登入| นารา |
ฉากรักยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง คนตรงหน้าคลายกอด แล้วรวบสองมือของฉันเอาไว้เหนือหัว เรายังคงแลกลิ้นเกี่ยวกระหวัดโต้ตอบกันไม่หยุด จนสักพักเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปยังส่วนหน้าอก ขยับหน้าชิดแวะโลมเลียรอบหัวนมสีอ่อนของฉัน ก่อนจะผละมือออก และเริ่มปลดเปลื้องเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงของตัวเองออก
คุณการันต์โน้มตัวลงมาหาฉันอีกครั้ง คราวนี้เนื้อแนบเนื้อ อกแนบอก รวมทั้งน้องชายและน้องสาวของเรา ที่กำลังถูไถหยอกล้อกันไปมาอย่างที่สมองไม่ต้องสั่ง ร่างกายมันเป็นไปเองตามธรรมชาติ เราต่างเด้งตัวตอบรับเป็นจังหวะขึ้นลงสอดประสานกับจังหวะรุกเร้าของกันและกัน
ฉันกำลังจะตาย...ตอนนี้ฉันขนลุกทั้งตัวแล้ว ใครก็ได้ช่วยที!!
คนบนร่างยังคงซุกไซ้ ลงลิ้นเลียวนไปทั่วทั้งตัวของฉันอย่างที่อารมณ์จะนำพา เขากำลังกลืนกินฉันไปทั่วร่าง และตอนนี้กำลังเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ
มันช่างเหมือนกับฝันเมื่อคืนเป๊ะ!! คนตรงหน้าแยกสองขาของฉันให้กางออกจากกัน พร้อมเข้าจู่โจมตรงขาอ่อนด้านใน เขาพรมจูบ ดูดเม้ม บางทีก็ใช้ลิ้นลากเลียวนอยู่ตรงนั้นสลับกันไปซ้ายทีขวาที โดยที่เขาไม่ยอมแตะหนูนาราน้อยเลยสักนิด
เขากำลังแกล้งฉันแน่ๆ เขากำลังทำให้ฉันขาดใจตาย!!
“อื้อ~” ฉันครางด้วยเสียงที่สั่นเครือและแหบต่ำอย่างไม่เป็นคำ ไม่เป็นประโยค ทั้งปาก ลิ้น จมูก โฉบเฉี่ยวส่วนนั้นของฉันหลายต่อหลายครั้ง
ช่วยทำอะไรสักทีเถอะ ฉันขอร้อง ตอนนี้ตรงนั้นของฉันมันเต้นตุบ ความต้องการของฉันกำลังจะแตะจุดสูงสุด
ฉันทนไม่ไหว ทำแบบนี้มันเสียววูบวาบเจียนจะขาดใจ ฉันเลยต้องเอามือขวาเอื้อมไปตรงจุดเนินสาว และค่อยๆ ใช้นิ้วบดบี้ติ่งกระสันไปมา แต่นั่นมันไม่รอดพ้นสายตาของอีกคน ที่พอเห็นปุ๊บ เขารีบดึงมือฉันผละออกไป ก่อนเลื่อนหน้าขึ้นมาใช้ปากหยักสวยดูดเม้ม แล้วยื่นปลายลิ้นออกมาตวัดเลีย ราวกับได้ลิ้มรสของอร่อย
ผู้คุมเกมตรงหน้าเร่งตวัดปลายลิ้นให้เร็วและแรงขึ้น ทำอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ จนฉันเริ่มจะกลั้นมันต่อไปไม่ไหว
“คุณการันต์คะ ฉะ...ฉันจะไม่ไหวแล้ว อื้อ~” ฉันบอกกับเขาพลางพยายามกระเถิบสะโพกหนีปากเขา แต่คนตรงหน้าเหมือนจะไม่ยอม ใบหน้ายังซุกไซ้อยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน หนีไปไหนก็ตามไปทุกที่
สุดท้ายอารมณ์ฉันก็ล่องลอยมาจนสุดปลายทางแห่งความเสียวซ่าน รู้สึกได้ว่าร่างกายกระตุกเกร็ง แข้งขาสั่นเทิ้มจากปฏิกิริยากลไกของร่างกาย
ให้ตายเถอะ...คุณรู้ตัวไหมคะคุณเจ้านาย ตอนนี้ฉันคิดว่าตัวเองเริ่มคลั่งคุณเข้าแล้วละสิ โดยเฉพาะตอนที่ใช้ปากให้ฉัน ทั้งเซ็กซี่ ทั้งเร้าอารมณ์ฉันสุดๆ
ฉันนอนหอบเหนื่อย ก่อนได้ยินเสียงเขาพูดออกมาเบาๆ
“นารา...ช่วยผมหน่อย”
ฉันสตั๊นไปชั่วครู่ สิ่งที่แอบคิดก็เกิดขึ้นจริง ฉันตื่นเต้นจนรู้สึกถึงหัวใจที่เริ่มสั่นกระตุกรัวอีกครั้ง ฉันเคยแต่ใช้ของเล่นช่วยตัวเองมาตลอด ไม่เคยมีชายคนไหนเคยแตะต้องสัมผัสส่วนสงวนมาก่อน ฉันควรจะบอกเขาดีไหมว่าฉันยังเวอร์จิ้น
“เมื่อคืนผมช่วยคุณ เมื่อกี้ก็ช่วยคุณ อย่าเอาเปรียบกันสิ” เจ้าของเสียงโน้มตัวลงมากระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู พร้อมกับลมหายใจร้อนที่ชวนกระตุ้นต่อมเสียวขึ้นมาอีกรอบ
สมองฉันประมวลผลรวดเร็วยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์!!
