Masukท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เสียงฟ้าร้องที่ดังครืน ก่อนที่เม็ดฝนจะกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง แสงไฟตัดหมอกหน้ารถสาดทอดยาวไปบนม่านน้ำหนาทึบที่ดูเหมือนจะบดทัศนวิสัยเบื้องหน้าจนแทบมิด
สองมือหนากุมพวงมาลัยแน่นด้วยความรู้สึกกังวล สายตาคมกริบจ้องมองไปยังพื้นถนนเบื้องหน้าด้วยความระมัดระวังสูงสุด
ถึงแม้จะคุ้นเคยกับเส้นทางแถวนี้เป็นอย่างดี แต่การขับรถฝ่าพายุฝนเพื่อไปส่งบุตรสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเป็นวันแรก กลับทำให้หัวใจที่แข็งแกร่งของผู้เป็นบิดาเต้นรัวด้วยความกังวลอย่างอธิบายไม่ถูก มันคือความกังวลและความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นพร้อม ๆ กัน
บุตรสาวในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมที่บ่งบอกถึงการก้าวผ่านวัยกระโปรงบานขาสั้นสู่รั้วมหาลัย เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตากลมโตคู่สวยพยายามเพ่งมองตึกสูงของมหาวิทยาลัยที่อยู่ห่างออกไปเบื้องหน้า แต่การเข้าถึงกลับดูเหมือนจะยากเย็นขึ้นทุกที เพราะต้องฝ่ากระแสรถติดและสายฝนที่โหมกระหน่ำ
รถยนต์คันหรูของรามัญเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า จนแทบจะเรียกได้ว่าหยุดนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงแตรที่ดังระงมและหยาดฝนที่เริ่มทิ้งตัวลงมาอย่างหนัก รถของเขายังคงติดนิ่งอยู่ท่ามกลางมวลน้ำที่เริ่มเอ่อสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการระบายน้ำไม่ทัน กระจกหน้ารถมีหยดน้ำเม็ดโตไหลเป็นสาย นัตตี้เงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้ากังวล“รถติดเพราะมีอุบัติเหตุข้างหน้าค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นหลังจากเช็กข้อมูลจากแอปพลิเคชันของการจราจรเรียบร้อยแล้ว
“ข่าวบอกว่า...ก่อนหน้านี้มีรถพ่วงเสียหลักพลิกคว่ำกลางถนนค่ะ มีสินค้าร่วงเต็มพื้นเลยกีดขวางการจราจร”
“ให้ตายสิ! มันไม่ใช่แค่ฝนตกรถติดอย่างเดียวแล้วล่ะ ถ้ารถพ่วงคว่ำแบบนี้ การเคลียร์พื้นที่ท่ามกลางสายฝนคงใช้เวลาอีกเป็นชั่วโมง ๆ แน่” รามัญถอนหายใจยาว
“แล้วมีคนเจ็บมั้ยลูก” เสียงทุ้มของผู้เป็นบิดาเอ่ยถาม แสดงออกถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้น
“มีค่ะ เป็นคนขับ”
“น่าจะตอนที่เสียงรถพยาบาลเมื่อกี้นี้แน่ ๆ เลย” นัตตี้กล่าวต่อ พลางหันมามองใบหน้าเคร่งเครียดของผู้เป็นบิดา
“พ่อขับระวัง ๆ นะคะ ไม่ต้องรีบ” บุตรสาวรีบย้ำ ราวกับจะเตือนสติให้พ่อของเธอผ่อนคลายความกังวลเรื่องเวลาลงบ้าง
รามัญเหลือบมองลูกสาว ใบหน้าของนัตตี้ยังดูสงบนิ่ง ทำให้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
”ในกลุ่มไลน์ของเพื่อน ๆ หนู แชร์ภาพมาให้ดูด้วยค่ะ หนูว่าพ่อเปลี่ยนเส้นทางเถอะ”
“โอเค งั้นเดี๋ยวพ่อจะเลี้ยวเข้าซอยข้างหน้านี้ แล้วลัดไปอีกทาง ไกลหน่อยก็ยังดีกว่าติดอยู่ตรงนี้” รามัญตัดสินใจในที่สุด เขาตบไฟเลี้ยวเข้าเลนซ้ายด้านหน้าทันที
