تسجيل الدخولภายในห้องครัวเริ่มได้กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ กับไข่เจียวที่เริ่มขึ้นฟูในกระทะ ลอยคลุ้งไปทั่ว
“เอ่อ... น้ำปลาวางอยู่ตรงชั้นบนน่ะ” มีนรดาหยุดมอง มือชะงักและลังเลที่จะเขย่งเพราะมันวางอยู่สูงมาก “เดี๋ยวเราหยิบให้” เสียงทุ้มเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัวร่างสูงของธีปกรณ์ก็ก้าวเข้ามาใกล้เกินกว่าจะตั้งสติ แขนแข็งแรงยื่นเหนือศีรษะเธอเพื่อคว้าน้ำปลาขวดนั้นออกมา เขาเข้ามาใกล้ชิดจนได้ยินลมหายใจอีกคน หัวใจของเธอเต้นแรงถี่อย่างไม่รู้ตัว ขณะที่เขาเอง... ก็หยุดอยู่กับภาพหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาของทั้งคู่สบกันนิ่งงันเหมือนถูกช่วงเวลานี้กักไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว ธีปกรณ์กลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือที่ถือขวดน้ำปลาคล้ายจะอุ่นกว่าปกติ แต่แล้วคนตัวสูง 159 เซนติเมตรจึงเอ่ยตัดบทแก้เขินออกมา “ทำไมนายเอาไว้สูงจังล่ะ” เขาแทบหลุดขำ ก็ปกติเขาเข้าครัวที่ไหน แม้จะจีเนียสเรื่องมันสมอง แต่เรื่องการจัดของยอมรับว่าเขาไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ดีนะที่ยังมีพวกวัตถุดิบเหลืออยู่ ไม่รู้ว่ามันหมดอายุไปหรือยัง โต๊ะทานอาหารถูกจัดแบบง่าย ๆ พิถีพิถัน กับข้าวมีไม่กี่อย่าง แต่ทั้งหมดล้วนดู “เหมือนจัดเตรียมไว้อย่างดี” อย่างตั้งใจ ธีปกรณ์นั่งฝั่งตรงข้าม พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อมีนรดาเผลอยื่นมือไปหยิบช้อนที่วางผิดมุม มือเขาก็ดันสัมผัสกับปลายนิ้วเธอเข้าอย่างจัง วินาทีนั้น…เวลาหยุด เธอชะงัก เขาก็ชะงัก สายตาทั้งคู่สบประสานกันอีกครั้ง และครั้งนี้…ไม่มีใครหลบใคร เธอขยับริมฝีปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีคำไหนออกมาเขาเองก็รู้ว่า...ถ้าเขายังขืนจ้องกันแบบนี้ ไม่ใครก็ใครจะต้องมีหลุดแน่ๆ “เดี๋ยวเราไปหยิบสคริปต์ก่อนนะ” เขาลุกหนีแทบจะทันที ทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก ทำเอามีนรดาหลุดขำ รู้สึกตลกคนตัวโต นี่เขาเขินเธออย่างนั้นหรอ ไม่นานต่อมา ทั้งสองก็ย้ายมานั่งบนโซฟา ในห้องนั่งเล่นที่เปิดไฟสลัว บรรยากาศเงียบงันจนน่าใจหาย แสงจากวิวเมืองด้านหลังฉายเข้ามาเป็นเงาซ้อนบนใบหน้าเธอ ดูๆ แล้วก็เหมือนฉากรักโรแมนติกชะมัด และบทที่พวกเขาจะซ้อมในค่ำคืนนี้…คือ “ฉากสารภาพรัก” ที่จบลงด้วย “จูบ” จูบปลอม แต่มันจะต้องใกล้ชิดให้สมจริงขนาดนั้นมั้ยวะ ไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครู่ใหญ่ จนเธอต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “ทามม์…” เสียงของเธอเบา แต่ชัดเจนก่อนจะพูดต่อด้วยว่า “ถ้าไม่สะดวกใจ…เราไม่ซ้อมก็ได้นะ” แต่คนที่ไม่สะดวกใจที่สุดในห้องนี้…ตอนนี้...