تسجيل الدخولเจ็ดปีก่อน
ทางมหาวิทยาลัยแจ้งผลการสอบปลายภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้วภูผาดีใจเป็นอย่างมากที่ผลการเรียนของเขาได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง วันนี้ภูผานัดคนรักให้ออกมาเจอกันที่คาเฟ่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งใกล้บ้านของหญิงสาวเพื่อจะบอกข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องนี้
ชายหนุ่มสั่งเครื่องดื่มและขนมของโปรดของคนรักไว้รอเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“คิดถึงนัชชาจังไม่ได้เจอตั้งหลายวัน ผลการเรียนออกแล้วนะพี่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง” เขาพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข
“พี่ภูเก่งมากเลยค่ะนัชชาดีใจด้วยนะคะ” พลอยนัชชายิ้มอย่างยินดีกับความสำเร็จของคนรัก
“แล้วนัชชาล่ะผลการเรียนเป็นยังไงบ้าง”
“ก็โอเคค่ะพี่ภู ได้ตามที่คาดไว้แต่ก็ไม่ได้ 4.0 หรอกค่ะนัชชาไม่ได้เรียนเก่งเหมือนที่ภูเรื่องเกียรตินิยมนัชชาไม่หวังอยู่แล้วค่ะ” เธอฝืนยิ้มเพราะตอนนี้ในใจกำลังสับสนว่าจะเริ่มต้นพูดกับคนรักยังไงดี
“ไม่ได้เกียรตินิยมก็ไม่เป็นไรยังไงพี่ก็ยังรักของพี่เหมือนเดิมนะ อาทิตย์หน้าเราไปเที่ยวทะเลกันไหม”
“ไม่ดีกว่าค่ะ นัชชาว่าจะหางานพิเศษทำ”
“แล้วไม่เรียนภาษาเหรอ”
“นัชชาเปลี่ยนใจแล้วค่ะ”
“เปลี่ยนใจแล้วหมายถึงยังไงเปลี่ยนใจไม่เรียนภาษาหรือเปลี่ยนใจจะไม่ไปเรียนต่อต่างประเทศกับพี่”
“พี่ภูคะ นัชชาว่าพี่ไปเรียนต่อเถอะค่ะ นัชชาไม่คิดจะเรียนต่อแล้ว ถ้าเรียนนจบปริญาตรีก็จะหางานทำค่ะ”
“แต่เราตกลงกันแล้วนะถ้านัชชาไม่ไปพี่ก็ไม่ไป”
“นั่นมันอนาคตของพี่นะคะ”
“พี่รู้แต่พี่ก็อยากให้นัชชาไปด้วยเรื่องค่าเรียนพี่คุยกับคุณพ่อแล้วท่านบอกว่าจะเป็นคนจัดการเอง”
“แต่นัชชาไม่อยากรบกวนค่ะ พี่ภูเรียนจบแล้วก็ไปต่อปริญญาโทเลยสิคะจะเสียเวลารอทำไม อีกอย่างที่นัชชาเรียนมันก็คนละสาขากับพี่ จบบัญชีปริญญาตรีก็น่าจะหางานทำได้แล้ว”
“นัชชาแต่เราเคยคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ”
“ค่ะ เราคุยกันแล้วแต่นั้นมันก็นานแล้ว”
“เพราะอะไรนัชชาถึงเปลี่ยนใจ” ภูผาจ้องหน้าหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจเพราะก่อนหน้าที่เธอกับเขาตกลงกันไว้แล้วว่าเขาเรียนจบจะทำงานที่บริษัทของบิดาและพอพลอยนัชชาเรียนจบก็จะไปเรียนต่อด้วยกันที่ต่างประเทศเรื่องนี้บิดาของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
“พี่ภูคะนัชชาไม่อยากทำร้ายจิตใจพี่หรอกนะคะ”
“แต่ที่ไล่พี่ไปเรียนมันก็ทำร้ายจิตใจพี่แล้วนะ”
“พี่ภูคะ.....” พลอยนัชชาถอนหายใจอย่างหนักแต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วเธอจะต้องทำให้ได้
