Share

CHAPTER 8 นอกบท

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-09 12:50:19

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”

เสียงของขวัญข้าวดังสนั่นลั่นห้องนั่งเล่นในหอพักหญิงจนแม้แต่เสียงนกบนสายไฟยังเงียบกว่าคนที่ดูจะตื่นเต้นจนออกนอกหน้าในตอนนี้

“ฉันนึกว่าพวกแกจูบกันตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะมีน!!! กรี๊ดดด แกปล่อยมานานขนาดนี้ได้ยังไงยะ เก็บซิงไว้ชิงโชค?” เจ้าตัวพูดพลางหยิบหมอนอิงมากอดแล้วทุบเอาๆ อย่างขวยเขิน

มีนรดาแทบจะมุดเข้าใต้โซฟาไปเดี๋ยวนั้น

“แกเบาๆ หน่อย เดี๋ยวคนข้างห้องก็มาได้ยินกันพอดีอ่ะ”

“ได้ยินก็ได้ยินไปสิ” ขวัญข้าวยักไหล่อย่างไม่แคร์

“เดี๋ยวนี้เด็ก 13-14 บางคนก็ไม่เวอร์จิ้นแล้วนะเว้ย! นี่เราอายุ 21 แล้วนะยะ! โลกมันไปถึงไหนแล้ว!”

“หรือแกไม่เวอร์จิ้นแล้ว?”

“เปล๊า!!” ขวัญข้าวตอบเพื่อน

มีนรดาหันมาหรี่ตาใส่เพื่อนรัก “ขวัญ! เราไม่ได้จะทำแบบนั้นซะหน่อย มันก็แค่... แค่ ...”

“แค่หายใจเข้าปากกันสองรอบ แล้วเผลอไปจูบบนเคาน์เตอร์บาร์? แกคิดว่าฉันจะเชื่อแกมั้ย?”

“พอได้แล้ว เลิกแซวฉันเลยนะ!!” มีนรดาเอาหมอนทุบเพื่อนคืนบ้าง ก่อนจะงึมงำเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับเพื่อนซะมากกว่า

“ก็เขามัน... เขาไม่เหมือนเดิมอ่ะขวัญ แกจำตอนปีหนึ่งได้มั้ย? เขามั่นใจมาก เจ้าคารมมาก ตอนนี้คือเขาแบบ...เอ่อ...ดูเขินๆ แปลกๆ อ่ะ”

ขวัญข้าวชะงัก คิ้วขมวดนิดหนึ่ง

“แกจะบอกว่าเขาเปลี่ยนไป ใช่มะ...”

มีนรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า

“ใช่...เหมือนเขาไม่ใช่คนเดิม ไม่รู้สิ มัน...แปลกมากอ่ะ”

ขวัญข้าวยกมือเท้าคาง

“แล้วแกยังคิดว่าเขาเป็นคนเดิมอยู่มั้ยล่ะ?” .... “ฉันว่าคงเพราะพวกแกโตขึ้นรึเปล่า ความรู้สึกพัฒนาขึ้น โอ้ยยย มวลท้อง” คนฟังก็เอาแต่เขินไม่หยุด

“...เราก็ไม่รู้ แต่เวลามองเขาแล้วใจมันเต้นแรงกว่าเดิมมากเลยอ่ะขวัญ แบบ...เหมือนครั้งนี้จะทำให้เราหายใจไม่ทั่วปอดอ่ะ”

“แหน่ะ...” ขวัญข้าวยิ้มกรุ้มกริ่ม “ถ้าแกไม่ตกหลุมรักเขาแบบ in real ไม่ก็ deep love เข้าอย่างจังอ่ะ ฉันยอมก้มกราบแกเลย” ขวัญข้าวรู้ว่าเพื่อนเธอตกหลุมรักพ่อคนหน้าหล่อเข้าอย่างจังแล้วสินะ

มีนรดายกมือปิดหน้า

“ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใจเราอ่ะ ตกหลุมเขา...หรือแค่ตกหลุมฝันดีที่มีเขาอยู่ในนั้น”

“กรี๊ดดดด คารมค่ะสาว เริศเว่อร์ ร้ายนะเราอ่ะเดี๋ยวนี้”

