LOGIN“แม่ฟังแล้วคิดว่ายังไงบ้างครับ” ภูผาถามความคิดเห็นของมารดาที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ
“แม่ว่าเหตุผลมันไม่ค่อยเมคเซนต์เท่าไหร่เลยนะ แล้วจากนั้นภูผาทำยังไงต่อล่ะ ลูกตัดใจเลยหรือเปล่า” เพราะช่วงนั้นภูผาอยู่ที่คอนโดคุณภัทราเลยไม่รู้เรื่องของลูกชายเท่าไหร่
“ผมตามดูเธออยู่เกือบสองอาทิตย์ แล้วก็เห็นว่าเธอกับผู้ชายคนนั้นสนิทสนมกันจริง ๆ ผมไปหาเธอที่บ้านก็เห็นเขาอยู่กับเธอที่บ้านมันรู้สึกเจ็บมากเลยครับ พื้นที่ที่เคยเป็นของผมมันกลายเป็นของผู้ชายคนนั้น น้านีที่เคยดีกับผมพอเห็นหน้าผมก็บึ้งตึงใส่แต่กลับเปิดประตูต้อนรับผู้ชายอีกคนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม” เขาเล่าด้วยความเจ็บปวด
“แล้วทีนี้ภูผาจะเอายังไงต่อล่ะ” เธอมองไม่ออกว่าเรื่องนี้จะจบยังไง
“ถ้าผลดีเอ็นเอออกมาว่าตะวันลูกเป็นของผม ผมก็จะเข้าไปคุยกับเธอขอเป็นคนรับผิดชอบเรื่องลูกด้วย ขอให้ลูกมาอยู่กับผม”
“เรื่องนี้แม่ไม่เห็นด้วยกับภูผานะ เด็กอยู่กับแม่มาตลอดแล้วลูกจะให้มาอยู่ด้วยแม่เด็กก็คงไม่ยอม”
“แม่ครับถ้าเธอไม่ยอมผมจะฟ้อง”
“ภูผา คิดดูดี ๆ ก่อนนะลูก เรื่องนี้มันจะกระทบกับจิตใจของเด็กมาก”
“แล้วแม่จะให้ผมทำยังไง แม่จะให้ผมรับผู้หญิงคนนั้นกลับมาเป็นเมียเหรอไม่มีทางหรอก ถึงในอดีตผมจะรักเธอมากแต่ในเมื่อเธอทรยศหักหลังแบบนี้ผมทำใจยอมรับไม่ได้ครับ”
“ถ้ายังงั้นก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“ได้ยังไงกันครับแม่ ลูกทั้งคนนะ”
“ภูผาพูดเหมือนมั่นใจมากว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของตัวเอง”
“แม่ครับ แม่ก็เห็นรูปแล้ว”
“แต่ตอนนี้แม่ว่าภูผารอผลตรวจก่อนดีกว่าไหม จากนั้นค่อยมาคิดกันอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก ว่าแต่ผู้หญิงคนนี้เป็นใครล่ะ”
“ผมขอเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผมจริง ๆ จากนั้นผมจะบอกแม่ว่าเธอเป็นใครมาจากไหนดีไหมครับ”
“ทำไมมันถึงเป็นความลับจังเลยนะแล้วอีกนานไหมกว่าผลดีเอ็นเอจะออก”
“ก็น่าจะอีกสามสี่วันครับ นุกูลกำลังเร่งเรื่องนี้ให้อยู่”
“ภูผากับนุกูลรู้ใช่ไหมว่าเรื่องนี้มันผิดกฎหมาย”
“รู้ครับแม่”
“รู้แล้วแต่ก็ยังทำแล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเขาฟ้องเรื่องนี้ขึ้นมาลูกจะทำยังไงล่ะ”
“ถ้าเธอมีปัญญาฟ้องก็เอาสิครับ” ภูผาคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าเขารู้ว่าพลอยนัชชาคงไม่กล้าทำอะไรเพราะเธอยังต้องทำงานหาเลี้ยงดูลูก
ส่วนเรื่องสามีของเธอนั้นเขาไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ายังคบกันอยู่หรือเปล่าแต่ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกเขาจริง ๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผู้ชายคนนั้นจะต้องมารับผิดชอบเด็กที่ไม่ใช่ลูกของตัวเอง