“นัชชาจะพูดอะไร”
“อันที่จริงมีอีกเหตุผลหนึ่งที่นัชชาไม่อยากให้พี่รอ”
“เหตุผลอะไรดูท่าทางจะเครียดมาก”
“มันอีกตั้งสองปีเลยนะคะที่นัชชาจะเรียนจบ”
“พี่รู้พี่รอได้”
“พี่ภูอย่ารอนัชชาเลยค่ะ”
“ทำไมวันนี้พี่รู้สึกว่านัชชาแปลกไปมีอะไรในใจหรือเปล่า”
“เราเลิกกันเถอะค่ะ” เพราะอ้อมค้อมมานานแล้วพลอยนัชชาจึงไม่อยากจะยื้อเวลาอีกต่อไป
“แค่ไปเรียนต่อกับพี่ไม่ได้แค่นี้ถึงกับต้องเลิกกันเลยเหรอ พี่ว่ามันไร้สาระไร้เหตุผลมาก ๆ เลยนะ”
“นัชชาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะไร้ สาระไร้เหตุผลพี่ภูอย่ามาสนใจเลย”
“จะไม่ให้พี่สนใจได้ยังไงก็เราเป็นแฟนกันนะ คบกันมาตั้งสองปีแล้วจู่ ๆ จะมาพูดแบบนี้นัชชาจะให้พี่เข้าใจว่ายังไงล่ะ” ชายหนุ่มเริ่มโมโหเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ออกมาจากปากของคนรักที่ผ่านมาเขาและพลอยนัชชาไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้งอย่างมากก็แค่งอนและพอเขาง้อเธอก็หายงอน
“ทำไมพี่ภูถึงเข้าใจอะไรยากจังคะนัชชาบอกว่าเลิกก็คือเลิก”
“การจะเลิกกันมันต้องมีเหตุผลสินัชชาบอกพี่มาว่ามันเกิดอะไรขึ้นพี่ทำผิดอะไรพี่ไม่ดีตรงไหนบอกพี่มาพี่จะปรับปรุงตัว” ภูผารีบพูดเพราะอยากจะรู้ว่าตนเองทำอะไรผิดตรงไหน เขาพร้อมที่จะปรับปรุงตัวเองเพื่อคนที่เขารักและตั้งใจจะใช้ชีวิตด้วย
“พี่ภูไม่ได้ทำผิดอะไรหรอกค่ะพี่ภูเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง แต่ความดีมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะคะ”
“หมายความว่ายังไง นัชชากำลังจะพูดอะไรกันแน่”
“ความรู้สึกที่นัชชามีให้พี่มันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ”
“เปลี่ยนไปเหรอ”
“ใช่ค่ะ นัชชาเคยรักพี่มากแต่ตอนนี้นัชชาก็รักคนอื่นด้วย”
“พี่ไม่เชื่อหรอก นัชชาจะรักคนอื่นได้ยังไง ที่ผ่านมาเราสองคนรักกันมากนะ”
“มันก็ใช่ที่เราเคยรักกัน พี่ภูคะ พี่จำได้ไหมว่านอกจากพี่ยังมีใครอีกคนที่คอยอยู่ข้างนัชชามาตลอด”
“นัชชาหมายถึงไอ้เมธน่ะเหรอ”
“ค่ะ นัชชากับพี่เมธเราตกลงคบกันแล้ว”
“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้” ภูผาเริ่มเสียงดังขึ้น เขารู้จักผู้ชายที่ชื่อเมธหรือเมธินทร์ดีเพราะก่อนหน้านี้สองก็แข่งกันจีบพลอยนัชชาตอนเธอเข้ามาเรียนปีหนึ่ง แต่พอเขาจีบเธอติดชายหนุ่มคนนี้ก็ยังวนเวียนมาหาเป็นประจำและเป็นเหมือนหนามยอกอกของเขาตลอดมา
“พี่ภูคะ เบาเสียงหน่อย”
“นัชชารู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา”
“รู้สิคะ นัชชากับพี่เมธเราแอบคบกันได้สักพักแล้วค่ะ แต่ที่นัชชาไม่บอกพี่เพราะเห็นว่าเป็นช่วงกำลังสอบแต่ตอนนี้สอบเสร็จผลสอบออกมาแล้วนัชชาก็เลยไม่อยากจะปิดบังพี่ภูอีกต่อไป”
