ログイン"สมมุติว่าถ้าหนูชอบคุณขึ้นมาแล้วยังจะได้เป็นแค่เด็กของคุณอยู่ไหมคะ" "เป็นเรื่องที่คุณต้องไปจัดการกับความรู้สึกตัวเอง" ซึ่งหมายความว่าต่อให้เธอคิดเกินเลยก็ไม่เกี่ยวกับเขา เขาวางเธอไว้ในสถานะเด็กในโอวาทไม่ใช่เมีย มาริษาแค่รับงานชงเหล้าคั่นเวลา คิดไม่ถึงว่าความสวยจะดึงดูดภัย เธอดันไปเตะตาเสี่ยวิตถารจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน คืนนั้นธีร์ทาวัตช่วยเหลือเธอจากไอ้เสี่ยบ้ากาม เขาเสนอให้เธอมาเป็นเด็กของเขาแลกกับการคุ้มครอง อยู่ข้างเขาเธอจะได้ทุกอย่างที่ต้องการแต่มีสองสิ่งที่ไม่มีวันได้คือสถานะและหัวใจ
もっと見る1
แขกวีไอพี
"เสี่ยเสรีมาอีกแล้วมิ้งค์"
เจนจิราดึงแขนมาริษาเข้าไปในซอกตึก ก่อนหน้านั้นแอบได้ยินว่าเสี่ยเสรีคุยกับผู้จัดการให้หาผู้หญิงเข้าไปในห้องส่วนตัว จึงรีบมาเตือนมาริษาล่วงหน้า
มาริษาเป็นผู้หญิงสวยใบหน้าจิ้มลิ้ม รูปร่างบอบบาง อกเป็นอก เอวเป็นเอว เส้นผมสีน้ำตาลอ่อน ปลายผมลอนโดยธรรมชาติ อายุของเธอเพียงแค่ยี่สิบสาม เป็นเด็กจบใหม่เพิ่งเข้าทำงานที่ไนต์คลับได้เพียงสองอาทิตย์
ความโชคร้ายของมาริษาคือดันไปเตะตาเสี่ยเสรีเข้า เพราะความสวยจึงทำให้ถูกหมายปอง เธอเองก็คิดหนัก ใจหนึ่งกลัวแต่อีกใจยังอยากหาเงินที่นี่ต่อ ยิ่งเป็นสถานที่อันตรายกลิ่นเงินก็ยิ่งหอมหวาน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไนต์คลับนี้เงินดีมาก แค่มาทำงานได้สองอาทิตย์มาริษาได้ทิปจากแขกไปแล้วไม่ต่ำกว่าสามหมื่น
ที่เลือกทำงานที่นี่ก็แค่คั่นเวลา ก่อนหน้านั้นสมัครงานทิ้งไว้หลายที่และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์ในอีกไม่ช้า ระหว่างรองานประจำจึงมาทำงานเป็นเด็กชงเหล้าไปก่อน ดีกว่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปวัน ๆ เพราะชีวิตจำเป็นต้องกินต้องใช้ เพียงแค่มีรูปร่างและหน้าตาที่สะสวยก็สามารถเข้าทำงานที่นี่ได้ รายละเอียดงานที่ทำก็ไม่ได้ยุ่งอยากเหมือนงานออฟฟิศ
แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกขัดใจตลอดคือต้องคอยตามใจแขก ต้องรับมือกับพวกบ้ากามชอบลวนลาม และเสี่ยเสรีก็เป็นหนึ่งในรายชื่อที่สาว ๆ ในไนต์คลับลิสเอาไว้
"มาอีกแล้วเหรอพี่ เมื่อวานก็มา วันก่อนนู้นก็มา"
"มาเพราะมีเป้าหมายไง ระวังตัวไว้ก็ดีนะมิ้งค์ พี่เคยรับงานเสี่ยเสรีครั้งนึง คืนนั้นพี่เกือบตายโชคดีที่รอดมาได้ แต่เสี่ยก็ให้ค่าทำขวัญมาเยอะแหละ ถึงจะเยอะแค่ไหนก็ไม่คุ้มหรอก ถ้าเขาพลั้งมือฆ่าเราก็คงไปเรียกร้องอะไรกับใครไม่ได้ คนนี้เขาเส้นใหญ่"
งานที่เจนจิรารับหมายถึงงานอย่างว่า นอกจากคอยดูแลลูกค้าแล้วยังรับงานเอนเทอร์เทนแบบวีไอพีถึงเตียง เสี่ยเสรีมีรสนิยมทางเพศรุนแรงกว่าคนปกติหลายเท่า เป็นประเภทชอบซาดิสต์เห็นความเจ็บปวดของคู่นอนเป็นเรื่องสนุก
ครั้งที่แล้วเจนจิราเคยถูกเรียกให้เข้าไปบริการแบบส่วนตัว กว่าจะผ่านคืนนั้นมาได้ก็สะบักสะบอม ยังดีที่เสี่ยเสรีให้เงินมาก้อนหนึ่งไว้เป็นค่ารักษาตัว แต่ถึงอย่างนั้นเจนจิราก็ยังมองว่าไม่คุ้มเอาเสียเลย ความโหดร้ายในห้องเชือดทำให้หวาดผวามาจนถึงทุกวันนี้
"มิ้งค์เป็นแค่เด็กชงเหล้าไม่ได้รับงานวีไอพีแบบพี่เจน ผู้จัดการก็คงจะเซฟมิ้งค์อยู่มั้ง"
"เรื่องนั้นพูดยาก ใคร ๆ ก็กลัวอิทธิพลกันทั้งนั้น คนเราพอมันเห็นเงินก็ทำได้ทุกอย่างแหละ ถ้าเสี่ยเสรีถูกใจใครแล้วรอดยาก ถึงไม่รับงานก็ต้องระวังตัวนะ ด้านมืดของจิตใจคนมันน่ากลัว เกิดวันดีคืนดีมันส่งคนมาฉุดเราจะทำยังไง"
จริงอย่างที่เจนจิราบอก ไม่ว่าใครพอถูกอำนาจเงินครอบงำก็ทำเรื่องชั่วได้ทั้งนั้น มาริษารู้สึกขอบคุณเจนจิราที่มีน้ำใจเป็นห่วง ฟังคำเตือนรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เอาไว้ก็ไม่เสียหายเผื่อว่าจะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน
"ถ้าไม่เอ็นดูไม่เตือนนะบอกเลย ระวัง ๆ"
เจนจิราเตือนอีกครั้ง ก่อนจะดันยกทรงให้นมซิลิโคนดีดเด้งขึ้นมาแล้วสางผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทรง
"ขอบคุณที่เตือนนะพี่"
"งั้นพี่ไปเข้างานก่อน"
สาวรุ่นพี่เดินกลับเข้าไปในห้อง VIP02 ซึ่งอยู่ติดกันกับห้องของเสี่ยเสรี ส่วนมาริษาเดินไปที่เคาน์เตอร์เอาบิลไปวางให้แคชเชียร์ จังหวะนั้นผู้จัดการไนต์คลับเดินเข้ามาหา
"มิ้งค์รับงานห้อง VIP03"
เป็นอย่างที่เจนจิราพูดไว้ไม่มีผิด เสี่ยเสรีชี้เอามาริษาเข้าไปบริการ เธอยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามกลับ
"ลูกค้าในห้องนั้นเป็นใครเหรอคะผู้จัดการ"
"ปกติเป็นใครก็ไม่ควรถามนะ ทำงานบริการมันก็ต้องเจอลูกค้ามากหน้าหลายตาอย่างนี้แหละ นี่คงไปฟังเจ้าพวกที่อยู่ก่อนมาเยอะล่ะสิ"
เรื่องของเสี่ยเสรีจากปากรุ่นพี่ก็รู้มาไม่น้อย มีใครบ้างไม่รู้ว่าเสี่ยเสรีชอบทำร้ายผู้หญิง ด้วยเหตุนี้เองมาริษาจึงหวาดกลัว
"เสี่ยเสรีลูกค้าประจำน่ะ ไม่มีอะไรหรอกก็แค่ทำหน้าที่ชงเหล้าของเธอไป เธอไม่ได้รับงานวีไอพีไม่ใช่เหรอ"
เสถียรได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกสองวันต่อมา ยังเป็นธีร์ทาวัตที่รับกลับจากโรงพยาบาล ในตอนหัวค่ำยุพินได้ทำกับข้าวมื้อใหญ่เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ บรรยากาศในบ้านเป็นไปด้วยความอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งคู่ก็เดินออกมาหย่อยที่สวนหลังบ้าน "ขอบคุณนะคะ""ไม่เป็นไร วันนั้นจำได้ไหมว่ามีอีกเรื่องที่ผมยังไม่ได้คำตอบ""เรื่องอะไรคะ""คุณทำยังไงให้ผมเลิกละเมอ""อยากรู้เหรอคะ"รอยยิ้มหวานล้ำประดับบนใบหน้า มาริษาก้าวเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว"ถ้าอยากรู้จะบอกให้ก็ได้ แต่คุณต้องหลับตาก่อน"ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้าๆ ชั่วครู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอด ฝ่ามือเล็กตบที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ หลังจากหยุดมือมาริษเขย่งปลายเท้าจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา"ลืมตาค่ะ""ทำแบบนี้เหรอ""แค่ทำแบบนี้เองคุณก็เลิกละเมอแล้วหลับต่อตลอดทั้งคืนเลย เก่งใช่มั้ยคะ""เก่ง""คงต้องจดลิขสิทธิ์แล้วค่ะ คิดค่าบริการครั้งละล้านไปเลยจะได้รวยไวๆ"มาริษาส่งเ
น้ำฝนหนึ่งในพนักงานของแผนกเอ่ยขึ้น มาริษายิ้มเจื่อนๆ ก่อนหย่อนก้นลงที่เก้าของตนเอง เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันสักหน่อย คิดแล้วปวดหัวตุบๆ ทีนี้จะแก้ต่างอย่างไรดีหลังเลิกงานเขาไม่ได้ตื้อจะไปส่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ว่าถึงจะเสนอไปมาริษาก็คงไม่เต็มใจจะนั่งรถเขาอยู่ดี ดังนั้นธีร์ทาวัตจึงตรงไปหาเสถียรและยุพินที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปทุกวันเพราะยังมีความเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่ อาจจะเว้นสองวันหรือสามวันไปที วันนี้ก็เช่นกัน มาริษากลับถึงบ้านเห็นรถหรูจอดอยู่ เธอกอดอกยืนมองพร้อมกับบ่นพึมพำ"มาอีกแล้วเหรอ ข้าวบ้านตัวเองไม่มีกินรึไง"ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูเข้าบ้าน ธีร์ทาวัตก็แบกเสถียรขึ้นหลังวิ่งพรวดออกมา มาริษายืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยุพินร้องไห้โหตามหลังมาติดๆ พอเห็นหน้าลูกสาวก็หยุดเขย่าไหล่ทั้งสองข้างพูดไม่ได้ศัพท์"มิ้งค์พ่อเป็นอะไรไม่รู้ รีบไปล็อกประตูบ้านเร็ว คุณธีร์กำลังจะพาพ่อไปโรงพยาบาล"ไม่มีเวลาให้คิดนาน มาริษ
ผู้เป็นพ่อเดินมาดู เห็นหนุ่มสาวกอดกันอยู่ก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่ทักท้วง นั่นเป็นเพราะสังเกตุอยู่นานแล้วว่าลูกสาวของตนกับชายหนุ่มจะต้องมีอะไรแน่ๆ ถึงจะอยากรู้แต่ไม่อยากคาดคั้น เสถียรเป็นพ่อที่ให้อิสระลูกพอสมควร บางครั้งดุบ้างอบรมบ้างแต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในขอบเขตของความเป็นห่วงเป็นใย"พี่เถียรลูกอยู่ในสวนรึเปล่า"ยุพินที่เห็นว่าลูกสาวหายไปนานจึงอยากเดินมาตาม ยังไม่ทันถึงสวนก็ถูกสามีดึงให้ถอยออกไปก่อน"พี่จะลากฉันออกมาทำไม ตกลงลูกอยู่ในสวนไหม""อืม อย่าไปยุ่งกับลูกเลย""เอ้า!"มาริษาขืนตัวออก เขายอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดโดยง่าย "อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รักษาระยะห่างไว้ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างดีกว่า""เข้าใจแล้ว แต่...กอดในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างไม่ได้เหรอ"มีนายจ้างกับลูกจ้างที่ไหนเขากอดกัน มาริษาสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก เขาเดินตามเธอเข้ามาข้างใน เสถียรกับยุพินก
