LOGIN“อื้อ... ปล่อยนะ” มือบางผลักไสเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกห่าง เทพประทานบดจูบลงไปใหม่ทำโทษคนแสนพยศ “อื้อ...” ฟ้าใสทุบแผ่นหลังแกร่งระรัว ไม่นานมือที่ทำร้ายเขาก็ถูกรวบเอาไว้ทั้งสองมือด้วยมือข้างเดียวของเขา “ทำร้ายผัวตัวเอง ไม่ดีนะคุณ” เทพประทานพูดอย่างยียวนกวนอารมณ์ “ไม่ใช่ คนบ้า” เธอสวนกลับอย่างทันกัน “งั้นผมจะทวนความจำของคุณ คุณนี่สมองปลาทองจริงๆ” ไม่พูดเปล่าแต่เขาฉกริมฝีปากลงซุกไซ้ซอกคอหอม ฟ้าใสผวา คืนนี้เธอจะได้นอนหรือเปล่านี่ “ฉันเหนื่อย ระบมไปหมดแล้ว คุณนี่ลามก โรคจิต มักมากที่สุด” “ก็ได้ ผมจะให้คุณพักสักสิบนาที” “ฮะ!!! อีตาบ้า ให้ฉันพักทั้งคืนไม่ได้เหรอ แล้วคุณก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันเพลียอยากนอน” “ถ้าจะนอนก็นอนกัน แต่ถ้าดิ้นอีกละก็ คุณโดนทำโทษแน่” “เผด็จการที่สุด” เธอค้อนให้คนเอาแต่ใจ “ผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างนึง ของอะไรที่เป็นของของผม ผมจะหวงและไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย” คราวนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเธอชะงักไป
View Moreหญิงสาวรูปร่างบอบบางแต่กลับมีสัดส่วนความเป็นหญิงที่สมบูรณ์ทั้งหน้าอก เอวคอดและสะโพกผาย หุ่นเหมือนนาฬิกาทรายกลมกลึงน่าทะนุถนอม ผิวขาวเนียนละเอียดอมชมพู ใบหน้าเรียวเล็กน่ารัก ดวงตาสดใส ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเป็นกระจับดูเหมือนแย้มยิ้มอยู่เสมอๆ
เธอกำลังปั่นจักรยานไปเทียบกับร่างสูงหล่อเหลาที่กำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่ในสวนสาธารณะ แต่เขากลับไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย หน้าใสงอนิดๆ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
“โอ๊ย!!!” ฟ้าใสชะลอรถแล้วหยุด ผลักจักรยานให้ล้ม แล้วตัวเองลงไปนั่งอยู่ข้างๆ เหมือนเกิดอุบัติเหตุ
ชายหนุ่มนามว่าเทพประทานชะงักจากการวิ่งเหยาะๆ เหลียวหน้ามามองหญิงสาวที่ปั่นจักรยานล้มใกล้ๆ กับเขา
“เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงกระด้างเอ่ยถาม แต่รีบเดินมาดูอาการบาดเจ็บของหญิงสาว
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ทันระวังก็เลยล้ม” ฟ้าใสก้มหน้าบอก ดวงตาสดใสฉายแววเปี่ยมสุขที่ได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรัก เธอชอบมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะที่นี่บ่อยๆ และได้พบกับเขาเมื่อหลายวันก่อน เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่กลับหลงรักเขาในทันที คงไม่แปลกเพราะปกติเขาเป็นที่สนใจของสาวๆ มากมายที่นี่
เทพประทานยกจักรยานของหญิงสาวขึ้นให้ตั้งตรง แล้วนั่งยองๆ เพื่อสำรวจอาการบาดเจ็บของหญิงสาว แต่ไม่พบร่องรอยความเจ็บปวดแต่อย่างใด
“ไม่เป็นอะไรมากนี่นา เธอลุกเองได้ใช่ไหม” เขาถามแต่ยังไม่ผละห่าง รอดูว่าเธอจะให้เขาช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า แม้ไม่ชอบพูดคุยเสวนากับคนแปลกหน้า แต่คิดว่าการช่วยเหลือคนอื่นขณะที่ลำบากก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
“ถ้าจะกรุณาช่วยประคองฟ้าหน่อยได้ไหมคะ รู้สึกขามันล้าๆ ค่ะ” ฟ้าใสตอบแล้วรีบก้มหน้า หัวใจเต้นแรง กลัวจะหน้าแตกโดนเขาปฏิเสธเข้าให้ แต่อีกใจก็รอลุ้นอย่างใจจดจ่อ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เขายืนขึ้นและยื่นมือส่งมาให้เธอ ฟ้าใสก้มหน้าเขินอาย วางมือบนมือหนาอบอุ่นของเขา เพียงแค่เธอสัมผัส เขาก็ดึงเธอขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเธอเหมือนลอยละลิ่วขึ้นไปบนก้อนเมฆและมันก็ปะทะกับหินผาตรงหน้า ซึ่งก็คือหน้าอกของเขานั่นเอง
“อุ๊ย!” ฟ้าใสอุทานเบาๆ เมื่อเธอเผลอตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา เขาน่ะเพียงแค่ดึงเธอขึ้นไป แต่เธอน่ะตัวอ่อนระทวยไปพิงเขาเสียเอง
เทพประทานก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน ลมหายใจกระทบกันผะผ่าว ฟ้าใสหน้าแดงจัด หัวใจเต้นแรงเหมือนจะเป็นลมเสียให้ได้ ยิ่งได้สบตาคู่นั้น ขาเธออ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ไม่ไหวแล้ว เธอกำลังจะเป็นลม!
