LOGINครืด!
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะข้างหัวเตียงดังถี่รัวปลุกคิลเลียนตื่นจากการหลับใหล เขาเอื้อมมือไปคว้าแล้วนำมาแนบหู
“มีอะไร” เอ่ยถามเสียงงัวเงีย
(พี่คิลเลียนเพิ่งตื่นเหรอคะ)
“อืม”
(วันนี้ว่างไหมคะ นิรินจะชวนไปดูหนังด้วยกัน)
“ไม่” เขาเหนื่อยเกินกว่าจะออกไปไหนทั้งนั้น ขณะเดียวกันสายตาคมกริบช้อนตามองคนตัวเล็กหลับสนิทกำลังซุกอกล่ำสัน
(ไม่สบายเหรอคะ เสียงฟังดูไม่ค่อยดีเลย) คนปลายสายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก
“แค่นี้แหละ” กล่าวจบรีบตัดสาย เมื่อเห็นพิมพ์ดาวกำลังลืมตา
“นอนต่อเถอะ” ว่าพลางเกลี่ยเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดหู แล้วลูบไล้พวงแก้มขาวใสแผ่วเบา
“เอ่อ ไม่เป็นไรดีกว่า” เงยหน้ามองเจ้าของอ้อมกอดอันอบอุ่น เบี่ยงสายตาไปทางอื่นด้วยความเขินอาย เพราะทำให้เธอเผลอนึกถึงบทรักสุดเร่าร้อนเมื่อคืนทำเอาไม่กล้ามองหน้าหล่อคม
“แต่ฉันยังง่วง” ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขากระชับกอดคนตัวเล็กแน่น บ่งบอกให้รับรู้ว่าห้ามคิดหนีแม้แต่น้อยไม่งั้นเจอดี
“นายก็นอนไปสิ”
“นี่คือคำสั่งพิมพ์ดาว เธอต้องนอนกับฉัน” คนเผด็จการสั่งเสียงเข้มพลางเชยปลายคางมนให้หันมามองกัน
“ก็ได้” ยอมจำนนต่อคำสั่งของคนตัวโต พิมพ์ดาวหลับตาลงอีกครั้งด้วยความเหนื่อยล้าจึงเข้าสู่ห้วงนิทราง่ายดายก่อนคิลเลียนจะนอนตามโดยโอบกอดเธอไม่ปล่อย
เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสี่โมงเย็น พิมพ์ดาวลืมตาขึ้นเชื่องช้าก่อนรับรู้ของหนักตรงเอวคอด เมื่อก้มหน้ามองพบแขนแกร่งพาดส่วนเว้าส่วนโค้ง เธอพยายามจะยกแขนกำยำออกห่างแต่อีกคนไม่ยอม
“อื้อ อยู่นิ่ง ๆ พิมพ์ดาว ฉันยังง่วง” บอกด้วยเสียงงัวเงีย นัยน์ตาคมกริบทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท ไม่แม้เบิกขึ้นมองเธอซึ่งทำหน้าบึ้งตึงที่ได้ยินคำพูดนั้น
“ปล่อยฉันนะคิลเลียน อึดอัดชะมัด” มือเรียวผลักหัวไหล่บึกบึนหวังให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมแต่ไม่สำเร็จสุดท้ายทำได้แค่พ่นลมหายใจยืดยาวอย่างเบื่อหน่าย
“คนบ้า” เสียงหวานบ่นพึมพำ กวาดสายตามองทั่วใบหน้าคมคาย พออยู่ในระยะใกล้ทำให้รู้ว่าเขาดูดีมากแค่ไหน
ด้วยความหลงใหลกับหน้าตาของคิลเลียน พิมพ์ดาวเผลอเอื้อมมือแตะแก้มสากแผ่วเบา ก่อนนิ้วเรียวจะสัมผัสจมูกโด่งคมสันแล้วลากไล้มาถึงริมฝีปากหยัก
“จะลักหลับฉันเหรอ” คว้าหมับข้อมือเล็กอย่างไว
“เปล่านะ”
“แน่ใจเหรอ” เชยคางกลมกลึงขึ้นก่อนประทับจูบลงบนกลีบปากสีหวาน
“คิลเลียน” เบือนหน้าหนีอย่างไวอยู่ ๆ โดนจูบถึงจะแผ่วเบาแต่กลับสร้างความรู้สึกซาบซ่าน
“มากกว่านี้เราก็ทำมาแล้ว” กระซิบข้างใบหูขาวสะอาด ขบเม้มติ่งหูเบา ๆ เพื่อหยอกล้อคนตัวเล็ก