ขวัญข้าวจ้องหน้าเพื่อนอย่างจริงจังขึ้นมานิด

“แต่ฉันว่าเขาก็ดูแปลก ๆ ไปจริง ๆ อ่ะแหละช่วงนี้” ขวัญข้าวยกนิ้วชี้ขึ้นมาจิ้มหน้าผากเพื่อนเบา ๆ “คนอะไรลืมแม้กระทั่งว่าแกไม่กินแตงกวากับน้ำอัดลม ทั้งที่เมื่อก่อนเวลาสั่งอะไรก็จะคอยพูดเองเลยนะว่า ‘ไม่แตง ไม่ซ่า’ เห็นมั้ย ฉันยังจำได้เลย”

พูดแล้วสองสาวก็หัวเราะคิกคัก

มีนรดาหัวเราะคิก ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ

“เออ...ใช่ ตอนเขายื่นน้ำอัดลมมาให้ ฉันยังแบบ เฮ้ย!! ทามม์ลืมได้ไงวะเนี่ย แล้วตอนที่มีกับข้าวมีแตงกวาวางมาก็ไม่หยิบออกให้แล้วด้วยนะ เมื่อก่อนนี่มือไวมาก”

“เอ้า แล้วแกไม่ถามตรง ๆ ไปเลยล่ะ?”

ขวัญข้าวแกล้งทำหน้าจริงจัง

“จะบ้าเหรอขวัญ! เราจะไปพูดอะไรแบบนั้นได้ยังไง มันดูงี่เง่าอ่ะ”

“เฮ้อ...ถ้าฉันเป็นแกนะ ฉันจะเอาช้อนเคาะหน้าผากเขาไปหนึ่งที แล้วพูดว่า ‘ไอ้คนหลอกลวง! แกไม่ใช่ทามม์ตัวจริงใช่มั้ย!!’ ”

มีนรดาหัวเราะลั่น “แล้วเขาจะตอบว่ายังไงล่ะ!?”

“เขาก็จะตอบว่า ‘ใช่เราคือพี่น้องฝาแฝดที่ปลอมตัวมา...และเราก็แอบรักเธอเหมือนกัน’ อ๊ายยยยย!!” ขวัญข้าวกรี๊ดพร้อมโบกมือเป็นวงกลมไปมาแบบคนมโนเต็มพิกัด

“แกอ่านนิยายมากไปละขวัญ”

ขวัญข้าวกอดหมอน ทำตาเคลิ้ม

“แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ แกคงเลือกไม่ได้เลยใช่ม้าย...” ดูคนเคลิ้มพูดเข้า

“แกกลับได้แล้ว เดี๋ยวดึก”

“ไม่เอา คืนนี้ฉันจะค้างกับแก”

“หอฉันมันเล็ก แอร์ก็ไม่ค่อยเย็น คนอะไร คอนโดตัวเองทั้งหรูทั้งกว้าง เตียงก็ใหญ่ แต่มาแย่งฉันนอนเตียงสามฟุตห้าเนี่ยนะ”

“เน่!! เดี๋ยวนี้มีไล่ เดี๋ยวนี้มีงกกับเพื่อนเหรอยะ?” ขวัญข้าวย่นจมูกใส่ “หรือแกจะไปนอนคอนโดฉัน?”

มีนรดาส่ายหน้า

ขวัญข้าวนิ่งไปพักหนึ่งแล้วเปลี่ยนเรื่องทันทีแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย “ว่าแต่...แกเอาฟอซ่าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรึยัง?”

มีนรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้าช้า ๆ

“ยังเลย ช่วงนี้ยุ่งอ่ะ”

“โอ๊ยยย~ นี่มันรถเปย์เลยนะเว้ย!” ขวัญข้าวว่าพลางกลิ้งตัวไปมาอยู่บนเตียง “พ่อหนุ่มของแกเขาให้ขี่ไปมหาลัยไม่ใช่เหรอ! คันนี้อยู่กับแกมาตั้งแต่ปีหนึ่งเทอมสองแล้วนะเฟรชชี่น้อย~”

มีนรดาหัวเราะเบา ๆ แล้วส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ

“เลิกเรียกเขาว่าพ่อหนุ่มได้แล้วข้าว”

“ไม่!! พ่อหนุ่มเขาน่ารักจะตาย หยอดเก่ง คลั่งเก่ง ห่วงเก่งอีกต่างหาก” ขวัญข้าวพูดแล้วถอนหายใจยาวเหยียด “บางวันก็เห็นมารับแกเองด้วยนะ คนอะไรจะดีขนาดนี้”

“เขาก็แค่เป็นห่วงแหละ”

“ห่วงระดับไหนถึงอยากออกเก๋งให้แกใหม่ จะได้ไม่ต้องตากแดดตากฝน แต่แกก็ดั้นไม่เอาอีก คนอื่นเขาคงดีใจแทบบ้า นี่อะไรมักน้อยเวอร์”

“ก็แค่อยากใช้เท่าที่จำเป็นไง”

มีนรดาตอบเสียงเบา แต่ใบหน้าเริ่มมีสีระเรื่อขึ้นเรื่อย ๆ

ขวัญข้าวหรี่ตามองเพื่อนทันที

“มักน้อย...แต่หัวใจมันแอบรักมากนะเราอะ”

“ยัยขวัญ...”

...

...

...

“มาแล้วเหรอ ไทป์”

เสียงทุ้มหนักแน่นแต่แฝงความอ่อนโยนของ ศ.ดร.เรวัตร อัครไพศาลกุล ดังขึ้นเมื่อเห็นลูกชายคนเล็กก้าวเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ

ธีปกรณ์ พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างเตียงพี่ชายฝาแฝดที่นอนนิ่งไม่ไหวติงมาเกือบครึ่งปี หัวใจเขายังคงปวดหนึบทุกครั้งที่เห็นใบหน้าของพี่ชายที่เหมือนกับตนเองราวกับส่องกระจก แต่ไร้แววตาขี้เล่น และรอยยิ้มอบอุ่นอย่างเคย

“กินข้าวกินปลามาหรือยังลูก?”

เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ รศ.ดร.กัลยาณี อัครไพศาลกุล ดังขึ้น เธอเดินเข้ามาใกล้ คว้ามืออีกข้างของเขามากุมไว้แน่นอย่างห่วงใย

ธีปกรณ์ฝืนยิ้ม “กินมานิดหน่อยครับแม่” แม้จะตอบไปแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วเขาแทบไม่ได้แตะอะไรเลยตั้งแต่เช้า

ดวงตาของแม่มองลูกชายคนเล็กอย่างรู้ทัน “อย่าหักโหมมากนักนะลูก พ่อกับแม่ยังมีเรานะ...”

คำพูดนั้นแทงเข้าไปในใจลึกยิ่งกว่าเดิม

ธีปกรณ์หันกลับไปมองใบหน้าพี่ชายที่หลับนิ่งบนเตียง

‘ตื่นมาสักทีเถอะทามม์...’ แม้จะรู้ดีว่าถ้าคนตรงหน้าตื่นขึ้นมา เขาจะต้องยกบทบาทตัวจริงคืนให้ ถึงแม้ว่าในใจลึกๆ แล้วตอนนี้เขาอยากจะเป็นธามนาธรมากแค่ไหน แต่ความเป็นจริงก็คือ เขาเป็นธีปกรณ์ไง ในที่สุดก็ต้องยอมเผชิญกับความเป็นจริง

และทันใดนั้นเอง...

นิ้วมือเรียวยาวที่ซีดขาวของคนที่หลับใหลก็กระตุกไหวเบา ๆ เพียงนิด ...แต่ก็มากพอที่จะทำให้คนที่เฝ้ามองอยู่ตลอดสังเกตเห็น ธีปกรณ์สะดุ้งเฮือก เขาก้าวถอยออกมาหนึ่งก้าว ก่อนจะพุ่งเข้าไปใหม่ ใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“พ่อ! แม่! นิ้วพี่ขยับ!!”

