แชร์

บทที่ 9/2 จำใจปล่อย

ผู้เขียน: แอปเปิลโซดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-29 22:59:05

เสียงร้องไห้แผดดังขึ้นในรุ่งเช้า คุณพ่อมือใหม่รีบดีดตัวกุลีกุจอตื่นขึ้นมาอุ้มปลอบ

หัสดินทร์โยกตัวลูกชายวัยขวบเศษ ทั้งร้องปลอบและใช้มือใหญ่ตบแก้มก้นเบาๆ ให้เจ้าตัวน้อยสงบลง แต่ก็ไม่ได้ผล

“ชิเองค่ะ” อาชิตารีบเข้ามาอุ้ม “โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะลูกนะ แม่อยู่นี่แล้วคนเก่งของแม่ ไม่ร้องนะคนดี”

เหมือนมีเวทมนตร์ เจ้าตัวน้อยตัวจ้ำม่ำค่อยๆ หยุดร้องและเลิกทำหน้ายู่ยี่ในที่สุด

“อาชิ ทำไมลูกฟังคุณไม่ฟังผมล่ะ” หัสดินทร์เอ่ยอย่างมึนงงเมื่อเด็กชาย ‘อคินทร์’ หรือน้องคินทร์ หัวเราะร่า ผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ

หัสดินทร์เกาหัวแกร็กๆ อย่างไม่เข้าใจ

“ที่รักรีบไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วค่ะ เดี๋ยวไปรับละพอสายนะ” อาชิตาเตือน ในอ้อมแขนโยกหนูน้อยไปด้วย

“งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะ” แต่แล้วมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ส่งเสียงดังขึ้นมาสะก่อน

ปลายสายคือกรธัชที่โทรมาถามไถ่สารทุกข์ และปิดท้ายโดยการบอกว่าประเดี๋ยวอีกฝ่ายจะเป็นคนไปรับละพอเอง

“เอ็งจะไปทำไม ฉันไปเองได้”

(ผมคิดถึงน้อง ให้ผมไปนะครับ)

กรธัชส่งเสียงน่ารำคาญจนหัสดินทร์ต้องยอมให้

“เจ้าธัชมันมาแย่งหน้าที่ผมไปล่ะ”

เขาวางสายด้วยสีหน้าเซ็งๆ “คุณจะทำหน้าบูดกับน้องธัชแบบนั้นไม่ได้นะคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ มันน่าหมั่นไส้นี่น่า ‘คุณพ่อไม่ต้องลำบากไปรับละพอนะครับ ผมจะไปเอง’ เนี่ยเขาพูดงี้ ใครเป็นพ่อมันกัน” หัสดินทร์เลียนเสียง บีบเสียงให้เล็กลง

อาชิตาหัวเราะ ฝ่ายบุตรชายจึงหัวเราะตาม

ข่าวเด็ดประจำวันนี้ของแม่ค้าที่ตลาดคงหนีไม่พ้นข่าวลูกสาวอดีตสส.คนดังและนายใหญ่แห่งปางไม้

ชิงพลบและพลอยไพลินแต่งงานสายฟ้าแลบไปเมื่อสองปีก่อน ไม่รู้ทั้งสองไปปิ๊งกันตอนไหน รู้อีกทีสองคนนั้นก็แต่งงานใหญ่โตจนเรียกได้ว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดในปีนั้น

ทว่าหลังแต่งงาน มีข่าวลือมาตลอดว่าชิงพลบไม่แตะต้องภรรยา จนเมื่อเช้า มีคนลือให้แซ่ดว่าทั้งสองเตียงหักเป็นที่เรียบร้อย

แม่ค้าวัยหมดประจำเดือนและขาไพ่ขาไฮโลจับกลุ่มคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ได้ยินได้ฟังมาประหนึ่งเวทีโต้วาทีอันดุเดือด

กระทั่งดาบตำรวจฟ้าใสซึ่งมาซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ยังต้องหยุดฟัง เพื่อหาข่าวสารและข้อมูล

สำหรับเธอแล้ว แหล่งข่าวที่ดีที่สุดก็พวกป้าๆ นี่แหละ ถามอะไรรู้หมด ใครขายใครเสพ หรือเรื่องฉาวๆ อย่างใครเป็นเมียน้อยใคร ใครเลิกกับใคร รู้ลึกรู้จริงแบบคลุกวงในสุดๆ ดาบตำรวจฟ้าใสจึงไม่พลาดที่จะเสือก เอ๊ย! สืบหาข่าวจากพวกป้าๆ เสมอ

