LOGINนัยน์ตาคมจับจ้องภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าบนจอขนาดใหญ่ภายในโรงภาพยนตร์ท่ามกลางแสงริบหรี่และอากาศหนาวเหน็บ แม้สายตาคิลเลียนมองดูสิ่งที่อยู่ข้างหน้าแต่ในใจร้อนรุ่มคะนึงหาถึงพิมพ์ดาวด้วยอาการกระสับกระส่าย
“พี่คิลเลียนคะ”
“หืม” หันขวับมองคนข้างกาย
“นิรินไม่อยากดูแล้ว หิวข้าว”
“ขอโทษนะนิรินแต่ฉันต้องไปแล้ว” สิ้นคำพูดชายหนุ่มวิ่งออกจากโรงภาพยนตร์รวดเร็ว ไม่เหลียวหลังมองนิรินสักนิดเดียว จะรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของตัวเอง วินาทีนี้เขาเป็นห่วงพิมพ์ดาวมากราวกับมีลางสังหรณ์บางอย่างกำลังเกิดขึ้น
ชายหนุ่มใช้เวลาในการขับรถถึงคอนโดประมาณหนึ่งชั่วโมง เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ตัวเองไม่ได้ให้กุญแจห้องกับคนตัวเล็ก
หลังจากรถจอดสนิทไม่รอช้าวิ่งเข้าข้างในตึก กวาดสายตามองทั่วล็อบบี้แต่กลับพบความว่างเปล่า เลยตัดสินใจไปถามพนักงานแต่คำตอบที่ได้รับคือพิมพ์ดาวยังไม่กลับมา
“หายไปไหนของเธอวะ” เอ่ยขึ้นพลางกดโทรหาพิมพ์ดาวถี่รัว ก่อนวิ่งหาคนตัวเล็กบริเวณใกล้เคียงของคอนโด
ตัดมาทางพิมพ์ดาว เธอไม่รู้ตัวเลยตอนนี้กี่โมงเนื่องจากผล็อยหลับตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ หนำซ้ำแบตโทรศัพท์ดันหมดอีกต่างหาก เมื่อลืมตาขึ้นกลับพบกับความมืดและความเงียบสงัด
“ค่ำแล้วเหรอ” พยุงกายลุกขึ้นนั่งพร้อมกวาดสายตาหันมองรอบกาย “ทำไมปวดหัวอย่างนี้” ว่าพลางกุมขมับ แถมรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอีกต่างหาก
“น้องสาวจ้ะ มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว”
“…” พิมพ์ดาวไม่ตอบโต้ เธอลุกขึ้นจากม้านั่งอย่างไวเตรียมจะย่างเท้าหนี ทันใดนั้นชายฉกรรจ์หนึ่งในสองคนคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนเล็กพร้อมกระชากหญิงสาวจนเซ
“จะไปไหน”
“ปล่อยนะ” เธอพยายามดื้อสุดขีดก่อนถีบไปยังหว่างขาชายตรงหน้าจนอีกฝ่ายจุกและเผลอปล่อยเธอเป็นอิสระ
พิมพ์ดาวอาศัยจังหวะนั้นหนีแต่ช้าไปกว่าชายอีกคนเข้ามากระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วตบแก้มนวลอย่างจังทำเอาคนตัวเล็กล้มลงคาพื้น
“โอ๊ย!!”