“คุณ... คุณ...” เทพประทานตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ หญิงสาวแปลกหน้าก็มาเป็นลมในอ้อมอกของเขา มองซ้ายมองขวาก่อนจะอุ้มเธอไปนอนใต้ต้นไม้ เหลือบไปเห็นขวดน้ำที่ตกลงบนพื้นจากหน้าตะกร้ารถจักรยานของเธอ เขารีบนำมันมาเทลงบนผ้าซับเหงื่อของตัวเอง ก่อนจะนำไปเช็ดบริเวณใบหน้าของเธอ
เพียงไม่นานฟ้าใสก็ฟื้นคืนสติ คนแรกที่เธอเห็นก็คือชายหนุ่มที่เธอแอบรัก แอบมองเขาอยู่ห่างๆ หลายวัน หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ แล้วขยี้ตาไปมา แต่เขาก็ยังอยู่ แถมเธอยังนอนหนุนตักเขาเสียด้วย
นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
“อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานรีบผุดลุกขึ้น จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่มองเธอนิ่งๆ ยากจะคาดเดาอารมณ์
“คุณเป็นลม” เขาบอกเสียงราบเรียบติดจะขรึมเล็กน้อย แววตาดูเฉยชาไม่ได้ยินดียินร้าย แต่อย่างน้อยเขาก็ช่วยเธอเอาไว้ แสดงว่าเป็นคนมีน้ำใจอยู่เหมือนกัน ฟ้าใสคิดในใจแล้วเผลอยิ้ม
“ฟ้าต้องขอโทษด้วยค่ะ เอ่อ... เอ่อ...” ฟ้าใสหน้าแดง เขินอาย เหมือนจะทำอะไรไม่ถูก กลิ่นกายของเขามันน่าสูดดมยิ่งนัก เธอหันรีหันขวางรีบหนีเขาโดยการปั่นจักรยานหนีไปเพราะสู้หน้าเขาต่อไปไม่ไหว เทพประทานมองตามอย่างงงๆ แต่ก็เผลอขยับริมฝีปากยิ้มเล็กน้อยในความน่ารักและเฟอะฟะของเธอ
นี่เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักเหรอนี่?
