LOGIN"กรี๊ด! อื้อ! เฮียหนูเจ็บ! อื้อ!"
ร่างน้อยที่ถูกล้วงลึกด้วยนิ้วเรียว ถึงกับรีบหุบขาสวยเข้าหากัน จนเจ้าของมือที่โดนหนีบเข้าไปถึงกับหัวใจสั่นตาม
"อย่าหนีบดิ"
"อื้อ! เฮีย...หนูเจ็บ"
"ก็อย่าเกร็งดิ ปล่อยอารมณ์ออกมา ถ้ากลัวก็หลับตาไม่ต้องมอง"
หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ด้วยไม่เคยโดนใครสัมผัสเช่นนี้มาก่อน พิมมี่ทำตัวดีเชื่อฟังคำที่พ่อแม่คอยสั่งสอนมาตลอด จนเธอกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เรื่องอย่างว่าถือเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินกว่าเธอจะเข้าใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยฝักใฝ่ที่จะเรียนรู้มันเลย
เธอเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหนุ่มหล่อตรงหน้า ที่กำลังทำหน้าที่เป็นครูสอนเพศศึกษาหลักสูตรล้วงลึกให้แก่เธอ ก่อนจะหลับตาลงตามที่เขาบอกอย่างเชื่อฟัง จนคนที่ยืนจ้องเธอถึงกับใจสั่นด้วยความตื่นเต้น
เบตงเริ่มขยับนิ้วเรียวช้าๆ จนคนที่นั่งหุบขาในตอนแรกเริ่มขยับตัวเพื่อปรับอารมณ์ มือเล็กเรียวที่กำแน่นตรงชายกระโปรง เริ่มบิดเนื้อผ้าแน่น เบตงค่อยๆ ส่งนิ้วแข็งสอดใส่เข้าไปในรูแคบ จนเริ่มรับรู้ถึงความฉ่ำแฉะที่กำลังไหลลื่นออกมา บวกกับปฏิกิริยาที่เริ่มเปลี่ยนไปของคนตรงหน้า แถมร่องหลืบแสนคับแคบก็ตอดรัดนิ้วเรียวของเขาจนแทบขยับไม่ได้ แต่เมื่อเขาฝืนดุนดันชำแรกผ่านความชุ่มฉ่ำเข้าไป ร่างน้อยก็สะท้านสั่นไหว พลางผวากายกกกอดเขาไว้ทันที
"อ๊ะ! อ๊า! อื้อ!"
ร่างนุ่มที่ผวากายแนบชิดอกแกร่งของเขา เริ่มบิดเร่าร่างบางอย่างทรมาน เรียวขาสวยถูกเจ้าของถ่างออกกว้าง เพื่อเปิดรับสัมผัสจากเขาที่เป็นผู้ชี้นำ เบตงถึงกับขบกรามแน่นไปกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ
"อื้อ! เฮียขา หนู...หนูไม่ไหวแล้ว อ๊า! อ๊า! "
คำว่าไม่ไหวของเธอทำให้เบตงรัวนิ้วถี่ยิบ จนร่างน้อยที่ซบอิงอกแกร่ง ถึงกับแหงนหงายใบหน้าสวยขึ้นฟ้าเพื่อรับอารมณ์ซ่านเสียว มือเรียวเล็กที่กำชายกระโปรงในตอนแรกถึงกับยกขึ้นมาคว้าชายแจ็กเกตของเขาเอาไว้แน่น จนนาทีที่เบตงรัวนิ้วแกร่งถี่กระชั้น ร่างงดงามก็เกร็งกระตุกด้วยความซาบซ่าน พลางหลั่งหยาดความหวานล้ำออกมาจนเปรอะเปื้อนมือหนาอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อร่างกายได้รับความสุขสมที่แปลกใหม่ สาวน้อยก็รีบปล่อยมือจากชายเสื้อของเขาทันที พลางขยับกายถอยหนี จนเบตงต้องถอนมือออกมาจากความฉ่ำแฉะช้าๆ ก่อนจะยกขึ้นมาให้เธอดูหยาดมธุรสของตัวเอง พิมมี่มองภาพนั้นด้วยความละอายใจ ก่อนจะก้มหน้าลงไปกับฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาราวกับว่าจะขาดใจ
"ฮึกๆ ฮือๆ"
"นี่! จะร้องไห้ทำไม ฉันพึ่งทำให้เธอมีความสุขนะ ไม่ได้ฆาตกรรมเธอสักหน่อย"
"ฮืออออ ฮึกๆ "
"โอ้ย! เงียบสักที ยัยเด็กนี่"
"ฮึก! ฮือออ"
เหมือนว่ายิ่งเขาตะคอกเธอก็ยิ่งร้องไห้ จนเบตงยกฝ่ามือขึ้นมาตบเข้าที่หน้าผากของตัวเองแรงๆ อย่างเหนื่อยใจ เกิดมาเขาไม่เคยพบเคยเห็น ผู้หญิงที่จะมานั่งร้องห่มร้องไห้หลังจากสุขสมเพราะเขาเลยสักครั้ง แต่ยัยเด็กนี่กับทำให้เขากำลังจะคลั่งตายอยู่แล้ว
"โธ่โว้ย! บอกให้เงียบ"
"ฮืออออ!"
