่เหงาแน่ๆ” คณะเดินทางมีสมาชิกทั้งหมดสามสิบคน เป็นคนของชิงพลบสิบคน คนที่เหลือเป็นของโทมัส เขาชำนาญป่าบริเวณนี้ ทั้งยังเป็นคนที่น่าคบหาทีเดียว เสียก็แต่หมกมุ่นเรื่องใต้สะดือมากไปหน่อย “ก็คงจะอย่างนั้น” ขาดคำนั้น เสียงครวญครางดังมาจากกระโจมที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เหล่าชายฉกรรจ์ต่างพร้อมใจกันเงียบ ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้กันและกัน ชิงพลบวางปากกาแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าอย่างไม่ใส่ใจ หมู่แมกไม้แผ่กิ่งก้านบดบังจนไม่เห็นท้องนภา ความเงียบและอากาศเย็นๆ ที่พัดมาระใบหน้าทำให้เขาหวนคิดถึงละพอ คิดถึงใบหน้าอ่อนเยาว์ ริมฝีปากนุ่มเนียน กลิ่นกายหอมละมุน และรอยยิ้มของเธอ ชิงพลบหลับตาลง ความไม่สบอารมณ์บางประการทำให้ใจขุ่นข้อง เขาไม่เข้าใจการกระทำของละพอ เธอหมั้นหมายกับไอ้เด็กอ่อนนั้นด้วยจุดประสงค์ใด ต้องการทำให้เขาคลั่งตายหรือไร? หากไม่ติดว่าเธอยังเด็ก อายุยังน้อย เขาคงจับมาลงโทษโดยกลืนลงท้องไปนานแล้ว ทว่าเขาหักห้ามใจไว้ เพราะเขาเองก็ต้องจำใจสมรสกับคนที่ไม่ได้มีใจให้เช่นกัน ป่านนี้ละพอคงถึงกรุงเทพมหานครแล้ว ไม่รู้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า เขาจะได้พบเธออีกไหม? [ประชาสัมพันธ์ค่ะ] เรื่องคลั่งรักมีอีบุ๊กด้วยนะคะ อ้อ มีเรื่องพ่อดินและอาชิตาให้อ่านฟรีด้วยน้า ไปตำกันโลด‘วันนี้มีสัมภาษณ์งาน อาจจะกลับค่ำหน่อยนะคะ’ ชิงพลบอ่านทวนข้อความเธอนับสิบครั้งได้ตั้งแต่ที่เธอส่งมาตอนเย็นๆ ไม่รู้ว่านาฬิกาคนเราไม่เท่ากันหรือเปล่า ทำไมตอนนี้เข็มสั้นเขามันชี้ไปที่เลขสิบสองแล้วแต่ละพอยังไม่กลับมา ครั้นจะโทรไปตามหรือส่งข้อความไป เขาก็กลัวเธอคิดว่าเขาจู้จี้ ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรอเงียบๆ ในบ้าน จวบจนเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นผ่านรั้วบ้านเข้ามา เขารีบไปรอที่บันไดพร้อมกับซ่อนตัวในความมืด ด้วยนัยน์ตาวาววับ ละพอผลักประตูเข้ามาด้วยความระมัดระวัง เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงทับเสื้อสูทสีครีม ชิงพลบหรี่ตา เพราะดูเหมือนวันนี้เธอจะสวยน่ารักเป็นพิเศษ ความรู้สึกหึงหวงพุ่งขึ้นมากลางอก เขาค่อยๆ เผยตัวออกมาในความมืด รวบร่างเธอมาไว้ในอ้อมกอด “พี่พลบ! เล่นอะไรคะเนี่ย” ละพอตกใจจึงปล่อยของร่วงหมด “ทำไมกลับดึกขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแค่ไปสัมภาษณ์งาน” น้ำเสียงเขาเข้มงวด พลางรัดเธอแรงๆ “ก็ใช่สิ หนูก็บอกแล้วไง แล้วทำไมพี่ยังไม่นอนอีก มันดึกแล้วนะคะ” ชิงพลบเคาะหน้าผากเธอ พอได้กลิ่นน้ำหอมหวานๆ ก็แอบกลืนน้ำลาย “รู้ว่าดึกแล้วทำไมยังกลับดึกขนาดนี้” “หนูนอนดึกได้ไม่เป็นไร แต่พี่นอนดึกไม่ได้ พี่อา
“แล้วยังไงคะ พี่ไปเจอเขาทำไม” ละพอเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มีอิทธิพลอีก (เรื่องนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาถามได้มั้ย) “โถ ไม่เอาสิ หนูกำลังอยากรู้เลย อ่านกระทู้บนเน็ตอยู่เนี่ย เรื่องของบริษัทของเอริคที่ถูกฟ้องร้อง ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก” (ทำไมต้องสนใจเขาขนาดนั้นด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเราหรอกเขาก็แค่มาสะสางเรื่องในอดีต) “แสดงว่าเขาแค่มาและจะไปใช่มั้ยคะ” เธอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเขามาเพื่อเก็บกวาดอิทธิพลที่หลงเหลือของจางเหลียนโดยเฉพาะแล้วจะไปเอง (ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอริคเป็นคนเดายาก) “เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับพี่ใช่มั้ย?” (ไม่จ้า) แม้จะไม่นับเป็นมิตร แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูแน่นอน “ดีแล้วค่ะ ได้ยินแบบนี้หนูก็สบายใจ” (พี่ไม่ทำกายภาพแล้ว เดี๋ยวพี่ไปหา) “พี่มาหาไม่ได้ หนูอยู่หอ” ชิงพลบหัวเราะ (ถ้าพี่ต้องการสะอย่าง ไม่มีอะไรขวางพี่ได้หรอก) ละพอเฝ้ารอการมาเยือนของชิงพลบด้วยใจจดจ่อ เธออาบน้ำแต่งตัว อยู่ในชุดน้อยชิ้นที่เขาชื่นชอบ “สวยขนาดนี้ คิดจะทำให้พี่คลั่งตายเหรอครับ” นัยน์ตาโลมเลียมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ค่ะ หนูจะทำให้พี่คลั่งตาย” ละ
“ก็ได้ค่ะ สัปดาห์หน้าหนูจะไปหาพี่แน่ๆ สัญญาเลย” ละพอวางสาย เดินกลับเข้าไปหาเพื่อน กลางเดือนกรกฎาคม ละพอมีนัดทานข้าวกับพี่รหัส เธอส่งข้อความไปบอกชิงพลบเพื่อรายงานเขา เขาตอบกลับมาทันที ‘ทานให้อร่อยนะ’ “รอนานมั้ยคะพี่ ขอโทษที่สายนะคะ” ถึงจะรีบมาแค่ไหน แต่ก็สายจนได้ “ไม่เลย มาสิ มานั่งทานกันเถอะ คงจะหิวกันมากแล้ว” เขาผายมือไปเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เพราะข้างๆ มีเจจับจองแล้ว “งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะพี่ เร็วๆ พอนี่ รีบๆ นั่ง ฉันหิวจนแทบจะกินช้างม้าวัวควายได้ทั้งครอกแล้ว” “เจ เธอพึ่งผ่าไส้ติ่งนะ กินอาหารอ่อนๆ ได้อย่างเดียว” ละพอห้ามเมื่อเพื่อนตักน้ำจิ้มสามรสมารอท่า “แต่มาร้านชาบูแล้วไม่กินหมูกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ได้ยังไงล่ะพอนี่” เจนจบกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็ได้กลับไปนอนหยอดน้ำเกลือเหมือนเดิมหรอก” เธอเปลี่ยนถ้วยน้ำจิ้มให้ทันที “โถพอนี่ ขอสักวันเถอะ เธอไม่รู้หรอกว่าตลอดสัปดาห์มานี่ฉันชอกช้ำแค่ไหน กินแต่ข้าวต้มก็ไม่ไหวปะ ใช่มั้ยคะพี่” คนที่ร้องโอดครวญว่ากำลังจะตายตอนไส้ติ่งแตกน่ะ หายไปแล้ว “เอาแค่พอประมาณแล้วกัน” เธอเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มกลับไปให้ เจนจบกระดี๊กระด๊าดีใจยกใหญ่ รถยนต์คันห
เช้าวันถัดมาข่าวการปลิดชีพตัวเองภายในเรือนจำของจางเหลียนติดหน้าหนึ่งทุกสำนักข่าว พัศดีผู้เห็นศพคนแรกให้การว่าช่วงเวลาประมาณตีสามกว่าๆ เห็นความผิดปกติของจางเหลียนจากกล้องวงจรปิด ครั้นพอเร่งรีบไปดูก็พบว่าจางเหลียนเสียชีวิตแล้ว เขาตายเพราะโขกศีรษะกับพื้นแข็งๆ ในห้องขังจนตาย ตำรวจไม่คิดจะสืบสวนหาสาเหตุต่อ สรุปคดีเพียงว่าจางเหลียนเครียดจนฆ่าตัวตาย “พ่อคะ อาหารพร้อมแล้วพี่อาชิให้มาตามค่ะ” ละพอขึ้นมาเรียก บ้านหลังใหญ่ครึกครื้นขึ้นมากเมื่อคนในครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมหา “แล้วหนูล่ะ?” “หนูทานทีหลังค่ะ ตอนนี้ต้องป้อนข้าวพี่พลบก่อน” พี่พลบ! ฟังแล้วหัสดินทร์แสลงหูนัก อย่างชิงพลบนะ แก่เกินจะเรียกพี่แล้ว! “ไอ้พลบแขนด้วนเหรอ หนูจะต้องไปปรนนิบัติพัดวีอะไรขนาดนั้น” หัสดินทร์รู้สึกว่าชิงพลบมันแอบปิดบังอะไรบางอย่างอีกแล้ว แต่เขายังไม่มีหลักฐานเลยไม่กระโตกกระตาก “โธ่ ก็พี่พลบยังไม่หายดีนี่ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ละพอจับถาดอาหารตรงไปหาชิงพลบ เธอยกมือเคาะสองสามทีให้เขาทราบว่าเธอมาแล้ว ชิงพลบนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ” เขาอ้าปากรับอาหารอย่างสุขใจ กระทั่งละพอป้อนเรียบร้อยแล้วถ
