Masuk
บรรยากาศในเวลาเช้าที่เร่งรีบภายในตึกหกชั้นของบริษัท ภัทรา คอสเมติก จำกัดภายในเต็มไปด้วยพนักงานที่เดินกันให้ขวักไขว่ พลอยนัชชาหรือนัชชาในชุดพนักงานออฟฟิศสีสุภาพใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อน ๆ กำลังก้มหน้าก้มตาเช็กเอกสารในมือขณะรอลิฟต์
“นัชชา ดูอะไร”
“อ้าว พี่มลสวัสดีค่ะมาแต่เช้าเลยนะคะ” พลอยนัชชาทักทายนฤมลหัวหน้าของเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“แต่ก็ยังช้ากว่านัชชานะ”
“ทำไมวันนี้คนรอลิฟต์เยอะจังคะพี่มล” หญิงสาวรอลิฟต์อยู่นานแต่ก็ยังไม่ถึงคิวสักที
“พี่ได้ยินว่าลิฟต์ทั้งตึกเสียน่ะ มีใช้ได้ตัวนี้แค่ตัวเดียว”
“ถึงว่าละคนรอเยอะเชียว”
“ถึงคิวเราแล้วรีบไปเถอะ วันนี้ลูกชายแท้ ๆ ของคุณภัทราจะเข้าศึกษางานด้วยนะ ไม่รู้ว่าเขาจะมาที่แผนกเราด้วยหรือเปล่าพี่ได้ยินมาว่าหล่อรวยระดับพระเอกซีรีส์เลยแหละ”
“เหรอคะ” พลอยนัชชายิ้มแห้ง ๆ ให้กับความตื่นเต้นของเพื่อนร่วมงาน เธอไม่สนใจว่าใครจะมาหรือใครจะไป เป้าหมายเดียวของเธอคือทำงานให้เสร็จเลิกงานให้ตรงเวลา เพื่อกลับไปดูแลลูกชายและน้านลินีที่เป็นครอบครัวเพียงสองคนของเธอ
ภายในลิฟต์ที่เบียดเสียดพลอยนัชชาถูกดันเข้าไปอยู่มุมในสุด จังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด มือหนาของใครบางคนก็สอดเข้ามากันประตูไว้ก่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทสากลที่ดูภูมิฐาน
เสียงพูดคุยในลิฟต์เงียบกริบลงทันทีเมื่อร่างสูงสง่ากว่า 185 เซนติเมตรก้าวเข้ามากลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูกหญิงสาวที่อยู่มุมในสุดจนมือที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่สั่นระริก
กลิ่นที่เธอไม่มีวันลืม พลอยนัชชาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังเธออยู่ตรงหน้า ท้ายทอยที่คุ้นตาเธอไม่แน่ใจว่านั่นจะใช้เขาหรือเปล่า
พลอยนัชชาหัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอก้มหน้าลงต่ำที่สุด พยายามซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของพนักงานคนอื่น ในใจภาวนาขออย่าให้เขาหันมา อย่าให้เขาจำเธอได้
“ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบคำหวานข้างหูเธอ มันชี้ชัดแล้วว่าเขาคือภูผาชายที่เธอไม่เจอมานานเกือบเจ็ดปี
‘เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ’ พลอยนัชชาพยายามคิดเพราะเท่าที่รู้บริษัทของเขาเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางที่เธอทำงานอยู่
เมื่อถึงชั้นสี่พลอยนัชชารีบก้าวออกจากลิฟต์อย่างรวดเร็วโดยไม่มองซ้ายมองขวาแต่จังหวะที่เธอกำลังจะพ้นประตู เสียงทุ้มนั้นก็รั้งเธอไว้ทางอ้อม
“เดี๋ยวครับ”
พลอยนัชชาชะงักเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง ภูผาเดินก้าวออกมาจากลิฟต์ช้า ๆ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองมาที่ใบหน้าซีดเผือดของเธอเขามองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพูดขึ้น
“แฟ้มเอกสารของคุณตก” เขาพูดเรียบ ๆ พร้อมกับก้มลงเก็บแฟ้มที่เธอเผลอทำหล่นตอนไหนไม่รู้ขึ้นมาส่งให้
“ขอบคุณค่ะ” เธอรีบดึงแฟ้มมาแล้วเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีไป
ภูผายืนมองตามแผ่นหลังนั้นไป สายตาที่เคยเรียบเฉยกลับวาวโรจน์ไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้นที่ถูกซุกซ่อนไว้มานานหลายปี
‘พลอยนัชชา ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง’
ภูผาไม่คิดเลยว่าการเข้ามาที่นี่วันแรกเป็นครั้งแรกก็จะได้เจอกับคนที่ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเมื่อเจ็ดปีก่อน
พลอยนัชชาเดินมาถึงที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่จนนฤมลอดถามไม่ได้
“เป็นอะไรหรือเปล่านัชชาพี่เห็นหน้าซีด ๆ ตั้งแต่ออกมาจากลิฟต์แล้วล่ะ”
“มึนหัวนิดหน่อยค่ะ เมื่อคืนนอนดึกไปนิด”
“ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนนะหรือจะลาก็ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ นัชชาว่าบางที่อาจเพราะร่างกายต้องการคาเฟอีนก็ได้นะคะเติมกาแฟอีกสักนิดก็น่าจะดีขึ้นค่ะ” หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรทั้งที่ในใจนั้นหนักอึ้ง
“นั่นสิชีวิตพวกเราขาดกาแฟได้ที่ไหนกัน” นฤมลหัวเราะตามก่อนจะนั่งทำงานของตนเองต่อ
ในแผนกบัญชีที่ทำอยู่มีพนักงานอยู่สามคนคือนฤมลหัวหน้าแผนก รุจิรัตน์และพลอยนัชชาที่เข้ามาทำงานที่นี่ได้สี่เดือนแล้ว นอกจากเงินเดือนจะสูงกว่าที่อื่นแล้วยังอยู่ใกล้บ้านอีกด้วย
พลอยนัชชาเดินไปชงกาแฟก่อนจะกลับมานั่งทำงาน แต่หญิงสาวก็นั่งใจลอยจนทำงานพลาดไปหลายจุด เธอพยายามสงบสติอารมณ์และเลิกคิดถึงเขาแต่ก็ยากกว่าจะทำได้
เมื่อถึงเวลาพักกลางวันหญิงสาวก็ไปทานอาหารที่ร้านอาหารตามสั่งกับเพื่อนร่วมงานซึ่งนาน ๆ เธอจะมาทานเพราะส่วนใหญ่แล้วน้าสาวของเธอจะทำอาหารมาให้แต่เมื่อคืนน้าเธอไม่ค่อยสบายวันนี้พลอยนัชชาเลยไม่ได้เตรียมอาหารกลางวันมาด้วย
ขณะนั่งทานอยู่เสียงซุบซิบจากโต๊ะข้าง ๆ กลับทำให้หญิงสาวรู้ว่าที่นี่ไม่เหมาะสำหรับเธอเลย
“นี่ ๆ รู้กันหรือยังพนักงานที่ชื่อนัชชาแผนกบัญชีน่ะ เห็นหน้าเด็ก ๆ แบบนั้น มีลูกโตจนเข้าโรงเรียนแล้วนะ แถมไม่มีพ่อด้วย เห็นว่าท้องตั้งแต่สมัยเรียนโน่น” พนักงานคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับเพื่อนพนักงานด้วยกัน
“จริงเหรอ มิน่าล่ะถึงได้ไม่ค่อยสุงสิงกับใครฉันได้ยินมาว่าเธอเตรียมข้าวกลางวันมากินด้วยสงสัยกลัวคนอื่นจะรู้ความลับว่าแอบซุกลูกไว้” พนักงานอีกคุยอย่างออกรส
“หรือที่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำเพราะความสงสารกันนะ”
พลอยนัชชากำช้อนและส้อมแน่นน้ำตาเริ่มเอ่อคลอ เธอรีบเงยหน้ากะพริบตาถี่ ๆ หญิงสาวไม่ได้อายที่มีลูกเลยสักนิดแต่คิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้ใครฟัง
“อย่าไปสนใจพวกนั้นเลย ที่นัชชาได้ทำงานที่นี่ไม่เกี่ยวกับความสงสารเลย รีบกินเถอะนะ” นฤมลเข้าใจความรู้สึกของลูกน้องดีและเธอเองก็ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะกระทบกับการทำงานตรงไหน เพราะที่ผ่านมาพลอยนัชชาก็ทำงานได้ดีและที่เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำก็เพราะความสามารถไม่ใช่เพราะความสงสาร
นอกจากพลอยนัชชาและนฤมลได้ยินผู้หญิงกลุ่มนั้นพูดแล้วยังมีใครอีกคนที่นั่งฟังอยู่ด้วยและคำพูดพวกนั้นก็กระตุ้นความรู้สึกโกรธในใจให้ลุกโชน
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