"ยังอีก...ไม่เงียบใช่ไหม หื้ม!"
"ฮือๆๆ อุ๊บ...อื้อ! "
ริมฝีปากบางถูกบดขยี้ด้วยริมฝีปากของชายหนุ่ม ความนุ่มละมุนถูกบดเบียดด้วยความแข็งกระด้าง ทั้งที่เบตงตั้งกฎเอาไว้ว่า จะไม่จูบใครที่ไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา แต่ยัยเด็กนี่ทำเอาเขาเหลืออดจริงๆ เพราะความไร้ประสบการณ์ของเธอทำให้เขาหงุดหงิด จนแทบอยากสั่งสอนให้จบหลักสูตรไปเลย
และเหมือนการจูบจะใช้ปิดปากคนได้เป็นอย่างดี เมื่อร่างน้อยที่โดนเขาดูดดื่มและบดขยี้ริมฝีปาก พลางตวัดรัดเกี่ยวเอาเรียวลิ้นเล็กมาดูดกลืน ร่างที่ขัดขืนในตอนแรกก็เริ่มอ่อนระทวยลง
เบตงหลับหูหลับตาจูบเจ้าของร่างบางที่เขาเผลอดึงเข้ามากอดอย่างหลงใหล ก่อนจะชอนไชลิ้นแกร่งเข้าไปในปากนุ่มอย่างโหยหา จนนาทีที่ร่างสูงรับรู้ถึงความผิดปกติในเวลาต่อมา จึงถอนจูบแล้วก้มลงไปมองใบหน้าสวยที่กำลังหลับสนิทในอ้อมกอดของเขา แถมร่างกายอ่อนยวบไปทั้งตัว
"เฮ้ย! ตายไหมวะเนี่ย แค่จูบเองนะ เด็กบ้าเอ๊ย! แค่นี้ก็เป็นลม วันซวยอะไรของกูวะเนี่ย"
"กรี๊ด! อื้อ! เฮียหนูเจ็บ! อื้อ!"ร่างน้อยที่ถูกล้วงลึกด้วยนิ้วเรียว ถึงกับรีบหุบขาสวยเข้าหากัน จนเจ้าของมือที่โดนหนีบเข้าไปถึงกับหัวใจสั่นตาม"อย่าหนีบดิ""อื้อ! เฮีย...หนูเจ็บ""ก็อย่าเกร็งดิ ปล่อยอารมณ์ออกมา ถ้ากลัวก็หลับตาไม่ต้องมอง"หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ด้วยไม่เคยโดนใครสัมผัสเช่นนี้มาก่อน พิมมี่ทำตัวดีเชื่อฟังคำที่พ่อแม่คอยสั่งสอนมาตลอด จนเธอกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เรื่องอย่างว่าถือเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินกว่าเธอจะเข้าใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยฝักใฝ่ที่จะเรียนรู้มันเลยเธอเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหนุ่มหล่อตรงหน้า ที่กำลังทำหน้าที่เป็นครูสอนเพศศึกษาหลักสูตรล้วงลึกให้แก่เธอ ก่อนจะหลับตาลงตามที่เขาบอกอย่างเชื่อฟัง จนคนที่ยืนจ้องเธอถึงกับใจสั่นด้วยความตื่นเต้นเบตงเริ่มขยับนิ้วเรียวช้าๆ จนคนที่นั่งหุบขาในตอนแรกเริ่มขยับตัวเพื่อปรับอารมณ์ มือเล็กเรียวที่กำแน่นตรงชายกระโปรง เริ่มบิดเนื้อผ้าแน่น เบตงค่อยๆ ส่งนิ้วแข็งสอดใส่เข้าไปในรูแคบ จนเริ่มรับรู้ถึงความฉ่ำแฉะที่กำลังไหลลื่นออกมา บวกกับปฏิกิริยาที่เริ่มเปลี่ยนไปของคนตรงหน้า แถมร่องหลืบแสนคับแคบก็ตอดรัดนิ้วเรี