“ถ้าเทียบกันแล้วพี่ดีกว่ามันตั้งเยอะ”
“ในมุมมองของพี่ภูพี่อาจจะดีกว่าเขา รวยกว่าเขาแต่เรื่องของความรักบางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลหรอกนะคะ”
“นัชชาไปรักมันได้ยังไงรักมันตอนไหน อย่าบอกนะช่วงหลังหลังที่บอกว่าอ่านหนังสือไปติวหนังสือกับเพื่อนไม่ค่อยออกมาเที่ยวกับพี่เพราะไปอยู่กับมัน”
“ค่ะ พี่ภูคิดถูกแล้ว” หญิงสาวตอบรับเพราะอยากให้เขาตัดใจเธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงรั้งเขาไว้เธออยากให้เขาไปเรียนอยากให้เขามีอนาคตที่สดใสและเธอเองก็ไม่อยากทำร้ายครอบครัวเธอเองด้วยเหมือนกัน
ถ้าหากยังฝืนคบกับเขาต่อเขาก็คงจะรู้เรืองที่เธอกำลังท้องและคงไม่ยอมไปเรียน แต่เธอต้องพูดให้สำเร็จเพราะรับเงินจากคุณอารีรัตน์มาแล้ว
“พี่ไม่เชื่อหรอกนะว่านัชชาจะคบกับมัน”
“พี่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่พี่เถอะค่ะ แต่ที่นัชชาออกมาเจอกับพี่วันนี้ก็แค่อยากจะบอกความจริงทุกอย่างกับพี่ภู พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอนัชชา พี่ไปเรียนเถอะค่ะนัชชาเชื่อว่าไปอยู่ที่นั่นแล้วจะลืมทุกอย่างที่นี่”
“นัชชาคิดว่ามันลืมกันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ นัชชาพี่ว่าตอนนี้นัชชาจะพูดด้วยอารมณ์นะลองคิดดูดี ๆ ก่อนไหมทบทวนดูว่าพี่ผิดตรงไหนทำไมถึงเห็นคนอื่นดีกว่าพี่”
“นัชชาก็บอกแล้วพี่ภูไม่ผิดเพียงแค่ความรักที่นัชชาเคยมีให้พี่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว “
“เพราะอะไร”
“พี่อย่าหาเหตุผลกับความรักเลยค่ะ เราจากกันตอนนี้ดีกว่านะคะ นัชชาขอให้พี่ลืมนัชชาและไปเรียนอย่างที่ตั้งใจไว้เถอะค่ะ เราสองคนอย่าเจอกันอีกเลย” หญิงสาวพูดอย่างไร้เยื่อใย
“พี่ไม่เชื่อหรอกนะว่านัชชากับมันจะคบกันจริง ๆ พี่รู้ที่นัชชาทำแบบนี้เพราะอยากให้พี่ตัดใจแล้วไปเรียนต่อใช่ไหมล่ะ”
“นัชชาพูดความจริงไปหมดแล้วพี่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่พี่เถอะค่ะ
“พี่ว่านัชชาใจเย็น ๆ ก่อนตอนนี้นัชชาก็อาจจะแค่หลงมันชั่วคราวก็ได้พี่จะรอนัชชานะ”
“พี่ภูคะ นัชชาเคยคิดว่าพี่เป็นคนฉลาดแต่ทำไมเรื่องนี้ถึงมองไม่ออกว่านัชชาไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่แล้วจริง ๆ ขอตัวก่อนนะคะ พี่เมธมารับพอดี” หญิงสาวยิ้มให้เขาครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกไป
ภูผามองตามไปด้วยความโกรธแค้นเขาไม่เชื่อหรอกว่าพลอยนัชชาจะเลิกกับเขาแล้วไปคบกับผู้ชายคนนั้นเพราะทั้งหน้าตาฐานะเขาก็เหนือกว่าเห็น ๆ
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







