Masukดวงตากลมโตถึงกับสั่นระริก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาด้วยความกระดากอายในใจ ผู้ชายคนนี้ทำไมหยาบคายและน่ากลัวได้ขนาดนี้ แล้วพิมมี่จะรับมือกับเขาได้ยังไง แต่เพราะความจำเป็นและเป็นทางออกสุดท้าย พิมมี่จึงทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
ทันทีที่ดวงตากลมโตสดใสจ้องมองสบกันกับดวงตาคม กลายเป็นเบตงที่ต้องรีบหลบสายตาคู่นั้น เพราะรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่กำลังดึงดูดและท้าทายเขาอยู่
"เฮียใจเย็นๆ ก่อนนะ ไอ้มี่มันแค่แปลกที่น่ะ มันไม่เคยมาเที่ยวผับ เลยตื่นเต้นมากไปหน่อย...ใช่ไหมวะไอ้มี่"
"ชะ...ใช่ค่ะ หนูตื่นเต้นนิดหน่อย เฮียเบตงอย่าโกรธหนูเลยนะคะ"
เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน แต่ยิ่งฟังเบตงก็ยิ่งรำคาญหู เหมือนยัยเด็กนี่ถูกเทรนงานก่อนจะมาเจอเขา ถึงได้พูดจาดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสักคำ เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าไม่มีคนชี้นำยัยนี่จะทำตัวยังไงเวลาอยู่กับเขาแค่สองคน
"อาสี่พาลิลลี่ออกไปก่อน ผมจะสัมภาษณ์ยัยนี่เอง ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
"เอางั้นเลยเหรอ เฮียตง" อาสี่เหมือนจะย้ำคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม จนเจ้าตัวยืนยันเสียงแข็ง
"ผมจะไม่พูดเป็นครั้งที่2"
"โอเค งั้นน้องลิลลี่ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวให้น้องพิมมี่ตกลงกับเฮียตงเอง"
"เอ่อ...คือ"
ลิลลี่ที่กำลังหาทางช่วยเพื่อน หันมาสบตากับแววตาคมดุดันเข้าพอดี เธอจึงรีบลุกจากเก้าอี้อย่างไว ก่อนจะเดินตามอาสี่ออกไปแบบไม่หยุดคิดให้เสียเวลา
"โชคดีนะไอ้มี่" ลิลลี่หันเอ่ยลาเพื่อนรัก ที่หันตามร่างของเธอไม่วางตา
"ลิลลี่!" ในขณะที่พิมมี่เองก็หันไปมองหน้าเพื่อนด้วยใบหน้าที่กำลังเป็นกังวลใจ
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง เมื่อตอนนี้คนทั้งสองอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง สาวน้อยได้แต่นั่งก้มหน้า ด้วยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเผชิญชะตากรรมเช่นไรต่อจากนี้
"มานี่สิ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบกริบ จนคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาสะดุ้งตกใจ แววตาตื่นจ้องไปที่ร่างสูงตรงหน้า แต่ไม่ยอมขยับลุกไปหาเขาอย่างที่เขาออกคำสั่ง
"บอกให้มานี่ ไม่ได้ยินเหรอ" ร่างน้อยถึงกับผวา เมื่อถูกเบตงกระแทกเสียงใส่ด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ
"ค่ะ...ค่ะได้ยินค่ะ"
พิมมี่ค่อยๆ ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาเขาที่โต๊ะทำงาน ร่างน้อยก้าวขยับด้วยแข้งขาที่กำลังสั่นสะท้าน ก่อนจะเดินจนมาถึงตรงโต๊ะทำงานที่เขานั่ง พลางหยุดยืนตัวสั่นอยู่ต่อหน้าเขา
ร่างอรชรถูกสายตาคมจับจ้องมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผมยาวดำขลับ หน้าอกกลมโตจนแทบจะล้นทะลักออกมาจากเสื้อที่ใส่ แขนขาเรียวเล็ก เอวบางคอดกิ่ว ผิวพรรณขาวเนียนผุดผ่องไปทั้งตัว และที่ทำให้หัวใจของเบตงสั่นไหวในทันที ก็เห็นจะเป็นกลิ่นหอมจากตัวของเธอ ที่หอมอ่อนๆ ไม่ฉุนขึ้นจมูกเหมือนพวกผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมา กลิ่นหอมกรุ่นนี้ช่างกระตุ้นอารมณ์ดิบในตัวของเขาได้ดีจริงๆ
"เฮือก! ว้าย! ฮะ...เฮีย"
ร่างน้อยตกใจสุดขีด ที่อยู่ๆ ก็โดนเขาเอื้อมมาจับเอวบาง แล้วยกตัวเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน ก่อนเจ้าตัวจะลุกยืนเต็มความสูง แล้วเอนตัวลงมาเท้าแขนกับขอบโต๊ะทำงาน และคร่อมร่างบางของเธอเอาไว้
"เฮีย! อย่าค่ะ!"
