LOGINดวงตากลมโตถึงกับสั่นระริก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาด้วยความกระดากอายในใจ ผู้ชายคนนี้ทำไมหยาบคายและน่ากลัวได้ขนาดนี้ แล้วพิมมี่จะรับมือกับเขาได้ยังไง แต่เพราะความจำเป็นและเป็นทางออกสุดท้าย พิมมี่จึงทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
ทันทีที่ดวงตากลมโตสดใสจ้องมองสบกันกับดวงตาคม กลายเป็นเบตงที่ต้องรีบหลบสายตาคู่นั้น เพราะรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่กำลังดึงดูดและท้าทายเขาอยู่
"เฮียใจเย็นๆ ก่อนนะ ไอ้มี่มันแค่แปลกที่น่ะ มันไม่เคยมาเที่ยวผับ เลยตื่นเต้นมากไปหน่อย...ใช่ไหมวะไอ้มี่"
"ชะ...ใช่ค่ะ หนูตื่นเต้นนิดหน่อย เฮียเบตงอย่าโกรธหนูเลยนะคะ"
เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน แต่ยิ่งฟังเบตงก็ยิ่งรำคาญหู เหมือนยัยเด็กนี่ถูกเทรนงานก่อนจะมาเจอเขา ถึงได้พูดจาดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสักคำ เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าไม่มีคนชี้นำยัยนี่จะทำตัวยังไงเวลาอยู่กับเขาแค่สองคน
"อาสี่พาลิลลี่ออกไปก่อน ผมจะสัมภาษณ์ยัยนี่เอง ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
"เอางั้นเลยเหรอ เฮียตง" อาสี่เหมือนจะย้ำคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม จนเจ้าตัวยืนยันเสียงแข็ง
"ผมจะไม่พูดเป็นครั้งที่2"
"โอเค งั้นน้องลิลลี่ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวให้น้องพิมมี่ตกลงกับเฮียตงเอง"
"เอ่อ...คือ"
ลิลลี่ที่กำลังหาทางช่วยเพื่อน หันมาสบตากับแววตาคมดุดันเข้าพอดี เธอจึงรีบลุกจากเก้าอี้อย่างไว ก่อนจะเดินตามอาสี่ออกไปแบบไม่หยุดคิดให้เสียเวลา
"โชคดีนะไอ้มี่" ลิลลี่หันเอ่ยลาเพื่อนรัก ที่หันตามร่างของเธอไม่วางตา
"ลิลลี่!" ในขณะที่พิมมี่เองก็หันไปมองหน้าเพื่อนด้วยใบหน้าที่กำลังเป็นกังวลใจ
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง เมื่อตอนนี้คนทั้งสองอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง สาวน้อยได้แต่นั่งก้มหน้า ด้วยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเผชิญชะตากรรมเช่นไรต่อจากนี้
"มานี่สิ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบกริบ จนคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาสะดุ้งตกใจ แววตาตื่นจ้องไปที่ร่างสูงตรงหน้า แต่ไม่ยอมขยับลุกไปหาเขาอย่างที่เขาออกคำสั่ง
"บอกให้มานี่ ไม่ได้ยินเหรอ" ร่างน้อยถึงกับผวา เมื่อถูกเบตงกระแทกเสียงใส่ด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ
"ค่ะ...ค่ะได้ยินค่ะ"
พิมมี่ค่อยๆ ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาเขาที่โต๊ะทำงาน ร่างน้อยก้าวขยับด้วยแข้งขาที่กำลังสั่นสะท้าน ก่อนจะเดินจนมาถึงตรงโต๊ะทำงานที่เขานั่ง พลางหยุดยืนตัวสั่นอยู่ต่อหน้าเขา
ร่างอรชรถูกสายตาคมจับจ้องมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผมยาวดำขลับ หน้าอกกลมโตจนแทบจะล้นทะลักออกมาจากเสื้อที่ใส่ แขนขาเรียวเล็ก เอวบางคอดกิ่ว ผิวพรรณขาวเนียนผุดผ่องไปทั้งตัว และที่ทำให้หัวใจของเบตงสั่นไหวในทันที ก็เห็นจะเป็นกลิ่นหอมจากตัวของเธอ ที่หอมอ่อนๆ ไม่ฉุนขึ้นจมูกเหมือนพวกผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมา กลิ่นหอมกรุ่นนี้ช่างกระตุ้นอารมณ์ดิบในตัวของเขาได้ดีจริงๆ
"เฮือก! ว้าย! ฮะ...เฮีย"
ร่างน้อยตกใจสุดขีด ที่อยู่ๆ ก็โดนเขาเอื้อมมาจับเอวบาง แล้วยกตัวเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน ก่อนเจ้าตัวจะลุกยืนเต็มความสูง แล้วเอนตัวลงมาเท้าแขนกับขอบโต๊ะทำงาน และคร่อมร่างบางของเธอเอาไว้
"เฮีย! อย่าค่ะ!"
