Masuk"ทำไม นอนกับผมมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอคุณถึงได้กลัวว่าผมจะทำอะไรคุณอีก ผมรุนแรงกับคุณหรือยังไง งั้นผมคงต้องรีบทำใหม่เพื่อแก้ตัว" "คุณหมอ!" เมรีญาหันไปจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง พร้อมกับตำหนิเขาในใจที่กล้าพูดเรื่องแบบนั้นออกมาอย่างหน้าไม่อาย "ว่าไง ตอบมาสิว่าผมทำให้คุณไม่ประทับใจหรอถึงต้องตั้งเงื่อนไขบ้าๆ นี้ขึ้นมา" เวทัสถามด้วยค วามโมโห ถ้าเป็นสองข้อแรกเขาพอเข้าใจและรับได้ แต่สำหรับข้อสามต่อให้เขารับปากเธอตอนนี้ในอนาคตเขารู้ตัวดีว่าคนอย่างเขาต้องผิดสัญญาแน่นอน เขาไม่มีทางห้ามใจตัวเองไม่ให้ยุ่งกับเธอได้! "ทำไมคุณมันเข้าใจอะไรยากแบบนี้ ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันไม่อยากนึกถึงเรื่องพวกนั้นอีก" หญิงสาวพยายามอธิบายกับชายหนุ่มด้วยเหตุผล แม้จะรู้ดีว่าคนข้างๆ เริ่มไม่มีเหตุผลกับเธอแล้ว "ผมไม่สัญญา" เวทัสตอบกลับทันทีพร้อมกับสต๊าทรถออกจากโรงแรมด้วยความไม่พอใจ
Lihat lebih banyak“อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าที่แบบนี้ มันดีขนาดไหนกันเชียว”
หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น บ่งบอกให้รู้ว่าไม่ได้เตรียมตัวที่จะเข้าไปเที่ยวใน ‘บาร์ลับ’ ชื่อดัง ที่แม้ชื่อจะลงท้ายว่า ‘ลับ’ แต่ด้วยเอกลักษณ์ต่างๆ ของที่นี่เลยทำให้เหล่าเซเลบหรือนักรีวิวต่างพากันไปเที่ยวสังสรรค์ จนทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ ‘ความลับ’ อีกต่อไป…
‘ข้าวหอม’ เมรีญา บุญสว่าง เดินเข้าไปในบาร์ลับดังกล่าวด้วยใจที่หวาดหวั่น จริงอยู่ที่อายุอานามก็ปาเข้าไปยี่สิบห้าปีแล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าสาวอย่างเธอไม่เคยเที่ยวสถานที่บันเทิงเลยสักครั้ง! แต่นั่นไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจสถานที่แบบนี้หรอกนะ แต่เหตุผลหลักเป็นเพราะว่าสถานะทางบ้านไม่ดีต่างหาก ทำให้หญิงสาวไม่คิดที่จะผลาญเงินไปกับความฟุ่มเฟือยเหล่านี้ ลำพังพ่อก็มากเกินทน!
หญิงสาวอยู่ในชุดแต่งกายธรรมดา ปล่อยผมยาวสลวยน้ำตาลทองถึงกลางหลัง ใบหน้าขาวใสไร้เครื่องสำอางตบแต่งใดๆ แต่ก็ยังดูสวยเป็นธรรมชาติ ปกติแล้ว เมรีญาไม่ใช่ผู้หญิงปล่อยตัว ด้วยหน้าที่การงานที่เป็นถึงประชาสัมพันธ์ให้กับโรงแรมในเมือง ทำให้ต้องคอยดูแลเรื่องบุคลิกและภาพลักษณ์เสมอ แต่ค่ำคืนนี้ เธอมีเรื่องทุกข์ใจชนิดที่แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะแต่งหน้าแต่งตาให้ดูดี และจุดประสงค์ที่มาบาร์ลับแห่งนี้จะเรียกว่าประชดชีวิตก็คงได้!
