Masuk"สมมุติว่าถ้าหนูชอบคุณขึ้นมาแล้วยังจะได้เป็นแค่เด็กของคุณอยู่ไหมคะ" "เป็นเรื่องที่คุณต้องไปจัดการกับความรู้สึกตัวเอง" ซึ่งหมายความว่าต่อให้เธอคิดเกินเลยก็ไม่เกี่ยวกับเขา เขาวางเธอไว้ในสถานะเด็กในโอวาทไม่ใช่เมีย มาริษาแค่รับงานชงเหล้าคั่นเวลา คิดไม่ถึงว่าความสวยจะดึงดูดภัย เธอดันไปเตะตาเสี่ยวิตถารจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน คืนนั้นธีร์ทาวัตช่วยเหลือเธอจากไอ้เสี่ยบ้ากาม เขาเสนอให้เธอมาเป็นเด็กของเขาแลกกับการคุ้มครอง อยู่ข้างเขาเธอจะได้ทุกอย่างที่ต้องการแต่มีสองสิ่งที่ไม่มีวันได้คือสถานะและหัวใจ
Lihat lebih banyakเสถียรได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกสองวันต่อมา ยังเป็นธีร์ทาวัตที่รับกลับจากโรงพยาบาล ในตอนหัวค่ำยุพินได้ทำกับข้าวมื้อใหญ่เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ บรรยากาศในบ้านเป็นไปด้วยความอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งคู่ก็เดินออกมาหย่อยที่สวนหลังบ้าน "ขอบคุณนะคะ""ไม่เป็นไร วันนั้นจำได้ไหมว่ามีอีกเรื่องที่ผมยังไม่ได้คำตอบ""เรื่องอะไรคะ""คุณทำยังไงให้ผมเลิกละเมอ""อยากรู้เหรอคะ"รอยยิ้มหวานล้ำประดับบนใบหน้า มาริษาก้าวเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว"ถ้าอยากรู้จะบอกให้ก็ได้ แต่คุณต้องหลับตาก่อน"ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้าๆ ชั่วครู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอด ฝ่ามือเล็กตบที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ หลังจากหยุดมือมาริษเขย่งปลายเท้าจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา"ลืมตาค่ะ""ทำแบบนี้เหรอ""แค่ทำแบบนี้เองคุณก็เลิกละเมอแล้วหลับต่อตลอดทั้งคืนเลย เก่งใช่มั้ยคะ""เก่ง""คงต้องจดลิขสิทธิ์แล้วค่ะ คิดค่าบริการครั้งละล้านไปเลยจะได้รวยไวๆ"มาริษาส่งเ
น้ำฝนหนึ่งในพนักงานของแผนกเอ่ยขึ้น มาริษายิ้มเจื่อนๆ ก่อนหย่อนก้นลงที่เก้าของตนเอง เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันสักหน่อย คิดแล้วปวดหัวตุบๆ ทีนี้จะแก้ต่างอย่างไรดีหลังเลิกงานเขาไม่ได้ตื้อจะไปส่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ว่าถึงจะเสนอไปมาริษาก็คงไม่เต็มใจจะนั่งรถเขาอยู่ดี ดังนั้นธีร์ทาวัตจึงตรงไปหาเสถียรและยุพินที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปทุกวันเพราะยังมีความเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่ อาจจะเว้นสองวันหรือสามวันไปที วันนี้ก็เช่นกัน มาริษากลับถึงบ้านเห็นรถหรูจอดอยู่ เธอกอดอกยืนมองพร้อมกับบ่นพึมพำ"มาอีกแล้วเหรอ ข้าวบ้านตัวเองไม่มีกินรึไง"ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูเข้าบ้าน ธีร์ทาวัตก็แบกเสถียรขึ้นหลังวิ่งพรวดออกมา มาริษายืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยุพินร้องไห้โหตามหลังมาติดๆ พอเห็นหน้าลูกสาวก็หยุดเขย่าไหล่ทั้งสองข้างพูดไม่ได้ศัพท์"มิ้งค์พ่อเป็นอะไรไม่รู้ รีบไปล็อกประตูบ้านเร็ว คุณธีร์กำลังจะพาพ่อไปโรงพยาบาล"ไม่มีเวลาให้คิดนาน มาริษ