“อวดดีนักนะมึง” จ้องเขม็งคนบนพื้นด้วยสายตาเคียดแค้น จากนั้นไม่รอช้าผลักพิมพ์ดาวนอนราบกับพื้นหญ้าและคร่อมร่างเล็กก่อนพยายามฉีกทึ้งเสื้อผ้าหญิงสาว
“อย่านะ ไปให้พ้น” แขนเรียวปัดป้องฝ่ามือหยาบกระด้างพร้อมดิ้นกายไปมาหวังให้หลุดพ้นจากสัมผัสน่ารังเกียจ
“อยู่นิ่ง ๆ สิคนสวย”
“ไปให้พ้นนะ ไอ้พวกบ้า”
“เฮ้ยมึง!! จับแขนมันสิ น่ารำคาญฉิบหาย” หันไปบอกกับเพื่อนก่อนแขนขาวเนียนถูกรวบขึ้นเหนือศีรษะโดยชายฉกรรจ์อีกคน
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ใครก็ได้ช่วยด้วย” ร่างเล็กดิ้นสุดฤทธิ์ ก่อนโดนกำปั้นหนักต่อยเข้าที่หน้าท้องแบนราบจนจุกและหยุดขัดขืนในที่สุด
“กว่าจะสิ้นฤทธิ์นะมึง” แสยะยิ้มกับผลงานตรงหน้าสามารถทำให้พิมพ์ดาวนอนนิ่งเป็นท่อนไม่ได้สำเร็จ
“คิลเลียนช่วยด้วย” เอ่ยเสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน จากนั้นหลับตาพริ้มเพราะไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น นอกจากภาวนาขอให้มีคนมาช่วยสักที นาทีนี้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้กับพวกมันอีกแล้ว
ผลัวะ!
ชายฉกรรจ์ที่คร่อมร่างพิมพ์ดาวถูกถีบกระเด็นไปอีกด้าน ตามด้วยเพื่อนของมันกระเด็นไปกองตำแหน่งเดียวกัน โดยฝีมือคิลเลียน
“มึงเป็นใครวะ”
“…” คิลเลียนไม่ตอบโต้พวกมัน เหลือบมองคนตัวเล็กครู่หนึ่ง จากนั้นตรงไปหาพวกมันและทำการซัดหมัดรัว ๆ ใส่ชายฉกรรจ์แบบไม่ยั้ง ไม่มีท่าทีจะปรานีแม้แต่น้อย
“คิลเลียน”
เสียงดังกระทบหูทำให้พิมพ์ดาวปรือตาแล้วฉีกยิ้มด้วยความดีใจที่เห็นเขามาช่วยตนเองให้รอดพ้นจากสิ่งเลวร้าย
“พิมพ์ดาว” ชายหนุ่มเดินมาหาเธอหลังจากพวกนั้นหนีหัวซุกหัวซุนไปคนละทิศทาง เขาคว้าคนบนพื้นขึ้นมาโอบกอด
“เธอโง่หรือไงพิมพ์ดาวถึงมาอยู่ที่นี่” ตะคอกถามเสียงดังลั่นด้วยอารมณ์เดือดพล่านพลางกระชับกอดคนตัวเล็กแน่น
“ฮึก ฮือ ๆ คิลเลียน…ฉันกลัว” คนตัวเล็กร้องไห้ตัวสั่นราวกับลูกนกน้อย
“เธอนี่มันซื่อบื้อจริง ๆ” เขายังคงตำหนิหญิงสาวอย่างหัวเสีย
“ขอโทษ” เสียงหวานสั่นเครือ เธอรู้แล้วว่าตัวเองผิดมากเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องลำบากมาช่วยตัวเองในยามวิกาล
“เธอนี่มันจริง ๆ เลย” ผละออกจากพิมพ์ดาวก่อนจับไหล่มนทั้งสองข้าง ช้อนตามองคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกมากมาย
‘ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นคิลเลียนทำเหมือนห่วงใยฉันเลย’
ตั้งแต่เกิดมาเท่าที่จำได้ไม่เคยมีใครแสดงท่าทีห่วงใยเธอเลยสักครั้งแม้กระทั่งป้าแท้ ๆ แต่เขาดันทำหน้าเช่นนั้นทำราวกับเธอคือคนสำคัญของเขานั่นแหละ
“พิมพ์ดาว” เขย่าเรียกคนตัวเล็กสองสามครั้ง อยู่ ๆ เป็นลมหมดสติต่อหน้าต่อตา
“โธ่เว้ย!!” เขารีบช้อนเธอในท่าเจ้าสาวพาไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้
หลังแพทย์ตรวจอาการพิมพ์ดาวก็สั่งให้เธอนอนพักฟื้นหนึ่งคืน โดยคิลเลียนนั่งเฝ้าคนตัวเล็กข้างเตียงไม่ห่าง