ระยะเวลายี่สิบนาทียาวนานไม่รู้จบสิ้น ละพอลงจากรถแท็กซี่อย่างรีบเร่งก่อนจะวิ่งฉิวเข้าบ้านชิงพลบโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ชิงพลบต้องอยู่ในบ้านแน่ๆ พวกจิ๊กซอว์เหล่านั้นพึ่งถูกวางขายไม่นานนี่เอง “มีอะไรกันหนู ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาแบบนั้น” พฤกษ์เดินออกมารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เขาอยู่ไหนคะ?!” ละพอจับมือคุณอาหมอมากุม “บอกหนูมาเถอะค่ะ เขาอยู่ที่ไหน หนูอยากเจอเขา ให้หนูเจอเขาเถอะนะคะ!” “หนู พลบเขา…” “หนูไม่เชื่อ! เขายังอยู่ หนูรู้สึกได้” คุณอาพฤกษ์มีท่าทีอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยิ้มพ่ายแพ้แล้วเอ่ย “ดอกกุหลาบยังบานอยู่ ไปดูสักหน่อยสิ” กลิ่นดอกกุหลาบหอมระริน ละพอก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปทางสระ พุ่มดอกสีแดงสดยังคงบานสะพรั่งอย่างงดงาม ชิงพลบนั่งรับลมอยู่บนศาลา เขาสวมชุดสบายๆ ในมือแกร่งมีอาหารเม็ด ครั้นเขาโยนลงไปในน้ำ ฝูงปลาแหวกว่ายกันเข้ามาแย่งชิงอาหารกันจนน้ำสาดกระเซ็น ละพอผ่อนฝีเท้า เพื่อสังเกตการณ์ ก่อนจะพบว่านัยน์ตาชิงพลบไม่มองสิ่งใดเลย เหมือนเขามองไม่เห็น “คุณอาหรือครับ?” ละพอไม่ตอบ เธอยืนร้องไห้มองเขาเหมือนคนโง่ “ปล่อยผมไว้แบบนี้สักครู่เถอะ ผมไม่เซ่อซ่าตกสระหรอก” เพราะไม่มีเสียงตอบกลับ ช
ละพอได้ยินมาว่าชิงพลบไม่ใช่หลานชายคนโปรด ความดื้อรั้นและหัวแข็งของเขาสร้างความบาดหมางให้เขาและคุณตา สุดท้ายชิงพลบออกจากบ้านไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งแต่เด็ก ทว่าด้วยความเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมคน ทำให้ชิงพลบไปได้สวยในเส้นทางที่เลือกเดิน บางทีหากไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับน้องชายของเขา ชิงพลบคงกลายเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรง หรืออภิมหาเศรษฐีไปแล้ว ชิงพลบยอมทิ้งชีวิตที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาอย่างอุตสาหะเพื่อกลับมาแก้แค้นให้น้องชาย และเพื่อเธอ ละพอเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนอน ความเป็นชิงพลบยังคงซึมลึกอยู่ในเตียงและข้าวของเครื่องใช้ ราวกับเขาอยู่ที่นี่ และจากไปก่อนเธอจะมาเพียงไม่กี่นาที บนโต๊ะยังมีจิ๊กซอว์ที่เล่นค้างไว้ เขาคงชอบเล่น ในห้องมีงานที่เขาต่อครบถ้วนแล้ววางไว้สองสามภาพ “สวัสดีจ้ะ” ละพอหันไปตามเสียง ชายวัยประมาณห้าสิบปลายๆ แต่ดูอิ่มเอิบและสุขภาพดียืนยิ้มจนเห็นเส้นตีนกาอยู่ตรงกบประตู “สวัสดีค่ะคุณหมอ” ละพอพนมมือไหว้ “เรียกว่าอาก็ได้ อาเป็นอาของพลบกับเพลิง” ศาสตราจารย์พฤกษ์เป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชิงพลบ เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นจิตแพทย์ชื่อดัง “พลบเล่าเรื่องหนูให้อาฟังบ่อยๆ