“จริงหรือป้า มั่วหรือเปล่า เชื่อได้เรอะข่าวนี้นะ” หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นยังลงภาพออกงานคู่ของทั้งสองให้เห็น

“โธ่ดาบ นี่เอาตรงๆ เลยนะ ป้าก็ไม่ใช่พวกชอบสาระแนเรื่องชาวบ้าน แต่เรื่องนี้ไอ้โต้ง หลานป้าที่ทำงานในปางไม้เล่าให้ฟังเองเลย มันบอกว่าคุณพลอยนะ ร้องไห้กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ตลอด แถมสามีอย่างคุณชิงพลบก็ไม่ค่อยสนใจ เรียกได้ว่าเย็นชาสุดๆ”

“แต่ว่าทั้งสองพึ่งแต่งกันมาสองปีเองนะป้า จะเตียงหักเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ”

“พึ่งสองปีอะไรกัน มันต้องใช้คำว่าตั้งสองปีต่างหาก เอ็งนะยังโสดไม่รู้หรอกว่าผู้ชายมันหน่ายเร็วแค่ไหน นี่คงจะมีเล็กมีน้อยตามประสาล่ะสิท่า สงสารก็แต่คุณพลอย แม่คุณเอ๊ย! ต้องมาแต่งงานกับคนไร้หัวใจ พูดแล้วหงุดหงิด ผู้ชายมักมาก!”

“ฉันยังจำได้ไม่ลืม หลายปีก่อนคุณชิงพลบมีข่าวจูบกับลูกสาวของคุณดินไม่ใช่เหรอ คุณชิงพลบนี่มันเสือผู้หญิงชัดๆ”

บทสนทนาเหล่านั้นดังมาเข้าหูละพอ ทีแรกว่าจะไม่สนใจแล้ว จนกระทั่งมีชื่อเธอโผล่มา

ละพอถอนหายใจ กระชับกระเป๋าแล้วตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น เวลานั้นดาบตำรวจฟ้าใสกลับเข้ามาทัก

“ตายแล้ว! พี่ก็คิดอยู่ตั้งนานว่าใครกัน น้องละพอนี่เอง สวยขึ้นจนพี่จำแทบไม่ได้แน่ะ” ดาบตำรวจฟ้าใสปรี่เข้ามาทักทาย ละพอไม่ทันระวัง พออีกฝ่ายปรี่เข้ามาก็เซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เคราะห์ดีที่มีคนรับร่างเธอไว้ได้

“ขอบคุณค่ะ…” ละพอชะงักเหมือนถูกสาป คนที่รับเธอไว้เป็นชิงพลบ เขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ละพอผละออก ถดตัวเองมายืนอยู่ห่างจากเขาพอสมควร

“ระวังหน่อยสิ ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”

เขาหมายความตามนั้นทุกคำ ละพอไม่เด็กแล้วจริงๆ สวยสะพรั่งดั่งดอกไม้แรกแย้ม ร่างบางที่ถอยห่างออกไปทิ้งกลิ่นหอมหวานติดปลายจมูกโด่ง

“เธอไม่เป็นไรนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“ก็ดี” สายตาคมเฉี่ยวมองสำรวจเธอตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า เธอไม่ได้สูงขึ้นมากนัก แต่ใบหน้าสะพรั่งขึ้น

ตอนนี้ละพอสวยน่า ‘รัก’ จนเขาละสายตาไม่ได้

…ราวกับว่าละพอคือดอกไม้และเขาคือหมู่ภมรที่ไม่อาจต้านทานต่อความเย้ายวน

“อ้าว? คุณชิงพลบ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ” ดาบตำรวจฟ้าใสยิ้มทักทาย ครั้นเห็นสายตาเยือกเย็น ตำรวจสาวรีบเอ่ยขอตัวกลับโรงพักแสนรักโดยด่วน

“พึ่งกลับมาเหรอ” เขาถาม นัยน์ตาคมกล้ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน

“…” ละพอเม้มปาก เธอขยับตัวอย่างอึดอัด ราวกับไม่รู้จะเอามือไปวางที่ไหนดี จังหวะนั้นเธอเผลอทำกระเป๋าสตางค์หล่น