“มากี่ที่ครับ” การ์ดหน้าร้านเอ่ยถามหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอเดินมาคนเดียวโดยไม่มีเพื่อนมาด้วย
“ฉันมาคนเดียวค่ะ” เมรีญาตอบนิ่งๆ แต่ในใจกลับหวาดหวั่น เมื่อมองเห็นหนุ่มสาวแต่ละคนที่มาเที่ยวที่นี่จัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม จนเธอนึกอายอยากกลับไปเปลี่ยนชุดทันที
“หน้าตาสวยๆ แบบนี้มาคนเดียวระวังจะอันตรายนะครับ”
การ์ดร่างใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใยแกมทีเล่นทีจริง เมรีญาเองก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นไม่รู้ว่านั่นเป็นเพียงการกล่าวแซวกันเท่านั้น
“เฮ้ย อย่าไปแซวลูกค้าสิ เดี๋ยวลูกค้าก็หนีหรอก ฮ่าๆ”
จังหวะนั้น การ์ดอีกคนก็เข้ามาพูดจาสมทบด้วย ยิ่งทำให้เมรีญาหวาดหวั่นหนักเข้าไปอีก ว่าตนเองทำถูกหรือไม่ที่ตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่
“พวกพี่แค่แซวเล่นนะน้อง เชิญครับ ถ้ามีใครมาวอแวก็เรียกการ์ดได้เสมอนะ เจ้าของที่นี่ เขาเคร่งมาก ไม่อยากให้มีเรื่องลวนลามหรือทะเลาะวิวาทกันในบาร์” หนึ่งในการ์ดเหล่านั้นพูดขึ้น พอจะช่วยทำให้เมรีญาเบาใจขึ้นหน่อย
หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้าบาร์มาอย่างกล้าๆ กลัวๆ วินาทีที่เธอได้เห็นแสงสีเสียงอย่างที่เคยเห็นในอินเทอร์เน็ต สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในสมองคือคำว่า ‘ก็ไม่เลว’ อย่างที่เคยคิดไว้ อาจเพราะที่นี่เป็นบาร์ลับ และจากที่เคยอ่านเจอจากอินเทอร์เน็ตคือ เจ้าของที่นี่ไม่อยากให้บาร์ของตนเองเป็นที่นั่งดื่ม หรือออกแนวคล้ายผับ แต่เขาอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือเป็นที่บรรเทาความทุกข์ให้กับลูกค้าเสียมากกว่า และใช่…เมรีญาก็เป็นหนึ่งในลูกค้าที่ต้องการมาที่นี่เพื่อคลายความทุกข์ของตัวเองเช่นกัน
หญิงสาวก้าวเข้ามาในบาร์อย่างงุนงง ด้วยความที่ไม่เคยเที่ยวทำให้ไม่รู้ว่าจะไปนั่งที่ตรงไหนได้ โต๊ะในร้านยังเหลืออีกไม่มาก ส่วนโต๊ะที่เหลือส่วนใหญ่ก็คือโต๊ะสำหรับนั่งกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แต่เธอมาคนเดียวจึงไม่เหมาะนัก
เมรีญาหันไปมองที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่ใช้สำหรับให้บาร์เทนเดอร์ชงเครื่องดื่มให้แขก พบว่ามีที่นั่งเหลืออยู่หนึ่งที่พอดี จึงไม่รอช้ารีบเข้าไปนั่งเก้าอี้ดังกล่าว
“เอ่อ นั่งตรงนี้ไมได้นะคะ คนที่จะนั่งตรงนี้ได้ต้องจองมาก่อนค่ะ”
ไม่ทันที่ร่างบางสวยจะได้นั่งลงก็ถูกพนักงานสาวสวยของร้านเข้ามาห้ามเสียก่อน พร้อมทั้งยังมองการแต่งกายของเมรีญาอย่างประเมินอีกด้วย
“ขอโทษค่ะ”
เมรีญารู้ดีว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ และหญิงสาวเป็นคนมีมารยาทพอ หากที่ตรงนี้มีไว้สำหรับคนที่จองเข้ามา หรือต้องเป็นคนที่มีเงินหนามือ เธอเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปนั่งอยู่ดี
“ให้เธอนั่งเถอะคุณแพรว”
ก่อนที่เมรีญาจะเดินจากไป ทันใดนั้นก็มีเสียงราบเรียบของชายแปลกหน้าดังขึ้น ทำให้เธอต้องเหลียวหลังกลับไปมองเขาทันที
ชายหนุ่มรูปร่างสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวขาวสะอาดแบบคนเจ้าสำอาง แต่กลับดูขัดกับสายตาคมกริบที่เมื่อเผลอไปสบตาต้องรู้สึกหวาดหวั่นได้อย่างง่ายดาย จมูกคมเป็นสัน ริมฝีปากบางรับกับรูปหน้าคม สวมชุดสูทสำหรับ ‘บาร์เทนเดอร์’ ด้วยรูปร่างที่ดีจนแทบจะเหมือนนายแบบทำให้เขากลายเป็นชายหนุ่มที่ดูดีและมีเสน่ห์เหลือล้นจนเมรีญาดเผลอจ้องอย่างลืมตัว
“เอ่อ คือว่า...”