"เธอบอกว่าเธอเต็มใจมาเสนอตัวให้ฉันไม่ใช่เหรอ"
"ตะ...แต่ว่าหนูยังไม่...กรี๊ด! เฮียจะทำอะไรคะ....ว้าย! เฮีย! "
สาวน้อยแทบช็อกเมื่อจู่ๆ เบตงก็ล้วงเข้ามาใต้กระโปรงตัวสั้นของเธอ ทั้งคว้านมือเข้ามาใต้กระโปรงของเธอและดึงรูดชั้นในของเธอลงมา
"เฮียอย่าค่ะ เฮียจะทำอะไรคะ หนูยังไม่พร้อม โอ๊ย! เฮีย! หนูเจ็บ"
สาวน้อยถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อนิ้วเรียวสอดและล้วงเข้าไปในจุดกลางกายของเธออย่างจู่โจม ทำเอาเจ้าของนิ้วถึงกับคิ้วขมวด เมื่อสัมผัสถึงความนุ่มละมุนแต่แสนคับแคบของเธอ
"ฮึกๆ เฮียขา อย่าทำหนูเลยนะคะ วันนี้หนูยังไม่ได้เตรียมตัวมาจริงๆ "
"กางออก" เบตงสั่งเสียงแข็ง เมื่อเจ้าของร่างบางหุบเรียวขาเข้าหากันแน่น จนเขาเข้าถึงตัวเธอลำบาก
"ฮือๆ เฮีย..." สาวน้อยเริ่มสะอื้นจนน้ำตาคลอ
"บอกให้กางออกไง!"
เขาตวาดเสียงดัง สาวน้อยจึงค่อยๆ ขยับต้นขาเรียวกางออกอย่างว่าง่าย จนความงดงามของวัยแรกสาว อวดโชว์แก่สายตาของเขา เบตงก้มลงมองนิ้วกลางเรียวยาวของตัวเอง ที่สอดค้างในร่องรักสีชมพูสดใสของสาวน้อย ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายไล่ความเหนียวหนืดในลำคอ
"ก็ไม่ได้เลี่ยมทองนี่หว่า ทำไมคิดแพงนักวะ"
ร่างน้อยถึงกับเอียงอาย ใบหน้าสวยร้อนฉ่าไปทั้งหน้า เมื่อโดนสำรวจภายในอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยสายตาของเขา ราวกับว่าเขาเป็นหมอที่กำลังจะตรวจภายในให้เธอ เพราะมัวแต่เขินอายและแอบสำรวจความหล่อเหลาของคนตรงหน้า ทำให้เธอถึงกับผวา เมื่ออยู่ๆ นิ้วเรียวสากก็ยัดเข้ามาในร่องสวาทของเธอจนสุดทาง
"กรี๊ด! อื้อ! เฮียหนูเจ็บ! อื้อ!"