ชิงพลบก้มลงเก็บแล้วยื่นส่งให้อย่างสุภาพ แต่ไม่รู้ทำไมละพอถึงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ สายตาของเขาคมปลาบแฝงความนัยบางอย่าง

“เอาไปสิ”

“ขอบคุณค่ะ”

มารยาทที่พึ่งมีก็ต้องมี เมื่ออีกฝ่ายเก็บกลับมาคืนให้ เธอก็ต้องเอ่ยขอบคุณ ละพอจับปลายกระเป๋า ชิงพลบจับอีกด้าน ทว่าเขาไม่ยอมปล่อยมือ

“ขอบคุณค่ะ” เขาไม่ยอมปล่อยเสียที จึงกล่าวขอบคุณซ้ำ

“โตขึ้นแล้วเย็นชาใส่กันเหรอ” เขายอมปล่อยอย่างอ้อยอิ่ง

ละพอไม่ตอบ เธอเก็บกระเป๋าสตางค์ลงย่าม พยายามนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้

สองปีแล้วที่ไม่ได้พบหน้าเขา เธอลืมความรู้สึกประหม่าและอื่นๆ ไปหมด ทั้งยังคิดว่าหากได้มาพบเขาอีก คงกล้าเผชิญหน้าเขามากขึ้น

แต่ไม่เลย…เธอยังประหม่าอยู่

“กลับยังไง ให้ไปส่งมั้ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูโทรบอกพ่อแล้ว เดี๋ยวพ่อมารับ” เธอสวนไปทันควัน ไม่มองหน้าเขาสักแวบ

ชิงพลบอยากจะกระชากร่างเล็กให้หันมาสบตาเขา แต่กดความรู้สึกนั้นไว้

“พ่อหรือแฟนล่ะ แต่คงจะอย่างหลัง ดูสิ เดินหน้าตั้งมาโน่นแล้ว”

จริงอย่างที่ชิงพลบพูด กรธัชเดินตัวปลิวมาทางนี้ เขามีสีหน้ายิ้มแย้มจนกระทั่งเดินมาใกล้จนเห็นว่าละพอไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว

“ถึงแล้วทำไมไม่โทรหาพี่ละคะ มาคะ พี่ถือให้” กรธัชเลือกที่จะแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างออกนอกหน้า มือวาดโอบเอวบางเพื่อประกาศศักดา

“พี่รู้ได้ไงว่าหนูกลับวันนี้” เธอไม่ได้บอกเขา ไม่ใช่ไม่เห็นหัว แต่เพราะไม่ค่อยชอบใจที่ต้องถูกคุณนกกะเกณฑ์โน่นนี่ทุกๆ ครั้งที่เธอกลับมาบ้าน

“ละพอกลับบ้านวันไหน ทำไมพี่จะไม่รู้ล่ะ”

“แล้วพ่อล่ะ” เธอเบี่ยงตัวออกจากแขนที่เอื้อมมาโอบรัดแบบนุ่มนวลที่สุด

“พี่อาสามารับเราเอง คุณดินเลยไม่ได้มาด้วย”

“ค่ะ งั้นกลับกันเถอะ”

“เดี๋ยวพี่พาเราไปกินข้าวก่อนค่อยกลับดีไหม”

“ไปกินที่บ้านดีกว่าค่ะ พี่อาชิบอกว่าจะเตรียมของโปรดหนูไว้” เธอไม่พร้อมจะไปทานข้าวสองต่อสองกับเขา

“โอเค งั้นเดี๋ยวพี่พาเรากลับบ้านนะ” กรธัชคว้ามือละพอมากุม สายตามองชิงพลบอย่างผู้ชนะ อย่างน้อยคนที่มีสิทธิ์กุมมือเธอก็คือเขา

ส่วนชิงพลบนะหรือ ได้มากสุดก็แค่มองนั่นแหละ

ละพอเดินเคียงกรธัช ไม่กล้าหันหลังกลับไปมอง แต่รู้สึกวาบที่สันหลังเหมือนถูกสายตาคมเฉี่ยวของใครบางคนมองตามไม่ห่าง

ชิงพลบเผยสีหน้าเย็นเรียบ ทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ

ป้าขี้เมาท์แผงขายผักต้องหลบหัวหลบหาง ไม่ค่อยกล้าเสนอหน้าเรียกลูกค้าเท่าไหร่

“ป้า”

ป้าขายผักสะดุ้งเฮือกเมื่อชิงพลบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หล่อนจะหวีดร้องให้คนช่วย แต่แบงก์ร้อยปลิวลงมาหยุดตรงหน้าเสียก่อน

ชิงพลบเอื้อมมือไปหยิบผักกำหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาแล้วพูดด้วยสีหน้ายิ้ม…ยะเยือก

“ค่าสาระแน...ครับ”

ครั้นชิงพลบไปแล้ว ป้าช่างเมาท์นังทรุดลงพื้น มือไม้ลูบอกเพื่อปลอบขวัญ

เมื่อถึงฟาร์มละพอเอ่ยชวนกรธัชให้อยู่ร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน ทว่าเขาบอกว่ามีธุระด่วน ต้องรีบกลับ

“พี่ฝากสวัสดีคุณดินกับคุณอาชิด้วยนะ”

“ได้ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่อยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน แม้เธอจะพยายามมากแค่ไหน แต่ยังไม่สามารถรู้สึกผ่อนคลายกับเขาได้

ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไม

ครั้นเปิดประตูเข้าไป พลุกระดาษและป้ายยินดีต้อนรับถูกกางออก

“ยินดีต้อนรับ!”

ละพอเข้าไปกอดพุงกลมๆ ของหัสดินทร์ พลางยกมือไหว้อาธูป “แล้วพี่อาชิกับน้องคินทร์ละคะ”

“อยู่ในบ้าน เจ้าเด็กกรธัชล่ะ”

“เขามีธุระค่ะ แต่ฝากมาสวัสดีพ่อด้วย”

หัสดินทร์คิดในใจว่าดีแล้วที่กรธัชกลับไป “ไป กินข้าวกัน”

“พี่อาชิทำอะไรอยู่คะหอมจังเลย” กลิ่นอาหารหอมกรุ่นลอยมาแตะจมูก จนต้องเดินไปที่ห้องครัวก่อน

“มาถึงแล้วเหรอละพอ” อาชิตาอุ้มลูกน้อยออกมา เด็กชายอคินทร์ชูมือขึ้นสูง ขอให้ละพออุ้มที

“น้องคินทร์ของพี่ ทำไมน่ารักน่าชังแบบนี้หือ” ละพอรับตัวอคินทร์มาหอมแก้มซ้ายขวา เด็กชายตัวอวบหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ปี้ๆ” เด็กชายอคินทร์ออกเสียงได้เป็นบางคำ จำพวกมาม้า ดาด้า หม่ำๆ

“มา หนูมาเหนื่อยๆ มานั่งพักก่อน” อาชิตารับลูกมาอุ้มต่อเพื่อให้ละพอได้พักดื่มน้ำ

ทว่ายังไม่ทันที่ละพอจะได้ดื่ม เด็กชายอคินทร์เดินเตาะแตะมาหาละพอ ออดอ้อนให้อุ้มด้วยสายตาแป๋วๆ จนละพอใจอ่อนยอมอุ้มขึ้นมานั่งตักเพื่อฟัดแก้มนิ่มๆ อีกรอบ

“เป็นเด็กติดพี่ไปสะแล้วน้องคินทร์” อาชิตาแซว “ไม่เอาใครแล้วนะเนี่ย”

“ปี้ฉาวจวย”

“ปากหวาน สงสัยต้องให้รางวัลเด็กดี” ละพอหยิบของเล่นที่เก็บไว้ในกระเป๋าออกมา “น้องคินทร์ชอบมั้ย”

ละพอหมุนกลองป๋องแป๋ง

“ชอบ!” ดวงตากลมใสดูถูกอกถูกใจกับของขวัญมาก

เมื่อได้ของขวัญ เจ้าก้อนกลมดื้อจะลงยืนบนพื้น ละพอไม่อยากขัดใจจึงย่อตัวปล่อยเด็กชายอคินทร์ที่วิ่งจู๊ดกลับไปหาอาชิตาเพื่ออวดของเล่นที่ได้มาใหม่

“มาม้า! ดาด้า ชอบๆ”

“จ๋าๆ รู้แล้วว่าชอบ ถูกใจเลยล่ะสิ” อาชิตาเห็นลูกมีความสุข คนเป็นแม่ก็อิ่มอกอิ่มใจไปด้วย

“ใจๆ” อคินทร์กระโดดโลดเต้นไปมา เสียงกลองป๋องแป๋งดังเคล้าไปกับเสียงหัวเราะของทั้งห้าคน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+   ตอนพิเศษ