เสียงเขาดีใจสุดขีด ความตกใจปนตื่นเต้นนั้นมันมากเกินจะกลั้นไว้ได้

สองผู้ใหญ่ที่กำลังนั่งพักในมุมห้องรีบลุกขึ้นมาทันที ศ.ดร.เรวัตร เดินเข้ามาช้า ๆ อย่างคนพยายามเก็บอาการ แต่ดวงตากลับสั่นระริกอย่างไม่อาจปิดบัง รศ.ดร.กัลยาณี ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาคลอเบ้าแทบจะร้องไห้ในทันทีที่เห็นลูกชายกระตุกปลายนิ้วอีกครั้ง ครั้งนี้ชัดเจนกว่าเดิม

เขากดปุ่มเรียกพยาบาล

ธีปกรณ์ยืนนิ่งดีใจอยู่ข้างเตียง ใจสั่นแรง เขาคว้ามือพี่ชายขึ้นมากุมแน่น “ทามม์...นายได้ยินเราไหม..” เสียงเขาเบาลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ

และในจังหวะนั้นเอง...

เปลือกตาของธามนาธรกระตุกเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยแววซุกซนและอบอุ่น แม้ว่าตอนนี้มันจะยังพร่าเลือน เขาหันมามองผู้เป็นแม่ ตามมาด้วยผู้เป็นพ่อ และก็ตามมาด้วยน้องชาย ก่อนจะฉีกยิ้มออกมาอย่างคนไร้เรี่ยวแรง

...

...

ธามนาธร ชอบความเร็ว...

เขาคือหนึ่งในนักแข่งดาวรุ่งของทีม ฟอร์มูล่าวัน ที่มีโปรไฟล์หรูหราไม่แพ้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเอง แต่แล้ว...เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อุบัติเหตุครั้งนั้น... ทำให้เขาต้องนอนนิ่งไม่รู้สึกตัวร่วมหกเดือน และมันก็เกือบทำให้ รศ.ดร.กัลยาณี กับ ศ.ดร.เรวัตร ผู้เป็นพ่อแม่แทบเสียสติตอนรู้ข่าว

และในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและชื่อเสียง “การหายไป” ของลูกชายคนโตในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย...อาจกลายเป็นประเด็นครหา ยิ่งเมื่อ ศ.ดร.เรวัตร คือเจ้าของมหาวิทยาลัยที่ธามนาธรเรียนอยู่ด้วยแล้ว การปล่อยให้ลูกชาย ไม่เข้าเรียน โดยไร้คำอธิบายใด ๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่เขาจะยอมรับได้

เพราะท่านไม่ชอบคำว่า “ใช้เส้น” แม้จะเป็นลูกตัวเองก็ตาม สุดท้ายเขาจึงจำต้อง “เรียกตัว” ธีปกรณ์ ลูกชายคนเล็ก ผู้เป็นน้องชายฝาแฝดกลับมาจากอังกฤษอย่างกะทันหัน

ชายหนุ่มผู้เงียบขรึม...

หัวจีเนียสระดับโลกในสายวิศวะ ที่มักซ่อนตัวอยู่ในโลกของโค้ดและวงจรไฟฟ้า ต้องจำใจเดินทางกลับมาเพื่อ “สวมรอย” เป็นพี่ชาย

“เดี๋ยวทนอีกหน่อยนะลูก เดี๋ยวพี่ชายเราอาการดีขึ้นลูกก็ไม่ต้องเหนื่อยไปเป็นตัวแทนใครแล้ว”

เสียงของ รศ.ดร.กัลยาณี เอ่ยขึ้น ทำเอาคนฟังหน้าชา เขาบอกตัวเองไม่ถูกเลยว่าตอนนี้ควรรู้สึกอย่างไร มันทั้งดีใจ เศร้าใจ สับสนในคราเดียวกันไปหมด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 10 เก็บอาการ