“อื้อ คิลเลียน” ขนกายลุกซู่ด้วยความเสียวซ่าน แค่โดนสัมผัสนิดหน่อยร่างกายของเธอก็ตอบสนองเขาอย่างไว
“อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะพาเธอไปซื้อของต่อ”
“นายไปอาบก่อนเถอะ” ส่งสายตาอ้อนวอนคนตัวโต วินาทีนี้เธอขอเวลาคิดทบทวนอะไรสักหน่อย
“อืม” คิลเลียนไม่ได้รบเร้าพิมพ์ดาว ยอมปล่อยให้หญิงสาวอยู่ตามลำพัง
หลังพ้นร่างสูงใหญ่ของคิลเลียน พิมพ์ดาวพยุงกายพิงหลังกับหัวเตียงพลางนำผ้าห่มคลุมร่างเปลือยจนถึงเนินอก หน้าจิ้มลิ้มซบกับหัวเข่าแล้วครุ่นคิดอะไรมากมาย
เธอแทบไม่อยากเชื่อกับเรื่องเมื่อคืนเลย เพียงแค่คืนเดียวชีวิตของเธอเปลี่ยนไป หนำซ้ำยังต้องมาเป็นนางบำเรอของเพื่อนสมัยมัธยมปลายอีกต่างหาก
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้” นัยน์ตาคู่หวานหลับพริ้มด้วยความเหนื่อยล้า โดยไม่อาจรับรู้เสียงฝีเท้าใหญ่ย่างกรายมาหาเธอ
“พิมพ์ดาว” เอื้อมมือหนาแตะหัวไหล่บอบบาง
“หืม” เอี้ยวหน้ามองคนตัวโต
“ไปอาบน้ำสิ”
“อืม” ทอดสายตามองชายหนุ่มในสภาพชุดคลุมอาบน้ำ ก่อนเท้าเล็กก้าวลงจากเตียงพร้อมกระชับผ้าห่มแล้วก้าวเดินเข้าในห้องน้ำ
หญิงสาวใช้เวลาชำระร่างกายเกือบครึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย เธอสวมใส่เพียงชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมา ขณะเดียวกันเหลือบมองคนตัวโตนั่งอยู่ปลายเตียงแต่งกายด้วยชุดลำลอง
“ชุดของเธออยู่ในถุงนั้น” ชี้ไปยังถุงกระดาษวางบนที่นอน
“อืม” พยักหน้าหงึกอย่างเข้าใจ
“ฉันไปรอข้างนอก” พูดจบคิลเลียนย่างเท้าออกจากห้องนอน ทิ้งคนตัวเล็กจัดการธุระส่วนตัวตามสะดวก
“เฮ้อ” พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งก่อนหยิบชุดในถุงดังกล่าวขึ้นมาใส่อย่างไวด้วยความกลัวอีกคนจะคอยนาน เมื่อเสร็จสิ้นจึงเดินออกจากห้องไปหาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่บริเวณโซฟา
“คิลเลียน”
ใบหน้าคมคายหันมองตามเสียงเรียก ก่อนพบกับพิมพ์ดาวในชุดเดรสกระโปรงสีหวาน เขามองดูเธอราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด เธอสวยมากจนเขาไม่อาจละสายตาสักวินาทีเดียว
“คิลเลียน”
“หืม” ช้อนตามองคนตรงหน้าซึ่งไม่รู้เดินมาหาตั้งแต่ตอนไหน
“เอ่อ…” มือเล็กลูบท้ายทอยอย่างประหม่า
“ไปกันเถอะ” ตัดบทแล้วเด้งตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินฉับ ๆ ไม่สนใจมองคนข้างหลังจะตามมาหรือไม่ เขารู้เพียงอย่างเดียวคือการพาตัวเองออกจากบริเวณนั้นไว ๆ
“อะไรของเขา” เธอบ่นอุบอิบ ถึงอย่างนั้นรีบเดินตามเขาให้ทัน
คิลเลียนพาพิมพ์ดาวไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มแวะพาคนตัวเล็กรับประทานอาหารก่อนแวะซื้อของใช้
