登入| การันต์ |
“อ๊ะ…ลึก…เสียว!!”
สะโพกสาวการันต์น้อยเข้าออกช่องทางรักของเธออยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน เร็วบ้าง ช้าบ้าง เปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆ จับขาพาดบ่าบ้าง จับเสียบในท่าตะแคงบ้าง จนสุดท้ายผมเอื้อมมือไปแกะสายเอี๊ยมที่มัดพันธนาการเจ้ากระต่ายน้อยออก แล้วจับอุ้มตัวเธอขึ้นมาวางบนตัก
“ผมขอดูลีลากระต่ายหน่อยสิครับ ว่าจะถึงใจแค่ไหน”
เท่านั้นแหละ คนด้านบนผมเหมือนไปอดอยากมาจากไหนก็ไม่รู้ จับน้องชายผมเสียบพรวดเข้าไปใหม่ แล้วกระแทกกระทั้นสะโพกตัวเองลงด้วยจังหวะที่รัวแรง บางทีก็หยุดแล้วจับเจ้าการันต์น้อยบดเบียดแบบหนักหน่วงไปมาอยู่ในช่องทางรักที่ตอดแน่น
ผมมองใบหน้า ท่าทาง และลีลาของคนตรงหน้าอย่างมีความสุข ไม่อยากจะคิดว่าเด็กสาวเด๋อๆ ที่เจอวันแรก ตอนนี้จะมาเล่นป้วนเปี้ยนอยู่ตรงหน้าผมอย่างนี้ แถมลีลาเซ็กส์ยังโคตรดุเด็ดเผ็ดร้อน
ตอนนี้เหมือนเจ้ากระต่ายขี้เยของผมตัวนี้จะเริ่มเหนื่อย และผมก็เริ่มจะไม่ไหว หลังอดทนอดกลั้นมาเกือบชั่วโมง ผมเลยจับเธอทำท่าโก้งโค้งแบบที่เจ้าตัวชอบ แล้วจับการันต์น้อยเสียบเข้าไปใหม่ จากนั้นจึงกระแทกเอวซอยรัวๆ ไม่ยั้ง
มือที่จับสะโพกเผลอตีไปที่บั้นท้ายขาวเนียนนั่นไม่แรงไม่เบา แต่มันก็ขึ้นสีและก็ทำให้เธอร้องกระเส่าออกมาแทบไม่เป็นศัพท์
“อื้อ~ เสียว~”
“เมียผมแม่ง...”
“ตีอีกๆ”
“ซี้ด~ ชอบแบบนี้ก็ไม่บอก หึๆ”
ผมตีเข้าที่บั้นท้ายกลมกลึงของเธออีกสองสามที พร้อมกับมือที่คลึงเคล้นไปมา สุดท้ายอารมณ์ของเราทั้งคู่ก็พุ่งทะยานพร้อมที่จะถึงจุดสูงสุด
“ขอแรงๆ นา...นาราจะไม่ไหวแล้ว”
ผมจึงกระแทกแรงๆ ไปอีกหลายที จนน้ำรักของเราพุ่งออกมาแทบจะพร้อมกัน ของผมนี่เหมือนกับเขื่อนแตก เนื่องจากเก็บกลั้นไว้นาน ส่วนของเธอก็พวยพุ่งราวกับสายธาร เลอะเปรอะไปทั่วพื้นห้อง ก่อนจะสลบไสลฟุบหน้าลงกับฟูกที่นอน
ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงถูกผมพยุงเข้าห้องน้ำไป ก่อนเปิดน้ำใช้ฝักบัวฉีดรด ทำความสะอาดให้เธอ แต่มือเจ้ากรรมก็ดันไปสะกิดจุดอ่อนไหวของคนน่ารักอีกครั้ง
“อือ~ เสียวอีกแล้ว”
สุดท้ายแล้วผมก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเสียงร้องกระเส่าและสายตาอ้อนวอนจากคนตรงหน้า ที่เย้ายวนยั่วเยเอามากๆ ผมเลยจัดให้ยัยกระต่ายนี่ไปแบบจุกๆ อีกสองยกในห้องน้ำ จนแข้งขาแทบไม่มีแรง
นี่ยัยกระต่ายตัวแสบกลายเป็นคนคลั่งเซ็กส์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เหมือนยิ่งนานขึ้น เซ็กส์แบบธรรมดาก็ดูจะไม่เพียงพอสำหรับเธอ เพราะนับวันเจ้าตัวก็ยิ่งเรียกร้องให้เอาแบบดุดันขึ้นเรื่อยๆ
ผมจับพยุงหญิงสาวที่สิ้นฤทธิ์แล้วไปนอนที่เตียง แล้วจึงทิ้งตัวเองลงไปตาม วาดมือโอบกอด บอกฝันดีและจูบซับเบาๆ ที่หน้าผาก
พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่จะได้พาเธอกลับบ้านซะที…
.....