เสียงปัดน้ำฝนและเสียงสัญญาณไฟเลี้ยวของรถดังแข่งกับเสียงของสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา รถของสองพ่อลูกเลี้ยวเข้ามาติดนิ่งอยู่ท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นภายในซอยเล็ก ๆ ถึงแม้ว่ารามัญจะเปลี่่ยนเส้นทางแล้วก็ตาม และที่น่ากังวลกว่า คือในซอยเล็ก ๆ นี้ยังไม่มีทางทีว่ารถจะได้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้เลย
เม็ดฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย แสงไฟเบรกสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในม่านน้ำ บ่งบอกถึงการจราจรที่สิ้นหวัง
พีรยามองระดับน้ำที่เริ่มเอ่อขึ้นมาถึงขอบทางฟุตบาทอย่างประเมินสถานการณ์ ก่อนจะหันไปบอกผู้เป็นบิดา
“พ่อคะ!!!..น้ำเอ่อขึ้นมาถึงขอบทางแล้ว แถมรถก็ติดหนักขนาดนี้ หนูว่า!!!...หนูลงรถแล้วเดินลุยฝนไปดีกว่า” บุตรสาวเอ่ยขึ้นด้วยแววตาอันแน่วแน่
“ให้รถขยับไปใกล้ ๆ อีกหน่อยสิ เวลายังเหลืออีกตั้งเยอะนะ” รามัญเอ่ยขึ้นขณะที่รถเริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ฝ่ามวลน้ำ
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของรามัญก็ดังขึ้นหยุดเสียงสนทนาจากพีรยาที่กำลังจะเอ่ยขึ้น เขารีบกดปุ่มรับสายบนพวงมาลัยทันที
“คุณรามค่ะ ณัชชากำลังจะออกเดินทางแล้ว เจอกันที่เชียงใหม่นะคะ” น้ำเสียงหวานใสและนุ่มนวลของเลขาฯ คนใหม่ผ่านลำโพงในรถ
“ครับ ฝนตก คุณขับรถระวัง ๆ นะ” รามัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ จนผิดสังเกต
“ขอบคุณค่ะ คุณราม” เสียงหวานใสปลายสายที่ตอบกลับมา ทำให้บุตรสาวลอบยิ้ม เธอสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้เป็นบิดา
หลังจากรามัญวางสายไป ก็เต็มไปด้วยคำถามที่อยากรู้ของลูกสาว เธอเอนตัวเข้ามาใกล้บิดา สีหน้าของเธอดูเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
“เลขาฯ คนใหม่ของพ่อ สนิทกับพ่อถึงขั้นเรียกชื่อเล่นเลยเหรอคะ” นัตตี้เอ่ยถามอย่างหยอกล้อ
รามัญหัวเราะเบา ๆ พยายามซ่อนความเขินอายที่ซึมออกมาทางสีหน้า ก่อนจะรีบแก้ตัวทันควัน
“ทำไมล่ะ ก็พ่อไม่ชอบให้ใครเรียกว่าท่านประธานนี่น่า มันดูห่างเหินกับลูกน้อง”
“แหม่...เรียกคุณรามัญก็ได้นี่คะ” นัตตี้ลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน
“พ่อคงชอบเลขาฯ คนใหม่เข้าแล้วล่ะ เธอสวยมั้ยคะ”
คำถามนี้ทำเอาใจของรามัญเต้นเร็วกว่าปกติ เขาหันไปมองท้องถนนที่เต็มไปด้วยน้ำท่วมขังเพื่อหลบเลี่ยงสายตาจับผิดของบุตรสาว
“พ่อก็ไม่มีรูปเธอซะด้วยสิ เอาเป็นว่าวันไหนหนูไปบริษัทของพ่อ ก็จะเห็นเธอเองแหละ”
“แสดงว่าเธอสวย! หนูมองหน้าพ่อเวลาพูดถึงเธอ พ่อดูมีความสุขจัง” นัตตี้คลี่ยิ้มกว้างด้วยความเข้าใจ
“ถึงยังไง คุณแม่ก็จากเราสองคนไปนานแล้ว ถ้าพ่อจะชอบใครสักคน มันก็ไม่ผิดหรอกค่ะ”
คำพูดของลูกสาวเป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ ทำให้รามัญรู้สึกโล่งใจ เขาอยากจะตอบรับความรู้สึกนั้น แต่ภาพของมารดาและน้องสาวก็แวบขึ้นมาในหัวทันที
