登入| การันต์ |
แค่จ้องมองดูกระต่ายตัวนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ใจผมมันก็เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง ท้องน้อยเริ่มรู้สึกวูบวาบ ความหื่นกระหายอยากใคร่ในกามก็เริ่มถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ
ไม่รีรอ...ผมโน้มตัวไปปลดสายชุดชั้นใน ดึงมันออกให้พ้นตัว ก่อนกดจูบที่ตุ่มไตตรงหน้าอกผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามสีขาวที่เธอสวมอยู่ ก่อนจะกดลิ้นเลียวนและใช้ริมฝีปากหยอกล้อและดูดดึงสลับกันไปทั้งด้านซ้ายและขวา
“อื้อ~ นาราเสียว ใจจะขาด”
จังหวะนี้ผมถอนปากออกจากจุดนั้น แล้วใช้สองมือกระชากเสื้อกล้ามตัวน้อยนั่นจนขาดออกจากกันอย่างไม่สนใจไยดี หากราคามันจะแพงเป็นหมื่นเป็นแสน จะทำจากเส้นไหมทองคำ หรือมันจะยังใส่ต่อได้หรือไม่ก็ตาม
ตอนนี้ท่อนบนเจ้ากระต่ายมีเพียงดอกบัวตูมคู่งามและตุ่มไตสีชมพูสวยปรากฏขึ้นต่อหน้า ดูไปดูมามันก็เข้ากันดีกับที่คาดผมกระต่ายที่ผมยังไม่ถอดออกให้ เมียใครทำไมช่างน่ารักจัง!!
อดใจไม่ไหว โผเข้าไปจัดการที่ส่วนซอกคอต่อ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดยังคงเจือจางติดอยู่ ผมกดจมูกสูดกลิ่นความหอมเข้าเต็มปอด ดูดดึงเนื้ออ่อนบริเวณนั้น พร้อมกับทิ้งรอยคิสมาร์คเล็กๆ ไว้รอยหนึ่ง จากนั้นจึงขยับย้ายปากของตัวเองไปแถวกกหู จุดเสียวอีกจุดที่ทำทีไร เจ้ากระต่ายจะดิ้นพล่านบิดตัวไปมาอยู่ร่ำไป
สัมผัสที่เสียวสยิวคงแล่นเข้าจู่โจมร่างกายแบบฉุดไม่อยู่ เธอร้องครวญครางออกมาเสียงดัง พานให้ใจผมเต้นรัวแรงมากขึ้น
มือที่รู้หน้าที่ค่อยๆ เอื้อมไปแกะกระดุมและรูดซิปถอดกางเกงสีชมพูขาสั้นตัวจิ๋วนั่น ก่อนจะรูดถอดมันออกไปโยนไว้ตรงพื้นอย่างไม่ไยดี
O_O
“หืม ใส่จีสตริงเหรอ...เอาจริงดิ!?”