“ภูผาอย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะรอให้ผลมันออก”
“แม่ครับถ้าผมได้ลูกมาอยู่ด้วยแม้จะช่วยผมเลี้ยงลูกใช่ไหมครับ”
“นั่นหลานของแม่ทั้งคนนะยังไงแม่ก็ต้องช่วยเแต่ทุกอย่างมันต้องเกิดขึ้นจากความสมัครใจ แม่ไม่อยากบังคับใคร ภูผาก็ต้องคิดเรื่องนี้ด้วยคิดถึงจิตใจของเด็กเป็นหลัก เอาล่ะแม่ว่าภูผากลับไปทำงานได้แล้วแม่ก็จะทำงานต่อ”
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ภูผากลับมาห้องทำงานของตนเองอีกครั้งแต่เขาไม่มีสมาธิทำงานเลยสักนิด
ชายหนุ่มเอาแต่คิดวนเวียนและนึกถึงใบหน้าของเด็กชายภูตะวันรวมถึงเหตุการณ์ในอดีต เขาไม่รู้ว่าเขาทำพลาดอะไรตรงไหนทำไมพลอยนัชชาถึงเลิกกับเขาง่าย ๆ ตอนนั้นเขารู้สึกเจ็บและผิดหวังมากเขาใช้เวลาคอยตามเธออยู่กับเกือบสองสัปดาห์ถึงมั่นใจว่าเธอกับเมธินทร์คบกันจริง เขาจึงยอมตัดใจและไปเรียนต่อต่างประเทศ จากนั้นเขาก็ไม่ได้ข่าวคราวของเธออีกเลย และการกลับมาเจอกันครั้งนี้เขาทั้งรู้สึกดีใจและเจ็บปวดไม่ต่างจากวันแรกที่ถูกเธอบอกเลิก
ถ้าเด็กที่ชื่อภูตะวันนั่นเป็นลูกของเขาจริง ๆ เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เด็กคนนั้นได้มาอยู่กับเขา
ภูผาจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นานกว่าจะกลับมาตั้งใจมีสมาธิทำงาน
หลังเลิกงานเขาก็แวะไปโรงพยาบาลอย่างเดิม ชายหนุ่มจอดรถรออยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลเมื่อเห็นน้านลินีเดินออกจากโรงพยาบาลไปเขาก็ลงจากรถเพื่อจะไปเยี่ยมเด็กชายภูตะวัน
วันนี้ภูผาซื้อของเล่นมาให้ภูตะวันด้วยแต่ไม่รู้ว่าเด็กชายชอบหรือเปล่า
เมื่อมาถึงหน้าห้องชายหนุ่มก็เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปโดยไม่ต้องรอเสียงคนด้านในอนุญาต ส่วนพลอยนัชชาเองก็คิดว่าคนที่เข้ามาน่าจะเป็นพยาบาล แต่เมื่อประตูเปิดกว้างเห็นร่างสูงของเขาเดินเข้ามาหญิงสาวก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าวันนี้เขาจะมาที่นี่อีก
“ท่านรองมาทำไมคะ”
“เมื่อวานคุยกับลูกชายเธอแล้วรู้สึกสนุกและวันนี้ฉันไปเดินดูสินค้าของเราที่ห้างเจอชุดตัวต่อเลโก้ออกมาเป็นเซ็ตเครื่องบินก็เลยจะซื้อมาให้ ว่าไงครับสุดหล่อวันนี้หายดีหรือยัง”
“สวัสดีครับคุณลุงผมหายดีแล้วคุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็จะได้กลับบ้านแล้วครับ”
“ลุงดีใจด้วยนะ ถ้างั้นลุงถือโอกาสเอาของขวัญนี้มอบให้เป็นของขวัญต้อนรับกลับบ้านดีไหมล่ะ”
“โอ้โหชุดตัวต่อเลโก้” เด็กชายตาโตเพราได้ของเล่นชิ้นโปรด
“ชอบไหม”
“ชอบครับ ที่บ้านผมก็มีครับแต่กล่องเล็กกว่านี้”
“นี่ลุงซื้อชุดใหม่มาให้เลยนะ”
“ผมต้องต่อหลายวันแน่ ๆ”
“ให้ลุงไปช่วยต่อดีไหมล่ะ”
“แม่ครับผมอยากให้ลุงไปช่วยผมต่อเลโก้ที่บ้านได้ไหมครับ ผมต่อคนเดียวคงไม่ไหว” ภูตะวันหันมาถามมารดา
“ไม่ได้หรอกตะวันท่านรองเขามีงานเยอะแล้วเราไปรบกวนเขาเลยนะ เดี๋ยวแม่กับยายนีจะช่วยตะวันต่อเองนะ”