“ทำไมถึงโง่แบบนี้” คิลเลียนกุมมือเรียวไม่ปล่อยพร้อมชำเลืองมองหน้าสวยหวานของคนตัวเล็ก ก่อนซบศีรษะข้างเตียงและเข้าสู่ห้วงนิทรา
เช้าวันใหม่แสงแดดข้างนอกห้องเล็ดลอดเข้ามา ส่งผลให้คิลเลียนตื่นจากการหลับใหล ชายหนุ่มเด้งตัวจากเก้าอี้ไปหาคนหลับก่อนก้มจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาแผ่วแล้วหมุนตัวเข้าห้องน้ำ
หญิงสาวลืมตาขึ้นในช่วงเวลาแปดโมงเช้า สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานห้องสีขาวล้วนซึ่งไม่คุ้นเอาเสียเลยสำหรับเธอ เมื่อหันไปด้านข้างพบกับสายน้ำเกลือข้างหัวเตียงทำให้รู้ได้ทันทีตอนนี้ตนเองอยู่ไหน
“คิลเลียน” ชำเลืองมองคนตัวโตนั่งตรงโซฟา คิลเลียนไม่ได้เอ่ยสิ่งใดย่างเท้ามาหยุดข้างเตียงและทำหน้าบึ้งใส่
เธอคาดเดาไม่ได้เลยอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่หรือจะโมโหเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้เขาลำบากช่วยเหลือเธอจากชายฉกรรจ์ เมื่อคิดเช่นนั้นแอบรู้สึกผิดเหลือเกิน
“ขอโทษ”
“เธอนี่มันซื่อบื้อชะมัด”
“ว่าไงนะ” หันขวับมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“ถ้ารู้ตัวไม่มีกุญแจทำไมไม่โทรหาฉันวะ” ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ฉันไม่อยากรบกวนนาย” ตอบแบบหลบสายตา กลัวเขาเห็นถึงความสั่นไหวจากนัยน์ตางาม
“เฮอะ!!”
“ฉันขอโทษจริง ๆ คิลเลียน ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายลำบากไปช่วยฉันสักหน่อย” เธอบอกด้วยความรู้สึกผิด
“ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับเธอดี พิมพ์ดาว” เธอตอบกลับมาแบบนั้นเอาซะเขาไปไม่เป็นเลย เขาไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกันแค่เห็นเธอตกอยู่ในอันตราย ใจร้อนรนจนทรมานยิ่งนัก
“ขอโทษคิลเลียน โกรธฉันมากเลยเหรอ” มือเรียวเอื้อมไปจับชายเสื้อของเขาแล้วกระตุกเบา ๆ จ้องมองเขาอย่างคนสำนึกผิด
ความจริงตอนนั้นที่เธอไปนั่งเล่นแถวสวนสาธารณะ เธอตั้งใจจะกลับไปรอเขาต่อยังล้อบบี้ของคอนโด แต่ความง่วงมากบวกกับสายลมเย็น ๆ จึงผล็อยหลับง่ายดาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มืดสนิทแล้วดันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น
“เธอนี่มัน”
“ฉันขอโทษคิลเลียน ฉันรู้ฉันทำให้นายลำบากเพราะฉันนายเลยต้องสู้กับคนพวกนั้น คงแย่มากสินะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย เธอนี่มันไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ” บอกอย่างไม่สบอารมณ์
“จะบอกว่านายเป็นห่วงฉันเหรอ”
“เออ”
“ฮะ!!” หันขวับมองคนตรงหน้า เมื่อครู่เธอไม่ได้หูฝาดใช่ไหม
“รอหมอมาตรวจเธอจะได้ออกจากโรงพยาบาล” จู่ ๆ เปลี่ยนเรื่องทันใด
“อืม”
“ขอตัวละกัน” ไม่รอให้คนตัวเล็กเอ่ยประโยคใด คิลเลียนเดินฉับ ๆ ออกจากห้องพักฟื้นทันที
“เมื่อกี้คืออะไรกัน” ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องที่เพิ่งพ้นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มไปหมาด ๆ อย่างไม่เข้าใจ