พนักงานสาวที่ชื่อ ‘แพรว’ ทำท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อคนนั้นจะยิ้มให้บางๆ ให้
“ค่ะ ได้ค่ะ” แล้วเจ้าหล่อนก็เดินกลับไปประจำจุดทำงานเดิมของตัวเอง
เมรีญาได้สติ จึงหันไปยิ้มรับให้กับบาร์เทนเดอร์หนุ่มเพื่อเป็นการขอบคุณทันที
“ขอบคุณนะคะ”
หญิงสาวพูดพร้อมกับค่อยๆ นั่งที่เก้าอี้อย่างเอียงอาย เธอมองไปยังเก้าอี้ตัวอื่นๆ ที่ตอนนั้นถูกจับจองด้วยสาวสวยมากหน้าหลายตา แต่ที่สำคัญ เมรีญารู้ได้ทันทีว่าแต่ละคนคงมีเงินกันเยอะมาก ต่างจากเธอที่เงินติดตัวสำหรับมา ‘เปิดประสบการณ์’ คืนนี้ไม่กี่พัน
“มาคนเดียวเหรอครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มคนเดิมเอ่ยถามขึ้น ทำให้เมรีญาตื่นจากภวังค์ทันที
“เอ่อ ค่ะ” หญิงสาวยิ้มตอบรับเบาๆ ก่อนลอบมองหน้าชายหนุ่ม พลางคิดว่า เขาช่างดูดีเหลือเกิน ผิวขาวสะอาดของเขาเนียนละเอียดจนผู้หญิงแท้ๆ อย่างเธอต้องอาย
“หืม? จ้องผมขนาดนี้ ขออนุญาตคิดเงินได้ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างขบขัน เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเอาแต่จ้องเขาราวอย่างกับประเมิน แล้วนั่นส่งผลให้สาวน้อยที่ถูกเขาแซวอออกอาการหน้าแดง
‘ว่าน’ เวทัส อนัตรวิเศษกุล หรือที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘หมอว่าน’ ยิ้มออกมาอย่างถูกใจ คืนนี้ เขาตั้งใจว่าทำงานแทนบาร์เทนเดอร์ที่ร้านอย่างไม่คิดอะไร แต่กลายเป็นว่ากลับเจอ ‘ของถูกใจ’ เข้าให้เสียแล้ว
สำหรับลูกค้าประจำทุกคนจะรู้ดีว่า เวทัสคือเจ้าของบาร์ลับแห่งนี้ แต่หญิงสาวที่เพิ่งมาใหม่ ซึ่งดูจากท่าทางแล้ว เวทัสมั่นใจว่าเธอไม่น่าเคยเที่ยวที่บาร์ของเขาแน่นอน
ปกติแล้ว แม้อาชีพหลักของเวทัสจะเป็น ‘ศัลยแพทย์’ หรือเรียกง่ายๆ ว่าหมอศัลยกรรมความงาม และดูแลปัญหาด้านผิวหนังให้ผู้หญิง แต่อีกอาชีพหนึ่งก็คือ ‘เจ้าของบาร์นั่งชิล’ ด้วยความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นบาร์เทนเดอร์ทำให้ชายหนุ่มเก็บเงินที่ได้จากอาชีพหลักเปิดบาร์ลับของตนเองขึ้นมา แม้ไม่มีเวลาที่จะมาทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์อย่างที่ฝันไว้ แต่แค่ได้เห็นว่าอีกหนึ่งความฝันได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี เขาก็ดีใจ