หืม...สรุปเมื่อคืนมันคือเรื่องจริง!! ฉันไม่ได้ฝัน แต่ฉันจำมันไม่ได้เอง แค่คิดขึ้นมา ทุกอณูของร่างกายก็ร้อนเร่าแทบจะทันที ฝันดีที่ไม่ใช่ฝัน แต่มันคือเรื่องจริง...!!
เพียงเสี้ยววินาทีที่ฉันกำลังคิดเรื่องฝันนั่น พลันคนด้านบนก็จับตัวฉันพลิกขึ้นมาคร่อมตัวเขาไว้
ด้วยอารมณ์ที่มันนำพาให้ทิ้งเหตุผล ตรรกะ และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไว้ข้างหลัง ฉันค่อยๆ เลื่อนตัวเองลงมายังจุดกลางลำตัวของเขา แล้วใช้มือเรียวเล็กจับแก่นกายที่แข็งขืนนั่นเอาไว้อย่างหลวมๆ ก่อนจะขยับริมฝีปากไปแตะเบาๆ ตรงส่วนปลายที่บวมเป่งแดงระเรื่อ และกำลังกระตุกหงึกๆ ทักทาย
วินาทีนี้ หนังโป๊หลายต่อหลายเรื่องที่เคยดูถูกขุดค้นขึ้นจากความทรงจำ ใช้ปากทำออรัลเซ็กส์มันก็คงไม่ยากเกินความสามารถของฉันหรอกมั้ง แต่ก่อนที่ฉันจะเริ่มตอบแทนเขา ก็พลันนึกออกว่าเมื่อกี้มีคนเคยแกล้งฉันไว้ หึๆ ถึงคราวฉันเอาคืนบ้างแล้วนะคะ...คุณเจ้านายที่รัก
ฉันผละปากออกจากส่วนปลายแก่นกายคนตรงหน้าชั่วคราว ก่อนเลื่อนลงไปดูดเม้มตรงลูกกลมแฝด เรื่อยลงมาถึงซอกขา จนถึงขาอ่อนด้านใน เหมือนที่ใครบางคนเคยทำกับฉันไว้ ซึ่งมันก็ได้ผลทีเดียว คนใต้ร่างเริ่มร้องครางด้วยเสียงสั่นเครือ
“อือ~ นารา คุณกำลังเอาคืนผมเหรอ” คนตรงหน้าเริ่มโวยวาย พลางจับหัวฉันให้ค่อยๆ ขยับขึ้นมาตรงท่อนเอ็นลำใหญ่โตของเขา “ผมยอมคุณหมดแล้วนารา เลิกแกล้งผมสักทีเถอะ”
“แต่เมื่อกี้คุณก็ทำแบบนี้กับฉันนี่นา” ฉันตอบพลางเหลือบมองหน้าของเขา ที่กำลังทำหน้าตาหวานหยาดเยิ้มฉ่ำปรือใส่ฉันอยู่
ได้ทีกดยิ้มตรงมุมปากอย่างพอใจ และหัวเราะเบาๆ อย่างผู้ได้รับชัยชนะ อย่างน้อยฉันก็เอาคืนได้แล้ว แม้จะนิดหน่อยก็ยังดี หาได้ไม่ง่ายหรอกนะ โอกาสที่คุณจะได้แกล้งเจ้านายของคุณแบบนี้
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