เมื่อคืนก็รอบหนึ่ง เช้าวันนี้ก็รอบหนึ่ง สรุปแล้วคือยังไงกันแน่เธอไม่กล้าการันตีหรอกเขามีใจให้ เพราะเหมือนไม่ใช่อย่างนั้นเลย ต่อให้รู้จักกันสมัยมัธยมปลายแต่ใช่จะรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน เนื่องจากแทบไม่เคยคุยกันเลย มีแค่เธอฝ่ายเดียวแอบมองเขาบ่อยครั้ง เรื่องที่เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาก็เหลือเชื่อเต็มที
หลายเดือนต่อมา วันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปจากหน้าท้องแบนราบของพิมพ์ดาวนูนเด่นออกมาเห็นได้ชัดเจน อีกไม่นานลูกน้อยในครรภ์ใกล้จะลืมตาขึ้นมาดูโลกหลังจากงานแต่งหญิงสาวได้ย้ายมาอยู่กับคิลเลียนที่เรือนหอแทนการอยู่คอนโดซึ่งมีแม่บ้านคอยดูแลสองสามคนระหว่างชายหนุ่มออกไปทำงานทุกวันตอนเย็นพิมพ์ดาวมักจะแบกร่างอุ้ยอ้ายไปนั่งเล่นยังศาลาหลังบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอขอให้คิลเลียนจัดเป็นสวนดอกไม้ระหว่างนั่งชมความงามของดอกไม้ สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายของคนตัวเล็กทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบทั่วผิวกาย ครั้นจะเข้าไปหยิบเสื้อคลุมแล้วออกมาใหม่ก็ค่อนข้างลำบาก ด้วยความที่หน้าท้องโตและเคลื่อนไหวลำบาก สุดท้ายจำใจนั่งทนความหนาวอยู่อย่างนั้น“อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะคะคนดีของแม่” มือเรียวลูบไล้หน้าท้องนูนแผ่วด้วยความรักเกินบรรยายคาดไม่ถึงเลยการได้เป็นแม่คนจะรู้สึกดีขนาดนี้ แม้ตอนเด็กจะไม่เคยได้รับความรักจากบุพการี ทว่าเธอสัญญาจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดและมอบความรักให้เต็มที่ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเช่นตัวเอง“แม่รักลูกนะคะ”“ฉันก็รักเธอกับลูกเหมือนกัน”“คิลเลียน” หันหน้ามองเสียงทุ้มดังข้างใบหู ก่อนฉีกยิ้มกว้างเ
งานวิวาห์ระหว่างเธอและเขาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามความปรารถนาของพิมพ์ดาว จัดขึ้นที่ไร่องุ่นทางภาคเหนือซึ่งเต็มด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่คนทั้งสองล้วนเป็นคนสนิทและพิมพ์ดาวไม่ลืมส่งการ์ดเชิญศิลา“พี่ยินดีด้วยนะพิมพ์” เสียงทุ้มแสนอ่อนโยนกล่าวขึ้นกับหญิงสาวตรงหน้า ถึงจะเสียใจนิดหน่อยกับความรักครั้งนี้ไม่สมหวังแต่รู้สึกยินดีกับเธอยิ่งนัก“ขอบคุณพี่ศิลามากนะคะ อุตส่าห์มาร่วมงานแต่งของพิมพ์” คราแรกเธอเกรงใจมากจะส่งการ์ดเชิญให้เขา แต่อีกคนคะยั้นคะยอให้เชิญเขามาให้ได้“พี่ต้องมาอยู่แล้วสิ”“พี่ศิลาคะ พิมพ์ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ถ้ามีอะไรให้พิมพ์ช่วยบอกมาได้เลย”“แค่พิมพ์มีความสุขพี่ก็ดีใจแล้ว” ส่งยิ้มอ่อนแก่คนตัวเล็ก ทุกคำพูดของเขาล้วนออกมาจากใจทั้งสิ้นไม่ได้เสแสร้งสักนิด“พี่ศิลาเป็นคนดีมาก พิมพ์ขอให้พี่ศิลาเจอคนดี ๆ นะคะ”“ขอบคุณครับ”“มาอยู่ตรงนี้นี่เองพิมพ์ดาว” คิลเลียนแทรกบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง เขาเดินมาอยู่เคียงข้างภรรยาสาวสุดสวยพลางยกแขนกำยำโอบเอวคอดกิ่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แล้วเหลือบมองชายตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจสักเท่าไร“ขอบคุณนะค