ระหว่างกำลังเลือกเสื้อผ้า ทันใดนั้นสายตาคมกริบปะทะกับร่างเพรียวของใครคนหนึ่ง ก่อนอีกฝ่ายหันมาเห็นเข้าพอดีซึ่งกำลังเดินมาหาตัวเอง
“พิมพ์ดาวหลบไปก่อน”
“ฮะ” หันมองหน้าหล่อคม จู่ ๆ โดนสั่งให้ทำอะไรสักอย่าง
“ฉันบอกว่าให้เธอหลบไปก่อน” สั่งเสียงเข้ม พิมพ์ดาวยอมทำตามอย่างงุนงง ร่างเล็กหลบไปยังมุมหนึ่งแต่คอยมองปฏิกิริยาของคิลเลียนก่อนเห็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเข้าประชิดตัวเขา
“พี่คิลเลียนมาซื้อของเหรอคะ”
“อืม” ตอบรับพลางชำเลืองมองพิมพ์ดาว
“คนเดียวเหรอ” นิรินมองเข้าไปในร้านเสื้อผ้าเพื่อดูว่าเขามากับใครหรือเปล่า เพราะเมื่อสักครู่เธอเห็นผู้หญิงแวบ ๆ ยืนคุยกับเขา
“มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า” ส่ายหน้าปฏิเสธ ฉีกยิ้มหวานแก่คนตัวโตจากนั้นเอื้อมมือจับท่อนแขนแกร่งด้วยท่าทางออดอ้อน
“พี่คิลเลียนหายป่วยแล้วเหรอ”
“อืม”
“งั้นไปดูหนังกับนิรินนะคะ”
“อืม” เขาเงียบครู่หนึ่งก่อนตอบตกลง
“เย้…พี่คิลเลียนใจดีที่สุดเลย” ไม่พูดเปล่า นิรินแนบหน้ากับแขนกำยำด้วยความดีใจสุดฤทธิ์ “ไปกันเถอะ”
การกระทำและบทสนทนาระหว่างคิลเลียนกับนิริน พิมพ์ดาวได้เห็นและได้ยินทุกอย่างทำเอาเจ็บแปลบทั้งหัวใจ มือน้อยยกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายพร้อมบีบแน่น
“คนรักคิลเลียนเหรอ” ทำได้แค่ตั้งคำถามกับตัวเองแต่ไร้คำตอบ เธอไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเหมือนกัน
คิลเลียน : กลับไปก่อนเลย ฉันติดธุระ
เสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น พิมพ์ดาวกดเปิดอ่านแต่ไม่ตอบโต้ ไม่คิดเลยเพิ่งแลกเบอร์กันบนรถจะได้ใช้ในการติดต่อครั้งนี้
เมื่อเขาสั่งให้เธอกลับ หญิงสาวไม่ดื้อรั้นจะเดินเล่นในห้างต่อ จำยอมนั่งรถแท็กซี่กลับคอนโด แต่ลืมคิดไปตัวเองเพิ่งมาอยู่ยังไม่มีกุญแจห้อง สุดท้ายแบกร่างเล็กไปนั่งเล่นแถวสวนสาธารณะย่านคอนโด
ครั้นจะโทรหาเขาก็ไม่อยากรบกวน เลยต้องมานั่งเหงาหงอยริมแม่น้ำบริเวณม้านั่งตัวยาวสีขาวใต้ต้นไม้ใหญ่
หญิงสาวนั่งเหม่อลอยจ้องมองผิวน้ำเบื้องหน้า ยามนี้ท้องฟ้าใกล้มืดมิดเต็มทีแต่ยังไร้การติดต่อกลับมาจากคิลเลียน ผู้คนต่างเริ่มทยอยกลับแต่เธอยังนั่งอยู่ดั้งเดิม ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นง่ายดาย
พิมพ์ดาวพ่นลมหายใจทิ้งหลายรอบ บางครั้งเธอก็เบื่อหน่ายกับชีวิตแบบนี้เหลือเกิน ไม่เคยมีอะไรเป็นดั่งหวังสักครั้ง ต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวไม่ว่าจะอยู่กับป้าแท้ ๆ หรือคิลเลียน
“หนาวจัง” โอบกอดตัวเองปรายตามองรอบกายเริ่มไร้ผู้คน