คือเขาตอนนี้เขาไม่ได้กลัวเธอรู้ว่าเขาไม่ใช่ทามม์ แต่เพราะเขากลัวว่า...ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมาจริงๆ กับเธอ “ไม่เป็นไร...” เขาตอบในที่สุด “แค่...ทำมันออกมาให้เต็มที่ก็พอ” เขาเงียบไปสักพัก “เธอจะได้คะแนนท็อปของห้องอีกไง” เธอหันไปสบตากันพร้อมรอยยิ้ม “บัดดี้เราน่ารักที่สู้ดดด....” พูดยิ้มหัวเราะพร้อมส่งสายตาหวาน จากนั้นเธอก็ค่อย ๆ ขยับตัวมานั่งใกล้เขามากขึ้น ใกล้ขึ้น…จนหัวใจเขาเริ่มเต้นเสียงดังขึ้นมาอีกรอบ ตึกๆ ... ตึกๆ ... “เริ่มละนะ...” เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด “นายรู้มั้ย...” เธอเอ่ยตามบท “ว่าทุกครั้งที่เราอยู่ใกล้กัน เราแทบหายใจไม่ออกเลย” บ้าเอ๊ย บทนี้มันสมจริงชะมัด!! เขามองเธอ ~~ ดวงตาคู่นั้นสั่นไหว ทั้งในบท…และนอกบท มือของเธอค่อย ๆ เอื้อมมาวางบนหน้าอกเขา สัมผัสที่ตรงกับจังหวะหัวใจจริง ๆ ตึกๆ .. ตึกๆ .. ตึกๆ .. เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะบทหรือเป็นเพราะเธอกันแน่ และเมื่อเธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้ จนในที่สุดตอนนี้…ต่างไม่มีใครพูดอะไรต่อ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น…คือริมฝีปากของทั้งสอง…แนบเข้าหากันโดยไม่ต้องนับหนึ่ง จูบอบอุ่น ลึกซึ้ง และนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมันไม่ใช่จูบตามบท ไม่ใช่จูบเพื่อการแสดง แต่มันคือ… “จูบแรกอย่างตั้งใจของเธอ” ธีปกรณ์หลับตาลงอย่างช้า ๆ ลมหายใจตีกันในอก มือเธอวางอยู่บนแผงอกเขา ขณะที่มือเขาเผลอยกขึ้นแตะแก้มเธอแผ่วเบา ปลายนิ้วสั่น...แต่ไม่ยอมผละไปไหน จูบแรกที่บางเบาราวกับลมพัดอ่อน สัมผัสที่สร้างความสั่นสะเทือนในหัวใจ ตามมาด้วยจูบอย่างล้ำลึก ราวกับจะซึมซับทุกอณูทุกความรู้สึกที่ส่งผ่านริมฝีปาก มีนรดายังคงเงอะงะ ในขณะที่อีกคนสอดปลายลิ้นเข้ามาด้านใน สมองของเธอมันว่างเปล่าไปหมด ไหนจะพวกมวลผีเสื้อนับร้อยพันที่บินวนอยู่รอบกาย เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานแค่ไหน จนกระทั่งหญิงสาวเริ่มได้สติ… ‘ยัยบ๊องเอ๊ย!! แกจูบเขาจริง’ เธอว่าตัวเอง ก่อนจะผละริมฝีปากออกและดันอกเขาเล็กน้อย ใบหน้าของเธอตอนนี้มันแดงก่ำแบบจัดๆ “ทามม์!!” เสียงเรียกชื่อพี่ชายของเขา...กระชากให้อีกคนกลับสู่ห้วงความเป็นจริง ริมฝีปากที่เคลื่อนไหวอย่างแนบแน่นเมื่อครู่...หยุดชะงัก ลมหายใจที่สอดประสาน...สะดุด หัวใจที่เต้นแรงเป็นจังหวะเดียวกัน...กลับเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง ธีปกรณ์ลืมตาขึ้นช้า ๆ ใบหน้าของมีนรดาอยู่ใกล้เพียงเอื้อม และในแววตาของเธอนั้น…เต็มไปด้วย ความรู้สึก ที่เขาไม่แน่ใจว่า…เขาควรได้รับมันจริง ๆ ไหม ไม่สิ!! ความรู้สึกนี้เธอกำลังรู้สึกกับพี่ชายของเขาต่างหากล่ะ คนเริ่มรู้ตัวเริ่มสำนึกผิดที่เผลอเกินเลยไป “มีน...” “....” “เราขอโทษนะ...” เขากระซิบเบาแล้วหลบสายตาเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว มือหนาปล่อยคนร่างบางขยับถอยห่างอย่างอายๆ “เราไม่ได้ตั้งใจ” ในที่สุดเขาก็โพล่งคำนั้นออกมา เพราะบทสินะ นายไม่ได้รู้สึกจริงกับเราสินะ หญิงสาวแอบคิดอย่างน้อยใจ เพราะรู้จักกันมาตั้งสองปีครึ่งเขาไม่เคยเกินเลยแม้แต่ครั้ง อย่างมากก็แค่จับมือ หรือที่ขวัญข้าวพูดมามันจะจริงกันแน่นะ “ผู้ชายเป็นเพศที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร เขาคิดอย่างไร ก็แสดงออกมาอย่างนั้น นอกซะจากว่า เขาไม่ได้ชอบแกมากพอ” เสียงนี้มันดังก้องอยู่ข้างใน “ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษเราหรอก” เธอยิ้มตอบ แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อจู่ๆ คนตัวสูงก็ช้อนอุ้มเธอไปนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์อีกครั้งแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “อ่ะ!! ทามม์!!” จากนั้นเขาก็จับตรึงท้ายทอยเธอไว้แน่น ใบหน้าขยับเข้ามาใกล้ในเร็วพลัน ตามมาด้วยริมฝีปากอุ่นร้อนที่ประกบลงมาอย่างเร่าร้อนเอาแต่ใจ หญิงสาวเผลอเผยออ้าปากรับ แม้จะเงอะงะไปสักหน่อย ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด ยิ่งเขาบดจูบเธออย่างเร่าร้อนมากเท่าไหร่ ก็เหมือนว่าร่างกายจะตอบสนองต่อกันมากขึ้นเท่านั้น มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่เขาหักห้ามตัวเองไม่ได้ ใกล้เธอแล้วเขาอยากจูบ อยากทำอะไรมากกว่านั้น ซึ่งเขาก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองเป็นบ้าอะไรไป “อื้มม...” คนถูกจู่โจมเผลอส่งเสียงครางออกมา รสจูบร้อนแรงที่บดเบียดแนบแน่น ทำเอาหัวใจของมีนรดาเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอไม่รู้ว่ากำลังหายใจอยู่ด้วยวิธีไหน รู้แค่ว่ามือหนากำลังวางบนสะโพกเธอ ในขณะที่มืออีกข้างของเขายังตรึงท้ายทอยเธอไว้แน่น... จากนั้นเขาก็บดจูบเธอรุนแรงอย่างบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ เสียงจูบดังเข้ามาในโสตประสาทหู ปลายลิ้นร้อนจัดตวัดรัดดูดดึงสอดเข้ามาด้านใน ลากไล้สัมผัสด้านในโพรงปากของเธอ ช้าๆ …แต่ดุดัน…ราวกับจะจารึกเธอเอาไว้ในความทรงจำ ในวินาทีนั้น มีนรดาไม่สามารถยับยั้งตัวเองไว้ได้…เธอสนองจูบตอบเขาเป็นอย่างดี แม้จะเงอะงะตามประสาจูบแรกไปบ้าง “อื้มม...” เสียงครางอู้อี้ที่หลุดออกจากลำคอของเธอทำให้คนตัวสูงยิ่งเสียการควบคุม ธีปกรณ์ผละริมฝีปากออกแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะจ้วงล้ำริมฝีปากบดเบียดมันลงมาใหม่ราวกับคนหิวโหย เขาหลับตาแน่น... พยายามบอกตัวเองว่านี่มันผิด ผิดตั้งแต่จูบแรก แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุดมัน แถมยังเลือกที่จะจูบเธออีกครั้ง ซ้ำๆ และเนิ่นนาน ปลายนิ้วไล้ลากจากท้ายทอยลงมาตามแนวกรอบหน้า ไล้ไปจนถึงลำคอขาวเนียน... มือหยาบใหญ่ของเขาเหมือนกำลังกลืนกินผิวเธออย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ลมหายใจของเธอเริ่มสั่นหอบ ใบหน้าแดงระเรื่อ เปลือกตาปรือปรอย และมือเล็กที่ตอนแรกวางแน่นบนต้นแขนของเขา...ก็ค่อย ๆ ขยับขึ้นมาโอบรอบต้นคอหนาของเขาแทน จังหวะนี้มันไม่ใช่บทอีกต่อไป ไม่ใช่การซ้อม และไม่ใช่ความผิดพลาด ...แต่เป็นความต้องการของหัวใจที่ไม่มีใครสามารถหยุดมันได้ เขาถอนจูบออกมาเล็กน้อย มองเธอที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ด้วยสายตาหวั่นไหว ริมฝีปากของเธอแดงระเรื่อดวงตาเป็นประกายวาวน้ำเหมือนจะร้องไห้ แต่เธอกลับไม่ได้เบือนหน้าหนี...แต่กลับมองเขาอยู่แบบนั้น “ทามม์...” เสียงเรียกนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ในใจของเขา...มันกลับชัดเจนราวระเบิด ธีปกรณ์ยืนนิ่ง สายตาจับจ้องเธอไม่วาง แล้วพูดประโยคที่เผลอหลุดออกมาจากใจโดยไม่ทันคิด “อย่าเรียกเราว่าทามม์ได้มั้ย...” ... ... “....” บรรยากาศพลันเงียบลงอีกครั้ง มีนรดาชะงัก เธอเบิกตากว้างเล็กน้อยเหมือนเพิ่งได้ยินอะไรผิดไป แต่เขากลับยังมองหน้าเธออยู่ตรงนั้น นิ่ง ลึก และจริงจังกว่าที่เคย... “นายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?” ก็อยู่ดีๆ จะไม่ให้เธอเรียกเขาว่าทามม์เนี่ยนะ คำพูดของหญิงสาวทำให้สติเขากลับมา คนตัวสูงรีบปล่อยมือจากเอวบางของเธอ เกาหัวเตัวเองบา ๆ แบบคนที่กำลังหาทางลงให้กับความรู้สึกปั่นป่วนในอกตัวเอง “นั่นสินะ แกมันบ้าไปแล้วไอ้ไทป์!!” เขาตะโกนด่าตัวเองในใจ แต่อาการภายนอกยังพยายามสงบให้ดูเหมือนปกติ แม้มันจะยากเหลือเกินเมื่อเธอยังยืนอยู่ตรงหน้า ในระยะที่หัวใจเขายังสัมผัสได้ถึงจังหวะเต้นของเธอเมื่อครู่... มีนรดามองหน้าเขานิ่ง ๆ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในใจเขา แต่เธอรู้แค่ว่าเขาเปลี่ยนไปอีกแล้ว สายตา สีหน้า ท่าทางของเขามันเต็มไปด้วยบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆธีปกรณ์กัดฟันแน่น พยายามจะละสายตาออกจากเธอพยายามบอกตัวเองว่าเธอคือ “คนของทามม์” แต่มือที่เธอยกขึ้นมารวบผมเปียก ไว้หลวม ๆ กลับเผยให้เห็นต้นคอขาวเนียนน่าหลงใหลและเสื้อเชิ้ตของเขา...