ช่วงเช้าของวันใหม่ ผมรีบตื่นขึ้นมาเก็บข้าวของตัวเองยัดใส่กระเป๋า ปล่อยให้คนเมาค้างนอนอยู่อย่างนั้นอีกสักพัก หลังจากนั้นอีกไม่นานเธอจึงตื่นขึ้นมาพร้อมกับบ่นถึงอาการปวดหัว ผมจึงเอายากับน้ำที่เตรียมไว้ยื่นให้กิน แล้วไล่ให้รีบไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะออกไปกินมื้อเช้ากัน
เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จสรรพ ผมก็ขับรถพานารามาที่โรงแรมของเจสซี่ กินอาหารเช้าชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป ณ ห้องอาหารห้องเดิม
“อุ๊ย! สวัสดีค่ะคุณการันต์ น้องนารา วันนี้ไปไหนกันมาคะเนี่ย”
ผมกับนาราเห็นเจ๊แหม่มคนเดิมเข้ามาทักทาย เราทั้งคู่จึงทักทายตอบกลับไปตามมารยาท ก่อนที่เจ๊แหม่มจะมาดึงตัวนาราเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่าง ถึงเสียงจะไม่ดังมาก แต่ผมก็ยังได้ยิน
“อื้อหือ~ น้องนารา...ลูก...กลิ่นละมุดหนูหึ่งมาก ไม่ดีเลยนะคะทำตัวแบบนี้ เดี๋ยวแขกเขาก็เอาไปฟ้องคุณเจสซี่ งานจะเข้าเอานะลูก”
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแหม่ม วันนี้นาราจะย้ายกลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับผมแล้ว” ผมปรี่เข้าไปโอบไหล่นาราแล้วดึงตัวออกมา
“ฮะ!! อะไรยังไงกันคะเนี่ย แหม่มงงไปหมดแล้ว”
“งั้นผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการเลยละกันนะครับ คนนี้เป็นแฟนผมเอง ผมมารับแฟนกลับบ้านน่ะครับ แค่วันนั้นยังบอกใครไม่ได้แค่นั้นเอง”
“กรี๊ด~ นารา จริงเหรอคะลูก บอกเจ๊มา”
“อะ...เอ่อ…ค่ะ” คนข้างๆ ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม ติดๆ ขัดๆ ก้มหน้างุดด้วยความเขิน
“แล้วนี่คุณเจสซี่รู้รึยังคะเนี่ย”
“รู้เมื่อคืนแล้วครับ”
“เจ๊ว่าแล้ว วันนั้นน่ะ รัศมีออร่าแห่งความรักมันฟุ้งขนาดนั้น ว่าแล้วต้องมีซัมติง แต่เจ๊แค่ยังไม่แน่ใจ”
“เจ๊ก็พูดเกินไป”
“แหม น้องนารา เจ๊แอบมองอยู่ เจ๊เห็นนะคะ ว่าคุณการันต์มองหนูด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้มขนาดไหน แล้วไหนจะตักข้าว ตักขนม จับหัวลูบหัว สกินชิปกันเกือบตลอดเวลา โอ๊ย...เจ๊หมั่นไส้จังเลยค่ะ”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