    ....“มีน ..!!” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกกันกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้“ห่ะ...ห๊ะ!! เมื่อกี้ทามม์ว่าอะไรนะ?”คนตัวสูงมองใบหน้าเธอที่เหม่อลอยอย่างชัดเจน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าในหัวของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ กำลังลังเล? กำลังกลัว? หรือว่ากำลังรู้สึกผิด...ที่อยู่กับคนที่เธอคิดว่าเขาเป็นใครอีกคน“เราแค่บอกว่า...พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ถ้ามีนจะค้างที่นี่ก็ได้ ห้องนอนมีสามห้อง สะดวกสบาย ปลอดภัย” เขาย้ำคำสุดท้ายอย่างตั้งใจ “ปลอดภัยแน่นอน”เพราะเขาอยากให้เธอไว้ใจ แม้จะรู้ตัวเองดีว่า ความจริงทั้งหมดที่เขาซ่อนอยู่...ยังจะปลอดภัยสำหรับเธอจริงๆ หรือเปล่ามีนรดานิ่งไปก่อนจะค่อยๆ พยักหน้า “อื้ม...ก็ได้ งั้นเราค้างก็ได้” เธอไม่ได้ตอบเพราะเมาหรอกนะ แต่เพราะหัวใจของเธอมันต้องการแบบนั้นต่างหากธีปกรณ์พยายามสะกดกลั้นตัวเองเอาไว้ เพราะคำว่า “ก็ได้” ของเธอมันไม่ต่างจากไฟที่จุดเผาใจเขาให้ร้อนวาบ มันคือการยอมให้อยู่ด้วยกันนานขึ้นอีกนิด และเขากำลังกลัว...กลัวว่าจะเสพติดที่มีเธออยู่ข้างๆ มากไปกว่านี้“อยากอาบน้ำไหม เดี๋ยวเราเตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ให้” เสียงเขาติดนุ่ม แฝงความเอาใจใส่ที่มีแต่เจ้าของตัวจริงเท่านั้นที่จะมองทะลุได้ว่ามัน ‘

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 9 ไม่อยากหายไป

    เช้าวันจันทร์...อากาศในมหาวิทยาลัยสดใสเหมือนเคย แต่สำหรับธีปกรณ์แล้ว ทุกอย่างกลับดูหม่นกว่าปกติ แม้เขาจะยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมชั้นในคลาสใหญ่ของวิชา Communication Strategy แต่ในหัวกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่คำบรรยายของอาจารย์ที่เข้าสู่โสตประสาทแม้แต่นิดมีนรดานั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นเคย รอยยิ้มของเธอยังสดใสเหมือนเดิม กลิ่นแชมพูที่คุ้นเคยหอมจางๆ ลอยมาจากเส้นผมสีดำขลับที่สะบัดเบา ๆ เวลาขยับตัว ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาสีใสที่เธอสวมใส่บางวันก็ไม่เห็นเธอใส่มัน แต่วันนี้...ธีปกรณ์กลับไม่กล้าหันไปมองกันตรงๆ‘พี่ฟื้นแล้ว...และอยู่ในช่วงกายภาพบำบัด’ มันควรเป็นเรื่องน่ายินดี...ใช่ มันควรใช่ แต่ทำไม…ความรู้สึกเสียดายกลับตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่หยุด ‘ถ้าพี่ดีขึ้นแล้ว…เราก็ต้องหายไปจากชีวิตเธอสินะ!!’คำถามนั้นวนเวียนในหัวเขาเป็นพันรอบ จนเผลอปล่อยให้ความนิ่งกลายเป็นความเย็นชาโดยไม่รู้ตัว“นายโอเคไหม?” เสียงหวานเรียกเขาเบา ๆ ในช่วงพักเบรกธีปกรณ์หันมาช้า ๆ มองใบหน้าเล็กนั่นด้วยสายตาที่อ่อนลง “ก็...โอเคมั้ง” เขาพยายามฝืนยิ้ม ทั้งที่นัยน์ตาดูเศร้า“แน่ใจ?” เธอถามต่อ “นายดูเหม่อลอยแปลกๆ”ธีปกรณ์กลั้นหายใจ ก่อนจะ