"เธอบอกว่าเธอเต็มใจมาเสนอตัวให้ฉันไม่ใช่เหรอ"
"ตะ...แต่ว่าหนูยังไม่...กรี๊ด! เฮียจะทำอะไรคะ....ว้าย! เฮีย! "
สาวน้อยแทบช็อกเมื่อจู่ๆ เบตงก็ล้วงเข้ามาใต้กระโปรงตัวสั้นของเธอ ทั้งคว้านมือเข้ามาใต้กระโปรงของเธอและดึงรูดชั้นในของเธอลงมา
"เฮียอย่าค่ะ เฮียจะทำอะไรคะ หนูยังไม่พร้อม โอ๊ย! เฮีย! หนูเจ็บ"
สาวน้อยถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อนิ้วเรียวสอดและล้วงเข้าไปในจุดกลางกายของเธออย่างจู่โจม ทำเอาเจ้าของนิ้วถึงกับคิ้วขมวด เมื่อสัมผัสถึงความนุ่มละมุนแต่แสนคับแคบของเธอ
"ฮึกๆ เฮียขา อย่าทำหนูเลยนะคะ วันนี้หนูยังไม่ได้เตรียมตัวมาจริงๆ "
"กางออก" เบตงสั่งเสียงแข็ง เมื่อเจ้าของร่างบางหุบเรียวขาเข้าหากันแน่น จนเขาเข้าถึงตัวเธอลำบาก
"ฮือๆ เฮีย..." สาวน้อยเริ่มสะอื้นจนน้ำตาคลอ
"บอกให้กางออกไง!"
เขาตวาดเสียงดัง สาวน้อยจึงค่อยๆ ขยับต้นขาเรียวกางออกอย่างว่าง่าย จนความงดงามของวัยแรกสาว อวดโชว์แก่สายตาของเขา เบตงก้มลงมองนิ้วกลางเรียวยาวของตัวเอง ที่สอดค้างในร่องรักสีชมพูสดใสของสาวน้อย ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายไล่ความเหนียวหนืดในลำคอ
"ก็ไม่ได้เลี่ยมทองนี่หว่า ทำไมคิดแพงนักวะ"
ร่างน้อยถึงกับเอียงอาย ใบหน้าสวยร้อนฉ่าไปทั้งหน้า เมื่อโดนสำรวจภายในอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยสายตาของเขา ราวกับว่าเขาเป็นหมอที่กำลังจะตรวจภายในให้เธอ เพราะมัวแต่เขินอายและแอบสำรวจความหล่อเหลาของคนตรงหน้า ทำให้เธอถึงกับผวา เมื่ออยู่ๆ นิ้วเรียวสากก็ยัดเข้ามาในร่องสวาทของเธอจนสุดทาง
"กรี๊ด! อื้อ! เฮียหนูเจ็บ! อื้อ!"
"กรี๊ด! อื้อ! เฮียหนูเจ็บ! อื้อ!"ร่างน้อยที่ถูกล้วงลึกด้วยนิ้วเรียว ถึงกับรีบหุบขาสวยเข้าหากัน จนเจ้าของมือที่โดนหนีบเข้าไปถึงกับหัวใจสั่นตาม"อย่าหนีบดิ""อื้อ! เฮีย...หนูเจ็บ""ก็อย่าเกร็งดิ ปล่อยอารมณ์ออกมา ถ้ากลัวก็หลับตาไม่ต้องมอง"หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ด้วยไม่เคยโดนใครสัมผัสเช่นนี้มาก่อน พิมมี่ทำตัวดีเชื่อฟังคำที่พ่อแม่คอยสั่งสอนมาตลอด จนเธอกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เรื่องอย่างว่าถือเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินกว่าเธอจะเข้าใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยฝักใฝ่ที่จะเรียนรู้มันเลยเธอเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหนุ่มหล่อตรงหน้า ที่กำลังทำหน้าที่เป็นครูสอนเพศศึกษาหลักสูตรล้วงลึกให้แก่เธอ ก่อนจะหลับตาลงตามที่เขาบอกอย่างเชื่อฟัง จนคนที่ยืนจ้องเธอถึงกับใจสั่นด้วยความตื่นเต้นเบตงเริ่มขยับนิ้วเรียวช้าๆ จนคนที่นั่งหุบขาในตอนแรกเริ่มขยับตัวเพื่อปรับอารมณ์ มือเล็กเรียวที่กำแน่นตรงชายกระโปรง เริ่มบิดเนื้อผ้าแน่น เบตงค่อยๆ ส่งนิ้วแข็งสอดใส่เข้าไปในรูแคบ จนเริ่มรับรู้ถึงความฉ่ำแฉะที่กำลังไหลลื่นออกมา บวกกับปฏิกิริยาที่เริ่มเปลี่ยนไปของคนตรงหน้า แถมร่องหลืบแสนคับแคบก็ตอดรัดนิ้วเรี