หลายเดือนต่อมา วันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปจากหน้าท้องแบนราบของพิมพ์ดาวนูนเด่นออกมาเห็นได้ชัดเจน อีกไม่นานลูกน้อยในครรภ์ใกล้จะลืมตาขึ้นมาดูโลกหลังจากงานแต่งหญิงสาวได้ย้ายมาอยู่กับคิลเลียนที่เรือนหอแทนการอยู่คอนโดซึ่งมีแม่บ้านคอยดูแลสองสามคนระหว่างชายหนุ่มออกไปทำงานทุกวันตอนเย็นพิมพ์ดาวมักจะแบกร่างอุ้ยอ้ายไปนั่งเล่นยังศาลาหลังบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอขอให้คิลเลียนจัดเป็นสวนดอกไม้ระหว่างนั่งชมความงามของดอกไม้ สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายของคนตัวเล็กทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบทั่วผิวกาย ครั้นจะเข้าไปหยิบเสื้อคลุมแล้วออกมาใหม่ก็ค่อนข้างลำบาก ด้วยความที่หน้าท้องโตและเคลื่อนไหวลำบาก สุดท้ายจำใจนั่งทนความหนาวอยู่อย่างนั้น“อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะคะคนดีของแม่” มือเรียวลูบไล้หน้าท้องนูนแผ่วด้วยความรักเกินบรรยายคาดไม่ถึงเลยการได้เป็นแม่คนจะรู้สึกดีขนาดนี้ แม้ตอนเด็กจะไม่เคยได้รับความรักจากบุพการี ทว่าเธอสัญญาจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดและมอบความรักให้เต็มที่ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเช่นตัวเอง“แม่รักลูกนะคะ”“ฉันก็รักเธอกับลูกเหมือนกัน”“คิลเลียน” หันหน้ามองเสียงทุ้มดังข้างใบหู ก่อนฉีกยิ้มกว้างเ
งานวิวาห์ระหว่างเธอและเขาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามความปรารถนาของพิมพ์ดาว จัดขึ้นที่ไร่องุ่นทางภาคเหนือซึ่งเต็มด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่คนทั้งสองล้วนเป็นคนสนิทและพิมพ์ดาวไม่ลืมส่งการ์ดเชิญศิลา“พี่ยินดีด้วยนะพิมพ์” เสียงทุ้มแสนอ่อนโยนกล่าวขึ้นกับหญิงสาวตรงหน้า ถึงจะเสียใจนิดหน่อยกับความรักครั้งนี้ไม่สมหวังแต่รู้สึกยินดีกับเธอยิ่งนัก“ขอบคุณพี่ศิลามากนะคะ อุตส่าห์มาร่วมงานแต่งของพิมพ์” คราแรกเธอเกรงใจมากจะส่งการ์ดเชิญให้เขา แต่อีกคนคะยั้นคะยอให้เชิญเขามาให้ได้“พี่ต้องมาอยู่แล้วสิ”“พี่ศิลาคะ พิมพ์ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ถ้ามีอะไรให้พิมพ์ช่วยบอกมาได้เลย”“แค่พิมพ์มีความสุขพี่ก็ดีใจแล้ว” ส่งยิ้มอ่อนแก่คนตัวเล็ก ทุกคำพูดของเขาล้วนออกมาจากใจทั้งสิ้นไม่ได้เสแสร้งสักนิด“พี่ศิลาเป็นคนดีมาก พิมพ์ขอให้พี่ศิลาเจอคนดี ๆ นะคะ”“ขอบคุณครับ”“มาอยู่ตรงนี้นี่เองพิมพ์ดาว” คิลเลียนแทรกบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง เขาเดินมาอยู่เคียงข้างภรรยาสาวสุดสวยพลางยกแขนกำยำโอบเอวคอดกิ่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แล้วเหลือบมองชายตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจสักเท่าไร“ขอบคุณนะค
“อื้อ” คนเพิ่งหลับไม่ถึงชั่วโมงถูกรบกวนด้วยฝีมือคิลเลียน เธอปรือตามองคนตัวโตอย่างไม่สบอารมณ์พลางทำหน้าบึ้งตึงใส่เขา“อย่ายุ่งได้ไหม” เอ่ยเสียงงัวเงีย ก่อนคนตัวเล็กพลิกกายหันไปอีกด้าน เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง“สงสัยจะง่วงมาก” ส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่าทางหลับปุ๋ยของเธอ“คนเราสามารถน่ารักได้ขนาดนี้เลยเหรอ” หน้าหล่อเหลาก้มจูบแก้มขาวเนียนใสหนัก ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ก่อนนอนหงายพร้อมยกแขนกำยำก่ายหน้ามองเพดานห้องสีขาวการมีเธอเข้ามาในชีวิต ไม่คิดเลยจะทำให้มีความสุขขนาดนี้ หากคืนนั้นไม่เจอกันไม่รู้พิมพ์ดาวจะเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่จบมัธยมปลายต่างก็แยกย้ายและไม่เคยติดต่อกันเลย เดิมทีระหว่างเขาและเธอไม่ใช่เพื่อนห้องเดียวกันอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีเรื่องให้ติดต่อกัน การกลับมาเจอกันอีกครั้งคงเป็นโชคชะตาแหละ“อย่าจากกันไปอีกเลยนะพิมพ์ดาว” ตอนนี้เขารู้แล้วตัวเองรักเธอมากขนาดไหน ฉะนั้นหลังจากนี้จะไม่มีทางปล่อยเด็ดขาด ต่อให้มีคนมากมายเข้ามาวนเวียนในชีวิต ถ้าคนไม่ใช่สุดท้ายก็เหวี่ยงออกจากกันอยู่ดีหนังตาคิลเลียนเริ่มหย่อนลงก่อนเขาจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามสาวคนรัก ทั้งคู่โอบกอดราวกับโหยหาความอบอุ่นจากกันและกั
หลายนาทีผ่านไปคนทั้งสองยังโอบกอดไม่มีท่าทีจะผละออกจากกันง่ายดาย เพราะความโหยหาที่มีต่อกันทำให้เธอและเขาอยากสัมผัสไออุ่นของกันและกัน“ขอบคุณนะคิลเลียน ขอบคุณที่เลือกฉัน”“ขอบคุณเหมือนกันนะที่รักของฉัน”“ฉันรักนาย” แหงนหน้ามองคนตัวโต เธอมองเขาด้วยสายตารักเปี่ยมล้นแทบไม่อยากเชื่อเลยเธอกับเขาจะได้รักกันเหมือนกับฝันเลย“ฉันก็รักเธอเหมือนกัน”“คิลเลียน” เธอผละออกจากวงแขนของคนตัวโต ก่อนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มด้วยคำถามมากมาย“ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ ฉันทำอะไรผิดเหรอ”“นายกับนิริน เอ่อ…”“ไม่เคย” ไม่ทันคนตัวเล็กถามจบประโยค เขาตอบกลับทันทีเพราะรู้แล้วเธอจะถามอะไร“รู้เหรอฉันจะถามอะไร”“หน้าตาเธอมันฟ้อง” คิลเลียนอดไม่ได้ยื่นมือบีบแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยว“โอ๊ย! เจ็บนะคนบ้า” เธอตีมือหนาทีหนึ่ง ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจกับการกระทำของคนตัวโต“แล้วผู้ชายที่คุยกับเธอตอนอยู่หน้าบ้านมันเป็นใคร” ถึงคราวเขาถามกลับบ้าง เนื่องจากไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไรที่ผู้ชายอื่นใกล้ชิดเธอ เขามีสิทธิ์นั้นแค่คนเดียวเท่านั้น“หมายถึงพี่ศิลาเหรอ”“เออนั่นแหละ มันจะชื่ออะไรก็ช่างฉันไม่สนใจ แต่ฉันไม่ชอบให้เธอใกล้ชิดกับมัน” เขาบอกอย่า