ที่แค่ขยับนิดเดียว ก็เผยเนินอกวับ ๆ แวม ๆ ราวกับ ต้องการท้าทาย“หืมม...” เขาคำรามในลำคอ“อืมม...อาบน้ำเสร็จแล้วเราจะต้องอะไรต่ออีกมั้ย? หรือว่านายจะพักผ่อนเลย” เธอเอ่ยเสียงเบาไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้น เหมือนคำเชิญที่อ่อนหวานที่สุด สำหรับผู้ชายที่กำลังพยายามห้ามใจตัวเองอย่างสุดแรง และทันทีที่เธอจะเดินผ่านเขา... มือหนาก็คว้าเอวบางของเธอไว้ทันทีหมับ!!“อ๊ะ...ธะ~ทามม์...”แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ริมฝีปากของเขาก็พุ่งดิ่งเข้ามาประกบกันอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่จูบแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มันคือจูบหนักหน่วงที่เร่าร้อนปนความหิวกระหาย...และร้อนแรง...เต็มไปด้วยความปรารถนาอัดแน่นที่เขาเก็บไว้มานานหลายเดือน ริมฝีปากหยักหนาบดขยี้ ขบเม้มจนเธอเผลอครางออกมาเบา ๆ“อื้มม...”มือเขาเลื่อนขึ้นโอบแนบแผ่นหลังเธอแน่น อีกมือช้อนใต้ต้นขาแล้วยกตัวเธอขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ตัวใหญ่อีกครั้ง เสื้อเชิ้ตของเขาที่เธอสวมอยู่หลุดหลวมลงตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เ
....“มีน ..!!” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกกันกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้“ห่ะ...ห๊ะ!! เมื่อกี้ทามม์ว่าอะไรนะ?”คนตัวสูงมองใบหน้าเธอที่เหม่อลอยอย่างชัดเจน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าในหัวของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ กำลังลังเล? กำลังกลัว? หรือว่ากำลังรู้สึกผิด...ที่อยู่กับคนที่เธอคิดว่าเขาเป็นใครอีกคน“เราแค่บอกว่า...พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ถ้ามีนจะค้างที่นี่ก็ได้ ห้องนอนมีสามห้อง สะดวกสบาย ปลอดภัย” เขาย้ำคำสุดท้ายอย่างตั้งใจ “ปลอดภัยแน่นอน”เพราะเขาอยากให้เธอไว้ใจ แม้จะรู้ตัวเองดีว่า ความจริงทั้งหมดที่เขาซ่อนอยู่...ยังจะปลอดภัยสำหรับเธอจริงๆ หรือเปล่ามีนรดานิ่งไปก่อนจะค่อยๆ พยักหน้า “อื้ม...ก็ได้ งั้นเราค้างก็ได้” เธอไม่ได้ตอบเพราะเมาหรอกนะ แต่เพราะหัวใจของเธอมันต้องการแบบนั้นต่างหากธีปกรณ์พยายามสะกดกลั้นตัวเองเอาไว้ เพราะคำว่า “ก็ได้” ของเธอมันไม่ต่างจากไฟที่จุดเผาใจเขาให้ร้อนวาบ มันคือการยอมให้อยู่ด้วยกันนานขึ้นอีกนิด และเขากำลังกลัว...กลัวว่าจะเสพติดที่มีเธออยู่ข้างๆ มากไปกว่านี้“อยากอาบน้ำไหม เดี๋ยวเราเตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ให้” เสียงเขาติดนุ่ม แฝงความเอาใจใส่ที่มีแต่เจ้าของตัวจริงเท่านั้นที่จะมองทะลุได้ว่ามัน ‘