    ‘วันนี้มีสัมภาษณ์งาน อาจจะกลับค่ำหน่อยนะคะ’ ชิงพลบอ่านทวนข้อความเธอนับสิบครั้งได้ตั้งแต่ที่เธอส่งมาตอนเย็นๆ ไม่รู้ว่านาฬิกาคนเราไม่เท่ากันหรือเปล่า ทำไมตอนนี้เข็มสั้นเขามันชี้ไปที่เลขสิบสองแล้วแต่ละพอยังไม่กลับมา ครั้นจะโทรไปตามหรือส่งข้อความไป เขาก็กลัวเธอคิดว่าเขาจู้จี้ ดังนั้นจึงได้แต่นั่งรอเงียบๆ ในบ้าน จวบจนเขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์แล่นผ่านรั้วบ้านเข้ามา เขารีบไปรอที่บันไดพร้อมกับซ่อนตัวในความมืด ด้วยนัยน์ตาวาววับ ละพอผลักประตูเข้ามาด้วยความระมัดระวัง เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงทับเสื้อสูทสีครีม ชิงพลบหรี่ตา เพราะดูเหมือนวันนี้เธอจะสวยน่ารักเป็นพิเศษ ความรู้สึกหึงหวงพุ่งขึ้นมากลางอก เขาค่อยๆ เผยตัวออกมาในความมืด รวบร่างเธอมาไว้ในอ้อมกอด “พี่พลบ! เล่นอะไรคะเนี่ย” ละพอตกใจจึงปล่อยของร่วงหมด “ทำไมกลับดึกขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแค่ไปสัมภาษณ์งาน” น้ำเสียงเขาเข้มงวด พลางรัดเธอแรงๆ “ก็ใช่สิ หนูก็บอกแล้วไง แล้วทำไมพี่ยังไม่นอนอีก มันดึกแล้วนะคะ” ชิงพลบเคาะหน้าผากเธอ พอได้กลิ่นน้ำหอมหวานๆ ก็แอบกลืนน้ำลาย “รู้ว่าดึกแล้วทำไมยังกลับดึกขนาดนี้” “หนูนอนดึกได้ไม่เป็นไร แต่พี่นอนดึกไม่ได้ พี่อา

  • คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+   20/4 ดอกกุหลาบยังบานสะพรั่ง

    “แล้วยังไงคะ พี่ไปเจอเขาทำไม” ละพอเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มีอิทธิพลอีก (เรื่องนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่สะดวก เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาถามได้มั้ย) “โถ ไม่เอาสิ หนูกำลังอยากรู้เลย อ่านกระทู้บนเน็ตอยู่เนี่ย เรื่องของบริษัทของเอริคที่ถูกฟ้องร้อง ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่มาก” (ทำไมต้องสนใจเขาขนาดนั้นด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเราหรอกเขาก็แค่มาสะสางเรื่องในอดีต) “แสดงว่าเขาแค่มาและจะไปใช่มั้ยคะ” เธอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจว่าเขามาเพื่อเก็บกวาดอิทธิพลที่หลงเหลือของจางเหลียนโดยเฉพาะแล้วจะไปเอง (ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอริคเป็นคนเดายาก) “เขาไม่ได้คิดร้ายอะไรกับพี่ใช่มั้ย?” (ไม่จ้า) แม้จะไม่นับเป็นมิตร แต่ก็ไม่ใช่ศัตรูแน่นอน “ดีแล้วค่ะ ได้ยินแบบนี้หนูก็สบายใจ” (พี่ไม่ทำกายภาพแล้ว เดี๋ยวพี่ไปหา) “พี่มาหาไม่ได้ หนูอยู่หอ” ชิงพลบหัวเราะ (ถ้าพี่ต้องการสะอย่าง ไม่มีอะไรขวางพี่ได้หรอก) ละพอเฝ้ารอการมาเยือนของชิงพลบด้วยใจจดจ่อ เธออาบน้ำแต่งตัว อยู่ในชุดน้อยชิ้นที่เขาชื่นชอบ “สวยขนาดนี้ คิดจะทำให้พี่คลั่งตายเหรอครับ” นัยน์ตาโลมเลียมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ค่ะ หนูจะทำให้พี่คลั่งตาย” ละ

  • คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+   บทที่ 20/3 ดอกกุหลาบยังบานสะพรั่ง