เวทัสตัดสินใจพาหญิงสาวมาที่คอนโดฯ ส่วนตัว ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเคยพาผู้หญิงเข้าห้อง แต่ไม่ใช่ห้องคอนโดฯ ส่วนตัวแบบนี้!แม้จะเปิดกว้างเรื่องเพศ และมองว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เวลาหนุ่มสาวถูกตาต้องใจกันก็อาจจะตกลงปลงใจและจบที่บนเตียงได้ ซึ่งเวทัสเองก็ทำแบบนั้นมาตลอดแทบจะทั้งชีวิต เพราะคนอย่างเขาบ้างานเสียเกินกว่าที่จะมีเวลาศึกษาดูใจกับใครเป็นเรื่องเป็นราว และสถานที่ที่ไม่เคยให้สาวๆ เหล่านั้นก้าวล่วงเข้ามานั่นก็คือคอนโดฯ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขานั่นเองสาเหตุที่คุณหมอหนุ่มเลือกจะพาหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้มาที่คอนโดฯ ของตนเอง เป็นเพราะว่าเธอเมาเสียจนแทบจะพูดคุยไม่รู้เรื่อง สติสัมปชัญญะของสาวน้อยคงเหลือไม่มาก มิเช่นนั้นคงไม่กล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า 'อยากเสียตัว' เขาไม่อยากพาเธอเข้าโรงแรม แล้วถูกพนักงานกล่าวหาว่ามอมเหล้าใคร และเวทัสก็มีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอ หากแม่สาวคนนี้เปลี่ยนใจ เขาก็จะไม่ฝืนใจเธอแม้แต่น้อย อีกอย่าง คนตัวเล็กในอ้อมกอดตอนนี้ก็ดูไม่ได้มีพิษสงอะไร ออกจะใสซื่อเสียด้วยซ้ำ“พาฉันมาที่ไหนเนี่ย” เมรีญาเริ่มได้สติ เมื่อเห็นว่าสถานที่ที่บาร์เทน
“ทุกคนล้วนมีความรับผิดชอบที่ต่างกัน สำนึกก็ต่างกัน ผมไม่รู้ว่าคุณพูดถึงใคร แต่ผมมองว่าเรื่องแบบนี้เป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลมากกว่า ถ้าเรารู้ตัวว่าดื่มมากแล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ต้องพิจารณาตัวเอง แต่จะมาโทษว่าทุกคนที่ดื่มเป็นคนไม่ดี อันนี้ ผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” เวทัสพูดพร้อมกับยิ้มเบาๆ ให้หญิงสาว“ฉันเห็นด้วยกับคุณค่ะ แต่ฉันยังมีเรื่องสงสัยอีกค่ะ” เมรีญาพูดพร้อมกับโน้มตัวมาเท้าข้อศอกลงกลางโต๊ะตรงหน้า จนเวทัสเผลอมองหน้าอกอวบที่ตอนนี้เกยล้นอยู่ตรงขอบโต๊ะ ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตนเองว่าหญิงสาวทำแบบนี้เหมือนกำลังจงใจจะยั่วเขาชัดๆ!“ถ้าลูกค้าขอให้ออกไปต่อด้วย…ได้ไหมคะ” เธอเอ่ยถามพร้อมกับจงใจทำสีหน้ายั่วยวนเขา“ลูกค้าที่ว่านี่หมายถึงคุณหรือเปล่าครับ” เวทัสถามด้วยใจที่เต้นรัว เขาคงประเมินสาวน้อยหน้าใสคนนี้ต่ำไป เพราะแท้จริง เธอเองก็คงร้ายไม่เบา!“ฮะๆ ฉันยังไม่ทันพูดเลยนะคะ แค่อยากรู้ว่าปกติแล้วพวกคุณไปต่อได้ไหม” เมรีญาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวตั้งใจจะชวนคุยเขาต่ออีกนิดหน่อยเท่านั้นแล้;จะกลับไปเผชิญชะตากรรมของตัวเองเพียงลำพัง แต่สัญชาตญาณผู้หญิงบอกให้รู้ว่าเวทัสเองก็สนใจเธอไม่น้อยเช่นกัน“
“ก็จริงค่ะ เรื่องดีๆ วันนี้คือ ฉันได้ออกมาปลดปล่อยก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย” ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เมรีญาพูดออกไปอย่างใจคิด เพราะแค่นึกถึงวันพรุ่งนี้ เธอก็แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว“ไม่ใช่สักหน่อย เรื่องดีๆ วันนี้คือการที่ผมกับคุณได้มาเจอ แล้วก็คุยกันต่างหาก ผมยินดีรับฟังเรื่องของคุณนะ ขอแค่คุณพร้อมที่จะเล่าให้ผมฟัง” คุณหมอหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างอบอุ่น ด้วยความที่อาชีพหลักเป็นหมอศัลยกรรมความงาม แน่นอนว่าต้องได้พบเจอผู้หญิงมากหน้าหลายตา พวกเธอต่างมีปัญหามากมายก่ายกอง และเขาเองก็เป็นหมอที่ต้องคอยพูดจาเพื่อละลายพฤติกรรมให้กับคนไข้เสมอ“หือ? คุณนี่น่ารักดีนะคะ”เมรีญามองหน้าชายหนุ่มชัดๆ จะว่าไป เขาเองก็เป็นสเปกของเธอเลยก็ว่าได้ แต่ที่ผ่านมา หญิงสาวไม่เคยคิดเรื่องแฟนมาก่อนเลยตัดผู้ชายทุกคนที่เข้ามาตอแยออกไป“พูดตรงขนาดนี้ ผมก็เขินเป็นนะครับ คุณ…” เวทัสเอ่ยขึ้นเพราะเขาเองก็อยากจะรู้ชื่อหญิงสาวพราวเสน่ห์ตรงหน้าเช่นกัน“อย่ารู้ชื่อฉันเลยค่ะ ยังไงพรุ่งนี้ เราก็เป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอยู่ดี”หญิงสาวพูดเสียงเรียบ และนั่นก็ดึงสติของเวทัสได้พอสมควร เพราะมันก็ถูกของเธอ เขาไม่ควรที่จะแสดงความสนใจลูกค้ามา
ส่วนหนึ่งที่คุณหมอหนุ่มหล่อประสบความสำเร็จในอาชีพเจ้าของบาร์ก็เป็นเพราะบารมีของผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นถึงอดีตนายตำรวจใหญ่ ที่แม้ตอนนี้จะเกษียณแล้ว แต่ท่านก็ยังเป็นที่นับหน้าถือตา รวมไปถึงเป็นที่เกรงขามของหลายๆ คน ทำให้ในแวดวงธุรกิจกลางคืนของเวทัสเดินได้สะดวก แต่ชายหนุ่มไม่เคยคิดที่จะทำผิดโดยใช้เส้นสายใดๆ เพราะลำพังทุกวันนี้ก็แทบไม่อยากบอกใครด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นลูกอดีตตำรวจใหญ่ ด้วยกลัวว่าคนอื่นๆ จะพากันเกรงใจไปหมดและค่ำคืนนี้ที่ชายหนุ่มต้องมาสวมบทบาร์เทนเดอร์จำเป็น นั่นเป็นเพราะว่าบาร์เทนเดอร์หนุ่มของที่ร้านป่วยกะทันหัน แถมวันนี้ก็เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ ลูกค้าที่ร้านก็จะเยอะกว่าปกติ เวทัสไม่ใช่คนขี้เหนียว ขี้งกแต่อย่างใด แต่แค่ไม่อยากให้ลูกค้ามาต่อว่าทีหลังได้ว่าบาร์ของตนเองบริการล่าช้า นั่นจึงเป็นสาเหตุที่คุณหมอหนุ่มต้องลงมาบริการลูกค้าแทน และเขาเองก็ยินดีมากๆ เช่นกัน ยิ่งได้เจอสาวน้อยที่ถูกใจเช่นนี้…ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่คืนนี้มาทำงานที่นี่“เอ่อ ขอโทษค่ะ”เมรีญารีบพูดออกมาทันทีด้วยความเขินอายที่ถูกชายหนุ่มจับได้ ปกติ เธอไม่ค่อยสนใจผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษ แต่สำหรับผู้ชายตรงห