เช้าวันจันทร์...อากาศในมหาวิทยาลัยสดใสเหมือนเคย แต่สำหรับธีปกรณ์แล้ว ทุกอย่างกลับดูหม่นกว่าปกติ แม้เขาจะยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมชั้นในคลาสใหญ่ของวิชา Communication Strategy แต่ในหัวกลับว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่คำบรรยายของอาจารย์ที่เข้าสู่โสตประสาทแม้แต่นิดมีนรดานั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นเคย รอยยิ้มของเธอยังสดใสเหมือนเดิม กลิ่นแชมพูที่คุ้นเคยหอมจางๆ ลอยมาจากเส้นผมสีดำขลับที่สะบัดเบา ๆ เวลาขยับตัว ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาสีใสที่เธอสวมใส่บางวันก็ไม่เห็นเธอใส่มัน แต่วันนี้...ธีปกรณ์กลับไม่กล้าหันไปมองกันตรงๆ‘พี่ฟื้นแล้ว...และอยู่ในช่วงกายภาพบำบัด’ มันควรเป็นเรื่องน่ายินดี...ใช่ มันควรใช่ แต่ทำไม…ความรู้สึกเสียดายกลับตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่หยุด ‘ถ้าพี่ดีขึ้นแล้ว…เราก็ต้องหายไปจากชีวิตเธอสินะ!!’คำถามนั้นวนเวียนในหัวเขาเป็นพันรอบ จนเผลอปล่อยให้ความนิ่งกลายเป็นความเย็นชาโดยไม่รู้ตัว“นายโอเคไหม?” เสียงหวานเรียกเขาเบา ๆ ในช่วงพักเบรกธีปกรณ์หันมาช้า ๆ มองใบหน้าเล็กนั่นด้วยสายตาที่อ่อนลง “ก็...โอเคมั้ง” เขาพยายามฝืนยิ้ม ทั้งที่นัยน์ตาดูเศร้า“แน่ใจ?” เธอถามต่อ “นายดูเหม่อลอยแปลกๆ”ธีปกรณ์กลั้นหายใจ ก่อนจะ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”เสียงของขวัญข้าวดังสนั่นลั่นห้องนั่งเล่นในหอพักหญิงจนแม้แต่เสียงนกบนสายไฟยังเงียบกว่าคนที่ดูจะตื่นเต้นจนออกนอกหน้าในตอนนี้“ฉันนึกว่าพวกแกจูบกันตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะมีน!!! กรี๊ดดด แกปล่อยมานานขนาดนี้ได้ยังไงยะ เก็บซิงไว้ชิงโชค?” เจ้าตัวพูดพลางหยิบหมอนอิงมากอดแล้วทุบเอาๆ อย่างขวยเขินมีนรดาแทบจะมุดเข้าใต้โซฟาไปเดี๋ยวนั้น“แกเบาๆ หน่อย เดี๋ยวคนข้างห้องก็มาได้ยินกันพอดีอ่ะ”“ได้ยินก็ได้ยินไปสิ” ขวัญข้าวยักไหล่อย่างไม่แคร์“เดี๋ยวนี้เด็ก 13-14 บางคนก็ไม่เวอร์จิ้นแล้วนะเว้ย! นี่เราอายุ 21 แล้วนะยะ! โลกมันไปถึงไหนแล้ว!”“หรือแกไม่เวอร์จิ้นแล้ว?”“เปล๊า!!” ขวัญข้าวตอบเพื่อนมีนรดาหันมาหรี่ตาใส่เพื่อนรัก “ขวัญ! เราไม่ได้จะทำแบบนั้นซะหน่อย มันก็แค่... แค่ ...”“แค่หายใจเข้าปากกันสองรอบ แล้วเผลอไปจูบบนเคาน์เตอร์บาร์? แกคิดว่าฉันจะเชื่อแกมั้ย?”“พอได้แล้ว เลิกแซวฉันเลยนะ!!” มีนรดาเอาหมอนทุบเพื่อนคืนบ้าง ก่อนจะงึมงำเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับเพื่อนซะมากกว่า“ก็เขามัน... เขาไม่เหมือนเดิมอ่ะขวัญ แกจำตอนปีหนึ่งได้มั้ย? เขามั่นใจมาก เจ้าคารมมาก ตอนนี้คือเขาแบบ...เอ่อ...