“พ่อไม่ได้ห่วงเรื่องหนูหรอก แต่ห่วงเรื่องคุณย่าต่างหากล่ะ” รามัญสารภาพออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“พ่อจะแคร์อะไรล่ะคะ คุณย่าแก่แล้วหลง ๆ ลืม ๆ ท่านไม่สนใจหรอกค่ะ ว่าพ่อจะคบหากับใคร ท่านสนใจแค่ลูกสาวคนเล็กเพียงคนเดียว” พีรยาเอ่ยถึงคุณอาของเธออย่างไม่ชอบใจนัก เพราะรายนั้นออกจะฟุ่มเฟือย ใช้ของแบรนด์เนม ทำตัวไฮโซ ซึ่งต่างจากพ่อของเธอที่ทำงานงก ๆ ให้บริษัท แทบไม่เคยพักผ่อน
“พ่อต้องหาความสุขให้กับตัวเองบ้างนะคะ อย่าแคร์คุณอาแล้วก็คุณย่าเลยค่ะ ทุกวันนี้พ่อก็ทำเพื่อครอบครัวมามากพอแล้ว”
รามัญรู้ดีว่าลูกสาวพูดความจริง นับตั้งแต่เขากลับมากอบกู้วิกฤตบริษัท มารดาของเขาก็แทบไม่เคยสนใจการทำงานของเขาเลย นอกจากจะคอยตรวจสอบว่าเขาจะนำเงินไปปรนเปรอบุตรสาวมากเกินไปหรือไม่ ส่วนน้องสาวก็เอาแต่ใช้ชีวิตหรูหรา
รามัญไม่ต้องการให้ความสุขเล็กๆ ของตัวเอง กลายเป็นพายุอีกลูกที่พัดพาบุตรสาวเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของครอบครัวตนเองอีกครั้ง... จนกว่าเขาจะมั่นใจว่าเธอดูแลตัวเองได้
ตอนที่ 34 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมิ่งมญขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทตามแผน อดิศรก็กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในพีระพัฒน์เรียลตี้กรุ๊ป เขาเบิกจ่ายเงินได้อย่างตามใจ จนบัญชีของบริษัทเริ่มมีปัญหา คุณสุมิตราที่สังเกตเห็นความผิดปกติของการเงินในบริษัทและอาการของบุตรสาวที่ดูซึมเศร้า จึงคาดคั้นความหาจริง สุดท้ายมิ่งมญก็ต้องยอมสารภาพด้วยน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเธอไม่ได้ต้องการคบหากับอดิศร แต่เธอถูกเขาบังคับคุณสุมิตราหัวใจสลายที่ลูกสาวสุดที่รักถูกแบล็กเมล์ แต่ด้วยความรักบริษัทและเกียรติยศของตระกูล เธอจำต้องยอมแบกหน้าไปอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากลูกชายคนโตที่กำลังแยกตัวไปก่อตั้งบริษัทใหม่“ราม แม่ขอร้องล่ะ บริษัทของเราถูกยักยอกเงินจากไอ้ผู้ชายคนนั้น แถมน้องสาวแกก็ยังถูกแบลคเมลจากมันอีก ถ้ารามไม่เห็นแก่แม่ ก็เห็นแก่น้องเถอะนะลูก!!” คุณสุมิตราวิงวอนอย่างน่าสงสาร“ผมไม่มีเวลาหรอกครับแม่ บริษัทของผมเพิ่งจะเริ่มต้น” รามัญปฏิเสธอย่างเย็นชา คุณสุมิตรากลับไปอย่างผิดหวัง ณัฐชาเห็นภาพแม่สามีที่ดูน่าเวทนาและหมดหนทาง เธอจึงสงสารและเข้าไปช่วยพูดกับรามัญ“คุณราม!!!“คุณมีอะไรณัฐชา”“ณัฐขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ..เรื่
ตอนที่ 33 บทลงโทษที่แสนเร่าร้อน NCอดิศรไม่รอช้าที่จะครอบครองสิ่งที่เขาต้องการ มือหนาเข้าตะครุบทรวงอกคู่นั้นอย่างหิวกระหาย สองเต้านมของมิ่งมญมันช่างใหญ่โตถูกใจเขา แถมมันยังขาวนวลเนียนกลมกลึงอวบอัดได้รูปดูเต่งตึงไม่หย่อนคล้อยเลยสักนิด แถมยอดปทุมถันก็มีสีชมพูสดระเรื่อ มันเล็กสวยงามจนน่าดูดกลืนลงไปในลำคอ สมแล้วที่เขาลงทุนเฝ้าตามจีบเธอมาเป็นแรมปีหนุ่มใหญ่นิสัยไม่ต่างจากพ่อ รีบโน้มตัวลงใช้ปากครอบครองยอดอกสีหวานอย่างบ้าคลั่ง ดูดดึงสลับกับใช้ลิ้นตวัดเลียจนมิ่งมญต้องแอ่นอกหนีการสัมผัสนั้น“ทีแรกพี่ก็ไม่คิดว่าจะเอามญตอนที่ยังหลับหรอก แต่พอเห็นร่างเปลือยๆ ของมญแล้ว... มันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ” อดิศรพึมพำเสียงพร่าหอบถี่ๆ ขณะที่ใบหน้ายังคงซุกอยู่กับซอกคอของเธอ“มญสวยถูกใจพี่ที่สุด!” มิ่งมญดิ้นรนอย่างอ่อนแรง“ปล่อย... ปล่อยนะคะ พี่ล้ง!!!” ถึงแม้ความรู้สึกจะเต็มไปด้วยความขยะแขยง แต่เธอก็ต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่ออ้อนวอนให้เขาปลดปล่อย แต่อดิศรไม่สนใจ เขากลับยิ่งบีบขย้ำเนินอกของเธอหนักขึ้น จนหญิงสาวต้องครางออกมา“พี่ขออีกรอบนะจ๊ะ ไหน ๆ มญก็ฟื้นแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะใช้ฟันขบเม้มยอดถันสีสวยของเธ
ตอนที่ 32 ยังไม่ตื่นจากฝันร้าย NCมิ่งมญลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากในห้องน้ำที่เปิดทิ้งเอาไว้ ความรู้สึกแรกคือความปวดร้าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มันเป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกกว่าการเหนื่อยล้าในแบบทั่ว ๆ เนื้อตัวระบมและเมื่อยขบราวกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงหญิงสาวพยายามตั้งสติลำดับความคิดว่ามาอยู่บนเตียงนี้ได้อย่างไร และที่นี้คือที่ไหน เท่าที่เธอจำความได้ครั้งสุดท้าย เธอเพิ่งกลับจากงานมงคลสมรสของพี่ชาย และดื่มไวน์แก้วสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบในรถของอดิศรความตกใจเข้าจู่โจมจนเธอต้องรีบสำรวจตัวเอง ชุดเดรสเกาะอกสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่ยับยู่ยี่และถูกเลื่อนลงมากองอยู่บริเวณเอวอย่างหลวมๆ เผยให้เห็นเนินอกขาวที่ไม่อาจซ่อนเร้น ร่องรอยแดงจางๆ จากการถูกบีบคั้นปรากฏอยู่ชัดเจน สายเสื้อชั้นในบางส่วนถูกปลดและเผยอออก ตอกย้ำถึงการถูกล่วงละเมิดอย่างทารุณที่น่ากลัวที่สุดคือ ความรู้สึกเปียกชื้นที่หว่างขา เธอสัมผัสได้ถึงน้ำรักที่เหนียวเหนอะหนะ ไหลเอ่อออกมาจากร่องรักอย่างไม่ขาดสาย ความร้อนรุ่มและอิ่มเอมที่ไม่ใช่ของเธอเองจึงทำให้มิ่งมญแน่ใจอย่างสิ้นสงสัยว่าเธอถูกล่วงละเมิด แ
ตอนที่ 31 เสพสุขแบบพี่น้อง NCภูรวิชเงยหน้าขึ้นมามองพีรยาในกระจก ภาพสะท้อนใบหน้าของน้องสาวที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน ความอดทนของเขามลายหายไปสิ้น ก่อนจะจับท่อนเอ็นอันใหญ่โตของตนเอง สอดแทรกเข้าไปในร่องหลืบอุ่นๆ ของพีรยาอย่างรุนแรงและมิดด้าม“อร๊ายยย!!!” พีรยาสะดุ้งเฮือก เธอร้องเสียงหลงเมื่อส่วนลึกที่สุดถูกรุกราน“จุกจังพี่ภู อื้ยยย!!!...แรงกับหนูอีกแล้วนะ”“ขอโทษครับ ก็นัตตี้ยั่วพี่นี่” ภูรวิชตอบเสียงพร่าหอบถี่ๆ“หนูยั่วอะไร หื้อ!!”“นัตตี้ยั่วพี่ อื้มมมม!!” ภูรวิชตอบด้วยการกดสะโพกกระแทกซ้ำเข้าไปอย่างหนักหน่วง เขาเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้น“พี่ภูขา อร๊ายย หื้อๆๆ” เสียงครางหวานสลับกับเสียงสะอื้นจากความเสียวซ่านดังลั่นในห้องน้ำ“เสียวมั้ย!!!”“ท่านี้ทั้งเสียวทั้งลึกเลยค่ะ” พีรยาสารภาพขณะจ้องมองภาพสะท้อนของร่างกายที่ผสานกันในกระจก ภาพนั้นเร้าอารมณ์ของเธอจนแทบคลั่ง“ชอบมั้ย”“ชอบ... แต่... อย่าทำนานนะคะ”“ทำไมละ”“หนูเจ็บเข่า” พีรยาบอกเมื่อขาที่พาดอยู่บนเคาน์เตอร์เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว“งั้นลงมายืนสิ” ภูรวิชไม่รอช้า ชักท่อนเอ็นร้อนผ่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อน