(4ปีต่อมา)ชุดบันนี่เกิร์ลที่เบตงเคยซื้อให้ ถูกบรรจงสวมลงบนร่างบาง ก่อนเจ้าของร่างจะพลิกตัวไปมา ๆ เพื่อดูรูปร่างที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยของตัวเอง"ยังใส่ได้แฮะ เกือบลืมว่าเฮียเคยซื้อให้นะเนี่ย"คนที่ลองชุดเล่นบ่นกับตัวเองในกระจก หลังจากที่ตนคลอดลูกสาวสุดน่ารักให้เขาหนึ่งคน ร่างเล็กบอบบางก็มีเนื้อมีหนังอวบอัดขึ้นมาเล็กน้อยแต่พอดีสวย เมื่อหยิบเอาชุดเก่า ๆ มาลองใส่ เธอก็เขินอายด้วยไม่ชินกับรูปร่างที่อวบขึ้นของตน"อุ๊ย! เฮีย! "ร่างบางที่ลองชุดเล่น ๆ ถึงกับตกใจ เมื่อคนที่เข้ามาเห็นภรรยาใส่ชุดโปรดที่เคยซื้อให้ ก็เกิดความตื่นเต้นจนอดทนไม่ไหว ตรงเข้ามาสวมกอดและซุกไซ้อย่างหิวโหย"เฮีย...มี่เลือกเสื้อผ้าอยู่นะคะ""อืม! ชุดนี้หนูไม่เคยใส่ให้เฮียดูเลย เฮียอยากเห็น""ถ้าใส่ก็คงไม่ใช่แค่ดู""ก็ไม่ได้แค่อยากดูนี่ อยากเอาด้วย เหมือนตอนนี้""เฮียคะ ไม่เอาค่ะกลางวันแสก ๆ แขกยังเต็มบ้านอยู่เลย""ญาติกันทั้งนั้น อาสี่กับเปามาหาคุณพ่อโน้น ไม่ได้มาหาเราหรอก นะที่รักนิดเดียว""แต่เมื่อเช้าเฮียก็พึ่งทำนี่" พิมมี่เริ่มงอแงกับความต้องการที่มากขึ้นทุกวันของสามี"แต่ตอนนี้อยากเอาอีกนี่ ชุดนี้มันน่า...หื้ม!""เฮีย..
"อื้อ! เฮียขา"ฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นเต้าอวบอย่างมันมือ ปากก็จูบไซ้ไปทั่ว จนคนใต้ร่างร้องครางเสียงหลงด้วยความเสียว"อ๊า!""วันนี้...ตามใจเฮียนะที่รัก เฮียอยากสำลักความสุขจากหนู นะที่รักนะ" เบตงกระซิบออดอ้อน จนพิมมี่ใจอ่อนพยักหน้ารัว ๆร่างกำยำเอนตัวนอนราบลงกับเตียง ในขณะที่ร่างบางสลับขึ้นมาทาบทับ พิมมี่พรมจูบลงบนอกแกร่งแผ่วเบา เพียงเท่านั้นร่างกำยำก็สะท้านจนจุดกลางกายแข็งตึงจนขึ้นลำ แต่เขากลับพยายามใจเย็นนอนนิ่งๆ รอให้เธอเป็นคนปรนเปรอการรอคอยของเบตงไม่ถือว่าล่าช้า เมื่อสาวน้อยตรงหน้ารู้งานจากประสบการณ์ที่เคยผ่านมาจากการสอนของเขา เธอลากจูบลงมาจนถึงท่อนล่าง ก่อนจะกอบกำลำเลาท่อนใหญ่ที่พาดทับบนแผ่นท้องกำยำมือเรียวเล็กกำขยำเบาๆ ราวหวงแหน ก่อนจะขยับมือชักสาวดุ้นแกร่งเบา ๆ จนเจ้าของกัดกรามแน่นอย่างทรมาน"หื้ม! ยัยจิ๋ว ตัวแสบ...อาส์ ซี้ด!""ใหญ่จัง" ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยพลางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สร้างความเสียวเสียดใจแก่คนที่จ้องมองตาเป็นมันเอามากๆ"ให้ตายสิ...อมสักทีเถอะทูนหัว มันเสียวนะรู้เปล่า" เบตงกัดกรามแน่นจนขึ้นสันนูนด้วยความอดทน"อยากได้ต้องอ้อนสิคะ ไม่ใช่ขู่" เบต
"ขอให้ลูกทั้งสอง เป็นคู่ครองที่เหมาะสมดั่งกิ่งทองใบหยก รักกันยืนยาวจนได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้แก่กันนะลูกนะ"คำอวยพรบ่าวสาว เปล่งออกมาจากปากของผู้เป็นบิดา ใบหน้าของเจ้าสัวทรงชัยในวันนี้ มีรอยยิ้มที่สดใสจนเป็นที่น่าอิจฉา เพราะวันนี้เจ้าสัวได้แต่งสะใภ้เข้าบ้าน แถมยังพ่วงเพื่อนรักตามมาอยู่ด้วยกันร่วมชายคา เป็นตาแก่ยายเฒ่ารอเฝ้าบ้านเลี้ยงลูกหลานด้วยกัน ทางด้านเรวัตรกับสุมาลีเองก็ยิ้มจนหน้าบาน เรือสำเภาทองลำใหญ่ได้เวลาอับปางลงในแหล่งทะเลทองคำแล้ว สองตระกูลเกื้อหนุนช่วยกันกอบโกยเช่นนี้ เงินทองที่มีจะหนีไปไหนได้"วันนี้พ่อมีความสุขมาก ต่อไปก็ประคับประคองกันนะลูกนะ ฝากลูกสาวของพ่อด้วยนะ พ่อหลานชาย...เธอทำให้อาภูมิใจและไว้ใจแล้ว ต่อไปก็ทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีนะ อย่าทิ้งน้องให้ช้ำใจแบบที่ผ่านมาอีก""ครับคุณพ่อ ผมขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย พิมมี่จะเป็นผู้หญิงคนเดียวและคนสุดท้ายที่ผมจะรักครับ"เบตงรับปากพ่อตาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเขาทำตามที่พูดได้อย่างแน่นอน คำยืนยันมั่นคงจนเรวัตรพึงพอใจ ได้เห็นความชัดเจนในน้ำเสียงและแววตาของผู้ชายที่ลูกสาวของตนรักแบบนี้ เรว
"แผนสำเร็จด้วยดี แต่หนักมือไปหน่อยนะลิ้ง" นุ่มนิ่มส่งสายตามองเพื่อนสาวอย่างดาร์ลิ้งด้วยแววเย้าแหย่กึ่งเหน็บนิดๆ ที่ทำน้องชายเธอเกือบสู่ขิต เพราะแผนพิสูจน์ใจให้พ่อตารักของดาร์ลิ้ง ที่ทั้งคู่แอบจัดการลับๆ แต่เล่นใหญ่จนไม่มีใครสงสัย และเส้นสายตระกูลลินก็ดีเกินคาด แม้แต่มหาอำนาจอย่างเจ้าสัวทรงชัยพ่อของนุ่มนิ่มยังสืบไม่เจอ"โทษที มันเกินควบคุมไปนิด แต่ลงโทษคนของลิ้งให้แล้ว นุ่มอย่าโกรธดิ"ดาร์ลิ้งเอ่ยขอโทษเพื่อนสาว"ไม่โกรธหรอก ออกมาดีพอสมควร ให้เป็นบทเรียนของทั้งคู่ไปจะได้เห็นค่าความรักที่มีต่อกัน"แม้จะห่วงใยคนเป็นน้อง แต่ก็แอบพึงพอใจกับผลที่ได้มา"ห่วงน้องขนาดนั้นเชียว แบทน่ะ ไม่ใช่เด็ก 3ขวบนะ""รู้...