ดวงตากลมโตถึงกับสั่นระริก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาด้วยความกระดากอายในใจ ผู้ชายคนนี้ทำไมหยาบคายและน่ากลัวได้ขนาดนี้ แล้วพิมมี่จะรับมือกับเขาได้ยังไง แต่เพราะความจำเป็นและเป็นทางออกสุดท้าย พิมมี่จึงทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นสบตาเขาทันทีที่ดวงตากลมโตสดใสจ้องมองสบกันกับดวงตาคม กลายเป็นเบตงที่ต้องรีบหลบสายตาคู่นั้น เพราะรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่กำลังดึงดูดและท้าทายเขาอยู่"เฮียใจเย็นๆ ก่อนนะ ไอ้มี่มันแค่แปลกที่น่ะ มันไม่เคยมาเที่ยวผับ เลยตื่นเต้นมากไปหน่อย...ใช่ไหมวะไอ้มี่""ชะ...ใช่ค่ะ หนูตื่นเต้นนิดหน่อย เฮียเบตงอย่าโกรธหนูเลยนะคะ"เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน แต่ยิ่งฟังเบตงก็ยิ่งรำคาญหู เหมือนยัยเด็กนี่ถูกเทรนงานก่อนจะมาเจอเขา ถึงได้พูดจาดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสักคำ เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าไม่มีคนชี้นำยัยนี่จะทำตัวยังไงเวลาอยู่กับเขาแค่สองคน"อาสี่พาลิลลี่ออกไปก่อน ผมจะสัมภาษณ์ยัยนี่เอง ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง""เอางั้นเลยเหรอ เฮียตง" อาสี่เหมือนจะย้ำคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม จนเจ้าตัวยืนยันเสียงแข็ง"ผมจะไม่พูดเป็นครั้งที่2""โอเค งั้นน้องลิลลี่ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวให้น้องพิมม
"เฮียครับ..."ลูกน้องคนสนิทก้มลงกระซิบบางอย่าง เพื่อรายงานเจ้านายราวกับเป็นความลับที่ไม่สามารถให้ใครรับรู้ได้ นอกจากเจ้านายอย่างเบตง"ใคร?" เบตงเอ่ยถามลูกน้องหลังจากได้รับรายงานว่า มีคนมาขอพบและคนที่มาพบบอกว่าเฮียตงเรียกให้มาหาวันนี้ และชื่อที่ลูกน้องเอ่ยออกมา ก็ทำให้เขารู้ว่าเป็นคนที่เขานัดให้มาหาจริงๆ"น้องลิลลี่ครับ""ตอนนี้อยู่ที่ไหน""อยู่ที่ห้องบัญชีกับอาสี่ครับ""บอกอาสี่ว่าเดี๋ยวฉันขึ้นไป""ครับเฮีย"หลังจากสั่งลูกน้องเสร็จ เบตงก็ยกแก้ววอดก้าขึ้นดื่ม จนคนที่นั่งร่วมวงเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย"ใครมาหาเหรอเฮีย ทำไมดูสีหน้าเฮียเคร่งเครียดจัง ฟังจากชื่อน่าจะกระชุ่มกระชวยมากกว่านะ"เจ้าของบทสนทนานี้คือ โรมัน เป็นเจ้าของดาร์คคลับผับชื่อดังอีกที่ในย่านนี้ เขาเป็นรุ่นน้องที่ทั้งรักและเชื่อใจกันมากกับเบตง และมักไปมาหาสู่กับรุ่นพี่อย่างเบตง เพื่อขอคำปรึกษาทางธุรกิจอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงเรื่องสาวๆ ที่เหมือนว่าพี่ชายของเขาคนนี้จะเป็นที่ปรึกษาได้เป็นอย่างดีในทุกเรื่องด้วยสิ"ก็แค่เด็กมาหาค่าเทอม ไม่พิเศษหวือหวาหรอก แล้วนี่นายจะดื่มต่อไหม เฮียมีธุระต้องไปทำ จะกลับเลยหรือจะรอเฮียกลับมาคุยด้วย""