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 8 นอกบท

    “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”เสียงของขวัญข้าวดังสนั่นลั่นห้องนั่งเล่นในหอพักหญิงจนแม้แต่เสียงนกบนสายไฟยังเงียบกว่าคนที่ดูจะตื่นเต้นจนออกนอกหน้าในตอนนี้“ฉันนึกว่าพวกแกจูบกันตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะมีน!!! กรี๊ดดด แกปล่อยมานานขนาดนี้ได้ยังไงยะ เก็บซิงไว้ชิงโชค?” เจ้าตัวพูดพลางหยิบหมอนอิงมากอดแล้วทุบเอาๆ อย่างขวยเขินมีนรดาแทบจะมุดเข้าใต้โซฟาไปเดี๋ยวนั้น“แกเบาๆ หน่อย เดี๋ยวคนข้างห้องก็มาได้ยินกันพอดีอ่ะ”“ได้ยินก็ได้ยินไปสิ” ขวัญข้าวยักไหล่อย่างไม่แคร์“เดี๋ยวนี้เด็ก 13-14 บางคนก็ไม่เวอร์จิ้นแล้วนะเว้ย! นี่เราอายุ 21 แล้วนะยะ! โลกมันไปถึงไหนแล้ว!”“หรือแกไม่เวอร์จิ้นแล้ว?”“เปล๊า!!” ขวัญข้าวตอบเพื่อนมีนรดาหันมาหรี่ตาใส่เพื่อนรัก “ขวัญ! เราไม่ได้จะทำแบบนั้นซะหน่อย มันก็แค่... แค่ ...”“แค่หายใจเข้าปากกันสองรอบ แล้วเผลอไปจูบบนเคาน์เตอร์บาร์? แกคิดว่าฉันจะเชื่อแกมั้ย?”“พอได้แล้ว เลิกแซวฉันเลยนะ!!” มีนรดาเอาหมอนทุบเพื่อนคืนบ้าง ก่อนจะงึมงำเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับเพื่อนซะมากกว่า“ก็เขามัน... เขาไม่เหมือนเดิมอ่ะขวัญ แกจำตอนปีหนึ่งได้มั้ย? เขามั่นใจมาก เจ้าคารมมาก ตอนนี้คือเขาแบบ...เอ่อ...

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 7 First kiss

    ภายในห้องครัวเริ่มได้กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ กับไข่เจียวที่เริ่มขึ้นฟูในกระทะ ลอยคลุ้งไปทั่ว“เอ่อ... น้ำปลาวางอยู่ตรงชั้นบนน่ะ”มีนรดาหยุดมอง มือชะงักและลังเลที่จะเขย่งเพราะมันวางอยู่สูงมาก“เดี๋ยวเราหยิบให้”เสียงทุ้มเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัวร่างสูงของธีปกรณ์ก็ก้าวเข้ามาใกล้เกินกว่าจะตั้งสติ แขนแข็งแรงยื่นเหนือศีรษะเธอเพื่อคว้าน้ำปลาขวดนั้นออกมา เขาเข้ามาใกล้ชิดจนได้ยินลมหายใจอีกคน หัวใจของเธอเต้นแรงถี่อย่างไม่รู้ตัว ขณะที่เขาเอง... ก็หยุดอยู่กับภาพหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาของทั้งคู่สบกันนิ่งงันเหมือนถูกช่วงเวลานี้กักไว้ไม่ให้เคลื่อนไหวธีปกรณ์กลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือที่ถือขวดน้ำปลาคล้ายจะอุ่นกว่าปกติ แต่แล้วคนตัวสูง 159 เซนติเมตรจึงเอ่ยตัดบทแก้เขินออกมา“ทำไมนายเอาไว้สูงจังล่ะ”เขาแทบหลุดขำ ก็ปกติเขาเข้าครัวที่ไหน แม้จะจีเนียสเรื่องมันสมอง แต่เรื่องการจัดของยอมรับว่าเขาไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ดีนะที่ยังมีพวกวัตถุดิบเหลืออยู่ ไม่รู้ว่ามันหมดอายุไปหรือยังโต๊ะทานอาหารถูกจัดแบบง่าย ๆ พิถีพิถัน กับข้าวมีไม่กี่อย่าง แต่ทั้งหมดล้วนดู “เหม

