ログイン“แม่ฟังแล้วคิดว่ายังไงบ้างครับ” ภูผาถามความคิดเห็นของมารดาที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ
“แม่ว่าเหตุผลมันไม่ค่อยเมคเซนต์เท่าไหร่เลยนะ แล้วจากนั้นภูผาทำยังไงต่อล่ะ ลูกตัดใจเลยหรือเปล่า” เพราะช่วงนั้นภูผาอยู่ที่คอนโดคุณภัทราเลยไม่รู้เรื่องของลูกชายเท่าไหร่
“ผมตามดูเธออยู่เกือบสองอาทิตย์ แล้วก็เห็นว่าเธอกับผู้ชายคนนั้นสนิทสนมกันจริง ๆ ผมไปหาเธอที่บ้านก็เห็นเขาอยู่กับเธอที่บ้านมันรู้สึกเจ็บมากเลยครับ พื้นที่ที่เคยเป็นของผมมันกลายเป็นของผู้ชายคนนั้น น้านีที่เคยดีกับผมพอเห็นหน้าผมก็บึ้งตึงใส่แต่กลับเปิดประตูต้อนรับผู้ชายอีกคนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม” เขาเล่าด้วยความเจ็บปวด
“แล้วทีนี้ภูผาจะเอายังไงต่อล่ะ” เธอมองไม่ออกว่าเรื่องนี้จะจบยังไง
“ถ้าผลดีเอ็นเอออกมาว่าตะวันลูกเป็นของผม ผมก็จะเข้าไปคุยกับเธอขอเป็นคนรับผิดชอบเรื่องลูกด้วย ขอให้ลูกมาอยู่กับผม”
“เรื่องนี้แม่ไม่เห็นด้วยกับภูผานะ เด็กอยู่กับแม่มาตลอดแล้วลูกจะให้มาอยู่ด้วยแม่เด็กก็คงไม่ยอม”
“แม่ครับถ้าเธอไม่ยอมผมจะฟ้อง”
“ภูผา คิดดูดี ๆ ก่อนนะลูก เรื่องนี้มันจะกระทบกับจิตใจของเด็กมาก”
“แล้วแม่จะให้ผมทำยังไง แม่จะให้ผมรับผู้หญิงคนนั้นกลับมาเป็นเมียเหรอไม่มีทางหรอก ถึงในอดีตผมจะรักเธอมากแต่ในเมื่อเธอทรยศหักหลังแบบนี้ผมทำใจยอมรับไม่ได้ครับ”
“ถ้ายังงั้นก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“ได้ยังไงกันครับแม่ ลูกทั้งคนนะ”
“ภูผาพูดเหมือนมั่นใจมากว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของตัวเอง”
“แม่ครับ แม่ก็เห็นรูปแล้ว”
“แต่ตอนนี้แม่ว่าภูผารอผลตรวจก่อนดีกว่าไหม จากนั้นค่อยมาคิดกันอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก ว่าแต่ผู้หญิงคนนี้เป็นใครล่ะ”
“ผมขอเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผมจริง ๆ จากนั้นผมจะบอกแม่ว่าเธอเป็นใครมาจากไหนดีไหมครับ”
“ทำไมมันถึงเป็นความลับจังเลยนะแล้วอีกนานไหมกว่าผลดีเอ็นเอจะออก”
“ก็น่าจะอีกสามสี่วันครับ นุกูลกำลังเร่งเรื่องนี้ให้อยู่”
“ภูผากับนุกูลรู้ใช่ไหมว่าเรื่องนี้มันผิดกฎหมาย”
“รู้ครับแม่”
“รู้แล้วแต่ก็ยังทำแล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเขาฟ้องเรื่องนี้ขึ้นมาลูกจะทำยังไงล่ะ”
“ถ้าเธอมีปัญญาฟ้องก็เอาสิครับ” ภูผาคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าเขารู้ว่าพลอยนัชชาคงไม่กล้าทำอะไรเพราะเธอยังต้องทำงานหาเลี้ยงดูลูก
ส่วนเรื่องสามีของเธอนั้นเขาไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ายังคบกันอยู่หรือเปล่าแต่ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกเขาจริง ๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ชายคนนั้นจะต้องมารับผิดชอบเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง
“ภูผาอย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะรอให้ผลมันออก”
“แม่ครับถ้าผมได้ลูกมาอยู่ด้วยแม้จะช่วยผมเลี้ยงลูกใช่ไหมครับ”
“นั่นหลานของแม่ทั้งคนนะยังไงแม่ก็ต้องช่วยเแต่ทุกอย่างมันต้องเกิดขึ้นจากความสมัครใจ แม่ไม่อยากบังคับใคร ภูผาก็ต้องคิดเรื่องนี้ด้วยคิดถึงจิตใจของเด็กเป็นหลัก เอาล่ะแม่ว่าภูผากลับไปทำงานได้แล้วแม่ก็จะทำงานต่อ”
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ภูผากลับมาห้องทำงานของตนเองอีกครั้งแต่เขาไม่มีสมาธิทำงานเลยสักนิด
ชายหนุ่มเอาแต่คิดวนเวียนและนึกถึงใบหน้าของเด็กชายภูตะวันรวมถึงเหตุการณ์ในอดีต เขาไม่รู้ว่าเขาทำพลาดอะไรตรงไหนทำไมพลอยนัชชาถึงเลิกกับเขาง่าย ๆ ตอนนั้นเขารู้สึกเจ็บและผิดหวังมากเขาใช้เวลาคอยตามเธออยู่กับเกือบสองสัปดาห์ถึงมั่นใจว่าเธอกับเมธินทร์คบกันจริง เขาจึงยอมตัดใจและไปเรียนต่อต่างประเทศ จากนั้นเขาก็ไม่ได้ข่าวคราวของเธออีกเลย และการกลับมาเจอกันครั้งนี้เขาทั้งรู้สึกดีใจและเจ็บปวดไม่ต่างจากวันแรกที่ถูกเธอบอกเลิก
ถ้าเด็กที่ชื่อภูตะวันนั่นเป็นลูกของเขาจริง ๆ เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เด็กคนนั้นได้มาอยู่กับเขา
ภูผาจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นานกว่าจะกลับมาตั้งใจมีสมาธิทำงาน
หลังเลิกงานเขาก็แวะไปโรงพยาบาลอย่างเดิม ชายหนุ่มจอดรถรออยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลเมื่อเห็นน้านลินีเดินออกจากโรงพยาบาลไปเขาก็ลงจากรถเพื่อจะไปเยี่ยมเด็กชายภูตะวัน
วันนี้ภูผาซื้อของเล่นมาให้ภูตะวันด้วยแต่ไม่รู้ว่าเด็กชายชอบหรือเปล่า
เมื่อมาถึงหน้าห้องชายหนุ่มก็เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปโดยไม่ต้องรอเสียงคนด้านในอนุญาต ส่วนพลอยนัชชาเองก็คิดว่าคนที่เข้ามาน่าจะเป็นพยาบาล แต่เมื่อประตูเปิดกว้างเห็นร่างสูงของเขาเดินเข้ามาหญิงสาวก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าวันนี้เขาจะมาที่นี่อีก
“ท่านรองมาทำไมคะ”
“เมื่อวานคุยกับลูกชายเธอแล้วรู้สึกสนุกและวันนี้ฉันไปเดินดูสินค้าของเราที่ห้างเจอชุดตัวต่อเลโก้ออกมาเป็นเซ็ตเครื่องบินก็เลยจะซื้อมาให้ ว่าไงครับสุดหล่อวันนี้หายดีหรือยัง”
“สวัสดีครับคุณลุงผมหายดีแล้วคุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็จะได้กลับบ้านแล้วครับ”
“ลุงดีใจด้วยนะ ถ้างั้นลุงถือโอกาสเอาของขวัญนี้มอบให้เป็นของขวัญต้อนรับกลับบ้านดีไหมล่ะ”
“โอ้โหชุดตัวต่อเลโก้” เด็กชายตาโตเพราได้ของเล่นชิ้นโปรด
“ชอบไหม”
“ชอบครับ ที่บ้านผมก็มีครับแต่กล่องเล็กกว่านี้”
“นี่ลุงซื้อชุดใหม่มาให้เลยนะ”
“ผมต้องต่อหลายวันแน่ ๆ”
“ให้ลุงไปช่วยต่อดีไหมล่ะ”
“แม่ครับผมอยากให้ลุงไปช่วยผมต่อเลโก้ที่บ้านได้ไหมครับ ผมต่อคนเดียวคงไม่ไหว” ภูตะวันหันมาถามมารดา
“ไม่ได้หรอกตะวันท่านรองเขามีงานเยอะแล้วเราไปรบกวนเขาเลยนะ เดี๋ยวแม่กับยายนีจะช่วยตะวันต่อเองนะ”