"พูดซะยืดยาว เธอชื่ออะไร"เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยถามชื่อคู่นอน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่สนใจถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนาม ชนิดที่ว่าขึ้นมาปุ๊บก็จับกระแทกไม่จูบ ไม่โลมเล้า เอาๆ ให้เสร็จเท่านั้นพอ แต่ยัยเด็กฉอเลาะตรงหน้าทำให้เจ้าของแบทบาร์อย่างเขาอยากทำความรู้จัก"หนูชื่อ ลิลลี่ค่ะ""แล้วยัยหอยเลี่ยมทอง เพื่อนของเธอล่ะ ชื่ออะไร""พิมมี่ พิมพ์อัปสร เสี้ยวสกุล...ค่ะ""มีรูปไหม?""มีค่ะเฮีย"สาวน้อยลิลลี่ หยิบเสื้อคลุมมาสวมร่างเปลือย ก่อนจะลุกจากเตียงกว้างแล้วเดินตรงไปยังกระเป๋าที่วางอยู่บนแท่นอ่างล้างหน้าในห้องน้ำหรู จากนั้นก็ออกมาพร้อมโทรศัพท์มือถือ"นี่ค่ะเฮีย"ภาพของสาวน้อยที่กำลังยิ้มสดใสให้กับเพื่อนๆ ถูกส่งให้เบตงดู เขารับโทรศัพท์จากมือคู่นอนชั่วคราวมาถือไว้ ก่อนจะเหลือบไปมองภาพที่ปรากฏในหน้าจอ ดวงตาคมจ้องมองภาพ ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ เพราะสาวน้อยใบหน้าเกลี้ยงเกลาสดใส ไม่ใช่สเปคที่ถูกใจเขาเลยสักนิด แบบนี้มันจะคุ้มค่ากับเงิน 5แสนของเขาได้อย่างไร"เฮ้อ! ใสเกิ้น...จะเอาแรงที่ไหนมาสู้ศึกใหญ่ ส่งเข้ามาในเครื่องของฉัน ขอฉันคิดดูก่อนแล้วกันว่าจะช่วยยังไง""แต่หนูไม่มีเบอร์เฮีย""ทักแชทมาเดี๋ยวฉันร
"อ๊ะ! เฮียตงขา อ๊า! ฮื่อ!"ร่างแน่งน้อยที่สั่นคลอนครวญครางออกมาจนเสียงหลง ก่อนจะเกร็งกระตุกจนร่างแอ่น เมื่อโดนกระแทกอย่างรุนแรงด้วยดุ้นสวาทขนาดมหึมา แขนสองข้างของหญิงสาวถูกมัดไว้เหนือศีรษะด้วยเชือกผ้าเพราะร่างสูงไม่ปรารถนาที่จะให้หล่อนแตะต้องเนื้อตัวของเขาเบตงหรือภูเบศ เมธานพเลิศ คือชื่อของคนที่กำลังยัดแก่นกายเข้าในร่องสวาทของหญิงสาวอย่างรีบเร่ง จนก้าวไปแตะความสุขสม โดยที่เขาไม่แม้แต่จะก้มลงไปจูบหรือกอดเธอเลยสักครั้งหลังเสร็จกิจเขาผละออกจากร่างของเธอ เอื้อมไปหยิบทิชชูมาห่อและรูดคอนดอมออกจากลำกายของตัวเอง ก่อนจะเดินไปทิ้งเศษสวาทลงในถังขยะ เสื้อคลุมตัวยาวถูกหยิบขึ้นมาสวมทับร่างกายที่เปลือยเปล่า ก่อนเจ้าของร่างจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาริมระเบียงของห้องหรู พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบด้วยความเคยชิน"หยิบเช็กบนหัวเตียง แล้วออกไป""หนูพอมีโอกาสจะได้ขึ้นมาหาเฮียอีกไหมคะ"หญิงสาวเอ่ยถาม แต่ไม่ใช่คำถามแรกที่เขาได้ยิน ผู้หญิงที่ขึ้นมาเสนอตัวให้เขาต่างพูดแบบนี้ทุกคน เพราะต่างก็อยากครอบครองเขา แต่เจ้าของฉายาค้างคาวรัตติกาล อย่างเฮียเบตงแห่ง แบทบาร์ [Bat Bar] เป็นคนที่เบื่อความซ้ำซากเป็นที่สุด แม้สาวๆ จะต