ผู้เป็นพ่อเดินมาดู เห็นหนุ่มสาวกอดกันอยู่ก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่ทักท้วง นั่นเป็นเพราะสังเกตุอยู่นานแล้วว่าลูกสาวของตนกับชายหนุ่มจะต้องมีอะไรแน่ๆ ถึงจะอยากรู้แต่ไม่อยากคาดคั้น เสถียรเป็นพ่อที่ให้อิสระลูกพอสมควร บางครั้งดุบ้างอบรมบ้างแต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในขอบเขตของความเป็นห่วงเป็นใย"พี่เถียรลูกอยู่ในสวนรึเปล่า"ยุพินที่เห็นว่าลูกสาวหายไปนานจึงอยากเดินมาตาม ยังไม่ทันถึงสวนก็ถูกสามีดึงให้ถอยออกไปก่อน"พี่จะลากฉันออกมาทำไม ตกลงลูกอยู่ในสวนไหม""อืม อย่าไปยุ่งกับลูกเลย""เอ้า!"มาริษาขืนตัวออก เขายอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดโดยง่าย "อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รักษาระยะห่างไว้ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างดีกว่า""เข้าใจแล้ว แต่...กอดในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างไม่ได้เหรอ"มีนายจ้างกับลูกจ้างที่ไหนเขากอดกัน มาริษาสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก เขาเดินตามเธอเข้ามาข้างใน เสถียรกับยุพินก
เขาดึงเอกสารที่เธอกำลังกรอกข้อมูลอยู่มาแล้วบอกให้เธอไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะข้างๆ หลังจากนั้นธีร์ทาวัตก็ทำการคีย์ข้อมูลเข้าในระบบ มาริษามองด้วยแววตาประหลาดใจ เขาพิมพ์ข้อมูลได้รวดเร็วมากไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เกือบเสร็จ"กินข้าว"เขาหันมาสั่งอีกครั้ง เธอจึงเปิดข้าวกล่องออกดู อาหารข้างในเป็นข้าวหมูทอดกระเทียมง่ายๆ กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนต้องปิดฝากล่องไว้ตามเดิม"สั่งของที่มีกลิ่นแรงขนาดนี้มาให้ถ้าเพื่อนร่วมงานกลับมาแล้วได้กลิ่นต้องถูกมองแรงแน่ๆ""งั้นเอาไปกินในห้องผมมั้ยละ""ไม่เอาค่ะ หนูรู้กาลเทศะ"พลั้งปากแทนตัวเองว่าหนูอีกจนได้ มาริษาเม้มปากกลอกตาไปมา เขาไม่ได้พูดอะไรแค่อมยิ้มน้อยๆ"จะเอาไปกินในห้องพักเบรกพนักงานค่ะ คุณก็เลิกทำงานแทนเถอะเดี๋ยวคนอื่นกลับมาแล้วจะเห็นเข้า""ไปเถอะจะเสร็จละ ไม่มีใครเห็นหรอก"มาริษาพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนไปเธอยังไม่เลิกมองเขา ที่มองนานๆ เพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน ภาพที่เห็นจนชินตาเมื่อก่อนคือเขานั่งไขว่ห้างวางมาดสูบบุหรี่จิบบรั่นดี ทำหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ จนใครเห็นต้อง
วันรุ่งขึ้นมาริษาจัดกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋าให้ธีร์ทาวัตแต่เช้าตรู่ เขามีงานด่วนต้องไปต่างประเทศทั้งอาทิตย์ถึงจะบอกว่าให้เป็นหน้าที่ของแก้วตาแต่เธอบอกอาสาจะทำเองเธออยากทำให้ดีที่สุดจะได้ไม่ขาดตกบกพร่องให้สมกับเงินที่เขาเปย์มาในแต่ละเดือน แต่ก็แอบเสียดายอยู่น
"ไม่เจ็บจะตีเหรอ มองเข้าไปในบ้านสิเอาลูกเขามาอยู่ด้วยจะพาลูกเค้ากัดก้อนเกลือกินรึไง ก็ยังเด็กกันทั้งคู่ป้ะ ทำเป็นไม่อยากได้เดี๋ยวเหอะ""อืม ก็ใช่แหละ" เตวิชหน้าจ๋อยแต่ก็รู้สึกภูมิใจที่พี่สาวเป็นห่วงตนมากขนาดนี้ "พี่มิ้งค์ขอบคุณนะ"“อืม”หลังจากเคลียร์งานเส
"คุณธีร์...""หืม""แกล้งหนูทำไมคะ""อ้อนวอนสิ"หญิงสาวขมวดคิ้วทำหน้าบึ้ง เขาทำแบบนี้เธอชักเริ่มจะหงุดหงิด อารมณ์เหมือนกับว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดีแล้วจู่ ๆ ถูกเตะปลั๊ก"เอาเข้าค่ะ""อันนี้ไม่ใช่การอ้อนวอน ทำไมฟังแล้วรู้สึกเหมือนเป็นคำสั่ง"ไม่รู้ล่ะ
"บอกแล้วว่าให้อาบอีกรอบ""ตัวหนูไม่ได้สกปรกสักหน่อย"เธอทำหน้าบึ้ง ใช้สองแขนกอดตัวเองไว้เพราะรู้สึกว่าชุดนอนผ้าซาตินที่สวมอยู่แนบเนื้อเกินไป แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเขา ยอดอกที่ชูชันมองผ่าน ๆ ยังสะดุดตาชายหนุ่มยกยิ้ม ซุกจมูกลงกับซอกคอ มาริษาหลับตาแหงนหน้าขึ้น สองแขนที่เคยกอดอก