เมียผมนี่ชักจะยั่วกันหนักขึ้นทุกวันๆ แล้วนะเนี่ย
เพียงแค่ผมลูบไล้สัมผัส น้ำอยากสีใสเริ่มไหลออกมาจากรูร่องช่องทางรัก มันออกมาเยอะจนเฉอะแฉะไปทั่วหว่างขา แต่เอาไว้ก่อน คืนนี้ยังอีกยาวไกล อยากแกล้งเจ้ากระต่ายตัวขาวนี่สักหน่อย ผมโน้มตัวลงไปดูดเลียที่ตุ่มไตตรงยอดอกอีกครั้ง ลงลิ้นรัวๆ เร็วๆ จนได้ยินเสียงหายใจถี่หอบปนกับเสียงครางกระเส่าที่ดังออกมาเป็นระยะๆ
“คะ...คุณการันต์ ช่วยนาราหน่อย...อื้อ~” เสียงที่สั่นเครือจากความเสียวของคนตรงหน้าเปล่งออกมาแทบไม่เป็นคำ ตอนแรกว่าจะแกล้งยาวๆ แต่เธอทำหน้าออดอ้อนน่าสงสาร แกล้งไม่ไหว น่ารักเกินไป ผมจึงสนองความต้องการให้เธออย่างที่เธอร้องขอ
ปากผมเลื่อนมาพรมจูบแถวท้องน้อย จนรู้สึกถึงหน้าท้องที่กระเพื่อมแรงเป็นระยะๆ ระหว่างที่ผมจัดการดึงจีสตริงตัวจิ๋วนั่นลงมา
ลิ้นผมไล้ไปตามกลีบดอกไม้ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวานที่ยังไม่หยุดไหล ตวัดลิ้นทักทายส่วนนั้นที ราวกับคนอดอยากปากแห้ง กระหายเซ็กส์มานานแรมปี ทั้งๆ ที่เรามีเซ็กส์กันทุกวันตั้งแต่มาถึงภูเก็ต
ตัวคนด้านล่างตอนนี้สั่นเป็นเจ้าเข้า แถมบิดตัวไปมาดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่าน ผมเริ่มขยับรัวลิ้นและดูดดุนแรงขึ้น ไม่ต่างจากอีกคนที่เด้งสะโพกสวนแรงขึ้นตามความเสียวที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ
“อื้อ ผะ...ผัวขา เมียจะเสร็จ…อื้อ”
เจ้าตัวส่ายสะโพกไปมาอีกสองสามทีจนตัวเกร็ง ก่อนเธอจะทิ้งตัวลงบนที่นอน เป็นสัญญาณว่าเธอแตะขอบฟ้าแล้ว
“ผะ...ผัวขา เมียขออมให้บ้างสิ”
ผมถอนปากจากหว่างขา เหลือบไปมองที่ต้นเสียง ตาที่ฉ่ำปรือกำลังส่งประกายแวววาวเว้าวอนออกมา พร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่มที่แอบแลบลิ้นออกมาโลมเลีย แล้วเม้มกัดริมฝีปากล่างของตัวเองด้วยความปรารถนา
แบบนี้เป็นใครก็คงทนไม่ได้แน่ๆ ถ้าเจอเมียตัวเองยั่วเยขนาดนี้!! ผมไม่รอช้ารีบถอดกางเกงปาทิ้งลงพื้น ขึ้นคร่อมตัวเธอและขยับการันต์น้อยเข้าไปใกล้ปากนั่น จากนั้นจึงจับจ่อมันเข้าปากเจ้ากระต่ายตรงหน้า ภาพที่เห็นมันช่างพาให้อารมณ์พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ คนน่ารักห่อปากดูดการันต์น้อยของผม ผมจึงเร่งกระแทกสะโพกเร็วขึ้นจนแทบจะไม่ไหว
“ซี้ด~ อ้า~” ผมร้องครางออกมาด้วยความเสียว จนสุดท้ายต้องจำใจถอนแก่นกายของตัวเองออกมา ก่อนที่มันจะระเบิดจนน้ำพวยพุ่งคาปาก
“ฮึก...ใจร้าย เอาออกไปทำไม ยังอยากกินอยู่”
“วันนี้นาราดื้อนะรู้ไหม ผมบอกให้นอนก็ไม่นอน นี่คือการทำโทษเด็กดื้อ”
เอาจริงๆ คือผมแค่ยังไม่อยากเสร็จ อยากเก็บน้ำไว้แตกใส่ข้างในทีเดียว จึงต้องแถไปแบบนั้น ผมขยับลงมาด้านล่าง ยกสองขาของเด็กดื้อแยกออก ก่อนจับลำแท่งที่แข็งตัวรอตั้งแต่ตอนเช็ดตัวให้ จับจ่อเข้าที่ช่องทางความสาว แล้วดันพรวดเดียวให้เข้าไปทั้งลำ
“อ๊ะ…ลึก…เสียว!!”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