แต่นุ่มดูออกว่ายัยจิ๋วพิมมี่ เป็นคนที่แบทรักจริงๆ และมีผลต่อจิตใจของแบทมาก""ดูออกตั้งแต่เมื่อไหร่" ดาร์ลิ้งถาม"ตั้งแต่วันที่แบท โทรมาหาหลังจากได้เป็นคนแรกของเธอ เขาร้อนรนใจมากจนวิ่งวุ่นเลยนะ""แบทน่ะเหรอ...นี่พึ่งรู้นะ ว่าห่วงหญิงที่ตัวเองเปิดซิงครั้งแรกจนโทรไปบอกพี่สาวน่ะ""ใช่ไง...ถึงได้ดูออก""แต่นี่รู้ตั้งแต่แบทใช้ให้สืบแล้ว ที่ช่วยเนี่ยเพราะเรื่องของลิ้ง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน จนทั
ร่างสูงสาวเท้ายาว ๆ ก้าวเข้าไปในโกดังอย่างรีบเร่ง ภายในโกดังกว้างมีกลุ่มคนที่ยืนรอเขาอยู่ในความมืด มีเพียงแสงสว่างจากไฟหน้ารถที่สาดส่องให้มองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร เบตงก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนเหล่านั้น ก่อนจะชูกระเป๋าใส่เอกสารให้กับพวกมันดู"ว่าไงเฮียตง นี่ลูกเขยมาช่วยพ่อตาเองเลยเหรอ แหม...แบบนี้พ่อตาต้องตกรางวัลเป็นการยกลูกสาวให้แล้วละ ฮ่า ๆ"เบตงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาแปลกใจที่พวกมันรู้จักเขาและเรื่องราวของเขาเป็นอย่างดี ราวกับเป็นคนรู้จัก"พวกแกเป็นใครกันแน่ ทำไมรู้ว่าฉันเป็นใคร""มีเรื่องไหนที่เราอยากรู้แล้วไม่ได้รู้บ้าง ข้อมูลแค่นั้น ไม่ได้ยากเกินความสามารถนะเฮียตง""อย่าพูดมาก ปล่อยคุณพ่อเดี๋ยวนี้ แล้วก็เอาสิ่งที่พวกแกต้องการไป"เบตงไม่อยากเสวนากับเจ้าพวกนั้นให้เสียเวลา จึงเลือกที่จะยื่นข้อเสนอให้เร็วที่สุด"จะรีบไปไหนเฮีย อยู่เล่นกับเราก่อนสิ""ฉันไม่มีเวลาเล่นเกมกับพวกแก คุณพ่ออยู่ไหน ปล่อยท่านเดี๋ยวนี้""นั่นสิ ท่านเรวัตรหายไปไหนนะ ฮ่า ๆ""นี่พวกแกเล่นตุกติกเหรอ""ไม่เอาน่าเฮีย ก็แค่เล่นเกมซ่อนแอบนิดหน่อย ไม่เสียเวลาหรอก""นี่พวกแก..." เบตงกัดกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจที่ถูก
"ฮ่า ๆ ๆ" เรื่องเล่าของเบตงทำให้คนเป็นพี่สาวและพี่เขยหัวเราะเสียงดัง เพราะไม่เคยเห็นมุมนี้ของเบตง โดยเฉพาะการถูกด่าว่าบ้านไม่มีข้าวกิน ยิ่งทำให้นุ่มนิ่มกับโชกุนขำกันยกใหญ่"สะใจอะไรขนาดนั้นไอ้โช เจ๊ก็อีกคนแทนที่จะหาทางช่วยน้อง เอาแต่นั่งหัวเราะเยาะอยู่ได้""เจ๊ไม่ได้หัวเราะเยาะ แค่ขำคุณอากับแบทนั่นแหละ มันดูเข้าตำราพ่อตากับลูกเขยดี""โธ่เจ๊...ผมซีเรียสนะ""แหม...