ร้าน COFFEE HOUSE
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะเปรี้ยว”
ราศีเอ่ยถามปาริชาติที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน แขกในร้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษามองหล่อนแทบไม่วางตา ด้วยบุคลิกของความมั่นใจ เสื้อผ้าหน้าผมไม่ต้องพูดถึงล้วนแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น เพราะเธอเป็นลูกผู้ดีมีเงิน แถมยังเป็นนางแบบสาวคนดังที่มีงานเข้ามามากมาย แต่เธอจะเลือกเฉพาะงานที่เธอโอเคเท่านั้น ด้วยว่าครอบครัวร่ำรวย อาชีพนางแบบและนักแสดงจึงเป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น
“เหลว” ปาริชาติตอบแล้วกระแทกตัวนั่งลงบนโต๊ะ เกศรายกน้ำเย็นๆ มาให้เพื่อน “ขอบใจจ้าน้องหนิม” ปาริชาติพูดยิ้มๆ เพื่อนสาวชอบเรียกเกศราว่าน้องหนิม ซึ่งย่อมาจากคำว่าสนิมสร้อย ด้วยความที่เธอบุคลิกเรียบร้อย พูดน้อย และเป็นคนมีน้ำใจทำให้เพื่อนสาวทั้งสามรักและคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด
“ฮ่าๆๆ” ราศีหัวเราะร่วนขณะจัดภาพอยู่อีกด้านของร้าน อาการหัวเราะท้องคัดท้องแข็งทำให้ปาริชาติจิกสายตามายังเพื่อนแทบจะทึ้งเนื้อให้กระจุย ราศีสาวห้าวแต่เป็นคนมีน้ำใจและรักเพื่อน ทำสีหน้าล้อเลียนส่งมาบ่งบอกว่าไม่ได้กลัวสายตาจิกกัดสวยเฉี่ยวของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย
“เงียบไปเลยไอ้หยก ไม่ช่วยแล้วยังจะมาพูดดีอีก อย่ามาเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงเหมือนนางแม่มดร้อยปีนะ” ปาริชาติชี้หน้าเพื่อนรักตาขวาง ยกน้ำขึ้นดื่มเพื่อให้ใจเย็นลง
“อีตานั่นเป็นเกย์ล่ะมั้ง เขาถึงไม่สนใจแก” ราศีหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นหน้าเพื่อนบอกบุญไม่รับ
“แกก็พูดไป ฉันว่าหมอนั่นเป็นผีดิบมากกว่า” ปาริชาติกระแทกเสียงตอบอย่างโมโห ราศีหัวเราะ แต่เมื่อนึกๆ ก็คิดว่าคงจะจริง ผู้ชายบ้าอะไรไม่สนใจผู้หญิงแม้แต่น้อย แถวบ้านเธอเรียกเพศที่สามชัดๆ แถมยังชอบทำหน้าเคร่งๆ ดุๆ หรือไม่ก็ไร้ความรู้สึก ถ้าคิดให้ดีหมอนั่นอาจจะตายด้านไปแล้วก็ได้
“เปรี้ยวไปว่าเขาทำไมคะ ไม่ดีนะคะ” เกศราส่ายหน้าไปมาปรามเพื่อน
“เกศน่ะ ไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาพูดดีไปเลย ให้เปรี้ยวบ้าบออยู่คนเดียว” ปาริชาติสะบัดหน้างอนใส่เพื่อน
“ใครบอกว่าเกศไม่ช่วยล่ะคะ เกศไปยืนๆ ให้เขาเห็นแล้วนะคะ” เกศราตอบเสียงอ่อน
“แล้วยังไงล่ะ” ราศีแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว
“เขาเดินผ่านเกศไปเหมือนเกศเป็นอากาศเลยค่ะ” เกศราก้มหน้าตอบอย่างงอนนิดๆ อย่าคิดว่าเธอจะไปเดทกินข้าวกับเขาเลย แค่หน้าเขายังไม่มอง ก็รู้ตัวเองดีว่าหน้าตาจืดชืดไร้รสนิยมอย่างที่ใครๆ ว่า แต่ผู้ชายคนนั้นก็ดูน่ากลัวจะตาย ทำหน้าเย็นชาเหมือนผีดิบเฝ้าคฤหาสน์แน่ะ เธอน่ะไม่ชอบเขาเลยจริงๆ ถึงแม้ว่าจะหล่อก็ตามที เธอชอบผู้ชายอบอุ่นและสามารถปกป้องดูแลเธอได้ เป็นผู้ใหญ่และยิ้มง่าย อารมณ์ดีและเป็นสุภาพบุรุษ