ดวงตากลมโตถึงกับสั่นระริก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาด้วยความกระดากอายในใจ ผู้ชายคนนี้ทำไมหยาบคายและน่ากลัวได้ขนาดนี้ แล้วพิมมี่จะรับมือกับเขาได้ยังไง แต่เพราะความจำเป็นและเป็นทางออกสุดท้าย พิมมี่จึงทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นสบตาเขาทันทีที่ดวงตากลมโตสดใสจ้องมองสบกันกับดวงตาคม กลายเป็นเบตงที่ต้องรีบหลบสายตาคู่นั้น เพราะรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่กำลังดึงดูดและท้าทายเขาอยู่"เฮียใจเย็นๆ ก่อนนะ ไอ้มี่มันแค่แปลกที่น่ะ มันไม่เคยมาเที่ยวผับ เลยตื่นเต้นมากไปหน่อย...ใช่ไหมวะไอ้มี่""ชะ...ใช่ค่ะ หนูตื่นเต้นนิดหน่อย เฮียเบตงอย่าโกรธหนูเลยนะคะ"เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน แต่ยิ่งฟังเบตงก็ยิ่งรำคาญหู เหมือนยัยเด็กนี่ถูกเทรนงานก่อนจะมาเจอเขา ถึงได้พูดจาดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสักคำ เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าไม่มีคนชี้นำยัยนี่จะทำตัวยังไงเวลาอยู่กับเขาแค่สองคน"อาสี่พาลิลลี่ออกไปก่อน ผมจะสัมภาษณ์ยัยนี่เอง ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง""เอางั้นเลยเหรอ เฮียตง" อาสี่เหมือนจะย้ำคำสั่งของเจ้านายหนุ่ม จนเจ้าตัวยืนยันเสียงแข็ง"ผมจะไม่พูดเป็นครั้งที่2""โอเค งั้นน้องลิลลี่ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวให้น้องพิมม
"เฮียครับ..."ลูกน้องคนสนิทก้มลงกระซิบบางอย่าง เพื่อรายงานเจ้านายราวกับเป็นความลับที่ไม่สามารถให้ใครรับรู้ได้ นอกจากเจ้านายอย่างเบตง"ใคร?" เบตงเอ่ยถามลูกน้องหลังจากได้รับรายงานว่า มีคนมาขอพบและคนที่มาพบบอกว่าเฮียตงเรียกให้มาหาวันนี้ และชื่อที่ลูกน้องเอ่ยออกมา ก็ทำให้เขารู้ว่าเป็นคนที่เขานัดให้มาหาจริงๆ"น้องลิลลี่ครับ""ตอนนี้อยู่ที่ไหน""อยู่ที่ห้องบัญชีกับอาสี่ครับ""บอกอาสี่ว่าเดี๋ยวฉันขึ้นไป""ครับเฮีย"หลังจากสั่งลูกน้องเสร็จ เบตงก็ยกแก้ววอดก้าขึ้นดื่ม จนคนที่นั่งร่วมวงเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย"ใครมาหาเหรอเฮีย ทำไมดูสีหน้าเฮียเคร่งเครียดจัง ฟังจากชื่อน่าจะกระชุ่มกระชวยมากกว่านะ"เจ้าของบทสนทนานี้คือ โรมัน เป็นเจ้าของดาร์คคลับผับชื่อดังอีกที่ในย่านนี้ เขาเป็นรุ่นน้องที่ทั้งรักและเชื่อใจกันมากกับเบตง และมักไปมาหาสู่กับรุ่นพี่อย่างเบตง เพื่อขอคำปรึกษาทางธุรกิจอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงเรื่องสาวๆ ที่เหมือนว่าพี่ชายของเขาคนนี้จะเป็นที่ปรึกษาได้เป็นอย่างดีในทุกเรื่องด้วยสิ"ก็แค่เด็กมาหาค่าเทอม ไม่พิเศษหวือหวาหรอก แล้วนี่นายจะดื่มต่อไหม เฮียมีธุระต้องไปทำ จะกลับเลยหรือจะรอเฮียกลับมาคุยด้วย""
"พูดซะยืดยาว เธอชื่ออะไร"เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยถามชื่อคู่นอน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่สนใจถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนาม ชนิดที่ว่าขึ้นมาปุ๊บก็จับกระแทกไม่จูบ ไม่โลมเล้า เอาๆ ให้เสร็จเท่านั้นพอ แต่ยัยเด็กฉอเลาะตรงหน้าทำให้เจ้าของแบทบาร์อย่างเขาอยากทำความรู้จัก"หนูชื่อ ลิลลี่ค่ะ""แล้วยัยหอยเลี่ยมทอง เพื่อนของเธอล่ะ ชื่ออะไร""พิมมี่ พิมพ์อัปสร เสี้ยวสกุล...ค่ะ""มีรูปไหม?""มีค่ะเฮีย"สาวน้อยลิลลี่ หยิบเสื้อคลุมมาสวมร่างเปลือย ก่อนจะลุกจากเตียงกว้างแล้วเดินตรงไปยังกระเป๋าที่วางอยู่บนแท่นอ่างล้างหน้าในห้องน้ำหรู จากนั้นก็ออกมาพร้อมโทรศัพท์มือถือ"นี่ค่ะเฮีย"ภาพของสาวน้อยที่กำลังยิ้มสดใสให้กับเพื่อนๆ ถูกส่งให้เบตงดู เขารับโทรศัพท์จากมือคู่นอนชั่วคราวมาถือไว้ ก่อนจะเหลือบไปมองภาพที่ปรากฏในหน้าจอ ดวงตาคมจ้องมองภาพ ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ เพราะสาวน้อยใบหน้าเกลี้ยงเกลาสดใส ไม่ใช่สเปคที่ถูกใจเขาเลยสักนิด แบบนี้มันจะคุ้มค่ากับเงิน 5แสนของเขาได้อย่างไร"เฮ้อ! ใสเกิ้น...จะเอาแรงที่ไหนมาสู้ศึกใหญ่ ส่งเข้ามาในเครื่องของฉัน ขอฉันคิดดูก่อนแล้วกันว่าจะช่วยยังไง""แต่หนูไม่มีเบอร์เฮีย""ทักแชทมาเดี๋ยวฉันร
"อ๊ะ! เฮียตงขา อ๊า! ฮื่อ!"ร่างแน่งน้อยที่สั่นคลอนครวญครางออกมาจนเสียงหลง ก่อนจะเกร็งกระตุกจนร่างแอ่น เมื่อโดนกระแทกอย่างรุนแรงด้วยดุ้นสวาทขนาดมหึมา แขนสองข้างของหญิงสาวถูกมัดไว้เหนือศีรษะด้วยเชือกผ้าเพราะร่างสูงไม่ปรารถนาที่จะให้หล่อนแตะต้องเนื้อตัวของเขาเบตงหรือภูเบศ เมธานพเลิศ คือชื่อของคนที่กำลังยัดแก่นกายเข้าในร่องสวาทของหญิงสาวอย่างรีบเร่ง จนก้าวไปแตะความสุขสม โดยที่เขาไม่แม้แต่จะก้มลงไปจูบหรือกอดเธอเลยสักครั้งหลังเสร็จกิจเขาผละออกจากร่างของเธอ เอื้อมไปหยิบทิชชูมาห่อและรูดคอนดอมออกจากลำกายของตัวเอง ก่อนจะเดินไปทิ้งเศษสวาทลงในถังขยะ เสื้อคลุมตัวยาวถูกหยิบขึ้นมาสวมทับร่างกายที่เปลือยเปล่า ก่อนเจ้าของร่างจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาริมระเบียงของห้องหรู พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบด้วยความเคยชิน"หยิบเช็กบนหัวเตียง แล้วออกไป""หนูพอมีโอกาสจะได้ขึ้นมาหาเฮียอีกไหมคะ"หญิงสาวเอ่ยถาม แต่ไม่ใช่คำถามแรกที่เขาได้ยิน ผู้หญิงที่ขึ้นมาเสนอตัวให้เขาต่างพูดแบบนี้ทุกคน เพราะต่างก็อยากครอบครองเขา แต่เจ้าของฉายาค้างคาวรัตติกาล อย่างเฮียเบตงแห่ง แบทบาร์ [Bat Bar] เป็นคนที่เบื่อความซ้ำซากเป็นที่สุด แม้สาวๆ จะต