ตอนที่ 30 รักต้องห้าม NCแม้คืนนี้จะเป็นคืนวิวาห์ของพ่อกับแม่ แต่มันได้กลายเป็นคืนแห่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งสองอีกครั้งไปโดยปริยาย พีรยาและภูรวิชเหมือนน้ำมันกับไฟ อยู่ใกล้กันเมื่อไหร่ก็เป็นจุดติดทันทีเมื่อเข้ามาในห้องนอน ภูรวิชไม่รอช้า ดึงตัวน้องสาวที่รักเข้ามากอดอย่างแนบแน่น“ให้กอดอย่างเดียวเหรอครับ... นัตตี้” เขาถามเสียงกระซิบ ขณะที่ริมฝีปากซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ“แต่พี่ไม่ไหวแล้ว” พีรยาอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขา จากนั้นข้อตกลงเรื่องพี่น้องถูกลืมเลือนไปในทันที“อย่าค่ะพี่ภู!!!!..ไหนว่าจะกอดหนูอย่างเดียวไง” แม้จะส่งเสียงร้องห้าม แต่เธอก็ตอบรับสัมผัสร้อนผ่าวที่เขามอบให้ พีรยาโน้มตัวไปหาพี่ชายอย่างไม่ปิดบังความต้องการ ตอนนี้ในตัวเธอร้อนรุ่มไปหมด แม้จะคบกันมาเกือบสองเดือน แต่ทั้งสองก็แทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน ความหิวโหยที่สะสมมานานจึงพร้อมจะปะทุในค่ำคืนนี้ภูรวิช โน้มตัวไปประกบปากรับริมฝีปากนุ่มของน้องสาว ก่อนจะดูดมันเบาๆ อย่างเย้ายวน ลิ้นร้อนๆ สอดแทรกริมฝีปากสีชมพูนั้นเข้าไปอย่างเร่งเร้าพีรยาก็ตอบรับและยื่นลิ้นของเธอไปพัวพันกับของพี่ชายอย่างดูดดื่มออกรสออกชาติ ภูรว
ตอนที่ 29 อดใจไม่ไหวหนึ่งเดือนต่อมาท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยดอกไม้สีขาวสะอาดตารามัญและณัฐชาได้ฤกษ์เข้าพิธีวิวาห์อย่างชื่นมื่น ณัฐชาในชุดเจ้าสาวเรียบหรูดูสง่างาม เคียงข้างเจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาที่สายตาเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนแม้พิธีจะจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเป็นงานเล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรตามความต้องการของคู่บ่าวสาว แต่บรรยากาศภายในงานก็ยังคงมีความตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อคุณสุมิตรามารดาของรามัญและมิ่งมญน้องสาวของรามัญยอมเข้าร่วมงานในที่สุด และการเข้าร่วมของทั้งสองไม่ใช่เพราะการยินยอมด้วยหัวใจ แต่เป็นเพราะเงื่อนไขทางธุรกิจที่รามัญยอมแลกรามัญได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะให้มิ่งมญเลื่อนขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนตนเอง เพื่อแลกกับการที่มารดาของเขายอมรับณัฐชาเข้าสู่ตระกูลในฐานะลูกสะใภ้ช่วงหัวค่ำเป็นการเลี้ยงฉลองงานมงคลสมรสของรามัญและณัฐชา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดี อดิศร หรือ ล้ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเสี่ยซ้ง ยืนโดดเด่นภายใต้สูทภูมิฐานอยู่หน้างาน เขามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายผู้เป็นพ่อไม่มีผิด ท่าทางของเขาที่เดินเข้ามาในงานนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความย