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 6 คอนโดครั้งแรก

    ประโยคสุดท้ายนั้นเหมือนระเบิดเวลาที่หยุดการหายใจของคนฟังได้ในทันทีธีปกรณ์ชะงักค้าง สายตาบอกอาการที่ว่าไม่ถูก ปกติเขามักจะควบคุมสถานการณ์ได้ทุกครั้ง แต่ตอนนี้กลับเลื่อนลอย เหมือนโลกหยุดหมุนกับสิ่งที่ได้ฟัง “จูบแรก...ของเธอ” อย่างนั้นหรอ!! คำพูดนั้นก้องอยู่ในหัว มันไม่ได้ฟังแค่ผ่านหู แต่มันพุ่งเข้าใส่หัวใจเขาเข้าไปเต็มแรง และเขารู้ทันที...ว่าเขาทำผิดไปไกลกว่าที่คิด เขาไม่ได้แค่ “จูบผิดคน” แต่เขากำลังทำลาย “ครั้งแรก” ที่ควรมีความหมายมากกว่านี้สำหรับเธอ“มีน...” เขาเรียกชื่อเธอครั้งแรกในน้ำเสียงที่แผ่วลงคือฉันไม่ใช่ “จูบเธอ” แบบในบท...และก็ไม่ใช่ “จูบเธอแบบบัดดี้” มันเป็นเสียงในสมองที่ตีกันเพราะเพิ่งรู้ตัวว่า...ตัวเองอาจกำลังทำร้ายเธอโดยไม่ตั้งใจ พูดมันออกไปสิโว้ยไอ้คนขี้ขลาด คนตัวสูงเริ่มโมโหตัวเองในใจเธอยังคงมองเขาด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้านั้นดูไม่โกรธแต่ในแววตามีบางอย่างซับซ้อนกว่าอารมณ์ใด ๆ“เรารู้ว่าทามม์อินกับบทไปหน่อย…” เธอพูดแก้เขินให้พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานทำเอาคนมองแทบละลายธีปกรณ์เม้มปากแน่น เขาอยากพูดว่า “เราไม่ใช่ทามม์” แต่เขาทำไม่ได้ เพราะเขาเห็นสายตาที่ไว้ใจของเธอมันทำให

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 5 เหมือนไม่คุ้นเคย

    “โอเค กลุ่มนี้...ซีนที่ 3 ใครเป็นพระเอกนะ?” เสียงอาจารย์ประจำคลาสกำกับการแสดงดังขึ้นในห้องเรียนขนาดย่อมที่ใช้เป็นเวิร์กช็อปซ้อมละครขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นก่อนตอบเสียงชัด “ทามม์ค่ะ ทามม์เล่นเป็นพระเอก”“อ้าว งั้นก็จับคู่กับมีนอีกสินะ” ขนาดอาจารย์ก็ยังคุ้นชินกับบัดดี้คู่นี้ “บทนี้ต้องซ้อมกันให้ไหลลื่นมากขึ้นกว่านี้นะ มีดราม่า มีความใกล้ชิดด้วย ไม่งั้นตอนแสดงจริงจะโดนหั่นคะแนนไม่รู้ด้วย”“ค่ะอาจารย์”มีนรดาหันไปมอง “ทามม์” ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แบบงง ๆ เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะแปลกใจเรื่องจับคู่...แต่แปลกใจกับสีหน้าท่าทางของเขา นิ่งผิดปกติวิสัยเหมือนกำลังกลั้นหายใจอยู่ตลอดเวลาเขาพยักหน้ารับทราบสั้น ๆ ด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นตัวเองหลังเลิกคลาส ทุกกลุ่มต้องซ้อมบทกันเอง ที่มุมหนึ่งของคณะ ธีปกรณ์กำลังนั่งมองสคริปต์ในมือ พลางถอนหายใจยาวเหมือนจะระบายทุกความวุ่นวายออกทางจมูก‘นี่ฉันมาทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ไอ้ทามม์นะ ไอ้ทามม์ ตื่นขึ้นมาสักทีสิวะ!’ เขาสบถในใจพลางนวดขมับตัวเอง ตอนนี้พี่ชายฝาแฝดของเขานอนนิ่งเหมือนเจ้าชายนิทรา หลังประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนก่อนร่างกายฟื้นตัวแล้ว...แต่สติกลับยังไม่มา และเพราะคำขอร้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status