“อย่าบอกนะว่ายังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ” ฟ้าใสส่ายหน้าระอาเพื่อน แค่โดนแก๊งแมวเหมียวท้าทาย เพื่อนรักก็ต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้
แก๊งแมวเหมียวหรือกลุ่มของรินลดาซึ่งมีเพื่อนรักรวมกันสามคนได้แก่ ศรินทิพย์ อุษาวดี ซึ่งล้วนแล้วแต่แสบๆ ทั้งนั้น ทั้งสามเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแก๊งหวานเย็นของฟ้าใสมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อีกทั้งรินลดาที่เป็นคู่กัดตลอดกาลกับปาริชาติ ด้วยความที่ฐานะทางสังคมเท่าเทียมกันและเป็นดารานางแบบทั้งคู่ ทั้งสองจึงท้าพนันกันด้วยศักดิ์ศรี โดยเดิมพันกันที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ร่ำรวยและเพียบพร้อมอย่างเทพประทาน ประกิตบูรญานนท์
ฟ้าใสเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้สนใจเรื่องการพนันครั้งนี้ เพราะมันดูเหลวไหลเอามากๆ แค่พนันกันว่าถ้าเพื่อนแก๊งของใครคนไหนสามารถไปทานข้าวกับชายหนุ่มผู้นี้ได้ ก็จะเป็นฝ่ายชนะ และฝ่ายที่แพ้จะต้องโพสต์ขอโทษต่อสื่อมวลชนถึงความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายนั้น
เพียงไม่กี่นาทีฟ้าใสก็อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ เธออ่อนแรงและเหนื่อยจึงไม่ได้ปัดป้อง ให้เขาจัดการตามแต่สมควรหลังจากจัดการปลดชุดเจ้าสาวได้แล้วจึงพาเธอมานั่งบนเตียงที่โรยด้วยกลีบดอกไม้อีกครั้ง เขาต้องระงับใจมากมายเพียงใดที่จะไม่แตะต้องร่างกายผุดผาดที่น่าปรารถนา ฟ้าใสเองก็ลุ้นกับของขวัญในกล่องที่เพื่อนรักมอบให้ แต่เธอเหนื่อยเหลือเกิน จึงทิ้งตัวลงนอนใกล้ๆ กับร่างสูงของเจ้าบ่าวเทพประทานมองอย่างเอ็นดู เขาดึงศีรษะของหญิงสาวมาวางบนตักให้เธอหนุน ฟ้าใสยิ้มเนือยๆ หลับตาพริ้ม เขาจึงเริ่มลงมือแกะกล่องของขวัญให้เธอเสียเองสิ่งที่เทพประทานเห็นภายในทำให้เขาอมยิ้มแทบหลุดขำเสียด้วยซ้ำ แต่ภรรยาคนสวยกลับนอนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว ถ้าฟ้าใสเห็นจะทำหน้ายังไง เขาก็อยากรู้นัก อดไม่ได้ที่จะก้มลงหอมแก้มสวยเบาๆ เขาจึงจัดท่านอนให้เธอนอนบนหมอนสบาย ฟ้าใสครางอืออาเล็กน้อย ซุกใบหน้าเข้าหาหมอน ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมายิ้มที่มุมปากแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ“อื้อ...” ฟ้าใสครางประท้วงเล็กๆ เมื่อรับรู้ถึงสิ่งรบกวนที่ทำให้เธอหงุดหงิดเล็กๆ“นอนเฉยๆ สิครับที่รัก” เทพประทานใช้ครีมที่สำหรับเช็ดเครื่องสำอางทำความสะอาดให้เธอ เพราะจะให้นอ
“สองคนนี้ทะเลาะกันอีกแล้วนะคะ นี่งานมงคลนะคะ” เกศรารีบเข้าไปแทรกกลางเมื่อเห็นเพื่อนรักทั้งสองเริ่มจะกัดกันอีกแล้ว“ชิ! เห็นว่าเป็นวันแต่งงานของยัยฟ้าน่ะ ไม่งั้น... ฮึ่มๆ” ปาริชาติข่มขู่ทำท่าทีหักคออีกฝ่าย“นึกว่ากลัวตายล่ะ ยัยน้ำส้มสายชู” ราศีหักนิ้วดังก๊วบๆ ข่มตอบ“พอเถอะสองคนนี้ ถ้าเป็นผู้หญิงกับผู้ชายละก็ ฟ้าจะเชียร์ให้เป็นแฟนกัน จะได้มีลูกหัวปีท้ายปี”“ได้เวลาแล้วค่ะ ฟ้าลงไปได้แล้วจ้ะ” เกศราก้มดูนาฬิกาแล้วบอกยิ้มๆ“จ้ะน้องหนิม” สามเสียงประสานพร้อมกัน ทำให้เกศราหน้าแดงเล็กน้อย น้องหนิมเป็นชื่อเรียกสั้นย่อมาจากคำว่าสนิทสร้อยที่เพื่อนชอบใช้เรียกเธอ“เจ้าสาวมาแล้วค่ะ” ทุกคนหันไปมองตามเสียงประกาศ และภาพหญิงสาวแสนโสภารูปร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้น แต่มีสัดส่วนงดงามสมกับเป็นอิสตรีสวมชุดแต่งงานสีขาวก็ค่อยๆ ย่างกรายลงมาตามบันไดลงมาสู่ด้านล่างซึ่งเป็นส่วนของงานเลี้ยง เทพประทานยืนมองหญิงสาวที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอย่างตกตะลึงพรึงเพริด วันนี้ฟ้าใสอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ช่างงดงามเหมือนนางฟ้าที่ลอยลงมาจากฟากฟ้า ใบหน้าเนียนละเอียดที่ถูกแต่งอย่างประณีตผุดผาดหาสิ่งใดเปรียบชายหนุ่มยื่นมือไปให้ห
ความสุขก่อตัวขึ้นเหมือนมวลพลังงานบางอย่างที่สัมผัสแตะต้องได้ รูป รส กลิ่น เสียงหลอมรวมเชื่อมโยงให้ใยรักใยเสน่หา สายสวาทช่างน่าลิ้มลอง ติดอกติดใจให้ใฝ่คะนึงหา เนื้อตัวที่ร้อนรุ่มเสียดสีกันแล้วซ่านลึกในดวงจิตเหมือนประกายไฟฟ้าที่สถิตอยู่ในตัวของแต่ละฝ่ายเส้นผมหอมละมุนกรุ่นกลิ่นจรุง ความนุ่มนิ่มเมื่อใช้มือลูบสัมผัสส่งผ่านไปยังห้วงความรู้สึกที่อ่อนบางและปรารถนา กลิ่นกายที่ชวนให้สูดดมครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักเบื่อหน่าย รสชาติหวานละมุนติดลิ้นจนไม่อยากละจากเรือนร่างบอบบางขาวสวยเนียนละเอียดนี้ไปไหน อีกทั้งน้ำเสียงไพเราะที่เรียกชื่อเขาทุกครั้งที่เขาฝังกายเข้าหาช่างสร้างแรงรักมหาศาลให้ก่อเกิด มันเป็นความรู้สึกที่สวยงามและอ่อนหวานละไม อีกทั้งยังเร่าร้อนอบอุ่นแผดเผาให้ตะกายหากันอย่างบรรเจิด ความรัญจวนที่มากล้นดูช่างโอบล้อมไปทั่วเตียงกว้างที่รองรับกายหนุ่มสาวคล้ายวันแรกเกิดที่ปราศจากอาภรณ์เนื้อดีชิ้นใดปกปิดร่างกายกลิ่นเพศรสรุนแรงตามอารมณ์ที่งวดขึ้น เนื้อแท้เพียงแค่เบียดชิดเพียงนิดก็เพริศแพร้ว มือนิ่มกรีดกรายไปทั่วผิวเรียบตึงบริเวณแผ่นหลัง แล้วกดกายให้เขาเข้าหาด้วยลีลารักสอดประสานที่เร่าร้อน สะโ
เทพประทานสอดแขนเข้าใต้ขาของหญิงสาวโย้ไปด้านบนจนขาทั้งสองเปิดอ้ากว้างรับเขาเข้าไป มือหนาเท้าไปข้างตัวติดกับลำตัวของเธอด้านบนจนสะโพกผายลอยเด่นขึ้นจากฟูกนิ่ม แล้วเขาก็กระทั้นกายกระชั้นถี่รัวยิบเพื่อจูงมือเธอไปสู่สวรรค์เบื้องหน้าที่รอคอยอยู่เสียงหอบหายใจมาพร้อมกับเหงื่อที่โซมกาย เทพประทานฟุบร่างสูงลงโอบกอดร่างเล็กที่แสนหวงแหนเอาไว้อย่างทะนุถนอม เขาดึงใบหน้าเล็กที่หลับพริ้มมาซบกับอกกว้าง ดึงผ้าห่มมาห่มให้เธอและเขาพร้อมกับลมเย็นที่พัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เย็นสบายเพราะเหงื่อที่เกาะพราวไปทั่วร่าง“ฟ้าใส ผมรักคุณ” เขากระซิบเสียงทุ้มหวาน ประทับจุมพิตทั่วใบหน้าสวยแล้วกล่อมเธอให้หลับด้วยการลูบไล้และนวดเฟ้นเบาๆ ให้เธอสบายตัว...ความสุขเกิดขึ้นจากตัวเราเอง ความทุกข์เกิดขึ้นจากตัวเราเอง ความกลัวเกิดขึ้นจากตัวเราเอง...38แต่งงานเอ้ก... อี... เอ้ก... เอ้ก... เสียงไก่ขันตอนเช้ามืดปลุกให้หญิงสาวตื่นขึ้นมา เธอสะดุ้งเมื่อลำดับเหตุการณ์จับต้นชนปลายเรื่องราวทั้งหมดจนถ้วนถี่“คุณเทพคะ ตื่นเถอะค่ะ คุณรีบกลับห้องไปเลย” ฟ้าใสเขย่าร่างเปลือยแข็งแกร่งที่นอนกกกอดเธอตลอดคืน“อื้อ... ผมง่วงจังเลยฟ้า อยากนอนก