เขาดึงเอกสารที่เธอกำลังกรอกข้อมูลอยู่มาแล้วบอกให้เธอไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะข้างๆ หลังจากนั้นธีร์ทาวัตก็ทำการคีย์ข้อมูลเข้าในระบบ มาริษามองด้วยแววตาประหลาดใจ เขาพิมพ์ข้อมูลได้รวดเร็วมากไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เกือบเสร็จ"กินข้าว"เขาหันมาสั่งอีกครั้ง เธอจึงเปิดข้าวกล่องออกดู อาหารข้างในเป็นข้าวหมูทอดกระเทียมง่ายๆ กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนต้องปิดฝากล่องไว้ตามเดิม"สั่งของที่มีกลิ่นแรงขนาดนี้มาให้ถ้าเพื่อนร่วมงานกลับมาแล้วได้กลิ่นต้องถูกมองแรงแน่ๆ""งั้นเอาไปกินในห้องผมมั้ยละ""ไม่เอาค่ะ หนูรู้กาลเทศะ"พลั้งปากแทนตัวเองว่าหนูอีกจนได้ มาริษาเม้มปากกลอกตาไปมา เขาไม่ได้พูดอะไรแค่อมยิ้มน้อยๆ"จะเอาไปกินในห้องพักเบรกพนักงานค่ะ คุณก็เลิกทำงานแทนเถอะเดี๋ยวคนอื่นกลับมาแล้วจะเห็นเข้า""ไปเถอะจะเสร็จละ ไม่มีใครเห็นหรอก"มาริษาพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนไปเธอยังไม่เลิกมองเขา ที่มองนานๆ เพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน ภาพที่เห็นจนชินตาเมื่อก่อนคือเขานั่งไขว่ห้างวางมาดสูบบุหรี่จิบบรั่นดี ทำหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ จนใครเห็นต้อง
ในเช้าวันรุ่งขึ้นก็เหมือนกับทุกวัน ในช่วงเวลาอาหารเช้ามาริษานั่งทานเงียบ ๆ ส่วนธีร์ทาวัตลงมาชั้นล่างก็นั่งจิบกาแฟด้วยกันครู่หนึ่ง เห็นว่าเธอสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านจิวเวลรีก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายเพราะคิดว่าคงไม่กล้าไปไหนแน่ ๆ รอให้เคลียร์ทุกอย่างเสร็จทั้งเธอและเขาใจเย็นกว่านี้เมื่อถึงตอนนั้นค่อยค
หลังออกจากห้องน้ำเดินมาได้ยินจอมขวัญโทร.ไปเม้ามอยเรื่องของเธอกับเพื่อนที่ร้านกันอย่างสนุกปาก เมื่อมองเห็นมาริษาจอมขวัญจึงรีบวางสายแล้วเสแสร้งยิ้มให้"ออกมาแล้วเหรอ งั้นกลับกันเถอะเอาของแพงออกมานอกสถานที่ก็รู้สึกเสียว ๆ เหมือนกันนะ อ๊ะ ตายจริง ! ทำไมตาแดงอะไรเข้าตาเหรอ""พี่จอมขวัญคะ
มาริษายิ้มบาง ๆ ถอยกลับมายืนที่เดิม ฝ่ายเมษากับเฟิร์นมาถึงก็เข้าไปประจำจุดทำหน้าที่เหมือนทุกวัน "เฟิร์นไปยัง" จอมขวัญเรียกหาเฟิร์นแล้วเก็บแหวนที่เตรียมไปเปลี่ยนเข้ากระเป๋านิรภัย"ให้ฉันไปเป็นเพื่อนจะสนุกอะไร นู้นนนน ต้องคนนู้นสิสนุกแน่"เฟิร์นเบนสายตาไปทางมาริษาที่ยืนไ
พูดแบบนี้ค่อยพอเข้าหูหน่อย มาริษามองออกไปนอกกระจกแล้วลอบยิ้ม ถึงแม้เขาจะบอกว่าเธอสวยอยู่แล้วไม่ต้องแต่งเยอะแต่ก็ยังไม่วายหยิบทุกอย่างมาปาด ๆ ป้าย ๆ ต่อในรถจนเสร็จเธอไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไร หากคำนวณเวลาก็น่าจะหลับไปราวหนึ่งชั่วโมงได้ รู้ตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่รถของชยินดับเครื่อง ม