มันก็ยากหน่อยแหละ ก็พ่อตาไม่เหมือนเมียนะโว้ย" โชกุนว่า"แล้วเกี่ยวอะไรกับเมียวะไอ้โช มึงอย่ามั่ว""เมียงอนน่ะจับปล้ำทีสองทีเดี๋ยวก็หาย แต่พ่อตาจับปล้ำไม่ได้เหมือนเมียน่ะสิ เลยเหนื่อยหน่อย""ควาย! มันใช่เรื่องเปรียบเทียบกันไหม""ใจเย็นๆ เรื่องที่ผ่านมามันก็หนักหนากับฝั่งเขา ถึงแบทจะไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเกิดขึ้นแบบนั้น แต่มันก็ผิดพลาดไปแล้ว ก็ต้องยอมรับเพราะเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เราสามารถทำวันนี้และวันหน้าให้ดีได้ ก็พิสูจน์ให้คุณอาท่านเห็นไปเลย ว่าแบทรักและจริงใจกับน้องพิมมี่จริงๆ ไม่ใช่แค่เล่นๆ""แล้วผมต้องทำยังไง""ทำให้เขารัก เพราะการทำให้คนรักยากกว่าทำให้คนเกลียด แบทจะเลือกทำสิ่งง่ายให้ใช้ชีวิตยาก หรือเลือกทำสิ่งยาก
"โอ้ว! ให้ตายสิ หนูกำลังจะฆ่าเฮียให้ตายตรงนี้แล้วรู้ไหม เบบี๋ อาาาส์!"เบตงคำรามออกมาเสียงดัง พลางเอื้อมไปรวบผมยาวสลวยขึ้นไปจับไว้ แล้วกดศีรษะสวยให้ผงกขึ้นลงสร้างจังหวะที่ถูกใจ พลางถ่างขายาวๆ ให้กางออก เพื่ออำนวยความสะดวกให้เธอร่างน้อยที่นั่งผงกหัว ตามจังหวะกดกระแทกของเขา ครอบครองลำเลาแข็งแกร่งอย่
คำหวานหูหลั่งไหลออกมาจากปากเขา จนสาวน้อยเริ่มใจอ่อนยอมคล้อยตาม ร่างที่ยกเกร็งในตอนแรก ค่อยๆ นั่งลงไปครอบครองมังกรแกร่งของเขา ความแข็งแกร่งและใหญ่ยาวทำเอาสาวน้อยทั้งเสียวและจุกในคราวเดียวกัน"ซี้ด! ยัยจิ๋วอย่าพึ่งตอดแน่นดิ เดี๋ยวเฮียก็แตกก่อนพอดี อาส์!""อื้อ! อ๊า! "ด้วยตัวตนของเขาที่ทั้งใหญ่และยาว
"ฮึกๆ ฮือๆ ""เลิกร้องไห้ได้แล้ว แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนจะตายสักที แค่นี้มันไม่ตายหรอกน่า"เมื่อทุกอย่างจบลง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เข้าสู่โหมดปกติ เบตงก็คือเบตงคนที่ไม่แยแสเรื่องแค่นี้ ผู้หญิงหลายคนที่ตกเป็นของเขา ส่วนมากจะระริกระรี้ดีใจกันทั้งนั้น แต่กับยัยคนนี้กลับมานั่งร้องไห้ขี้มูกโปร่งจนเขาเริ่มจะรำ
"เฮียจะทำมี่จริงๆ เหรอ?""เธอเป็นคนเสนอตัวให้ฉันก่อนนะ จะมาเปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ได้แล้ว อา! ซี้ด!"ใบหน้าเหยเกของชายหนุ่ม เหมือนกับเริ่มจะทรมาน เมื่อเขาถูไถความกำยำแนบไปกับเนินสวาทสาว ความนุ่มนิ่มเนียนละเอียดกำลังปลุกเร้าความปรารถนาในตัวเขา จนไม่สามารถควบคุมความต้องการเอาไว้ได้"อื้อ! อ๊า! เฮียอย่าค่ะ