“อื้อ” คนเพิ่งหลับไม่ถึงชั่วโมงถูกรบกวนด้วยฝีมือคิลเลียน เธอปรือตามองคนตัวโตอย่างไม่สบอารมณ์พลางทำหน้าบึ้งตึงใส่เขา“อย่ายุ่งได้ไหม” เอ่ยเสียงงัวเงีย ก่อนคนตัวเล็กพลิกกายหันไปอีกด้าน เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง“สงสัยจะง่วงมาก” ส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่าทางหลับปุ๋ยของเธอ“คนเราสามารถน่ารักได้ขนาดนี้เลยเหรอ” หน้าหล่อเหลาก้มจูบแก้มขาวเนียนใสหนัก ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ก่อนนอนหงายพร้อมยกแขนกำยำก่ายหน้ามองเพดานห้องสีขาวการมีเธอเข้ามาในชีวิต ไม่คิดเลยจะทำให้มีความสุขขนาดนี้ หากคืนนั้นไม่เจอกันไม่รู้พิมพ์ดาวจะเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่จบมัธยมปลายต่างก็แยกย้ายและไม่เคยติดต่อกันเลย เดิมทีระหว่างเขาและเธอไม่ใช่เพื่อนห้องเดียวกันอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีเรื่องให้ติดต่อกัน การกลับมาเจอกันอีกครั้งคงเป็นโชคชะตาแหละ“อย่าจากกันไปอีกเลยนะพิมพ์ดาว” ตอนนี้เขารู้แล้วตัวเองรักเธอมากขนาดไหน ฉะนั้นหลังจากนี้จะไม่มีทางปล่อยเด็ดขาด ต่อให้มีคนมากมายเข้ามาวนเวียนในชีวิต ถ้าคนไม่ใช่สุดท้ายก็เหวี่ยงออกจากกันอยู่ดีหนังตาคิลเลียนเริ่มหย่อนลงก่อนเขาจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามสาวคนรัก ทั้งคู่โอบกอดราวกับโหยหาความอบอุ่นจากกันและกั
หลายนาทีผ่านไปคนทั้งสองยังโอบกอดไม่มีท่าทีจะผละออกจากกันง่ายดาย เพราะความโหยหาที่มีต่อกันทำให้เธอและเขาอยากสัมผัสไออุ่นของกันและกัน“ขอบคุณนะคิลเลียน ขอบคุณที่เลือกฉัน”“ขอบคุณเหมือนกันนะที่รักของฉัน”“ฉันรักนาย” แหงนหน้ามองคนตัวโต เธอมองเขาด้วยสายตารักเปี่ยมล้นแทบไม่อยากเชื่อเลยเธอกับเขาจะได้รักกันเหมือนกับฝันเลย“ฉันก็รักเธอเหมือนกัน”“คิลเลียน” เธอผละออกจากวงแขนของคนตัวโต ก่อนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มด้วยคำถามมากมาย“ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ ฉันทำอะไรผิดเหรอ”“นายกับนิริน เอ่อ…”“ไม่เคย” ไม่ทันคนตัวเล็กถามจบประโยค เขาตอบกลับทันทีเพราะรู้แล้วเธอจะถามอะไร“รู้เหรอฉันจะถามอะไร”“หน้าตาเธอมันฟ้อง” คิลเลียนอดไม่ได้ยื่นมือบีบแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยว“โอ๊ย! เจ็บนะคนบ้า” เธอตีมือหนาทีหนึ่ง ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจกับการกระทำของคนตัวโต“แล้วผู้ชายที่คุยกับเธอตอนอยู่หน้าบ้านมันเป็นใคร” ถึงคราวเขาถามกลับบ้าง เนื่องจากไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไรที่ผู้ชายอื่นใกล้ชิดเธอ เขามีสิทธิ์นั้นแค่คนเดียวเท่านั้น“หมายถึงพี่ศิลาเหรอ”“เออนั่นแหละ มันจะชื่ออะไรก็ช่างฉันไม่สนใจ แต่ฉันไม่ชอบให้เธอใกล้ชิดกับมัน” เขาบอกอย่า