“มีอะไรจะพูดก็พูดมา” หลังจากเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอรีบเปิดประเด็นทันใด ก่อนหย่อนก้นงามนั่งลงยังโซฟาตรงข้ามคนตัวโต“จำเป็นต้องนั่งห่างกันขนาดนี้ไหม” เขาไม่พอใจคนตัวเล็กทำตัวห่างเหินกับตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งข้างเธอพร้อมโอบกอดเพื่อรั้งไม่ให้ลุกขึ้นหนีไปไหน“ปล่อยนะคนบ้า”“อย่าไล่กันได้ไหม ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาถือวิสาสะล้มตัวลงบนโซฟาก่อนหนุนตักเธอ“นี่นาย!!”“ขออยู่แบบนี้หน่อยได้ไหม” ว่าแล้วคว้ามือเล็กมาจุมพิต จากนั้นเงยหน้ามองเธอ “ฉันรักเธอมากนะพิมพ์ดาว”“นายมาพูดทำไมตอนนี้” เธอเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้คนตัวโตเห็นดวงตาเศร้าสร้อย“เธอผอมลงนะพิมพ์ดาว เพราะท้องใช่ไหมคงลำบากแย่เลย” เอื้อมมือสัมผัสหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนประสานสายตากับเธอด้วยความรู้สึกมากมายคิลเลียนเด้งตัวลุกขึ้นพลางขยับกายเข้าหาคนตัวเล็ก จากนั้นรั้งท้ายทอยเธอพร้อมทาบริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากอวบอิ่ม มอบจูบแสนหวานแก่เธอเต็มไปด้วยความโหยหาและปรารถนาที่มีต่อแม่ของลูก“อื้อ” พิมพ์ดาวหลับตาพริ้มพลางตอบรับจูบจากคนตัวโต เธอคิดถึงเขาเหลือเกินตลอดระยะเวลาไม่ได้อยู่ด้วยกันทรมานมาก แค่คิดว่าเขาเคยโอบกอดคนอื่นหรือทำอะไรก็ตามที่เคยทำกับเ
“ฮือ ๆ นิรินไม่อยากเลิกกับพี่คิลเลียน” นับจากวันนั้นเธอเอาแต่ร้องห่มร้องไห้อย่างฟูมฟาย พร่ำเพ้อถึงชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากคนเสียสติ หนำซ้ำอาละวาดโดยการทำลายข้าวของ“ใจเย็นนะลูก อย่าร้องไห้เลยเดี๋ยวจะไม่สบาย” อนุสรณ์พูดพลางลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลมลูกสาวเพียงคนเดียว“ใจเย็นได้ไงล่ะคุณแม่ นิรินถูกหลอกนะคะ” เธอตะคอกใส่แม่“มันกล้าดียังไงถึงมาหลอกลูกสาวของพ่อ”“คุณพ่อช่วยนิรินด้วย นิรินไม่อยากหย่ากับพี่คิลเลียน” เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดา“พ่อจะไปจัดการให้นิรินเดี๋ยวนี้แหละ” ชายวัยกลางคนลุกขึ้นพรวด ไม่ทันก้าวเท้าออกจากห้องนั่งเล่น ทันใดนั้นเสียงทุ้มของคิลเลียนดังขึ้นพร้อมกายแกร่งปรากฏ“จะไปไหนเหรอ” ยกยิ้มมุมปากพร้อมเหลือบมองดนัยด้วยสายตาชิงชัง เมื่อตอนนี้ได้ในสิ่งที่ปรารถนา เขาไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเหมือนเคารพคนตรงหน้าอีก“พี่คิลเลียนมาหานิรินแล้ว” นิรินวิ่งไปสวมกอดคิลเลียน ไม่วายโดนอีกคนแกะแขนเล็กออกจากเอวสอบ ก่อนถอยหลังออกห่าง“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาพิฆาต“ฮึก ฮือ ๆ พี่คิลเลียนทำแบบนี้กับนิรินได้ไง” เธอพยายามจะสวมกอดเขาอีกครั้ง คราวนี้คิลเลียนไม่ยอมใ