ภายในห้องครัวเริ่มได้กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ กับไข่เจียวที่เริ่มขึ้นฟูในกระทะ ลอยคลุ้งไปทั่ว“เอ่อ... น้ำปลาวางอยู่ตรงชั้นบนน่ะ”มีนรดาหยุดมอง มือชะงักและลังเลที่จะเขย่งเพราะมันวางอยู่สูงมาก“เดี๋ยวเราหยิบให้”เสียงทุ้มเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัวร่างสูงของธีปกรณ์ก็ก้าวเข้ามาใกล้เกินกว่าจะตั้งสติ แขนแข็งแรงยื่นเหนือศีรษะเธอเพื่อคว้าน้ำปลาขวดนั้นออกมา เขาเข้ามาใกล้ชิดจนได้ยินลมหายใจอีกคน หัวใจของเธอเต้นแรงถี่อย่างไม่รู้ตัว ขณะที่เขาเอง... ก็หยุดอยู่กับภาพหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาของทั้งคู่สบกันนิ่งงันเหมือนถูกช่วงเวลานี้กักไว้ไม่ให้เคลื่อนไหวธีปกรณ์กลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือที่ถือขวดน้ำปลาคล้ายจะอุ่นกว่าปกติ แต่แล้วคนตัวสูง 159 เซนติเมตรจึงเอ่ยตัดบทแก้เขินออกมา“ทำไมนายเอาไว้สูงจังล่ะ”เขาแทบหลุดขำ ก็ปกติเขาเข้าครัวที่ไหน แม้จะจีเนียสเรื่องมันสมอง แต่เรื่องการจัดของยอมรับว่าเขาไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ดีนะที่ยังมีพวกวัตถุดิบเหลืออยู่ ไม่รู้ว่ามันหมดอายุไปหรือยังโต๊ะทานอาหารถูกจัดแบบง่าย ๆ พิถีพิถัน กับข้าวมีไม่กี่อย่าง แต่ทั้งหมดล้วนดู “เหม
ประโยคสุดท้ายนั้นเหมือนระเบิดเวลาที่หยุดการหายใจของคนฟังได้ในทันทีธีปกรณ์ชะงักค้าง สายตาบอกอาการที่ว่าไม่ถูก ปกติเขามักจะควบคุมสถานการณ์ได้ทุกครั้ง แต่ตอนนี้กลับเลื่อนลอย เหมือนโลกหยุดหมุนกับสิ่งที่ได้ฟัง “จูบแรก...ของเธอ” อย่างนั้นหรอ!! คำพูดนั้นก้องอยู่ในหัว มันไม่ได้ฟังแค่ผ่านหู แต่มันพุ่งเข้าใส่หัวใจเขาเข้าไปเต็มแรง และเขารู้ทันที...ว่าเขาทำผิดไปไกลกว่าที่คิด เขาไม่ได้แค่ “จูบผิดคน” แต่เขากำลังทำลาย “ครั้งแรก” ที่ควรมีความหมายมากกว่านี้สำหรับเธอ“มีน...” เขาเรียกชื่อเธอครั้งแรกในน้ำเสียงที่แผ่วลงคือฉันไม่ใช่ “จูบเธอ” แบบในบท...และก็ไม่ใช่ “จูบเธอแบบบัดดี้” มันเป็นเสียงในสมองที่ตีกันเพราะเพิ่งรู้ตัวว่า...ตัวเองอาจกำลังทำร้ายเธอโดยไม่ตั้งใจ พูดมันออกไปสิโว้ยไอ้คนขี้ขลาด คนตัวสูงเริ่มโมโหตัวเองในใจเธอยังคงมองเขาด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้านั้นดูไม่โกรธแต่ในแววตามีบางอย่างซับซ้อนกว่าอารมณ์ใด ๆ“เรารู้ว่าทามม์อินกับบทไปหน่อย…” เธอพูดแก้เขินให้พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานทำเอาคนมองแทบละลายธีปกรณ์เม้มปากแน่น เขาอยากพูดว่า “เราไม่ใช่ทามม์” แต่เขาทำไม่ได้ เพราะเขาเห็นสายตาที่ไว้ใจของเธอมันทำให





![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love] (มี E-book)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