    “ก็ได้ค่ะ สัปดาห์หน้าหนูจะไปหาพี่แน่ๆ สัญญาเลย” ละพอวางสาย เดินกลับเข้าไปหาเพื่อน กลางเดือนกรกฎาคม ละพอมีนัดทานข้าวกับพี่รหัส เธอส่งข้อความไปบอกชิงพลบเพื่อรายงานเขา เขาตอบกลับมาทันที ‘ทานให้อร่อยนะ’ “รอนานมั้ยคะพี่ ขอโทษที่สายนะคะ” ถึงจะรีบมาแค่ไหน แต่ก็สายจนได้ “ไม่เลย มาสิ มานั่งทานกันเถอะ คงจะหิวกันมากแล้ว” เขาผายมือไปเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เพราะข้างๆ มีเจจับจองแล้ว “งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะพี่ เร็วๆ พอนี่ รีบๆ นั่ง ฉันหิวจนแทบจะกินช้างม้าวัวควายได้ทั้งครอกแล้ว” “เจ เธอพึ่งผ่าไส้ติ่งนะ กินอาหารอ่อนๆ ได้อย่างเดียว” ละพอห้ามเมื่อเพื่อนตักน้ำจิ้มสามรสมารอท่า “แต่มาร้านชาบูแล้วไม่กินหมูกับน้ำจิ้มแซ่บๆ ได้ยังไงล่ะพอนี่” เจนจบกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็ได้กลับไปนอนหยอดน้ำเกลือเหมือนเดิมหรอก” เธอเปลี่ยนถ้วยน้ำจิ้มให้ทันที “โถพอนี่ ขอสักวันเถอะ เธอไม่รู้หรอกว่าตลอดสัปดาห์มานี่ฉันชอกช้ำแค่ไหน กินแต่ข้าวต้มก็ไม่ไหวปะ ใช่มั้ยคะพี่” คนที่ร้องโอดครวญว่ากำลังจะตายตอนไส้ติ่งแตกน่ะ หายไปแล้ว “เอาแค่พอประมาณแล้วกัน” เธอเลื่อนถ้วยน้ำจิ้มกลับไปให้ เจนจบกระดี๊กระด๊าดีใจยกใหญ่ รถยนต์คันห

  • คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+   บทที่ 20/2 ดอกกุหลาบบานสะพรั่ง

    เช้าวันถัดมาข่าวการปลิดชีพตัวเองภายในเรือนจำของจางเหลียนติดหน้าหนึ่งทุกสำนักข่าว พัศดีผู้เห็นศพคนแรกให้การว่าช่วงเวลาประมาณตีสามกว่าๆ เห็นความผิดปกติของจางเหลียนจากกล้องวงจรปิด ครั้นพอเร่งรีบไปดูก็พบว่าจางเหลียนเสียชีวิตแล้ว เขาตายเพราะโขกศีรษะกับพื้นแข็งๆ ในห้องขังจนตาย ตำรวจไม่คิดจะสืบสวนหาสาเหตุต่อ สรุปคดีเพียงว่าจางเหลียนเครียดจนฆ่าตัวตาย “พ่อคะ อาหารพร้อมแล้วพี่อาชิให้มาตามค่ะ” ละพอขึ้นมาเรียก บ้านหลังใหญ่ครึกครื้นขึ้นมากเมื่อคนในครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมหา “แล้วหนูล่ะ?” “หนูทานทีหลังค่ะ ตอนนี้ต้องป้อนข้าวพี่พลบก่อน” พี่พลบ! ฟังแล้วหัสดินทร์แสลงหูนัก อย่างชิงพลบนะ แก่เกินจะเรียกพี่แล้ว! “ไอ้พลบแขนด้วนเหรอ หนูจะต้องไปปรนนิบัติพัดวีอะไรขนาดนั้น” หัสดินทร์รู้สึกว่าชิงพลบมันแอบปิดบังอะไรบางอย่างอีกแล้ว แต่เขายังไม่มีหลักฐานเลยไม่กระโตกกระตาก “โธ่ ก็พี่พลบยังไม่หายดีนี่ค่ะ ไปก่อนนะคะ” ละพอจับถาดอาหารตรงไปหาชิงพลบ เธอยกมือเคาะสองสามทีให้เขาทราบว่าเธอมาแล้ว ชิงพลบนั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณครับ” เขาอ้าปากรับอาหารอย่างสุขใจ กระทั่งละพอป้อนเรียบร้อยแล้วถ

  • คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+   บทที่ 20/1 ดอกกุหลาบบานสะพรั่ง

    ระยะเวลายี่สิบนาทียาวนานไม่รู้จบสิ้น ละพอลงจากรถแท็กซี่อย่างรีบเร่งก่อนจะวิ่งฉิวเข้าบ้านชิงพลบโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ชิงพลบต้องอยู่ในบ้านแน่ๆ พวกจิ๊กซอว์เหล่านั้นพึ่งถูกวางขายไม่นานนี่เอง “มีอะไรกันหนู ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาแบบนั้น” พฤกษ์เดินออกมารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เขาอยู่ไหนคะ?!” ละพอจับมือคุณอาหมอมากุม “บอกหนูมาเถอะค่ะ เขาอยู่ที่ไหน หนูอยากเจอเขา ให้หนูเจอเขาเถอะนะคะ!” “หนู พลบเขา…” “หนูไม่เชื่อ! เขายังอยู่ หนูรู้สึกได้” คุณอาพฤกษ์มีท่าทีอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยิ้มพ่ายแพ้แล้วเอ่ย “ดอกกุหลาบยังบานอยู่ ไปดูสักหน่อยสิ” กลิ่นดอกกุหลาบหอมระริน ละพอก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปทางสระ พุ่มดอกสีแดงสดยังคงบานสะพรั่งอย่างงดงาม ชิงพลบนั่งรับลมอยู่บนศาลา เขาสวมชุดสบายๆ ในมือแกร่งมีอาหารเม็ด ครั้นเขาโยนลงไปในน้ำ ฝูงปลาแหวกว่ายกันเข้ามาแย่งชิงอาหารกันจนน้ำสาดกระเซ็น ละพอผ่อนฝีเท้า เพื่อสังเกตการณ์ ก่อนจะพบว่านัยน์ตาชิงพลบไม่มองสิ่งใดเลย เหมือนเขามองไม่เห็น “คุณอาหรือครับ?” ละพอไม่ตอบ เธอยืนร้องไห้มองเขาเหมือนคนโง่ “ปล่อยผมไว้แบบนี้สักครู่เถอะ ผมไม่เซ่อซ่าตกสระหรอก” เพราะไม่มีเสียงตอบกลับ ช

  • คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+   บทที่ 19/3 ไม่ได้กลับขึ้นฝั่ง

    ละพอได้ยินมาว่าชิงพลบไม่ใช่หลานชายคนโปรด ความดื้อรั้นและหัวแข็งของเขาสร้างความบาดหมางให้เขาและคุณตา สุดท้ายชิงพลบออกจากบ้านไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งแต่เด็ก ทว่าด้วยความเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมคน ทำให้ชิงพลบไปได้สวยในเส้นทางที่เลือกเดิน บางทีหากไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับน้องชายของเขา ชิงพลบคงกลายเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรง หรืออภิมหาเศรษฐีไปแล้ว ชิงพลบยอมทิ้งชีวิตที่เขาก่อร่างสร้างตัวมาอย่างอุตสาหะเพื่อกลับมาแก้แค้นให้น้องชาย และเพื่อเธอ ละพอเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องนอน ความเป็นชิงพลบยังคงซึมลึกอยู่ในเตียงและข้าวของเครื่องใช้ ราวกับเขาอยู่ที่นี่ และจากไปก่อนเธอจะมาเพียงไม่กี่นาที บนโต๊ะยังมีจิ๊กซอว์ที่เล่นค้างไว้ เขาคงชอบเล่น ในห้องมีงานที่เขาต่อครบถ้วนแล้ววางไว้สองสามภาพ “สวัสดีจ้ะ” ละพอหันไปตามเสียง ชายวัยประมาณห้าสิบปลายๆ แต่ดูอิ่มเอิบและสุขภาพดียืนยิ้มจนเห็นเส้นตีนกาอยู่ตรงกบประตู “สวัสดีค่ะคุณหมอ” ละพอพนมมือไหว้ “เรียกว่าอาก็ได้ อาเป็นอาของพลบกับเพลิง” ศาสตราจารย์พฤกษ์เป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชิงพลบ เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นจิตแพทย์ชื่อดัง “พลบเล่าเรื่องหนูให้อาฟังบ่อยๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status