“แต่แม่ต่อไม่เก่ง ยายนีก็บ่นว่าสายตาไม่ค่อยดี คงอีกตั้งนานถึงจะเสร็จ” เด็กชายเริ่มโอดครวญ
“ตะวันของแม่เป็นเด็กเก่งต้องมีความพยายามทำอะไรได้ด้วยตัวเองไม่พึ่งพาคนอื่นให้มากจนเกินไปจำได้ใช่มั้ยครับ”
“จำได้ครับแม่ ถ้างั้นผมจะพยายามต่อเองก็ได้” เด็กชายตอบเบา ๆ
“ทำไมต้องไปห้ามเด็กแบบนั้นล่ะ ฉันยังไม่บอกสักหน่อยว่างานยุ่งเอาเป็นว่าถ้าว่างลุงจะเข้าไปช่วยต่อดีไหมล่ะ”
“จริงนะครับ”
“จริงสิ”
“ท่านรองคะอย่าสัญญาอะไรกับเด็กแบบนั้น”
“ทำไมล่ะ”
“ฉันรู้ว่างานคุณยุ่งและคุณก็ไม่ควรไปที่บ้านของฉัน”
“ทำไมถึงไปไม่ได้ล่ะ”
“คุณอยากให้น้านีรู้ได้ไงว่าฉันทำงานที่บริษัทของคุณ”
“ถึงวันนี้น้านีจะไม่รู้อีกหน่อยก็คงต้องรู้อยู่ดีนั่นแหละ”
“ฉันขอร้องล่ะค่ะท่านรอง คุณอย่ามายุ่งกับครอบครัวของเราเลยนะคะ เราอยู่กันแบบนี้ก็มีความสุขดีแล้ว อีกอย่างเดี๋ยวช่วงวันหยุดพ่อของภูผาเขาก็จะกลับมาและช่วยภูผ่าต่อเองไม่ต้องเดือดร้อนคุณหรอก”
“พ่อเหรอครับแม่พ่อจะกลับมาหาเหรอครับ”
“ใช่จ้ะ เอาไว้เดี๋ยวแม่จะเล่าให้ตะวันฟังนะ ตอนนี้จะวันรีบนอนพักผ่อนเถอะ ส่วนคุณออกมาคุยกับฉันที่หน้าห้องหน่อย”
“ตะวันครับลุงไปก่อนนะ”
“ขอบคุณนะครับลุงอย่าลืมนะไปช่วยผมต่อเลโก้ด้วยนะครับ” ภูผาพยักหน้าก่อนจะเดินตามหญิงสาวออกมาบริเวณหน้าห้อง
“ทำไมลูกของเธอต้องทำหน้าตกใจตอนที่บอกว่าพ่อจะมาหาด้วยล่ะ”
“ลูกฉันจะทำหน้าตกใจทำหน้าดีใจหรือจะทำหน้ายังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับท่านรอง”
“แต่ฉันว่าแปลก ๆ”
“ฉันขอร้องล่ะค่ะอย่ายุ่งกับเราได้ไหม”
“ฉันก็ไม่ได้ยุ่งกับเธอนี่ฉันแค่ถูกชะตากับลูกของเธอหรือที่เธอไม่ให้ฉันใกล้ชิดกับลูกของเธอเพราะมีอะไรปิดบังไว้หรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน”
“ตลกแล้วฉันกับคุณเลิกกันไปตั้งนานเขาจะเป็นลูกของคุณได้ยังไง กลับไปเถอะอย่าพูดอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้เลย” เธอพยายามกันให้เขาออกห่าง
“วันนี้เธออาจคิดว่าฉันพูดเพ้อเจ้อแต่ถ้าวันไหนฉันพิสูจน์ได้ว่าภูตะวันเป็นลูกของฉันถึงวันนั้นฉันจะมาทวงสิทธิ์ของความเป็นพ่อคืน”
“คุณไม่มีทางทำแบบนั้นได้หรอกค่ะเพราะตะวันเป็นลูกของฉันไม่ใช่ลูกของคุณ” หญิงสาวพูดอย่างมั่นใจทำให้ภูผารู้สึกว่าเขาอาจจะคิดผิด
“เธออาจจะยังไม่ยอมรับอาจจะยังโกหกตัวเองอยู่นะนัชชา แต่ความจริงมันก็คือความจริงแล้วถึงวันนั้นคนที่เจ็บปวดก็คือเธอ” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากบริเวณหน้าห้องไป
พลอยนัชชาเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าคิดหนักถ้าหากภูผารู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเขา เขาก็คงไม่ยอมแน่ เธออาจจะต้องหางานใหม่และจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นหญิงสาวจะไม่ให้ภูผาพรากลูกไปจากเธออย่างแน่นอน
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