“แต่แม่ต่อไม่เก่ง ยายนีก็บ่นว่าสายตาไม่ค่อยดี คงอีกตั้งนานถึงจะเสร็จ” เด็กชายเริ่มโอดครวญ
“ตะวันของแม่เป็นเด็กเก่งต้องมีความพยายามทำอะไรได้ด้วยตัวเองไม่พึ่งพาคนอื่นให้มากจนเกินไปจำได้ใช่มั้ยครับ”
“จำได้ครับแม่ ถ้างั้นผมจะพยายามต่อเองก็ได้” เด็กชายตอบเบา ๆ
“ทำไมต้องไปห้ามเด็กแบบนั้นล่ะ ฉันยังไม่บอกสักหน่อยว่างานยุ่งเอาเป็นว่าถ้าว่างลุงจะเข้าไปช่วยต่อดีไหมล่ะ”
“จริงนะครับ”
“จริงสิ”
“ท่านรองคะอย่าสัญญาอะไรกับเด็กแบบนั้น”
“ทำไมล่ะ”
“ฉันรู้ว่างานคุณยุ่งและคุณก็ไม่ควรไปที่บ้านของฉัน”
“ทำไมถึงไปไม่ได้ล่ะ”
“คุณอยากให้น้านีรู้ได้ไงว่าฉันทำงานที่บริษัทของคุณ”
“ถึงวันนี้น้านีจะไม่รู้อีกหน่อยก็คงต้องรู้อยู่ดีนั่นแหละ”
“ฉันขอร้องล่ะค่ะท่านรอง คุณอย่ามายุ่งกับครอบครัวของเราเลยนะคะ เราอยู่กันแบบนี้ก็มีความสุขดีแล้ว อีกอย่างเดี๋ยวช่วงวันหยุดพ่อของภูผาเขาก็จะกลับมาและช่วยภูผ่าต่อเองไม่ต้องเดือดร้อนคุณหรอก”
“พ่อเหรอครับแม่พ่อจะกลับมาหาเหรอครับ”
“ใช่จ้ะ เอาไว้เดี๋ยวแม่จะเล่าให้ตะวันฟังนะ ตอนนี้จะวันรีบนอนพักผ่อนเถอะ ส่วนคุณออกมาคุยกับฉันที่หน้าห้องหน่อย”
“ตะวันครับลุงไปก่อนนะ”
“ขอบคุณนะครับลุงอย่าลืมนะไปช่วยผมต่อเลโก้ด้วยนะครับ” ภูผาพยักหน้าก่อนจะเดินตามหญิงสาวออกมาบริเวณหน้าห้อง
“ทำไมลูกของเธอต้องทำหน้าตกใจตอนที่บอกว่าพ่อจะมาหาด้วยล่ะ”
“ลูกฉันจะทำหน้าตกใจทำหน้าดีใจหรือจะทำหน้ายังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับท่านรอง”
“แต่ฉันว่าแปลก ๆ”
“ฉันขอร้องล่ะค่ะอย่ายุ่งกับเราได้ไหม”
“ฉันก็ไม่ได้ยุ่งกับเธอนี่ฉันแค่ถูกชะตากับลูกของเธอหรือที่เธอไม่ให้ฉันใกล้ชิดกับลูกของเธอเพราะมีอะไรปิดบังไว้หรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน”
“ตลกแล้วฉันกับคุณเลิกกันไปตั้งนานเขาจะเป็นลูกของคุณได้ยังไง กลับไปเถอะอย่าพูดอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้เลย” เธอพยายามกันให้เขาออกห่าง
“วันนี้เธออาจคิดว่าฉันพูดเพ้อเจ้อแต่ถ้าวันไหนฉันพิสูจน์ได้ว่าภูตะวันเป็นลูกของฉันถึงวันนั้นฉันจะมาทวงสิทธิ์ของความเป็นพ่อคืน”
“คุณไม่มีทางทำแบบนั้นได้หรอกค่ะเพราะตะวันเป็นลูกของฉันไม่ใช่ลูกของคุณ” หญิงสาวพูดอย่างมั่นใจทำให้ภูผารู้สึกว่าเขาอาจจะคิดผิด
“เธออาจจะยังไม่ยอมรับอาจจะยังโกหกตัวเองอยู่นะนัชชา แต่ความจริงมันก็คือความจริงแล้วถึงวันนั้นคนที่เจ็บปวดก็คือเธอ” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากบริเวณหน้าห้องไป
พลอยนัชชาเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าคิดหนักถ้าหากภูผารู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเขา เขาก็คงไม่ยอมแน่ เธออาจจะต้องหางานใหม่และจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นหญิงสาวจะไม่ให้ภูผาพรากลูกไปจากเธออย่างแน่นอน
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