“มีอะไรจะพูดก็พูดมา” หลังจากเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอรีบเปิดประเด็นทันใด ก่อนหย่อนก้นงามนั่งลงยังโซฟาตรงข้ามคนตัวโต“จำเป็นต้องนั่งห่างกันขนาดนี้ไหม” เขาไม่พอใจคนตัวเล็กทำตัวห่างเหินกับตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งข้างเธอพร้อมโอบกอดเพื่อรั้งไม่ให้ลุกขึ้นหนีไปไหน“ปล่อยนะคนบ้า”“อย่าไล่กันได้ไหม ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาถือวิสาสะล้มตัวลงบนโซฟาก่อนหนุนตักเธอ“นี่นาย!!”“ขออยู่แบบนี้หน่อยได้ไหม” ว่าแล้วคว้ามือเล็กมาจุมพิต จากนั้นเงยหน้ามองเธอ “ฉันรักเธอมากนะพิมพ์ดาว”“นายมาพูดทำไมตอนนี้” เธอเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้คนตัวโตเห็นดวงตาเศร้าสร้อย“เธอผอมลงนะพิมพ์ดาว เพราะท้องใช่ไหมคงลำบากแย่เลย” เอื้อมมือสัมผัสหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนประสานสายตากับเธอด้วยความรู้สึกมากมายคิลเลียนเด้งตัวลุกขึ้นพลางขยับกายเข้าหาคนตัวเล็ก จากนั้นรั้งท้ายทอยเธอพร้อมทาบริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากอวบอิ่ม มอบจูบแสนหวานแก่เธอเต็มไปด้วยความโหยหาและปรารถนาที่มีต่อแม่ของลูก“อื้อ” พิมพ์ดาวหลับตาพริ้มพลางตอบรับจูบจากคนตัวโต เธอคิดถึงเขาเหลือเกินตลอดระยะเวลาไม่ได้อยู่ด้วยกันทรมานมาก แค่คิดว่าเขาเคยโอบกอดคนอื่นหรือทำอะไรก็ตามที่เคยทำกับเ
“ฮือ ๆ นิรินไม่อยากเลิกกับพี่คิลเลียน” นับจากวันนั้นเธอเอาแต่ร้องห่มร้องไห้อย่างฟูมฟาย พร่ำเพ้อถึงชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากคนเสียสติ หนำซ้ำอาละวาดโดยการทำลายข้าวของ“ใจเย็นนะลูก อย่าร้องไห้เลยเดี๋ยวจะไม่สบาย” อนุสรณ์พูดพลางลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลมลูกสาวเพียงคนเดียว“ใจเย็นได้ไงล่ะคุณแม่ นิรินถูกหลอกนะคะ” เธอตะคอกใส่แม่“มันกล้าดียังไงถึงมาหลอกลูกสาวของพ่อ”“คุณพ่อช่วยนิรินด้วย นิรินไม่อยากหย่ากับพี่คิลเลียน” เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดา“พ่อจะไปจัดการให้นิรินเดี๋ยวนี้แหละ” ชายวัยกลางคนลุกขึ้นพรวด ไม่ทันก้าวเท้าออกจากห้องนั่งเล่น ทันใดนั้นเสียงทุ้มของคิลเลียนดังขึ้นพร้อมกายแกร่งปรากฏ“จะไปไหนเหรอ” ยกยิ้มมุมปากพร้อมเหลือบมองดนัยด้วยสายตาชิงชัง เมื่อตอนนี้ได้ในสิ่งที่ปรารถนา เขาไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเหมือนเคารพคนตรงหน้าอีก“พี่คิลเลียนมาหานิรินแล้ว” นิรินวิ่งไปสวมกอดคิลเลียน ไม่วายโดนอีกคนแกะแขนเล็กออกจากเอวสอบ ก่อนถอยหลังออกห่าง“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาพิฆาต“ฮึก ฮือ ๆ พี่คิลเลียนทำแบบนี้กับนิรินได้ไง” เธอพยายามจะสวมกอดเขาอีกครั้ง คราวนี้คิลเลียนไม่ยอมใ







